ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต - ตอนที่ 65
ห๊ะ! จะคลอดแล้ว
โดยมีสายตาของเหลียนเซียวมู่ตงมองตามอย่างจนใจ
ส่วนนกอินทรียักษ์หลังจากกินนํ้าในชามจนหมดเจ้าตัวก็โผบินขึ้น
ฟ้าจากไป
ส่วนอันอันนับตั้งแต่วันนั้นคนตัวเล็กก็มุ่งมั่นอยู่กับการ
ปรุงยามากมายจึงทำให้นางหลงลืมเรื่องผลบ๋วยไปเสียสนิทแม้
กระนั้นในเย็นวันหนึ่งหลังจากที่เจ้าตัวเดินเข้ามาในลานบ้าน
“ผลบ๊วยมาจากไหนกันมากมายถึงเพียงนี้” คนตัวพูดขึ้น
อย่างตกใจ หยวนฟานที่บัดนี้ท้องแก่จวนเจียดจะคลอดกำลังเดิน
เล่นโดยมีไป๋หลานช่วยประคองเมื่อได้ยินคำกล่าวนี้
เจ้าตัวก็ยกยิ้มขึ้นพร้อมกับตอบบุตรสาวออกไป “ก็
ชาวบ้านเขาพากันไปเก็บมาให้เจ้านะสิ” จบคำนี้อันอันก็รู้สึกตื้น
ตันจนนํ้าตาซึม
“พวกเขาช่างแสนดียิ่งนักนะเจ้าคะ โชคดีที่เราได้มาอยู่
ที่นี่” เจ้าตัวน้อยพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปหาผู้เป็นแม่
184
นางเอาหูแนบกับท้องของมารดาเฉกเช่นที่ทำเป็นประจำ
“น้องชายตอนคลอดเจ้าอย่าทำให้ท่านแม่เจ็บมากนะ จงออกมา
ง่าย ๆ รู้ไหมหากเจ้าเชื่อฟังพี่สาวจะดูแลเจ้าอย่างดี” คล้ายว่าเจ้า
ตัวน้อยในครรภ์จะรู้เรื่องเพราะเจ้าตัวได้ดิ้นไปมาทำให้ผู้เป็นแม่
นิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“เจ้านี่นะน้องของเจ้ายังไม่ทันจะเกิดก็ขู่เขาเสียแล้วและ
ถ้าหากว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ชายเจ้าจะไม่ผิดหวังเอาหรือ” จบคำของ
มารดาดูเหมือนว่าคนในท้องจะประท้วงเนื่องจากเขาได้ดิ้นแรงอีก
ครั้ง
“ท่านแม่เชื่อข้าเถอะเจ้าคะ ว่าเขาย่อมเป็นชายอย่าง
แน่นอน เวลานี้ก็เย็นแล้วท่านควรจะเข้าไปพักส่วนข้าขอจัดการ
กับบ๊วยพวกนี้ก่อน” หนิงอันพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
คล้อยหลังมารดาจากไปอันอันก็ชวนมู่ตานกับคนในบ้าน
มาช่วยกันจัดการผลบ๊วยในตะกร้าห้าใบตรงหน้า
ในระหว่างที่คนตัวเล็กกำลังทำงาน ทั้งอาจารย์ปู่ใหญ่
อาจารย์ปู่รอง พี่ชายเจิ้นซาน พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม พี่สี่ อาจารย์ยง
และอาจารย์หญิง รวมถึงครอบครัวของอานไท่ก็พากันมาหาตน
185
“เหตุใดไม่ให้คนไปเรียก บ๊วยมากมายขนาดนี้เจ้าเพียง
ไม่กี่คนจะจัดการกันยังไงหมด” ลี่หม่านถกแขนเสื้อของตนพูดขึ้น
จากนั้นนางก็เข้าไปนั่งร่วมวงกับย่าของคนตัวเล็กที่อยู่กับ
กวนมามา ในวงของเด็กก็มีอันอัน เหลียนเซียวมู่ตงคุณชายผู้ไม่
เคยต้องลงมือทำอะไรเองแต่เมื่อเขามาอยู่ที่นี่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
อานเจิง เจิ้นซาน จือฉี มู่เทา วงของอาจารย์ก็อยู่ด้วยกัน
ส่วนอาจารย์หญิงก็ไปนั่งรวมอยู่กับนางป๋าย
ทุกคนทำตามที่คนตัวเล็กแนะนำจนถึงขั้นตอนการดอง
เหล้า หนิงอันจึงยกมือกุมขมับ
“ท่านอาจารย์ปู่ใหญ่พอจะมีสุราเหลือหรือไม่” คำถามนี้
ของศิษย์รักทำให้ฉู่เกอลุกขึ้นยืนโดยดึงมือของยงเผยให้ตามมา
อันอันผู้ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกจึงได้แต่มองตามสีหน้ามี
คำถาม และเมื่อนางมองเห็นว่าคนทั้งสองต่างอุ้มไหสุราขนาด
กลางมาคนละสองไหดวงตาของเธอก็เปล่งประกาย
“เจ้าจะให้ทำยังไงต่อพูดมา” ยงเผยถามขึ้นเสียงเรียบ
ทว่าแววตาของเขาหาได้เป็นเช่นนั้นไม่
186
“ท่านอาจารย์ทำตามที่ข้าบอกเลยเจ้าค่ะอีกครึ่งปีก็น่าจะ
กินได้หรือจะเก็บยาวนานกว่านั้นก็น่าจะได้รสชาติที่ดีกว่า” คำพูด
ของเด็กหญิงทำให้คอสุราทั้งหลายต่างลอบกลืนนํ้าลาย
การทำงานล่วงเข้ายามซวีภายในลานดินต่างสว่างด้วย
โคมไฟที่ถูกจุดขึ้นหยูเจียงจึงเพิ่งกลับมา
สีหน้าของเขาดูอิดโรยเป็นอย่างมากจนหนิงอันรู้สึกเป็น
ห่วง “ท่านพ่อเกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ” คำถามของหนิงอันเรียก
ความสนใจให้ทุกคนหันไปมองชายหนุ่มพร้อมกัน
“เรื่องต้นข้าวนะลูกที่หมู่บ้านอื่นต่างถูกแมลงทำลายเสีย
เป็นส่วนมากพวกเขาไม่รู้จะทำยังไงเลยส่งเรื่องมาถึงเจ้าเมือง
วันนี้พ่ออยู่คุยปรึกษากันเรื่องนี้นี่แหละก็เลยกลับมาช้า” คำตอบ
ของหยูเจียงทำให้ผู้ที่ปลูกข้าวพากันถอนใจ
“เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นปัญหาใหญ่ทีเดียวซึ่งแต่ก่อนพวกเรา
ก็มักประสบปัญหานี้แหละก็เลยทำให้ได้ผลผลิตน้อยจะว่าไปก็
แปลกที่ตอนนี้ไม่มีแมลงเหล่านั้นแล้ว” จบคำของอานไท่คนใน
ครอบครัวต่างก็ว่าแปลกเหมือนกัน
187
“ท่านปู่ไท่เจ้าคะ การที่ไม่มีศัตรูของข้าวก็ดีแล้วนี่เจ้าคะ
หรือท่านอยากให้เป็นเหมือนแต่ก่อนกัน” คนตัวเล็กแกล้งกล่าว
สัพยอก
“เจ้านี่นะ มันก็ต้องดีอยู่แล้วสิเพียงแต่ปู่แค่สงสัยก็
เท่านั้น” ชายวัยกลางคนพูดก่อนจะปล่อยผ่าน
ส่วนหยูเจียงจึงอยากจะคิดซักถามเพิ่มทว่าท้องของเขา
กับส่งเสียงขึ้นประจานเจ้าของเสียก่อน “ขออภัยขอรับ” เขายกมือ
ขึ้นลูบต้นคออย่างเก้อเขินในขณะพูด
“มันเป็นเรื่องธรรมดาข้าว่าเจ้าไปล้างมือล้างไม้กินข้าว
เถอะ” อานไท่กล่าวเสียงกลั้วหัวเราะ
“ศิษย์รักเจ้ามีวิธีแก้ปัญหาให้บิดาแล้วละสิ เพราะรู้สึกว่า
เจ้าจะไม่ค่อยเดือดเนื้อร้อนใจสักเท่าไหร่เลย” ฉู่เกอพูดเมื่อเห็น
ใบหน้าของศิษย์ตัวน้อย “ท่านอาจารย์ปู่ใหญ่ปราดเปรื่องยิ่ง
เพียงแต่ข้าไม่รู้ว่ามันจะได้ผลหรือไม่”
“ศิษย์น้อยข้ามั่นใจว่าเจ้าสามารถแก้ได้แน่” หากเป็นคน
อื่นซุยเจิ้นเผิงอาจจะไม่กล้าการันตีแต่ไม่ใช่กับศิษย์คนนี้
188
“ท่านอาจารย์ปู่รองก็ชมข้าเกินไปเจ้าคะ” หนิงอันยิ้มเขิน
และเมื่อหลังจากงานเสร็จเรียบร้อยรวมถึงส่งแขกทั้งหมดออกไป
แล้ว
คนตัวเล็กก็เดินเข้าไปหาบิดาพร้อมกับสมุดทำมือที่เจ้า
ตัวทำ ซึ่งในนั้นได้บอกวิธีแก้ปัญหาของศัตรูข้าวเอาไว้
หยูเจียงเปิดสิ่งที่อยู่ในมืออ่านอย่างระวัง จากนั้นดวงตา
ของเขาก็ฉายแววอบอุ่นให้บุตรสาว “ลูกรักขอบใจเจ้ามาก วันพรุ่ง
พ่อจะนำวิธีนี้ไปเสนอท่านเจ้าเมืองจากนั้นจะลองให้ชาวนาพวก
นั้นทำตาม”
“ท่านพ่ออย่าเกรงใจลูก เราเป็นครอบครัวเดียวกันมัน
เป็นสิ่งที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว”
เช้าวันต่อมาวันนี้อากาศค่อนข้างอบอุ่น อันอันผู้ลืมตา
ตื่นตรงเวลา หลังจากล้างหน้าล้างตาบ้วนปาก เจ้าตัวก็กำลังจะ
ออกไปจากเรือนเหมือนทุกวัน “ลูกรักวันนี้ท่านอาจารย์เผยหยุด
สอนหนึ่งวัน” หยวนฟานผู้เดินออกมาโดยมีไป๋หลานประคองพูด
ขึ้น
189
“อย่างนั้นหรือเจ้าคะ ถ้าอย่างนั้นข้าไปดูอาการพี่ชายเลย
ก็แล้วกัน” เมื่อเจ้าตัวน้อยจะเดินออกจากเรือนผู้คนมากมายก็พา
กันมาอออยู่หน้าบ้านของเจ้าตัวเต็มไปหมดรวมถึงสัตว์ทั้งห้าก็ลง
มาจากภูเขาด้วย
“พวกท่านมีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ พวกเจ้าก็ด้วยข้างบน
เกิดอันใดขึ้นหรือไม่” หนิงอันถามทั้งคนกับสัตว์ทั้งห้าสีหน้าเต็ม
ไปด้วยความกังวล
“อันอันเจ้าลืมไปแล้วหรือว่าวันนี้วันอะไร” ผู้เป็นย่าถาม
กับหลานตัวน้อยผู้ยังอยู่ในภวังค์ของตน
“ท่านแม่เจ้าคะ ข้าว่าเจ้าตัวจะลืมก็คงไม่แปลกหรอก
เนื่องจากนางยุ่งอยู่ทุกวันข้าเห็นแล้วยังสงสาร” หยวนฟานยิ้มเมื่อ
เดินมาหาลูกสาวสุดที่รักในขณะพูด และวันนี้หยูเจียงเองก็ไป
ทำงานสายเช่นกัน
“ลูกรักวันนี้เจ้าครบห้าปียังไงล่ะ” คำเฉลยจากหยูเจียงทำ
ให้หนิงอันดวงตาเบิกกว้าง วันเกิดของร่างนี้กับนางเป็นวัน
เดียวกันอย่างนั้นหรือ
190
และเมื่อผู้เป็นพ่อเฉลยแล้วผู้คนที่อยู่รายล้อมก็ต่างกล่าว
อวยพรให้คนตัวเล็กกันอย่างไม่ขาดสายรวมถึงยังมอบสิ่งของที่
พวกเขามีให้กับนางด้วย
หนิงอันไม่ได้ปฏิเสธให้พวกเขาเสียนํ้าใจเพราะมันไม่ได้
เป็นของมีค่าทว่าล้วนเป็นสิ่งของที่ทำจากมือทั้งสิ้น
และเมื่อคล้อยหลังชาวบ้านไปแล้วก็เป็นเหล่าอาจารย์
ของเจ้าตัวบ้าง ยงเผยมอบพัดที่สามารถเป็นอาวุธได้ให้กับนาง
“ขอบคุณท่านอาจารย์ข้าชอบมาก”
ฉู่เกอมอบตำราที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของตน “เจ้าจง
ศึกษามันให้ดี” ซุยเจิ้นเผิงมอบชุดเครื่องเขียนซึ่งเป็นของลํ้าค่า
ซึ่งอันอันรู้สึกชื่นชอบเป็นอย่างมาก เจิ้นซานมอบเมล็ด
ธัญพืชที่ฝากให้คนหามาให้จากเมืองหลวงหลายห่อและหลาย
ชนิด
“พี่ชายท่านรู้ไหมว่ามีอะไรบ้าง” “ไม่รู้ แต่ข้าคิดว่าเจ้า
น่าจะรู้” คำตอบของเขาทำให้หนิงอันอดกลอกตาไม่ได้
191
ของพี่สามกับพี่สี่เป็นเปลือกหอยที่พวกเขานำมาร้อยเป็น
สร้อยคอและข้อมือ ส่วนไป๋หลานให้เป็นต่างหูเงินดอกติงเซียง
“พี่ไป๋หลานมันไม่แพงเกินไปหรือเจ้าคะ” อันอันรับต่างหู
เงินมาก่อนที่จะถามออกไปอย่างเกรงใจ
“ไม่มากหรอกเจ้าคะ แค่คุณหนูชอบข้าก็ดีใจแล้ว”
เด็กหญิงที่กำลังจะเป็นเด็กสาวในไม่ช้าพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
อาจารย์หญิงมอบรองเท้าที่นางปักเอง “ขอบคุณอาจารย์
หญิง” แม่ของเจ้าตัวได้ทำเสื้อผ้าชุดใหม่ตัดจากผ้าไหมเนื้อดีให้ผู้
เป็นบุตรสาว
หยูเจียงมอบเครื่องประดับผมที่เข้ากับวัยของเจ้าตัว
เช่นเดียวกับผู้เป็นย่า เหลียนเซียวมู่ตงเองก็อยากให้ของขวัญกับ
เด็กหญิงเช่นกันแต่ว่าเขาไม่รู้จะให้อะไรจึงได้ค้นของมีค่าที่ติดตัว
หลังจากกลับไปหาที่ห้อง
และเมื่อเขาเจอ เด็กหญิงก็ถูกลากให้ไปกินบะหมี่อายุยืน
เสียแล้ว เด็กชายจึงได้เก็บของสิ่งนั้นเอาไว้ในอกเสื้อ
192
ส่วนพี่ใหญ่กับพี่รองของอันอันในตอนนี้ก็กำลังเดินกันอยู่
ในตัวเมืองเพื่อหาของขวัญให้กับน้องสาว “เสี่ยวเทาเราจะให้อะไร
ดี” จือฉีพูดไปเดินไปจึงไม่ทันระวังทำให้เดินไปชนกับแม่นางน้อย
ผู้หนึ่ง
“แม่นางข้าขอโทษเจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่” จือฉีรีบถาม
กับหญิงคนนั้นอย่างกังวล
“ข้าไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ว่าแต่ข้าเองก็ผิดเหมือนกันที่เดิน
ไม่มองทางหวังว่าคุณชายจะให้อภัย” สาวน้อยคนนี้พูดจา
อ่อนหวานน่าฟัง
ทำให้จือฉีรู้สึกใจเต้นหน้าแดงอย่างไม่ทราบสาเหตุ “เป็น
ความผิดของข้าเจ้าไม่ผิดหรอกหากแม่นางไม่เป็นอะไรแล้วข้าขอ
ตัวก่อน” จือฉีพูดขึ้นด้วยความอายก่อนที่จะลากมู่เทาให้รีบเดิน
“พี่ใหญ่ข้าว่าท่านกำลังตกหลุมแม่ดอกบัวขาวตามที่น้อง
เล็กพูด” คำพูดนี้ทำให้จือฉีมองผู้ที่เป็นทั้งสหายและน้องอย่าง
สงสัย
“ท่านลองคิดดูให้ดี เราเดินห่างนางตั้งมากที่ทางก็มีให้
เลี่ยงแล้วเหตุใดนางผู้นั้นถึงได้เดินเข้ามาให้พี่ใหญ่ชนอีกทั้งยัง
193
แสดงท่าทางอ่อนแอนั่นอีก ข้าว่าเรื่องนี้น่าจะมีลับลมคมในเสีย
แล้ว” จบคำของมู่เทาทำให้จือฉีฉุกคิดขึ้นมาเช่นกัน
“เรื่องนี้เรากลับไปปรึกษาน้องเล็กกันเถอะ ข้าว่าเราซื้อ
กระดาษไปให้นาง รวมถึงเงินที่นางเคยให้ยืมมาด้วยแค่นี้นางก็คง
จะดีใจยกใหญ่แล้วย” จือฉีพูดขึ้นเสียงเครียด
มู่เทาก็ไม่เอ่ยแย้ง ทางด้านหนิงอันหลังจากใช้เวลาอยู่กับ
ครอบครัวกระทั่งหมดไปครึ่งวันเช้า เจ้าตัวจึงได้ขอออกมาดู
เหลียนเซียวมู่ตงส่วนหยูเจียงก็ไปทำงาน
เสียงเคาะประตูหน้าห้องของเด็กชายดังขึ้นก่อนที่คนตัว
เล็กจะก้าวเท้าเข้ามา “พี่ชายกินยา” เด็กหญิงพูดพร้อมกับวาง
ถ้วยยาดั่งเช่นทุกวัน
“อันอันวันนี้วันเกิดเจ้าข้าขออวยพรให้เจ้ามีแต่สิ่งดี มี
ความสุขนะ ส่วนสิ่งนี้ข้าให้เป็นของขวัญแต่เจ้าต้องสัญญากับข้า
ก่อนว่าจะเปิดดูหลังจากข้าออกเดินทางแล้ว”
“ลึกลับถึงเพียงนั้นข้าไม่รับได้หรือไม่” เด็กหญิงพูดขึ้น
อย่างหวาดหวั่น ทำให้ผู้ที่กำลังจะยกชามยาขึ้นดื่มชะงักมือทันที
194
“ขนาดเสือกับหมีเจ้ายังไม่กลัวแต่ไม่กล้ารับของจากข้า นี่
ไม่ใช่ว่าเจ้าจะขี้ขลาดเกินไปหรือ” จบคำอันแสนร้ายกาจเจ้าตัวก็
ยกยาขึ้นดื่มทันที
“รับก็รับสิใครกลัวกัน” อันอันยื่นมือออกไปรับกล่องไม้ใบ
ขนาดฝ่ามือของตนถือไว้ในมือแต่โดยดี
ช่วงเย็นภายในวันเดียวกันพี่ใหญ่กับพี่รองก็นำของขวัญ
เป็นกระดาษขาวอย่างดีหลายม้วนมามอบให้พร้อมกับตัวเงินคน
ละหนึ่งพันตำลึง
“พี่ใหญ่ พี่รองให้เงินข้าทำไม” คนตัวเล็กถามอย่างสงสัย
ไม่กล้ายื่นมือไปรับ “เงินนี้คือเงินที่เจ้าให้ข้าทั้งสองคนก่อนหน้า
อย่างไรเล่า” จือฉีพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มอย่างเอ็นดูน้องสาว
“ข้าให้ท่านเพียงคนละห้าร้อยไม่ใช่หรือแล้วเหตุใดพวก
ท่านจึงจะคืนให้ถึงหนึ่งพันกัน” หนิงอันถามอย่างสนเท่ห์
“เจ้ารับเอาไว้เถอะในตอนนั้นเจ้าพูดว่าอย่างไรไม่ว่าพวก
เราจะให้เงินเท่าไหร่เจ้าก็จะรับไม่ใช่หรือ” มู่เทาเป็นคนพูดซึ่งทำ
ให้อันอันจำต้องรับมา(เอาเถอะข้าจะเก็บเอาไว้ให้พวกท่าน
แต่งงาน) หากเด็กหนุ่มทั้งสองรู้ความคิดนี้ไม่รู้ว่าเขาจะทำหน้า
195
แบบไหน หลังจากน้องน้อยรับของขวัญไปแล้วคนทั้งคู่จึงได้เล่า
เรื่องราวที่เกี่ยวกับหญิงสาวคนนั้นออกมา
“พวกท่านก็ระวังตัวกันเอาไว้ก่อนหากจะให้ดีก็ให้ใครไป
สืบเบื้องลึกเบื้องหลังดูสักหน่อย” จบคำของผู้เป็นน้อง
สองเด็กหนุ่มก็ทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว “ขอบใจเจ้า”
มีเพียงคำพูดทิ้งท้ายให้คนเป็นน้องที่กำลังมองตามตาปริบ ๆ
ครึ่งเดือนต่อมาหลังจากที่หนิงอันเสร็จจากภารกิจหลัก
ของตัวเอง เด็กหญิงก็เดินมายังเรือนของฉู่เกอเช่นทุกวัน
และเมื่อนางเปิดประตูห้องของเหลียนเซียวมู่ตงก็พบกับ
ความว่างเปล่าอันเย็นเยียบ
“เขาฝากจดหมายไว้ให้เจ้า” ฉู่เกอผู้เดินออกมาจากห้อง
ปรุงยายื่นจดหมายของคนผู้นั้นให้ศิษย์รัก
อันอันรับจดหมายนั้นมาก่อนที่จะเก็บเข้าไปในอกเสื้อ
“เขากล้าไปไม่ลาได้ยังไงเสียทีข้ารึอุตส่าห์ทำยาให้เขาตั้งมาก”
เด็กหญิงกล่าวอย่างโมโห “เจ้าก็ลองอ่านจดหมายดูก่อนสิทุกคน
196
ย่อมมีเหตุผลของตน” แม้เจ้าตัวจะเข้าใจคำพูดนี้แต่นางก็ยังรู้สึก
โมโหอยู่ดี
(เจ้าเด็กคนนี้ไม่น่ารักจริง ๆ) นี่คือความคิดของเจ้าตัว
และในวันนั้นหลังจากที่เด็กหญิงจัดการงานจนเสร็จเมื่อกินข้าว
เรียบร้อยเจ้าตัวก็มาเปิดกล่องของขวัญก่อน
“หยกห้อยข้างเอวอย่างนั้นหรือ เป็นหยกมันแพะเสียด้วย
ราคาคงไม่ธรรมดา ฝากกุยเฮยไว้ดีกวาเผื่อฉุกเฉินจะได้เอาไป
ขาย” เจ้าตัวรำพึงพร้อมกันนั้นหยกก็หายไปพร้อมกับกล่อง
ต่อมานางจึงได้เปิดจดหมายอ่าน ซึ่งเนื้อความไม่ได้มี
อะไรมากไปกว่าการบอกว่าเอาไว้สักวันเราคงได้พบกันใหม่ “แค่นี้
ไม่มีเหตุผลอื่น” เจ้าตัวพูดขึ้นอีกครั้ง
ครึ่งเดือนต่อมาในช่วงที่ผ่าน ๆ มาหนิงอันค่อนข้างยุ่งอยู่
กับการปรับปรุงที่ดินของคนในหมู่บ้านรวมถึงของตนเองเพื่อหวัง
จะทำการปลูกผักอย่างเช่นที่ตั้งใจไว้
ทำให้นางหัวหมุนทุกวันจนเรื่องของเด็กชายผู้จากไปได้
กลายเป็นเรื่องของอดีตกระทั่งวันนี้ที่นางได้เห็นนกสีขาวมันร่อน
ลงมายืนอยู่ห่างนางไม่ไกล ‘มันมาส่งจดหมาย’ กุยเฮยแปล
197
คำพูดของกุยเฮยทำให้อินทรีย์ขาวผงกหัวขึ้นลง อันอันจึง
ได้เดินเข้าไปดูที่ขาของนกยักษ์และก็เห็นกระบอกเล็ก ๆ ที่ติดอยู่
กับขาของมัน
ส่วนของรางวัลที่เด็กหญิงให้นกตัวนี้ก็คือนํ้าตกสวรรค์
ชามใหญ่ที่ไม่ว่าสัตว์ตัวไหนก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับรสชาติอันหอม
หวานนี้ และเมื่อเจ้าตัวเปิดจดหมายออก
ก็มีเพียงแค่ประโยคเดียว ขอบใจ “แค่นี้” คนตัวเล็กเก็บ
จดหมายไว้ในอกเสื้อสีหน้าเต็มไปด้วยความฉงน
และเด็กหญิงก็ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องใดเมื่อมู่ตานวิ่ง
หน้าตื่นมาทางตน “คุณหนูนะ..นายหญิงกำลังจะคลอดเจ้าค่ะ”
หนิงอันไม่รออะไรแล้วนางรีบวิ่งเท่าที่ขาของตนจะอำนวย
“คุณหนูรอข้าด้วย” มู่ตานตะโกนไล่หลังคุณหนูของตนไป
ติด ๆ โดยสองนายบ่าวต่างก็พากันลืมว่าตนมีวิชาตัวเบา
198