ข้าเกิดใหม่เป็นคุณหนูตกอับตระกูลบัณฑิต - ตอนที่ 93
ความอิจฉาอันน่ากลัว
“ท่านอาจารย์เจ้าลายเป็นอย่างไรบ้าง” หนิงอันถามเสียง
สะอื้นผิดกับท่าทางห้าวหาญเมื่อสักครู่ราวคนละคน
“ไม่เป็นอะไรแล้วโชคดีที่เจ้าป้อนยาแก้พิษให้มันทันเวลา
หัวลูกศรข้าก็ผ่าตัดออกมาแล้ว อีกอย่างร่างกายของเจ้าลาย
แข็งแรงถึงเพียงนี้ไม่เกินสองวันก็ฟื้นตัว” ฉู่เกอยืนยันเสียงอ่อน
พลางเอามือลูบตัวของเสือตัวใหญ่อย่างซาบซึ้ง
หากว่ามันไม่เสียสละร่างกาย ผู้ที่นอนเจ็บจะต้องเป็น
ศิษย์รักตัวน้อยของตน ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะดูแลเจ้าลายอย่างดี
เช่นเดียวกับชาวบ้านที่เห็นความกล้าหาญของมัน
ส่วนโจรทั้งสามสิบคนในตอนนี้ได้ถูกยงเผยควบคุมไว้
อย่างแน่นหนาอีกทั้งยังจัดการนำยาพิษในปากของพวกมัน
ออกมาด้วยเพื่อไม่ให้พวกมันชิงฆ่าตัวตาย
ในขณะที่คนทั้งหลายกำลังเป็นห่วงเจ้าลายหมิงหมิงได้
วิ่งเข้ามาหาพี่สาวของตนด้วยใบหน้าเปรอะไปด้วยนํ้าตา “พี่สาว”
543
เด็กชายกอดผู้เป็นพี่แน่น “โอ๊ย!” เมื่อได้ยินเสียงร้องของผู้เป็นพี่
คนตัวเล็กก็เริ่มลนลาน
“พี่สาวของเจ้าบาดเจ็บ รีบล้างแผลและใส่ยาขวดนี้ให้
นางซะ” กุยเฮยพูดให้เด็กชายได้ยิน
หมิงหมิงไม่รอช้าเขารีบทำความสะอาดบาดแผลที่ต้น
แขนของผู้เป็นพี่ด้วยความระมัดระวังและเบามือเนื่องจากกลัวว่า
พี่สาวจะเจ็บหากตนลงแรงมากเกินไป
ฉู่เกอกับทุกคนเมื่อเห็นการกระทำของน้องชายที่มีต่อ
พี่สาวในคราแรกแม้จะตกใจเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กบาดเจ็บ
เนื่องจากเจ้าตัวใส่เสื้อสีเข้มทำให้ยากที่จะสังเกตแต่
หลังจากได้เห็นภาพนี้พวกเขาก็พากันยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
ส่วนทางด้านสัตว์ทั้งสิบสองตัวหลังจากได้ยินว่าสหาย
ของตนปลอดภัยแล้วพวกมันก็พากันทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างโล่งอก
โดยลืมเรื่องบาดแผลของตนไปเสียสนิท
ผิดกับหนิงอันที่ไม่มีทางลืมสหายที่ร่วมเป็นร่วมตายกับ
ตน“อาจารย์ปู่ใหญ่ อาจารย์ปู่รองท่านช่วยทำแผลให้พวกนั้นด้วย
544
นะเจ้าคะ” เด็กหญิงพยักพเยิดไปทางหมาป่ากับหมีดำตัวใหญ่
สองผัวเมีย
และเมื่อพวกเขาหันไปมองสัตว์ทั้งสิบสองตัวก็ต่างตกใจ
กับสภาพของพวกมันที่มีคราบเลือดทั้งเริ่มแห้งและยังเป็นสีสด
โดยเฉพาะฉงฉงซึ่งแม้ขนของมันแทบจะกลืนไปกับความ
มืดก็ยังคงเห็นเลือดไหลบริเวณช่วงท้องของมันอย่างชัดเจน
“ฉงฉงเจ้าบาดเจ็บขนาดนี้ทำไมไม่พูด” ฉู่เกอส่งเสียงเอ็ด
พร้อมกับลงมือตรวจดูบาดแผลให้พ่อหมีตัวใหญ่ “คงต้องเย็บ”
ชายชรารำพึง
ทว่าฉงฉงเริ่มลนลานเมื่อได้เย็นคำพูดนี้เจ้าตัวส่งเสียงงืด
งาดยกไม้ยกมือปฏิเสธ ครั้นแล้ว ผั๊วะ! อุ้งมือของเมียรักก็ตบลง
บนหน้า
หมีตัวโตส่งสายตาตัดพ้อออกไป ฉู่เกอจึงได้อาศัยจังหวะ
นี้เย็บแผลบริเวณท้องของมันแม้ว่าจะทุลักทุเลไปสักหน่อยก็ตาม
“เสร็จแล้ว” จบคำพูดของเขา ฉงฉงก็ก้มมองที่ท้องของ
ตนด้วยความงุนงงจนทำให้ฉงต้าอดรู้สึกเอ็นดูสามีไม่ได้เจ้าตัวจึง
545
ได้โอบกอดผู้เป็นสามีไว้ในอ้อมแขนอย่างรักใคร่ซึ่งตัวของมันมี
บาดแผลเพียงเล็กน้อย
กว่าจะจัดการทำแผลให้สัตว์ทั้งหมดเสร็จสิ้นก็ใช้เวลาไป
มากกว่าหนึ่งชั่วยาม
ทางบ้านหยูหยวนฟานเกิดความไม่สบายใจเมื่อรออยู่
นานก็ยังไม่เห็นลูกทั้งสองกลับมา นางจึงตัดสินใจปลุกหยูเจียงให้
ลุกขึ้น
“น้องหญิงมีอะไรอย่างนั้นหรือ” นํ้าเสียงงัวเงียของสามี
หนุ่มถามขึ้นอย่างสงสัย
“ท่านพี่ รีบลุกไปดูด้านนอกเถอะข้าเป็นห่วงลูก” จบคำ
ของเมียรักหยูเจียงลืมตาตื่นอย่างตกใจ
“เจ้าหมายความว่ายังไง เกิดอะไรขึ้น”
หยวนฟานจึงได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดออกมาสีหน้า
ของนางเต็มไปด้วยความกังวลนํ้าตาคลอหน่วย
546
หลังหยูเจียงฟังจนจบใบหน้าของเขาก็ซีดเผือด “น้อง
หญิงข้าจะไปดูลูกเดี๋ยวนี้ ต่อไปข้าจะไม่ดื่มสุราจนเมามายเช่นนี้
อีกแล้ว”
ชายหนุ่มพูดไปพลางรีบลุกขึ้นจากเตียงจากนั้นก็รีบสวม
เสื้อคลุมอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะเปิดประตูพุ่งตัวออกมาด้าน
นอก
ฉงเหมากับฉงซานที่กำลังเดินวนไปมาเมื่อเห็นพ่อของ
เจ้านายตัวน้อยหมีทั้งสองก็ส่งเสียงงืดงาดพลางชี้มือไปทางด้าน
นอก
“ฉงเหมาไปกับข้า ฉงซานข้าฝากบ้านด้วยนะ” เมื่อพูดจบ
ชายหนุ่มก็ขึ้นนั่งบนหลังของหมีตัวพี่ทันที
ฉงเหมาไม่รอช้ามันรีบพุ่งตัวออกจากประตูบ้านหยูไป
ด้วยความเร็วในจังหวะเดียวกันนั้นหนิงอันกับหมิงหมิงก็กำลังพา
สหายของตนทั้งสิบสามตัวกลับมาบ้านเช่นกัน
แม้เจ้าลายจะได้รับบาดเจ็บทว่าด้วยความแข็งแกร่งทาง
กายภาพของมันมีสูงหลังจากได้รับการรักษาเสือตัวใหญ่ก็
เดินเหินได้เกือบเป็นปกติ
547
และเมื่อทั้งสองฝ่ายเจอหน้ากันหยูเจียงจึงรีบวิ่งเข้ามา
สำรวจร่างกายของบุตรทั้งสองอย่างเป็นห่วงเมื่อเขาเห็นว่าบุตรี
ตัวน้อยบาดเจ็บดวงตาของตนก็แดงกํ่า
“เจ้าเจ็บมากหรือไม่ พ่อขอโทษ เป็นพ่อที่ไม่เอาไหน”
ชายหนุ่มโอบกอดบุตรทั้งสองอย่างระมัดระวัง
“ท่านพ่อ ท่านเป็นบิดาที่ดีมากอีกทั้งข้าไม่ได้รู้สึกเจ็บเลย
เจ้าค่ะ” เด็กหญิงเงยหน้าพูดกับบิดาด้วยรอยยิ้มกระนั้นหยูเจียง
กลับคิดว่าบุตรีคงไม่อยากให้เขากังวลจึงได้พูดปด
คำพูดนี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากกว่าเดิมแต่ก็พยายามฝืน
ยิ้มออกมา “ไม่เจ็บแล้วก็ดี ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ”
คำถามของบิดาทำให้หมิงหมิงผู้กำลังอัดอั้นระบายเรื่อง
ที่ตนพบออกมาจนหมดอย่างละเอียด
หยูเจียงยิ่งฟังใบหน้ายิ่งซีด อีกทั้งในใจก็รู้สึกไม่ให้อภัย
ตนเองส่วนอีกใจก็รู้สึกโกรธแค้นคนพวกนั้นที่คิดร้ายต่อบุตรีอัน
เป็นที่รัก
548
“ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้ากลับบ้านไปพักกันก่อนพ่อจะไปดูที่
เกิดเหตุ”
“เจ้าค่ะ/ขอรับ” เด็กทั้งสองตอบรับอย่างเชื่อฟังเนื่องจาก
ร่างกายเล็ก ๆ แทบจะทนต่อความอ่อนเพลียไม่ไหว
หยูเจียงยืนส่งบุตรกับสัตว์ทั้งสิบสามตัวจนแผ่นหลังหาย
ลับไปเจ้าตัวจึงได้ขึ้นหลังของฉงเหมาเพื่อไปยังหน้าหมู่บ้าน
ในขณะนั้นยงเผยกำลังคิดจะนำคนทั้งหมดไปสอบสวน
แต่สภาพของพวกมันค่อนข้างร่อแร่กันหลายคน
ดังนั้นเจ้าตัวจึงต้องขอร้องให้ฉู่เกอยื้อชีวิตของพวกมัน
เอาไว้แม้อาจารย์ชราจะไม่เต็มใจก็ตาม
แม้ตัวเขาจะเป็นหมอทว่าคุณธรรมนั้นไม่ได้สูงถึงขนาด
จะช่วยชีวิตคนคิดร้ายต่อศิษย์ของตนด้วยความยินยอมหรอกนะ
ไม่อย่างนั้นเขาจะชอบวิชาพิษมากกว่าอย่างนั้นหรือ “ข้า
ช่วยก็ได้แต่พวกมันต้องได้รับโทษอย่างสาสม”
“ข้ารับปาก” จบคำของยงเผยฉู่เกอจึงได้ลงมือรักษาโจรที่
อาการหนักก่อน
549
เมื่อหยูเจียงมาถึงชายหนุ่มก็เดินเข้าไปหายงเผยพร้อม
กับมองไปทางกลุ่มคนที่ถูกจับมัดด้วยสีหน้าแห่งความโกรธ
“พวกมันเป็นใครท่านเผยพอจะรู้หรือไม่” คำถามของหยู
เจียงทำให้ยงเผยส่งกระดาษที่ตนยึดมาออกไปให้เขาดู
ฉับพลันหนังศีรษะของหยูเจียงก็ชาวาบเมื่อเห็นลายมือ
รวมถึงชื่อที่ปรากฏอยู่ในนั้น “เป็นไปไม่ได้” นํ้าเสียงฟังดูแผ่วเบา
คล้ายเจ็บปวด
“มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้ เท่าที่ข้าเคยรู้เขาผู้นี้เคยคิดจะยื่น
เรื่องให้ตรวจสอบหมายจะให้ร้ายท่านมาก่อน” จบคำของชาย
หนุ่มรุ่นน้องหยูเจียงมองหน้าเขาสีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
“ท่านไม่รู้หรอกหรือข้าคิดว่าท่านระแคะระคายมาบ้างจึง
ได้ชิงลาออก” ยิ่งฟังคำพูดของยงเผยหยูเจียงก็ยิ่งรู้สึกสับสนพลาง
ย้อนคิดถึงเหตุการณ์ที่ตนลาออก
“ข้าไม่รู้ ที่ข้าลาออกเป็นเพราะเหตุผลอื่น” หยูเจียงตอบ
ตามจริงเพียงไม่ได้บอกทั้งหมดว่าเรื่องนี้มาจากความฝันของอัน
อัน
550
ยงเผยไม่ติดใจจึงได้พูดกับเขาต่อ “เรื่องนี้ข้าจะรายงาน
ต่อฝ่าบาทเพราะข้าคิดว่าเขากล้าทำเช่นนี้อาจจะมีใจเป็นอื่น”
หยูเจียงพยักหน้าทว่ายังคงมีสิ่งที่ค้างคา “ในเมื่อข้า
ลาออกมาแล้วเหตุใดคนผู้นั้นถึงยังไม่รามือ”
“ท่านลองไปถามหัวหน้าของมันดูสิ” ยงเผยเดินนำหยู
เจียงไปด้านหน้าชายคนหนึ่งที่ไม่ได้หลบตาคนทั้งสอง
“จะฆ่าก็ฆ่าข้าจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น” ในขณะที่มันอ้าปาก
ยงเผยก็ดีดยาเม็ดที่หนิงอันเคยให้ไว้เข้าปากของมันแม่นราวจับ
วาง
เพียงชั่วจิบชาจากผู้ที่ดุดันก็กลายเป็นเซื่องซึม “เจ้าเล่า
ความจริงออกมาทั้งหมด” จบคำของยงเผยชายคนนั้นก็เริ่มเปิด
ปากออกตามคำสั่ง
“ข้าได้รับคำสั่งจากรองเสนากรมพิธีการเจาจื้อเกาให้มา
กำจัดบุตรสาวของหยูเจียง” คำตอบของมันทำให้ผู้เป็นบิดาของ
เจ้าของชื่อที่มันเอ่ยปากออกมาไม่สามารถระงับอารมณ์ได้อีก
ต่อไป
551
ชายหนุ่มจึงได้ส่งหมัดของตนต่อยเข้าไปกระทบบน
ใบหน้าของมันอย่างแรงกระทั่งเลือดซึมออกจากปากของคนผู้นั้น
“หากอยากกำจัดทำไมไม่มาทำข้าลูกของข้านางยังเด็ก
จะไปรู้เรื่องอะไร” เขายังคงระดมหมัดของตนออกไปอีกหลายครั้ง
จนยงเผยต้องรีบลากตัวออกมาด้วยเกรงว่าจะไม่รู้เรื่องสำคัญ
“ท่านใจเย็นก่อนไม่อยากรู้หรือว่ามันจะกำจัดหนิงอัน
ทำไม” คำพูดของยงเผยช่วยเรียกสติของหยูเจียงกลับคืน
“เจ้าพูดต่อ” ยงเผยตะคอกใส่มัน แม้ว่าใบหน้าของมันจะ
เต็มไปด้วยเลือดและรอยบอบชํ้าเขาก็หาได้สนใจ
“นายของข้ากลัวว่าหากบุตรของหยูเจียงโดดเด่นจะทำ
ให้ท่านได้กลับไปเมืองหลวงอีกและเขาจะต้องถูกเปรียบเทียบกับ
ท่านเหมือนครั้งอดีต” จบคำกล่าวนี้มันก็สลบไปเพราะฤทธิ์ยา
หมดลง
หยูเจียงไม่คิดเลยว่าการที่ตนมีความสามารถเหนือผู้อื่น
จะทำให้ตัวเองและครอบครัวมีภัยถึงเพียงนี้
552
“เก่งเกินไปก็นำภัยมาสู่ตัว แม้แต่ผู้ที่คิดว่าเป็นมิตรก็ยัง
เห็นเป็นศัตรู” ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างเย้ยหยันตน
ที่เขารู้สึกเช่นนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อครั้งอดีตในระหว่างที่
ตนไปเมืองหลวงและได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาแห่งหนึ่ง
ในตอนนั้นเด็กหนุ่มคนหนึ่งในวัยเดียวกันพยายามเข้าหา
ตนด้วยความเป็นมิตร
แม้ว่าคนผู้นั้นเป็นถึงลูกของขุนนางใหญ่เด็กหนุ่มก็ไม่ถือ
ตัวทั้งสองเป็นมิตรที่ดีต่อกันจนกระทั่งถึงวันประกาศผลสอบครั้ง
สุดท้ายปรากฏว่าเขาได้ที่หนึ่งแต่สหายผู้นั้นเป็นที่สอง
มิตรภาพอันแนบแน่นก็เริ่มแปรเปลี่ยน ไม่ใช่ตัวเขาที่
เปลี่ยนไปแต่เป็นคนผู้นั้นต่างหากที่มักหาข้ออ้างหลบเลี่ยง
(ข้าไม่คิดเลยว่าเขาจะเจ็บแค้นและมีความอิจฉาข้าถึง
เพียงนี้) เขาคิดอย่างเศร้าใจ
ความเงียบของหยูเจียงทำให้ผู้คนรอบตัวเริ่มเป็นห่วง
และก่อนที่จะมีคนถามอะไรออกไปกลุ่มของจือฉีก็พาคนมากมาย
มาถึงพอดีจากการที่ยงเผยส่งคนไปแจ้งข่าว
553
เช้าวันต่อมาเรื่องที่มีคนบุกเข้ามาในหมู่บ้านก็ถูกพูดกัน
ปากต่อปากและพวกเขายังพากันมาเยี่ยมหนิงอันรวมถึงสัตว์ทั้ง
สิบสามตัวด้วยความเป็นห่วง
เหตุการณ์ร้ายนี้ผ่านไปจนถึงหนึ่งเดือนหยูเจียงจึงได้
ทราบข่าวว่าผู้อยู่เบื้องหลังการปล้นเสบียงนั้นก็คือคนผู้นั้นด้วย
และที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อเป็นแผนลวงเพื่อเบี่ยงความสนใจ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแผนของเขากลับผิดพลาดเนื่องจากคงไม่มี
ใครคาดคิดว่าเด็กหญิงที่พวกมันมองว่าไร้พิษสงจะสามารถ
ควบคุมสัตว์ได้
เมื่อจุดประสงค์ผิดพลาดอีกทั้งยังเป็นเรื่องใหญ่ดังนั้น
โทษที่ได้รับย่อมไม่เบาคนผู้เป็นต้นเรื่องถูกลงโทษด้วยการ
ประหารชีวิต
ส่วนผู้เป็นพ่อและญาติพี่น้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง
และเนรเทศให้ไปอยู่เมืองชายแดนอันห่างไกลไม่มีโอกาสกลับเข้า
เมืองหลวงจนกว่าจะผ่านไปห้าสิบปี
554
คำประกาศนี้เป็นดั่งสายฟ้าฟาดแก่ขุนนางเก่าแก่ผู้หยั่ง
รากมานานทำให้ประมุขตระกูลเจาไม่อาจรับได้จึงตรอมใจตาย
ตามบุตรชายไปติด ๆ
554