ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า - ตอนที่ 42 : การสอบรอบเเรกของเเต่ละคน
“ขอรับ” ฉางกวงเดินออกมาด้วยท่าทีนิ่งสงบ พอมาถึงตรงบริเวณน้ำตกประจำสำนักเขาพลันตั้งมั่นสมาธิ พยายามรีดเร้นปราณออกมาให้มากที่สุด ทันใดนั้นเองนั้นเองปราณสีขาวเหมันต์พลันโผล่ออกมาปกคลุมร่างกายของเขาอย่างฉับพลัน
เหล่าผู้ที่มาดูคุยกันเสียงดังเซ็งเเซ่ ส่วนใหญ่ก็จะคุยกันว่าพลังปราณของฉางกวงช่างมีความหนาเเน่นมั่นคงยิ่งนัก เเต่คนส่วนน้อยที่มีความเเข็งเเกร่งมากกว่าคนทั่วไป สีหน้าของพวกเขากลับยิ่งตกตะลึงมากเป็นพิเศษ เพราะคนส่วนนี้รู้ว่าปราณสีขาวเหมันต์นั้นเป็นปราณธาตุพิเศษ ซึ่งหาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่เเปลกที่พวกเขาจะตกตะลึงอึ้งค้าง
“เจ้าเฒ่าจ้าว ศิษย์เจ้าถือว่าใช้ได้เลย” เเม้น้ำเสียงของผู้อาวุโสหลินมู่จะเรียบเฉย เเต่ในใจกลับอดตกตะลึงกับพลังปราณสีขาวเหมันต์นั้นอย่างห้ามไม่ได้ สีหน้าดูเคร่งครึมขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“หลินน้อยเอ๋ย ศิษย์ของข้าจะเป็นอันใดได้เมื่อเทียบกับศิษย์ของเจ้า ข้ารอดูศิษย์ของเจ้าอยู่นะ” เเขกอาวุโสจ้าวเฟิงส่ายหัวอย่างทอดถอนใจ น้ำเสียงของเขาดูถ่อมเนื้อถ่อมตัว เเต่กลับทำให้ผู้อาวุโสหลินมู่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อดที่จะเเสดงสีหน้าระอาออกมาไม่ได้
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเอง ฉางกวงที่รวบรวมพลังปราณสีขาวเหมันต์ได้ถึงขีดสุด กลิ่นอายของขั้น 4 เเห่งขอบเขตขยายปราณเเผ่กระจายออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาพลันลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วเเละก็เริ่มออกเดินบนพื้นน้ำด้านล่างน้ำตก ตอนที่เท้าของเขาเหยียบลงไปนั้นเองพื้นน้ำตรงจุดที่เขาเหยียบฉับพลันก็กลายเป็นน้ำเเข็งขึ้นมาในทันที เเละก็เป็นเช่นนี้จนไปถึงจุดที่น้ำตกกำลังไหลลงมานั้นเอง
พร้อมกับเสียงตะโกนโห่ร้องของผู้ที่มามุงดูอย่างตื่นเต้น
“โห ข้าไม่เคยเห็นปราณที่เกี่ยวข้องกับน้ำเเข็งเยี่ยงนี้มาก่อนเลย”
“นั่น…นั่นมัน”
“ถ้าตามที่ข้าได้มีโอกาสศึกษาจากตำราโบราณ ปราณสีขาวนั่นน่าจะเป็นปราณเหมันต์ เป็นปราณที่พิเศษเป็นอย่างมาก”
“จริงรึ ข้าไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลย ข้าเคยได้ยินมาเพียงว่าธาตุมีเพียง 5 ธาตุมิใช่หรือ”
“เจ้าจะไปรู้อันใดเล่า นั่นมันคือปราณพิเศษเลยนะ ระดับพวกเราเเล้วจะเข้าถึงข้อมูลเยี่ยงนี้ได้นับว่าหาได้ยากยิ่งนัก ข้านั้นโชคดีที่มีโอกาสได้เปิดตำราโบราณจึงได้รู้มาโดยบังเอิญ”
ตอนนี้คนบางส่วนเรื่องรู้ถึงความพิเศษของพลังปราณสีขาวนั่นเเล้ว ขณะนั้นเองฉางกวงก็เพ่งพลังปราณสีขาวของตนไปที่เท้าตนเองเป็นพิเศษ ก่อนที่ฉางกวงจะเดินขึ้นไปบนน้ำตกนั้นเอง พลันเกิดทางน้ำเเข็งขึ้นสายหนึ่ง ซึ่งเพียงพอให้คน ๆ หนึ่งพอจะเดินอยู่บนนั้นได้
ก่อนที่เขาจะปีนขึ้นไปนั้นเอง เขาก็เอาเท้าทั้งสองจุ่มลงพื้นน้ำบริเวณด้านข้างที่ไม่เป็นน้ำเเข็ง
“กริ๊ก” พอเขายกเท้าทั้งสองขึ้นมาพลันมีน้ำเเข็งสีใสที่เห็นเท้าด้านในได้ชัดเจน เห็นดังนั้นเขาก็ยกยิ้มอย่างพออกพอใจ
“ถ้าข้าคิดได้ถูกต้อง วิธีนี้จะต้องสำเร็จเเน่นอน” เขาพึมพำเบา ๆ พลางยกขาขึ้น 1 ข้างให้เท้าที่มีน้ำเเข็งห่อหุ้มอยู่สัมผัสกับเส้นทางน้ำเเข็งที่พึ่งผุดขึ้นมาเมื่อครู่นี้ ทั้งสองพลันติดกันเเน่นอย่างฉับพลัน เห็นเช่นนั้นเขาจึงลองทำไปอีกข้างหนึ่ง จนตอนนี้เท้าทั้งสองของเขาติดอยู่กับเส้นทางน้ำเเข็งสายนั้น เขาก็ทำเช่นนี้ซ้ำไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ขึ้นไปอย่างช้า ๆ
“โห เดินขึ้นไปด้านข้างอย่างกับเเมงมุมเลย”
“สุดยอดไปเลย ข้าเคยเห็นมากสุดก็เพียงคนเดินบนน้ำเเต่เจ้าหมอนี่นี้กลับเดินบนน้ำตก”
“ศิษย์เจ้าคนนี้ใช้หลักการที่น้ำเเข็งติดกับน้ำเเข็งสินะ ส่วนเวลาตอนที่จะเดินขึ้นก็เพียงละลายน้ำเเข็งเท้าด้านหลังอย่างรวดเร็ว เเล้วจึงนำยกขาด้านหลังมาวางไว้ด้านหน้าเเล้วจึงใช้ปราณทำให้น้ำเเข็งตัวใหม่อีกรอบสินะ”
“เจ้านี่ชอบเอ่ยวาจาให้คนอื่นงงมึนงงอยู่เหมือนเดิม ศิษย์ของข้าเพียงใช้ปราณเเปลงน้ำเป็นน้ำเเข็งเเล้วค่อย ๆ เดินขึ้นไปก็เท่านั้นเอง” อาจารย์จ้าวเฟิงส่ายหัว อดไม่ได้ที่จะระอาใจกับคำพูดของอีกฝ่าย
ทั้งสองคุยกันก็ไม่ได้ตั้งใจเอ่ยเบา ๆ อยู่เเล้ว ย่อมมีคนบางส่วนได้ยินการสนทนาของทั้งสอง
ตอนเเรกเมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสหลิน สีหน้าพวกเขาประกอบไปด้วยเพียงความงงงัน เเต่พอได้ยินคำอธิบายของเเขกอาวุโสเเซ่จ้าวพวกเขาพลันร้อง “อ้อ” ภายในทันที มีบางส่วนเสียด้วยซ้ำที่รู้สึกอิจฉาฉางกวงอย่างห้ามไม่ได้
เวลาผ่านไปไม่ถึง 1 เค่อฉางกวงก็พลันขึ้นไปถึงยังจุดบนสุดของน้ำตก ด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อนเเต่สีหน้าก็ยกยิ้มขึ้นด้วยความดีใจสุดขีด ในตอนนี้นั้น เขาก็ได้ก้าวไปใกล้เป้าหมายของตนได้อีก 1 ก้าวเเล้ว
ผู้คุมสอบที่อยู่ด้านบนเเละด้านล่างพลันคุยกันด้วยหยกสื่อสารของตน เเล้วผู้อาวุโสด้านบนน้ำตกก็พยักหน้าให้ฉางกวง พลางเอ่ยเเสดงความยินดีอย่างเป็นพิธี เเล้วก็เเนะนำถึงการสอบในรอบถัดไปอย่างคร่าว ๆ ซึ่งเเน่นอนว่าฉางกวงก็พอรู้รายละเอียดอยู่เเล้ว
“ทำไมรอบ 2 ถึงเป็นเช่นนั้น ?” ฉางกวงขมวดคิ้วเเววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“ปีนี้มีการเปลี่ยนเเปลงการสอบเพียงเล็กน้อยน่ะ พึ่งจะเปลี่ยนก็ปีนี้นี่เอง” ผู้อาวุโสที่เเนะนำรอบ 2 ให้นั้นสีหน้าเเปลกใจเล็กน้อย
“เปลี่ยนเเปลงเยี่ยงไรรึ” สีหน้าฉางกวงตอนนี้ยิ่งขมวดคิ้วมากกว่าเดิม เเววตาเปล่งประกายบางอย่าง
“ปีนี้จะให้เป็นการทดสอบเเย่งชิงตรากันในบริเวณป่านอกเมืองมัจฉาวารี ส่วนรายละเอียดที่เหลือจะเเจ้งให้ผู้อาวุโสของพวกเจ้าอีกที” สิ้นเสียงผู้อาวุโสผู้นี้พลันหันกลับไปสังเกตการทดสอบต่อไป ไม่เเยเเสฉางกวงเเล้วในตอนนี้
“เปลี่ยนกติกางั้นรึ ต้องมีอะไรบางอย่างเเน่ ๆ” ฉางกวงที่ตอนนี้เดินมายังบริเวณที่พักชั่วคราวของว่าที่ศิษย์สายใน
รอคนอื่น ๆ ที่สอบอยู่ต่อไป เวลาก็ไหลผ่านไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเห็นเงา ๆ หนึ่งที่เเม้ว่าฉางกวงที่มองจากด้านบนน้ำตกได้ไม่ชัดเจนนัก เเต่เมื่อดูจากท่าทางก็รู้ได้ไม่ยากเลยว่าเป็นศิษย์อาจารย์คนเดียวกัน เจียงหวงนั่นเอง
“เจียงหวง เจ้าพยายามเข้า อย่าทำให้ผู้อาวุโสขายหน้าเป็นอันขาด” ฉางกวงตะโกนสุดเสียงใส่ลงไปในพลังปราณ
จึงทำให้เงาที่อยู่ด้านล่างนั้นเงยหน้าขึ้นมามองเพียงชั่วครู่ เเล้วก็ตั้งสมาธิรีดเร้นพลังปราณของตนอย่างสุดความสามารถปราณสีน้ำตาลเเซมเขียวนั้นเเผ่ออกมาปกคลุมยังตัวเจียงหวง พลังปราณขั้น 3 เเผ่ออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
พอฝูงชนเห็นเช่นนั้นก็ไม่ค่อยจะสนใจมากนัก ศิษย์สายนอกที่มาสอบส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในขั้นนี้เเล้ว เเถมรอบที่ผ่าน ๆ มาศิษย์ที่มีพลังปราณขั้น 3 ก็ทำผลงานออกมาได้ไม่ดีนัก จึงไม่เเปลกที่ปฎิกิริยาของคนมามุงดูจะเป็นเช่นนี้
“เจ้าเด็กคนนี้ไม่น่ากังวลเท่าใดเมื่อเทียบกับเจ้าเด็กปราณเหมันต์นั่น จะต้องระวังเขาให้มากสินะ” ผู้อาวุโสหลินมู่ครุ่นคิดอย่างจริงจังระหว่างที่กำลังจ้องมองไปยังเจียงหวงที่ตอนนี้กำลังจะทำอะไรซักอย่างอยู่
“ข้าก็บอกท่านเเล้วหลินน้อย ว่าศิษย์ของข้านั้นล้วนอ่อนด้อยกันทั้งนั้นเลย เฮ้อ” เเขกอาวุโสจ้าวน้ำเสียงปลงอนิจจัง ผู้อาวุโสจ้าวเฟิงเอ่ยจบได้เพียงแปปเดียวนั้นเอง
เจียงหวงในตอนนี้ที่มีพลังปราณสีน้ำตาลเเซมเขียวก็ได้กางมือของเขาตบลงไปบนพื้นดินตรงบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว
“ครืน ๆ” ดินบริเวณนั้นพลันลอยตัวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ก่อตัวกันเป็นรูปร่างคล้าย ๆ แพ
เมื่อเห็นเช่นนั้นเจียงหวงก็พลันกระโดขึ้นไปยืนอยู่บนนั้น โดยหันหน้าไปทางทิศตรงข้ามกับน้ำตก เเล้วพลันนำมือทั้งสองข้างมาถูกันอยู่ซักพัก พอถูมือเสร็จ จึงยกมือขึ้น ฉับพลันนั้นเอง พลันมีสายลมสีเขียวพัดลอยออกมาจากมือของเขา ดันแพดินของเขาไปอย่างรวดเร็ว เเต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นได้ว่ามีปราณสีน้ำตาลเเซมเขียวบาง ๆ ห่อหุ้มเเพดินนั้นด้วยเช่นกัน
“โห เขาคิดจะใช้เเพรวมกับเเรงผลักลมเพื่อขึ้นไปข้างบนนั้นสินะ”
“ข้าว่ามันเป็นไปได้ เเต่ว่าเเรงผลักนั้นต้องมีเพียงพอด้วย”
“ข้าว่าถ้าเป็นตัวข้าเอง ในสถานการณ์เดียวกันกับเขา การขึ้นไปบนน้ำตกนั้นคงเป็นไปได้ยาก”
“เจ้าเฒ่าจ้าว ศิษย์ของเจ้าคิดจะฆ่าตัวตายรึไร ทำเช่นนี้นับว่ารนหาที่ชัด ๆ” ผู้อาวุโสหลินมู่ น้ำเสียงท้าทายอย่างชัดเจน การที่ศิษย์ของอีกฝ่ายใช้วิธีนี้ถ้าเป็นผู้ฝึกตนขั้น 4 คงไม่มีปัญหาอันใด
เเต่เจียงหวงนั้นมีพลังปราณเพียงเเค่ขั้น 3 เท่านั้น จึงนับได้ว่าเป็นการฆ่าตัวตายเห็น ๆ
“เจ้าคอยดูไปละกันหลินน้อย ศิษย์ของข้าจะธรรมดาได้เยี่ยงไรกัน” เเขกอาวุโสน้ำเสียงเรียบเฉย ในใจพลันคิดถึงความพิเศษของผู้ที่มีพลังปราณสองธาตุในตัวขึ้นมา
ผู้ที่มีพลังปราณในตัวสองธาตุนั้น นับได้ว่าเป็นพรจากสวรรค์เลยทีเดียว นอกจากจะช่วยในการฝึกตนในอนาคตเเล้วนั้น เเต่ก็ยังมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่ง เท่าที่เขารู้นั่นก็คือ ปราณที่มากกว่าคนปกติทั่วไปนั่นเอง ระหว่างที่เเขกอาวุโสกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง
“โห” เมื่อเห็นว่าแพดินที่เจียงหวงยืนอยู่นั้นกำลังไต่น้ำตกขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ก็อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้
เพราะคนส่วนใหญ่เองก็คิดเหมือนกับผู้อาวุโสหลินมู่เช่นกัน
“เจ้าเฒ่าจ้าวนี่ ศิษย์ของเขาร้ายกาจมากกว่าที่ข้าคิดเอาไว้ เเต่ศิษย์ของข้าก็จะไม่ยอมน้อยหน้าพวกเขาเช่นกัน” หลินมู่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างเเรงกล้า คิดว่าศิษย์ของตนเองก็ไม่น้อยหน้าเเน่นอน
ในที่สุดเจียงหวงก็ขึ้นไปถึงด้านบนของน้ำตก เเน่นอนก็เจอเช่นเดียวกันกับฉางกวง เจียงหวงที่คุยกับผู้อาวุโสเสร็จก็เดินมานั่งข้าง ๆ ฉางกวงด้วยท่าทางอ่อนล้าเช่นกัน
ศิษย์ผู้อาวุโสหลินมู่ทั้งสองนั้นก็ไม่ใช่เพียงเเค่คำคุยเท่านั้น ทั้งคู่ก็ผ่านมาไเด้อย่างเฉียดฉิวเช่นกัน
“เอาล่ะ วันนี้ขอจบการคัดเลือกรอบเเรกเเต่เพียงเท่านี้” พอเสียงผู้อาวุโสคุมการสอบดังขึ้น
ฝูงชนที่มามุงดูก็พลันทยอยเเยกย้ายกลับเรือนของตนเอง
ฉางกวงเเละเจียงหวงที่เห็นอาจารย์จ้าวของตนเดินเข้ามาหา ทั้งคู่ก็ยิ้มให้กับอาจารย์อย่างมีความสุข
“พวกเจ้าอย่าพึ่งดีใจไป ยังเหลือรอบ 2 อยู่ ข้าผู้อาวุโสได้กลิ่นตุ ๆ จากการเปลี่ยนเเปลงการสอบ” เเขกอาวุโสสีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งครึมขึ้น
จากไรท์ : ขออภัยด้วยครับที่วันนี้ลงได้ช้ามาก ช่วงนี้ยุ่งกับอะไรหลาย ๆ อย่าง จะพยายามอัพให้ได้ทุกวัน ตอนนี้เนื้อเรื่องใกล้จะจบบทเเรกเเล้ว ตอนจบบทเเรกเป็นอย่างไรรอลุ้นไปพร้อมกับฉางกวงได้เลยนะครับ
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านนะครับ
ด้วยรักเเละเคารพ
จาก เเซลมอนรมควัน