ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 1 ความซวย
ณ ป่าพฤกษาเมฆา
ในทุกๆ วัน ก็จะมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนามว่าฉางกวงออกจากหมู่บ้านมาตัดไม้เป็นกิจวัตร วันนี้เองก็เช่นเคยเขาก็ออกจากหมู่บ้านในเวลาเช้า
ป่าพฤกษาเมฆามีลักษณะเป็นป่ามีต้นไม้เบญจพรรณจำนวนมาก มึต้นไม้สูงเสียดเมฆเป็นหย่อมๆ
จึงดูเหมือนว่ายอดต้นไม้กับเมฆดูอยู่ชิดกัน ช่วงกลางวันจะพอมีเเสงสว่างพอเดินทางได้ เเต่ช่วงกลางคืนก็จะมืดเเทบมองไม่เห็นมือตัวเอง
ดังนั้นฉางกวงจึงค่อยๆ เดินไปอย่างระมัดระวัง ลุงเขาก็มักจะบอกอยู่เสมอว่า เข้าป่าต้องระมัดระวังตัวทุกฝีก้าว ไม่งั้นได้นอนเฝ้าป่าเเน่ๆ เขาจึงเดินมาได้ประมาณ 3ชั่วโมง จึงถึงจุดที่เขาตัดได้ล่าสุด พอถึงก็รีบลงมืออย่างรวดเร็วถือขวานตัดต้นไม้
จนเวลาช่วงบ่ายเเก่ๆ ก็กำลังจะกลับบ้าน ตอนนั้นเอง “โบร๋ว” เขาตกใจจึงเผลอสบถออกมาว่า “อะไรวะนั่น”
พอมองดูรอบๆ ก็พบว่ามีดวงตาสีแดงนับ 10 คู่ กำลังจ้องมองเขาอย่างหิวกระหาย
เขาเห็นดังนั้นก็รีบเก็บของคิดในใจ “เชี่ย รีบเผ่นดีกว่า ไม่งั้นตายอย่างเขียดเเน่”
เเล้วพอเขาเริ่มเคลื่อนไหวนั้นเอง ทันใดนั้นก็มีหมาป่าตัวสีดำเทาโผล่ออกมา เริ่มไล่วิ่งตรงมาหาเขา
เขาจึงใส่เกียร์หมาวิ่งฝุ่นตลบ วิ่งมาได้ซักพักหนึ่งฟ้าฝนก็เริ่มมีเคล้าลาง ร้องครืนครัน
เเต่เขาวิ่งจนไม่ได้สังเกต สะดุดล้ม ตกลงไปตรงหน้าผาที่ไม่ลึกนัก “โอ้ย ชิหายละ”
ลื่นลงไปอย่างรวดเร็ว พอหมาป่าตามมาทัน มันก็พยายามตะกุยอย่างไม่มีประโยชน์
เเละฝนก็ตกลงมา พอเห็นดังนั้นหมาป่าจึงถอยทัพไปอย่างไม่เต็มใจนัก
เเต่ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่าถ้ำเเห่งนี้ค่อนข้างเเปลกประหลาด ฝนตกลงมาเเต่น้ำสักหยดกลับไม่สามารถเข้าใกล้ถ้ำได้
ผ่านไปพักใหญ่ๆ “ที่นี่ที่ไหน” เขาตื่นมาเเบบมึนงง เเล้วก็มีเสียงดังเข้ามาในหูเขาว่า
“เจ้าหนู เจ้าช่างโชคดีเหลือเกิน เเต่จะเป็นโชคหรือเคราะห์ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง
ถ้าเจ้าผ่านบททดสอบชายชราผู้นี้ได้ เจ้าย่อมกลายเป็นพยัคฆ์ มังกร เเน่นอน
เเต่ถ้าเจ้าพลาดก็เเลกด้วยชีวิตเจ้า เจ้าพร้อมหรือไม่
ฉางกวงคิดในใจว่า “ตาเฒ่า เจ้าพูดขนาดนี้ข้าไม่ยอมรับก็คงไม่ได้”
เเต่ก็ยังตอบไปว่า “ผู้อาวุโส ข้าน้อยพร้อมขอรับ”
หลังจากนั้นทิวทัศน์เปลี่ยนไปกลายเป็นสนามรบที่มีสังเวียนประลองโผล่มาตรงกลาง
ดูเหมือนว่าจะเป็นการประลองตัดสินสงครามโดยตัวแทน
พลันจึงมีนายทหารเเต่งตัวดุดัน มีประกายโลหิตรีบวิ่งเข้ามา พร้อมพูดว่า
“ใต้เท้า ท่านรีบขึ้นไปเถอะ ท่านสบายมากอยู่เเล้ว 100 คนชิวๆ ”
ฉางกวงคิดในใจว่า ที่นี่มันอะไรกันเนี่ย เเต่ก็ตอบไปว่า “เข้ามาเลย”
พร้อมกับกระโดดขึ้นไปบนเวทีพลันมีนักรบโผล่ขึ้นมา พุ่งเข้ามาหาฉางกวงอย่างรวดเร็ว
ฉางกวงจึงใช้ขวานฟาดฟันไม่ยั้ง จนนักรบผู้นั้นหมดสภาพก็มีนักรบโผล่มาเพิ่มอีก 2 คน
เเละก็เป็นอย่างนี้โดยเพิ่มทีละ 1 คนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 100 คน เเต่ฉางกวงก็สภาพออกมาดูไม่ดีนัก
เขาคิดในใจว่า เกือบไปเเล้ว เกือบไม่รอดเเล้ว ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงค่อนข้างชราดังขึ้นว่า
“อื้ม ไม่เลวนี่เจ้าหนุ่ม ถึงสภาพจะดูไม่ได้ งั้นเจ้าก็เตรียมพร้อมอันต่อไปได้ เเต่ข้าจะให้โอกาสเจ้าพักหายใจ 10 นาที
ใช้เวลาให้ดีละเจ้าหนุ่ม” เสียงนั้นจึงเงียบไป