ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 3: โชควาสนาขึ้นอยู่กับคน
ผ่านมาถึง1วัน1คืน
จนถึงยามโฉ่ว(01.00-02.59) ก็พลันมีเสียงว่า “เยี่ยมมากเจ้าหนุ่ม ข้าผู้อาวุโส ขอเคารพเจ้าจากใจจริง
ที่ผ่านบททดสอบเเสดงให้เห็นว่า เจ้ามีพละกำลัง จิตใจ ความมุมานะอดทน ปัญญา ดีเยี่ยม
เเต่ยังไม่ประทับใจข้ามากพอที่จะให้เจ้าสืบทอดปณิธานข้าผู้อาวุโส ฉะนั้นเจ้ากลับออกไปได้”
ฉางกวงจึงพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจว่า “ท่านผู้อาวุโส ข้าก็ผ่านบททดสอบท่านมาเเล้ว
เเต่ท่านยังไม่ยอมให้ข้าสืบทอดท่านอีกหรือ”
ผู้อาวุโสทอดถอนหายใจกล่าวว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าหน่ะใช้ได้ทีเดียว เเต่ถ้าข้าให้เจ้าสืบทอด ตัวข้าก็ต้องจากโลกนี้ไป
ไม่มีทางหวนกลับอีก ข้าก็อยากพบลูกๆหลานๆ เจ้าคิดเห็นเช่นไร ”
ฉางกวงจึงตอบว่า “ถ้าผู้อาวุโสกล่าวเช่นนั้น ข้าเห็นว่า
ในเมื่อข้าสืบทอดท่าน เเต่ท่านก็จะหายไป นับได้ว่าข้าเป็นกึ่งศิษย์ของท่าน ศิษย์ทำเช่นนี้นับว่าอกตัญญูยิ่งนัก
ข้าคิดว่างั้นข้าไม่สืบทอดท่านดีกว่า ท่านก็คงอยากเห็นลูก หลานตนเอง”
พอพูดจบ เสียงเเก่ชรา พร้อมวิณญาณที่ดูขมุกขมัว ออกสีฟ้าๆน้ำเงินๆ ก็โผล่ออกมา พร้อมพูดว่า
“ยอดเยี่ยมนัก จิตใจเจ้าดีงาม ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเเสเสร้งหรือไม่ เเต่ข้าก็ให้ผ่าน ยินดีกับเจ้าด้วยเจ้าหนุ่ม”
ฉางกวงอุทานออกมาว่า “ห้ะ” วิณญาณผู้เฒ่ากล่าวว่า “ที่จริง ถึงเจ้าสืบทอดไป ข้าก็ไม่หายหรอก เเค่หลับสนิทไป
ถ้าเจ้าบรรลุ ข้าถึงจะตื่นอีกครั้ง เดี๋ยวเจ้าก็จะรู้เอง จงใช้พลังนี้ในทางที่ถูกต้อง ”
ฉางกวงบ่นในใจ “เจ้าเฒ่านี่ ช่างเล่ห์เหลี่ยมเยอะนัก” เห็นดังนั้นผู้เต่าจึงบอกว่า
“มัวยืนอยู่ทำไม มาๆ ตั้งสมาธิ นั่งลง ” เขาได้ยินดังนั้น จึงรีบนั่งลงอย่างรวดเร็ว
ตั้งสมาธิ เเล้วเริ่มรู้สึกเจ็บปวดแสบร้อน เเละคล้ายเหมือนไอเย็นกัดกร่อนผสมเล็กน้อย
ถ้าสังเกตจากภายนอกจะเห็นว่า มีเปลวไฟสีขาวหิมะกำลังหลอมรวมกับฉางกวง
พอผ่านไปครึ่งจิบน้ำชา ความปวดก็ค่อยๆลดลง หนึ่งชั่วยามถัดมาเขาพลันลืมตาขึ้น
พลางมีปราณอ่อนๆที่เเทบถ้าไม่จับจ้องดูดีๆก็มองไม่เห็นขุมหนึ่ง มีรูปร่างเปลวไฟ เเต่ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นมีสีขาวหิมะอยู่ 1 เส้นในเปลวไฟนั้น
“สำเร็จเเล้วสินะ เจ้าหนุ่ม งั้นข้าต้องขอลาเจ้าไปซักช่วงใหญ่เลย พยายามตั้งใจฝึกหล่ะ ”
พลันดวงวิณญาณนั้นของผู้เฒ่าก็หายไป ฉางกวงยังยืนตกตะลึงอยู่เเต่ก็มีเสียงชราพูดว่า
“เเต่ก่อนข้าจะหลับใหลไป ข้าจะทิ้งปราณจิตไว้เเนะนำเจ้าละกัน ถ้าเจอสิ่งที่ตรงกับที่ข้า ทิ้งไว้มันจะเเนะนำให้เจ้าแทนข้า
ไม่ต้องตกใจไปนี่คือพลังปราณ เป็นการฝึกฝนวิถีเซียน ถ้าจะฝึกไปเรื่อยๆ เจ้าจะได้เป็นเซียน มีอายุยืนยาว
โลกเจ้าจะเปลี่ยนไป ระหว่างมุมมองมนุษย์ธรรมดา กับ เซียน ”
ฉางกวงจึงตะโกนอย่างดีใจว่า “เซียน ข้าได้เป็นเซียนเเล้ว ถ้าค่อยๆฝึกไป ต้องมีผลสำเร็จเเน่ ”
เขาก็พลันนึกถึงในอดีตของตนเอง ที่จำความได้เห็นเเต่เปลวไฟ เเละเสียงร้องคร่ำครวญ โหยหวน พอโตขึ้นอีกหน่อยก็มาอยู่ในป่าพฤกษาเมฆาเเห่งนี้เเล้ว พอเขาถามท่านลุงจินทีไร ลุงก็จะพยายามบ่ายเบี่ยงตลอด ตอนนี้ถ้าเขาได้เป็นเซียน คงจะเเข็งเเกร่งพอที่จะปกป้องตัวเอง เเละลุงจินได้ คงจะได้รู้เรื่องราวจุดเริ่มต้นของตัวเอง เเละเขาจึงนึกได้ว่าตัว เองไม่ได้กินอะไรมาเเล้วตั้ง 2วัน ท้องพลันหิวขึ้นมา
“เฮ้อ รีบกลับบ้านไปกินข้าวดีกว่า ท่านลุงจินต้องเป็นห่วงข้าเเน่ รีบเลยละกัน ” ฉางกวงเหลือบไปเห็นขวานจึงหยิบขึ้นมาพาดหลัง รีบปีนขึ้นผาที่ลื่นลงมา ใช้ปราณประคอง จึงขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย ทันใดนั้นเอง มีเงาดำหลายสายผลุบๆโผล่ๆ หลายเส้นสายกำลังตรงมาที่ฉางกวง