คนใสซื่ออย่างข้ามีเมตตาจะตาย - บทที่ 436 สัตว์เยือกแข็ง
เนื่องจากใต้เท้าหลงยุ่งมาก ดังนั้นจึงไม่อาจอยู่ที่นี่นานเกินไป วันที่สองพวกเขาก็ออกเดินทางไปค้นหาสัตว์เยือกแข็ง
ยืนอยู่นอกเมืองเหวินเสวี่ย สายตาของทุกคนต่างมองบนร่างจินเฟยเหยา มีคนเคยพบเห็นสัตว์เยือกแข็งเป็นบางครั้งเท่านั้น สถานที่แน่ชัดกลับไม่มีคนรู้ ตอนนี้คิดจะหาสัตว์เยือกแข็งใ ให้พบ ย่อมต้องอาศัยนางที่มีจมูกอันปราดเปรียว
อีกทั้งตามที่บอกเล่าสัตว์เยือกแข็งมิใช่สัตว์ปิศาจธรรมดาทว่าเป็นสิ่งที่ถือกำเนิดจากฟ้าดิน เกิดจากการรวมตัวของปราณวิญญาณ มันให้กำเนิดลูกหลานไม่ได้และไม่มีพวกเดียวกัน ใช้ชีวิตอ อยู่ในสภาพแวดล้อมอันเลวร้าย อีกทั้งยังไม่มีแม้แต่ตานสัตว์ปิศาจ
นางหันหน้าไปมองแวบหนึ่ง เห็นทุกคนกำลังรอให้นางชี้ทิศทาง ลบพลังวิญญาณที่ป้องกันกลิ่นบนจมูกทิ้ง หากมิใช่เพราะนางรู้สึกว่ากลิ่นทุกอย่างลอยเข้าจมูก ทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดอ อย่างยิ่ง อยากจะสูดอากาศที่ไม่มีกลิ่นสักหน่อยก็ไม่ให้ตนเองสกัดกั้นกลิ่นไว้ภายนอก ถ้าไม่มีการป้องกัน นางคงได้กลิ่นใต้เท้าหลงนานแล้ว ตนเองคงไม่ส่งตัวไปให้ถึงที่หรอก
ทว่าบนโลกนี้ไม่มียารักษาอาการเสียใจภายหลัง พอนางเอาการป้องกันบนจมูกออก กลิ่นอันสับสนปนเปก็พุ่งเข้ามาทันที ทำให้นางจามหลายครั้ง
ขยี้จมูกด้วยความเคยชินเล็กน้อย จินเฟยเหยาก็เหล่มองใต้เท้าหลงทางด้านหลัง รอบด้านล้วนเป็นกลิ่นหอมน่ากินจากบนร่างเขา แค่คุณสมบัติชั้นเลิศเท่านั้น เพราะเหตุใดกลิ่นจึงหอมขนาดนี ?
เห็นจินเฟยเหยามองมาทางนี้เงียบๆ ใต้เท้าหลงจึงเอ่ยว่า “หาพบแล้วหรือ?”
จินเฟยเหยาอยากจะบอกเหลือเกินว่าหาบ้าบออะไร รอบด้านมีแต่กลิ่นของท่าน จะไปหาสัตว์เยือกแข็งที่ใด แต่นางไม่กล้าพูด นึกถึงใต้เท้าหลงยุ่งมากจนต้องแข่งกับเวลา นางจึงชี้มือไปยัง งทิศทางหนึ่ง “ทางนั้น”
“หาพบเร็วขนาดนี้เชียว เร็วระดับเทพจริงๆ พวกเราส่งคนออกไปค้นหาหลายสิบปีแล้วก็ไม่มีร่องรอยเลยสักนิด คิดไม่ถึงว่าพอท่านมาก็หาพบทันที” พวกเจ้าเมืองหลิวมองจินเฟยเหยาอย่างป ประหลาดใจ ไม่เห็นนางจะใช้ของวิเศษหรือเวทมนตร์ค้นหาอะไรเลย แค่ขยี้จมูกก็สามารถหาสัตว์เยือกแข็งที่อยู่บนทุ่งหิมะอันกว้างใหญ่ได้ จมูกร้ายกาจจริงๆ
จินเฟยเหยาแย้มยิ้มแบบวัวสันหลังหวะ “ไม่มีอะไร นี่แค่เรื่องเล็กน้อย” นางคิดคำนวณว่า ถ้าหาสัตว์เยือกแข็งไม่พบก็บอกว่าหนีไปแล้วและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตนเอง ดังนั้นจินเฟยเหยา าจึงเดินนำอยู่ด้านหน้า คนกลุ่มหนึ่งก็ตามนางไปหาสัตว์เยือกแข็ง
นางครุ่นคิดมาตลอดทาง สัตว์เยือกแข็งตัวนี้อยู่ที่ใด ทว่าถึงกำจัดกลิ่นของใต้เท้าหลงได้และแยกแยะกลิ่นรอบด้านออกมา นางก็ดมไม่ออกว่ายังมีกลิ่นอื่นๆ อีกหรือไม่ สิ่งที่มีมากที่ สุดในอากาศยังเป็นสายลมหนาวที่เย็นเยียบราวน้ำแข็ง
เดินไปเรื่อยๆ เดินมาตลอดหลายวัน นอกจากรู้สึกว่าอากาศยิ่งหนาวเย็นขึ้นทุกทีแล้ว อย่าว่าแต่สัตว์เยือกแข็งเลย แม้แต่กระต่ายหิมะก็ไม่เห็นสักตัว
บอกว่าเป็นคนกลุ่มหนึ่ง ที่จริงก็แค่พวกเขาไม่กี่คน พวกเจ้าเมืองหลิวไม่ได้มา พลังบำเพ็ญเพียรของพวกเขาต่ำเกินไป ถึงมาก็ไม่มีประโยชน์ อีกทั้งใต้เท้าหลงก็ไม่ชอบให้มีคนมากมาย ติดตามตนเอง ดังนั้นนับรวมหวาหวั่นซีแล้ว ก็มีห้าคนหนึ่งกบ
ในบรรดานั้นยังมีสองคนเป็นองค์ชายองค์หญิงเผ่าเหยียนที่ไม่มีประโยชน์โดยสิ้นเชิง ภารกิจของพวกเขาคืออุ้มพี่กระจกติดตามมา ไม่รู้ว่าฝืนเดินข้างนอกทำไม มิสู้ใส่ไว้ในเกาะลอยได ด้จะสะดวกกว่า แต่เดินใกล้ๆ พวกเขาแล้วกลับอบอุ่นขึ้นมาก ดังนั้นพั่งจื่อจึงเดินอยู่ข้างๆ พวกเขาตลอดเวลา
“สัตว์เยือกแข็ง เจ้าอยู่ที่ใด รีบออกมา ข้ามีคนให้ความอบอุ่นนะ เจ้าออกมาเร็ว” จินเฟยเหยาเดินพลางพึมพำ นางหลับตาเดินสะเปะสะปะเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะหาสัตว์เยือกแข็งพบ ถ้าให้ นางหาพบง่ายดายขนาดนี้ เจ้าเมืองหลิวคงไม่ค้นหาอยู่หลายสิบปีก็หาไม่พบหรอก
ใต้เท้าหลงมองนางอย่างเย็นชา เขาที่หลายวันมานี้คร้านจะพูดจาในที่สุดก็เอ่ยปาก “ข้าบอกแล้วว่าข้ายุ่งมาก”
“หืม?” จินเฟยเหยาหันหน้ากลับไปมองเขา ตอบด้วยสีหน้าใสซื่อ “ข้ากำลังค้นหาอยู่ตลอด เพียงแต่มันอาจจะพบเห็นพวกเราแล้ว จึงหลบหนีวุ่นวายไปทั่ว อีกทั้งกลิ่นของใต้เท้าหลงยังเข้มข ข้นเกินไป ข้าค้นหากลิ่นของสัตว์เยือกแข็งในนั้นยากมาก”
“กลิ่นอะไร” ใต้เท้าหลงพลันเอ่ยถาม
“กลิ่นอะไร…” จินเฟยเหยาตะลึงงัน คิดไม่ถึงว่าใต้เท้าหลงจะรู้สึกสนใจเรื่องนี้ จะพูดอย่างไรดีล่ะ? ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จินเฟยเหยาจึงพูดว่า “กลิ่นเนื้อย่าง”
ใต้เท้าหลงมองนางอย่างตั้งใจ จินเฟยเหยาถูกมองจนไม่สบายใจ ถ้าถูกเขาพบเห็นว่าตนเองชี้ทางมั่วซั่วเพื่อถ่วงเวลา เจ้าหมอนี่มีโทสะขึ้นมาจะทำอย่างไร
รออยู่ครู่หนึ่ง ใต้เท้าหลงจึงรั้งสายตากลับ เอ่ยอย่างเยียบเย็น “พูดจาเหลวไหลน้อยๆ หน่อย รีบไปหา ใกล้จะสิบวันแล้ว”
“นี่คือสิ่งที่ท่านอยากถามมิใช่หรือ” จินเฟยเหยาบ่นอย่างไม่พอใจ ส่งเสียงขึ้นจมูกแล้วเดินนำหน้าต่อ
ในเวลานี้เอง พี่กระจกพลันเอ่ยปากว่า “หลง ข้ารู้สึกว่านางต้องหาสัตว์เยือกแข็งไม่พบแน่ๆ จึงเดินนำมั่วซั่วอยู่ข้างหน้า”
“เอ๋! พี่กระจก ท่านพูดเหลวไหลแบบนี้ได้อย่างไร ถ้าข้าไม่รู้หรือจะพาพวกท่านเดินสะเปะสะปะได้ อากาศหนาวเย็นมาก มิใช่ข้าไม่มีอะไรทำเสียหน่อย” จินเฟยเหยาถลึงตาใส่พี่กระจกหลายครั้ง งอย่างดุร้าย เจ้าสารเลวคนนี้อยู่ในอ้อมอกอบอุ่นของสาวน้อยก็ยังไม่หยุด ถึงกับทรยศตนเอง เจ้าคนกลัวว่าแผ่นดินจะไม่วุ่นวายนี่!
ใต้เท้าหลงเพียงส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา “ถ้านางหาสัตว์เยือกแข็งไม่พบ เช่นนั้นข้าก็จะหาสัตว์พาหนะแทน”
“…” จินเฟยเหยากัดฟันตัดสินใจเด็ดขาด ชี้มือไปข้างหน้า “สัตว์เยือกแข็งอยู่ด้านล่างตรงนั้น เพียงบีบให้มันออกมาก็พอ”
หวาหวั่นซีกุมหน้าผาก ส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา ยายโง่นี่ เมื่อครู่ยังค้นหาอยู่ตลอด ตอนนี้บอกว่าอยู่เบื้องหน้า นี่มิใช่พูดจาเหลวไหลเหมือนสุนัขจนตรอกกระโดดขึ้นกำแพงหรือ
“พวกเจ้าคอยดูเถอะ ข้าจะไปเอามันออกมาให้พวกเจ้าดูเดี๋ยวนี้” เห็นทุกคนมีสีหน้าไม่เชื่อถือ จินเฟยเหยาก็ส่งเสียงขึ้นจมูกสะบัดมือแล้วเดินไปข้างหน้า
ที่นี่เป็นชั้นหิมะหนาเหมือนสถานที่อื่นๆ ทว่าจินเฟยเหยาชี้ตรงนี้กลับมีสาเหตุ เนื่องจากนางรู้สึกได้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมือนในพื้นดิน ถึงจะผนึกตัวเป็นน้ำแข็งหนา ทว่าตรงที ลึกมากมีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว ด้านล่างน่าจะมีพวกแม่น้ำหรือทะเลสาบ
นางคิดเสียเลิศลอยว่า รอจนกะเทาะน้ำแข็งออกพบว่าด้านล่างเป็นน้ำก็สามารถบอกได้ว่าสัตว์เยือกแข็งหนีไปแล้ว
เรียกทงเทียนหรูอี้ออกมาให้กลายเป็นพลั่วยักษ์ จินเฟยเหยากระแทกลงไปบนพื้นน้ำแข็งอย่างรุนแรง ได้ยินเสียงดังตูม พื้นน้ำแข็งถูกกระแทกออกมาเป็นหลุมลึกครึ่งตัวคน
“หืม?” จินเฟยเหยาตกตะลึง นางเป็นขั้นแปลงจิตแล้ว นี่หมายความว่าอย่างไร น้ำแข็งก้อนนี้ถึงกับขัดขวางการโจมตีของตนเองได้! ข้าไม่ได้บรรลุขั้นแปลงจิตทว่าถดถอยเป็นขั้นฝึกปราณ ณหรือ?
จินเฟยเหยามีโทสะอย่างยิ่ง ขนาดน้ำแข็งก้อนหนึ่งก็ไม่ไว้หน้าข้า มารังแกข้าเล่นทีละคนสองคน! นางกวักมือเรียก ทงเทียนหรูอี้ก็ถูกเก็บกลับมาและเปลี่ยนเป็นกงล้อฟันเลื่อย จากนั้ นหมุนวนเร็วรี่ตัดลงไปบนผิวน้ำแข็ง
เศษน้ำแข็งกระจาย พ่นก้อนน้ำแข็งออกมา ด้านหลังกงล้อฟันเลื่อยกระเด็นสูงหลายจั้ง
จินเฟยเหยาไม่คิดจะใช้ไฟนรกต่อหน้าใต้เท้าหลง ขอเพียงใช้ออกจะรู้สึกเหมือนเป็นศิษย์ของเขา ทำให้คนรู้สึกไม่อิสระ อีกทั้งตอนนี้นางไม่คิดจะกลายร่างเป็นเทาเที่ย ขอเพียงแปลงร่าง ต้องถูกบอกว่านางอยากให้เขาขี่แน่ๆ ดังนั้นจึงเป็นฝ่ายแปลงร่างมาประจบเอาใจก่อน
ทันใดนั้น อุณหภูมิรอบด้านพลันลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ขนาดจินเฟยเหยายังรู้สึกได้ว่าเย็นจนทำให้ปวดกระดูก นางรีบใช้พลังวิญญาณต้านทานความหนาวเย็น พอหันไปดูก็พบว่าพั่งจื่อถึงก กับถูกแช่เป็นน้ำแข็งแล้ว ส่วนหวาหวั่นซีขมวดคิ้ว การเคลื่อนไหวแข็งทื่ออย่างยิ่ง “แย่แล้ว ร่างของข้าก็จับตัวแข็ง”
หวาหวั่นซีถูกแช่แข็งกลับไม่เป็นไร รอให้หายแข็งตัวก็พอ จินเฟยเหยารีบถอยกลับมา ใช้การรับรู้เก็บหวาหวั่นซีเข้าถุงเฉียนคุน จากนั้นนางใช้มืออุ้มพั่งจื่อที่ถูกแช่แข็ง ดวงตาม มองบนร่างเหยียนซิงเหยียนเฮ่าสองคน พวกเขาก็หนาวจนสั่นสะท้าน ไม่รู้ว่าจะปกป้องตนเองได้หรือไม่ ยามนี้ไม่เพียงเส้นผมกำลังลุกไหม้ แม้แต่บนร่างก็เริ่มลุกไหม้ขึ้นมา
จินเฟยเหยาพุ่งปราดไปยัดพั่งจื่อใส่อ้อมอกของเหยียนเฮ่า ตวาดเสียงเคร่งขรึม “เจ้ากอดมันไว้ให้ดี ถ้ามันแข็งตายข้าจะมาเอาเรื่อง ถ้ามันสุกข้าจะกินเจ้าเสีย”
“ขอรับ!” เหยียนเฮ่าถูกขู่ขวัญจึงรีบกอดพั่งจื่อไว้แน่น ตอนนี้พวกเขาสองพี่น้อง คนหนึ่งกอดกระจกชิ้นหนึ่ง อีกคนหนึ่งกอดกบตัวใหญ่ยืนอยู่ด้านข้างเช่นนี้ เห็นเปลวเพลิงบนร่างข ของพวกเขาลุกโชนขึ้นสูง จากนั้นก็ลดลงมาภายใต้สายลมหนาวที่เยือกเย็นสุดขีด พลังบำเพ็ญเพียรต่ำเกินไป เปลวไฟของตนเองจึงได้แต่เผาบนศีรษะเช่นนี้
ไม่ทันได้คิดว่าสองคนนี้เป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณ จินเฟยเหยารีบผนึกม่านแสงวิญญาณให้พวกเขาอันหนึ่งอย่างรวดเร็ว อย่าว่าแต่สามารถทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นได้ อย่างน้อยที่ส สุดก็สามารถต้านทานความหนาวเย็นเหล่านั้นได้โดยตรง โดนลมพัดน้อยลงนิดหนึ่งก็ยังดี
จินเฟยเหยาอยู่ตรงนี้ยุ่งจนแทบไม่ได้หายใจ ใต้เท้าหลงกลับยืนอยู่ด้านข้างโดยไม่ขยับสักนิด เพียงแค่มองผิวน้ำแข็งผืนนั้นเงียบๆ กำลังรอคอยบางอย่าง
ในที่สุดก็มีเสียงดังแกร่ก ผิวน้ำแข็งผืนนั้นพลันปริแตกออก ใต้ผิวน้ำแข็งหนาครึ่งตัวคนมีก้อนน้ำแข็งพุ่งออกมาจากพื้นดิน ทั้งหมดเป็นก้อนน้ำแข็งสีฟ้าอ่อน มุดออกมาจากใต้พื้นดิ นจนกระทั่งสูงถึงสามสิบกว่าจั้ง
“สัตว์เยือกแข็ง?” เห็นสิ่งมีชีวิตไม่ทราบชื่อที่ไม่มีรูปร่างพิเศษเฉพาะและสร้างขึ้นจากก้อนน้ำแข็งรวมตัวกัน ต่อให้จินเฟยเหยาโง่งมกว่านี้ก็รู้ว่านี่คือตัวอะไร เวลานี้นางรู้สึ กว่าตนเองโชคดีมากจริงๆ แค่ชี้ส่งๆ ก็สามารถหาสัตว์เยือกแข็งออกมาได้ เผ่ามารที่ใช้เวลาหลายสิบปีก็หาไม่พบพวกนี้โง่เง่าจริงๆ
แต่ถึงสัตว์เยือกแข็งจะมุดออกมาจากใต้กองหิมะแล้วก็อยู่ห่างจากนางประมาณร้อยจั้ง ทว่านางยังไม่ได้กลิ่นใดๆ เป็นพิเศษ คิดๆ ดูแล้วก็จริง เจ้านี่สร้างขึ้นจากกองก้อนน้ำแข็งจะมีก กลิ่นได้อย่างไร แต่หน้าตาประหลาดมาก ไม่รู้สึกถึงพลังชีวิตและไม่มีตานสัตว์ปิศาจ เป็นเพียงน้ำแข็งก้อนยักษ์ที่เคลื่อนไหวได้
สัตว์เยือกแข็งที่มุดออกมาจากชั้นน้ำแข็งพกพาเสียงแกร่กๆ ทั่วร่าง หมุนตัวมามองดูคนทั้งหลายที่รบกวนฝันหวานของมัน มันไม่มีแม้แต่ดวงตา ไม่รู้ว่ามองพวกเขาจากตรงไหน ทว่ากลับยก กแขนซึ่งสร้างขึ้นจากกองก้อนน้ำแข็งโจมตีเข้าใส่ศีรษะและใบหน้าของพวกเขา
ร่างของใต้เท้าหลงส่ายไหว ไฟนรกสีดำปราดออกมาจากใต้เท้าของเขากลายร่างเป็นพายุงวงช้างโจมตีใส่สัตว์เยือกแข็ง สถานที่ซึ่งไฟนรกที่เย็นเยียบสุดขีดกวาดผ่านหิมะน้ำแข็งกลับหลอมละลาย ยอย่างเร็วรี่ น้ำเย็นสาดกระเซ็นแล้วจับตัวแข็งอีกทันที บนพื้นหิมะผนึกตัวเป็นบุปผาน้ำแข็งชิ้นใหญ่อันงดงาม