ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 11 : ผู้มาไม่หวังดี!
“การประลองต่อไป เหลยเจิ้นปะทะโม่เซี่ยว!”
ยามที่ซุนลี่กล่าวขึ้น ทั่วทั้งลานประลองโดยรอบพลันเงียบสงัดใน
ทันใด เพราะไม่ว่าจะเหลยเจิ้นหรือโม่เซี่ยว ทั้งสองล้วนมีชื่อเสียงโด่งดัง
ในสำนักกระบี่หลิงเทียน ดังนั้นการต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองคนจึงทำให้
ผู้คนจับจ้องเป็นพิเศษ
“ข้าเกรงว่าการต่อสู้รอบนี้จะน่าชมกว่ารอบก่อน แต่ศิษย์พี่โม่เซี่ยว
มีแนวโน้มที่จะชนะ เมื่อครึ่งปีก่อนเขาได้ทะลวงขอบเขตแก่นแท้สำเร็จ
แล้ว เกรงว่าเหลยเจิ้นอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
“เฮ้! อย่าลืมสิว่าเหลยเจิ้นเป็นบุตรชายของผู้อาวุโสเหลยถิง เขามี
ไม้ตายในมือไม่น้อยอย่างแน่นอน ได้ยินมาว่าเคล็ดวิชาต่างๆ ที่เหลยถิง
ถ่ายทอดมามีอานุภาพยิ่งใหญ่เกินบรรยาย”
เมื่อคำประกาศจากซุนลี่จบลง เสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก
พลันดังเซ็งแซ่ บางคนมองว่าโม่เซี่ยวจักเป็นผู้ชนะ แต่บางคนก็มองว่า
เป็นเหลยเจิ้น
ภายใต้การจับจ้องของผู้คนนับหมื่น เห็นเพียงเงาแสงสีม่วงสว่าง
วูบวาบตกลงบนลานประลอง เส้นผมสีดำปลิวสยาย ปรากฏให้เห็น
ความงดงามและสง่าผ่าเผย
re* https://www.novelgu.com
“เป็นเหลยเจิ้น ดูสิเขายังคงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมเช่นนี้!” คนว่า
พลางจ้องมองไปยังเงาร่างสีม่วงที่ปรากฏบนลานประลอง ฝูงชนฮือฮา
ขึ้นในทันควัน
หลังจากเหลยเจิ้นเข้าสู่ลานประลอง โม่เซี่ยวผู้เฉยชาก็เหยียบย˹า
เข้าไปยังกลางลาน เมื่อเทียบกับเหลยเจิ้น โม่เซี่ยวนั้นดูสุขุมยิ่งกว่า
อย่างไรโม่เซี่ยวก็อายุครบยี่สิบเอ็ดปีบริบูรณ์แล้ว และเหลยเจิ้นเพิ่งจะ
สิบเก้าปี จึงอ่อนเยาว์และคะนองกว่ามากนัก
“เริ่มการประลอง!”
“ตูม!”
สิ้นเสียงประกาศของซุนลี่ พลังวิญญาณบนร่างของทั้งเหลยเจิ้น
และโม่เซี่ยวออกมาปะทะกันอย่างดุเดือด แม้ว่าพลังวิญญาณของเหลย
เจิ้นจะโคจรไปทั่วกาย แต่พลังวิญญาณของโม่เซี่ยวก็เอ่อล้นออกนอก
ร่างกายแล้ว สายพลังที่ถูกกดข่มมิอาจปลดปล่อยออกมาจากร่างได้ สิ่ง
นี้จึงทำให้สีหน้าของเหลยเจิ้นจริงจังขึ้นมา
ถึงขอบเขตก่อกำเนิดและขอบเขตแก่นแท้จะห่างกันเพียงหนึ่ง
ระดับเท่านั้น แต่ช่องว่างระหว่างสองขอบเขตนี้แตกต่างเกินบรรยาย
แม้ว่าเขาจะมีเคล็ดวิชามากมาย แต่ก็ยังไม่สามารถโจมตีโม่เซี่ยวให้
ปราชัย ยิ่งกว่านั้นคือโม่เซี่ยวก็มีไม้ตายก้นหีบเช่นเดียวกัน
re* https://www.novelgu.com
“อัสนีสังหาร!”
พลังวิญญาณจากทั่วทั้งร่างกายของเหลยเจิ้นรวมตัวกันก่อนจะ
ปล่อยออกมาจากมือ ขอบเขตของเขามิอาจสู้โม่เซี่ยว พลังวิญญาณ
ของเขาไม่แข็งแกร่งเทียบเท่าคู่ต่อสู้ หากต้องการจะชนะ ต้องใช้กล
ยุทธ์อย่างเฉียบขาด
“เยี่ยม!”
เมื่อเหลยเจิ้นแสดงเคล็ดวิชาอัสนีสังหาร ทั่วทั้งลานประลองพลัน
ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีม่วง เสียงนภาคำรามดังกึกก้อง พลังวิญญาณ
รวมกลุ่มกันเป็นสายอัสนีสีม่วงแปลบปลาบพุ่งเข้าหาโม่เซี่ยว
เมื่อเห็นภาพนี้ เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง คนรุ่น
เยาว์ท่ามกลางฝูงชนทั้งหมดล้วนฮึกเหิมดุเดือดเกินบรรยาย ราวกับว่า
เป็นตนที่กำลังต่อสู้ก็มิปาน
เซียวเฟิงพิงกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ เมื่อเขามองเห็นภาพนี้
ท่ามกลางฝูงชนก็ตกตะลึงไปเล็กน้อย จากนั้นก็แค่นหัวเราะขมขื่นเสียง
หนึ่ง ว่ากันว่าเด็กหนุ่มนั้นประมาทเลือดร้อน แต่ว่าเขาไม่เคยรู้สึกว่าตน
ยังเป็นผู้เยาว์ ภพก่อนของเขามิน่าเอ่ยถึงนัก เข่นฆ่าอย่างไม่ลังเล
เป้าหมายก็เพื่อเสาะหาเคล็ดกระบี่และวิถีกระบี่อันแก่กล้า
re* https://www.novelgu.com
หลังจากรวมร่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเซียวฮั่นในภพนี้ นิสัยใจ
คอของเขาเปลี่ยนไปไม่น้อย อาจเป็นเพราะความทรงจำมากมายของ
เซียวฮั่นและนิสัยของร่างเดิมได้ส่งผลกระทบมาถึงเขา
“อารมณ์ของข้าเปราะบางเช่นนี้เมื่อใดกัน” คนส่ายหัวไปมา
สายตาของเซียวเฟิงตกลงบนลานประลองอีกครั้ง ในยามนี้ โม่เซี่ยวยื่น
มือออกไปเผชิญกับเคล็ดวิชาอัสนีสังหารอย่างไม่เร่งร้อน
จากนั้นลมพายุกรรโชกโหมกระหน˹าก็ปรากฏตรงเบื้องหน้าเขา
พลังของลมกรรโชกกลอกกลิ้งไปมา พร้อมที่จะฉีกกระชากสรรพสิ่ง ส่ง
เสียงดังกึกก้องพุ่งเข้าหาสายอัสนีนั้น
“เป็นเคล็ดวิชาระดับลี้ลับขั้นสูง วาโยพินาศ!”
คนพูดพลางมองไปที่ลานประลอง ราวกับว่าถูกลมกรรโชกพัดจน
แตกร้าวไม่มีชิ้นดี สายตาคมกริบบางส่วนจับจ้องลานประลอง พร้อม
กับตะโกนส่งเสียงตะลึงงันดังเซ็งแซ่ วาโยพินาศเป็นพลังอันกล้าแกร่ง
ของผู้อาวุโสสี่ ลี่โม่ อานุภาพนั้นมหาศาล ไม่คาดคิดว่าโม่เซี่ยวจะได้รับ
การถ่ายทอดเคล็ดวิชานี้ ทั้งยังเปิดประเดิมด้วยเคล็ดวิชาวาโยพินาศ ดู
เหมือนว่าเขาต้องการตัดสินผลแพ้ชนะในการโจมตีคราเดียว
“วี้ดดด!”
re* https://www.novelgu.com
เสียงเสียดแทงแก้วหูดังขึ้น เห็นเพียงสายอัสนีถูกวาโยพินาศฉีก
กระชากเป็นผุยผงมลายหายไปในอากาศ
“เจ้ามิได้มีเคล็ดวิชาระดับลี้ลับขั้นสูงเพียงผู้เดียว!” เหลยเจิ้นว่า
พลางมองไปยังสายอัสนีที่แตกร้าวอย่างง่ายดายด้วยสีหน้าอึมครึม มือ
ทั้งสองข้างโบกสะบัด ปลดปล่อยพลังวิญญาณทั่วร่างทั้งหมดในทันใด
“หมื่นอสนีบาต!
เห็นเพียงเหลยเจิ้นร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับใบหน้าซีด
เผือด มือทั้งสองข้างผลักออกไปดังระเบิดกึกก้อง รวบรวมพลังวิญญาณ
จากทั่วร่างเพื่อแสดงเคล็ดวิชาหมื่นอสนีบาต สายฟ้าโค้งงอนับหมื่น
เปล่งแสงวูบวาบ ฟ้าผ่าทั่วทั้งลานประลองจนเกิดแสงระยิบระยับ สุก
สกาวอย่างยิ่ง
และทันทีที่สายฟ้านับหมื่นโจมตีออกมา อานุภาพทรงพลังเหลือ
คณาก็ปรากฎ สายฟ้าร้องดังตามกันมาเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า
“สมกับเป็นบุตรของผู้เฒ่าเหลย ถึงกับนำเคล็ดวิชาอสนีบาตฝึกฝน
มาจนถึงขอบเขตนี้ได้ ในที่สุดผู้เฒ่าเหลยก็มีผู้สืบทอดเสียที” ผู้อาวุโส
จำนวนมากมองไปยังเหลยเจิ้นที่กำลังแสดงเคล็ดวิชาหมื่นอสนีบาต
จากนั้นจึงค่อยๆ พยักหน้า
re* https://www.novelgu.com
ผู้อาวุโสเหลยผู้นั่งอยู่บนชั้นลอย สีหน้าเรียบนิ่งขึงขัง สายตาจับ
จ้องลานประลองด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ทำให้คนทั้งหมดมองไม่ออกว่า
เขาคิดเห็นอย่างไร
“เป็นหมื่นอสนีบาตที่ยอดเยี่ยม แต่น่าเสียดาย ข้าจะสลายมันให้
หายไปจนหมดสิ้นเสมือนพายุหอบเอาเศษปุยเมฆ!”
โม่เซี่ยวตะโกนก้องพร้อมกับมองอานุภาพอันน่าหวาดหวั่นของ
สายฟ้าโค้งงอนับหมื่นที่โจมตีเข้ามา สองมือโบกสะบัด พลังวิญญาณบ้า
คลั่งพลิกผันกลอกกลิ้งออกมานอกร่าง จากนั้นพายุหมุนลูกใหญ่พลัน
ก่อตัวขึ้น พัดพากลืนกินอัสนีทุกสายอย่างง่ายดาย
“ขอบเขตพลังยังไม่เพียงพอ หากเหลยเจิ้นครอบครองพลัง
ขอบเขตแก่นแท้เช่นเดียวกัน กวางจักตายในมือผู้ใดก็มิอาจล่วงรู้ได้”
หลังสายฟ้านับหมื่นถูกกลืนกิน คนจำนวนมากต่างทอดถอนใจ
ออกมา เคล็ดวิชาระดับลี้ลับขั้นสูงเช่นเดียวกัน แต่พลังวิญญาณ
ขอบเขตแก่นแท้ของโม่เซี่ยว และพลังกล้าแกร่งของเขาก็คว้าชัยชนะ
ไปได้ในที่สุด
“อั่ก!”
re* https://www.novelgu.com
คนจดจ้องสายฟ้านับหมื่นถูกกลืนกิน เหลยเจิ้นกระอักโลหิต
ออกมา ใบหน้าค่อนไปทางหล่อเหลาแฝงด้วยความไม่พอใจ หากเขามี
พลังขอบเขตแก่นแท้ จะพ่ายแพ้ให้แก่อีกฝ่ายได้อย่างไร…
“โม่เซี่ยวชนะ รอบต่อไป”
หลังจากซุนลี่ประกาศผล และทั้งสองคนก้าวลงมาจากลาน
ประลองเรียบร้อยแล้ว การประลองรอบใหม่จึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง
ทว่าผ่านไปไม่นานนัก สีหน้าของซุนลี่ผู้เป็นเจ้าภาพในการแข่งขัน
ครั้งนี้ และเหล่าผู้อาวุโสที่รับชมการประลองบนชั้นลอยพลันเปลี่ยนไป
ในบัดดล
“ฮ่าๆๆ วันนี้เป็นวันอะไรรึ ช่างคึกคักเสียจริง?!” ทันใดนั้นเสียง
หนึ่งก็ดังแหวกอากาศขึ้น เห็นเพียงกลุ่มเงาร่างล่องลอยในอากาศ ผู้นำ
คือชายหนุ่มรูปงามผิดธรรมดา ร่างนั้นสวมชุดคลุมดิ้นทอง ศีรษะสวม
มงกุฏทองคำ ทั้งร่างดูราวกับองค์ชายผู้สูงศักดิ์
และด้านหลังร่างชายหนุ่มในชุดคลุมดิ้นทองนั้นมีผู้เฒ่าผมสีดอก
เลาสองคน ผู้เฒ่าทั้งสองสวมใส่ชุดคลุมสีดำตัวใหญ่ มองไม่ออกว่ามี
โฉมหน้าแบบใด แต่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ทะมึนรอบกายของ
พวกเขา ทำให้เหล่าผู้อาวุโสจำนวนมากเห็นผู้มานั้นเป็นศัตรู แม้แต่ผู้
re* https://www.novelgu.com
อาวุโสคุมกฎซุนลี่ผู้ครอบครองพลังขอบเขตจักรพรรดิยังมุ่นหัวคิ้วจน
ยับย่น สีหน้าจริงจังหนักแน่นขึ้นเกินจะเปรียบเทียบ
“ที่แท้ก็นายน้อยเจ้าสำนักปาฮวงที่กรุณาให้เกียรติมา สำนัก
กระบี่หลิงเทียนยินดีต้อนรับ” ขณะที่คนทั้งหมดได้แต่มองหน้ากันไปมา
เสียงชราเสียงหนึ่งดังออกมาจากชั้นลอย
และเมื่อฟังเสียงชราเสียงนี้ ผู้อาวุโสคุมกฏจำนวนไม่น้อยล้วนมีสี
หน้าตกตะลึงไปตามๆ กัน
“หึหึ มิกล้ารบกวนผู้อาวุโสหลินให้วุ่นวาย ผู้น้อยเพียงคิดอยากชม
ดูรุ่นเยาว์ผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ของสำนักท่านเท่านั้น หากมีโอกาส
ผู้น้อยก็อยากแลกเปลี่ยนวรยุทธกับเหล่าศิษย์ผู้เก่งกาจของสำนักท่าน”
คนมุมปากแสยะยิ้มเย็นเยือกชั่วร้าย มือทั้งสองประสานคำนับเล็กน้อย
พลางกล่าวขึ้น
เมื่อฟังคำพูดอันชั่วร้ายเยือกเย็น ไม่ว่าผู้อาวุโสของสำนักกระบี่ห
ลิงเทียนหรือผู้คุมกฎล้วนมีสีหน้าหมองคล˺า ผู้มาในวันนี้แน่นอนว่าย่อม
มีเจตนาที่ไม่ดี
………………
re* https://www.novelgu.com