ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 177 : ตำหนักหุ้นหยวน!
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ เหลือเพียงสามวันก็จะถึงการประลองเต๋า
แล้ว เมื่อถึงตอนนั้นทั่วทั้งมหาทวีปหยวนโจวก็จะคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง
ขุมอำนาจชั้นสองนับไม่ถ้วนต่างพาผู้ผ่านการเข้ารอบมารวมตัวกันใน
สำนักของขุมอำนาจชั้นหนึ่งที่ตนสังกัดอยู่
สำนักเทียนเฟิงสังกัดใต้อาณัติตำหนักหุ้นหยวนซึ่งเป็นขุมอำนาจ
ชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีขุมอำนาจชั้นสองอีกสองสำนักที่สังกัดอยู่ใต้
อาณัติตำหนักหุ้นหยวนเช่นเดียวกัน
ตำหนักหุ้นหยวนเป็นขุมอำนาจชั้นหนึ่งมากว่าแสนปีแล้ว และมี
บรรพบุรุษระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ทรราชถึงสองท่าน เมื่อเทียบกับสำนัก
เทียนเฟิงซึ่งเป็นขุมอำนาจชั้นสองนับว่าแข็งแกร่งกว่ามาก เพราะแค่
เพียงจำนวนผู้สูงส่งเทพศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสองสำนักก็จัดว่าอยู่คนละระดับ
แล้ว
ไม่แน่ว่าอาจจะต้องนำยอดฝีมือของขุมอำนาจชั้นสองมารวมกัน
ถึงสามสำนัก จึงจะสามารถรับมือกับยอดฝีมือจากขุมอำนาจชั้นหนึ่งได้
อีกทั้งหากต้องการกำจัดยอดฝีมือระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ทรราช ต้องเป็น
ยอดฝีมือเทพศักดิ์สิทธิ์ทรราชเป็นผู้ออกมือเท่านั้น ต่อให้เป็นผู้สูงส่ง
เทพศักดิ์สิทธิ์มากมายเพียงใดก็คงมิอาจเทียบได้
re* https://www.novelgu.com
เทพศักดิ์สิทธิ์ทรราชคือขอบเขตทรราชที่บรรลุถึงผู้ส่งส่งเทพ
ศักดิ์สิทธิ์ เป็นการดำรงอยู่ที่สามารถสำเร็จวิถีต้นกำเนิดอันน่า
หวาดกลัว ใช่ว่าผู้ใดก็สามารถทะลวงได้ และจำนวนยอดฝีมือเทพ
ศักดิ์สิทธิ์ทรราชก็ยังคงมีไม่มาก แม้แต่ขุมอำนาจชั้นหนึ่งมากมายก็มี
เพียงบรรพบุรุษระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ทรราชเพียงหนึ่งคนเท่านั้น
เมื่อเทียบกับสำนักเทียนเฟิงแล้ว ตำหนักหุ้นหยวนอยู่เหนือกว่า
มากนัก หอและวิหารแสนโอ่อ่าลอยอยู่บนเก้าชั้นฟ้า เมฆหมอกโอบ
ล้อมแนวทิวเขาลอยขึ้นจากพื้นดิน ทั้งยังมีนกและสัตว์มงคลบิน
ฉวัดเฉวียนไปมา เมื่อเข้ามายังตำหนักหุ้นหยวนก็จะสามารถพบเจอ
โอสถวิญญาณและต้นไม้วิญญาณได้ ราวกับว่าของล˺าค่ามีอยู่ทั่วทุกหน
แห่ง
หากกล่าวว่าสำนักเทียนเฟิงคือสถานที่ที่เหล่าเทพเซียนอยู่อาศัย
เช่นนั้นตำหนักหุ้นหยวนก็เทียบเท่ากับตำหนักเทพเซียนผู้ยิ่งใหญ่พำนัก
อยู่ เมื่อเทียบกับสำนักเทียนเฟิงแล้ว ศิษย์ของตำหนักหุ้นหยวน
แข็งแกร่งกว่า อีกทั้งพรสวรรค์ก็โดดเด่นกว่าเช่นกัน
การฝึกตนของเหล่าศิษย์ล้วนแต่อยู่ในขอบเขตจักพรรดิและ
ขอบเขตทรราช ส่วนศิษย์จากขุมอำนาจชั้นหนึ่งที่ถูกส่งเข้ามาคัดเลือก
คือผู้มีพรสวรรค์ที่เหนือกว่า การฝึกตนขั้นต˹าล้วนแต่มีความสามารถ
ขอบเขตราชัน
re* https://www.novelgu.com
แน่นอนว่าตำหนักหุ้นหยวนย่อมต่างจากขุมอำนาจระดับล่าง
ตำหนักหุ้นหยวนยิ่งใหญ่เช่นนี้ เป้าหมายของพวกเขาคงไม่ใช่การได้
เข้ารอบหนึ่งหมื่นคนสุดท้าย แต่เป้าหมายอย่างต˹าของพวกเขาคือการ
ได้เข้าเป็นหนึ่งพันคน จนกระทั่งแย่งชิงตำแหน่งยอดฝีมือในร้อยอันดับ
แรก
ตำหนักหุ้นหยวนส่งผู้เข้าคัดเลือกเพียงสิบคนเช่นเดียวกับขุม
อำนาจชั้นสอง แต่ผู้เข้าคัดเลือกเพียงสิบคนของตำหนักหุ้นหยวนนั่นก็
เพียงพอแล้ว ในเมื่อพวกเขาเป็นหนึ่งในพันคนที่แย่งชิงเข้ามา ต่อให้มี
คนจำนวนมากไปก็ไม่มีประโยชน์
และตำหนักหุ้นหยวนก็ส่งผู้อาวุโสคนหนึ่งมาเช่นเดียวกับสำนัก
เทียนเฟิง เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสผู้นี้นับว่าเป็นคนคุ้นเคยกับผู้อาวุโส
สำนักต่างๆ เพียงเห็นหน้าก็ส่งยิ้มและกล่าวทักทายรอบด้าน
แต่นอกจากหลี่ฉุนเฟิงแห่งสำนักเทียนเฟิงที่วางตัวอย่างระแวง
ระวังแล้ว ผู้อาวุโสจากสำนักอื่นล้วนแต่เกิดอาการเช่นนี้ แม้ว่าเป็นการ
ดำรงอยู่ระดับผู้อาวุโส แต่ผู้อาวุโสแห่งสำนักหุ้นหยวนก็ไม่ใช่ผู้อาวุโสที่
ขุมอำนาจชั้นสามจะสามารถเปรียบเทียบได้ แค่เพียงความสามารถ ทั้ง
สองสำนักก็แตกต่างกันเป็นอย่างมาก
re* https://www.novelgu.com
ผู้อาวุโสแห่งตำหนักหุ้นหยวนผู้นี้นามว่าผู้อาวุโสปี้ อยู่ในระดับเทพ
ศักดิ์สิทธิ์ราชันขั้นสูงสุด การฝึกตนระดับนี้หากอยู่ในขุมอำนาจชั้นสอง
เกรงว่าคงเป็นถึงการดำรงอยู่ของบรรพบุรุษผู้สูงส่งแห่งสำนัก
และนี่เองที่เรียกว่าเส้นสนกลใน ยิ่งขุมอำนาจเก่าแก่เส้นสนกลในก็
ยิ่งมีมากมาย ข้อนี้ไม่ใช่สิ่งที่ขุมอำนาจชั้นสองและสามจะสามารถเทียบ
ได้ กระทั่งระหว่างขุมอำนาจชั้นหนึ่งก็เช่นเดียวกัน พลังอำนาจของเส้น
สนกลในมีเพียงพอหรือไม่ ก็สามารถตัดสินความแตกต่างของระดับชั้น
ของพวกเขาได้
ความจริงแล้ว ขุมอำนาจชั้นหนึ่งมากมายล้วนแต่ถูกเรียกว่าขุม
อำนาจชั้นหนึ่งระดับรอง แต่ในสายตาของขุมอำนาจชั้นสองและสาม
พวกเขาก็คือขุมอำนาจชั้นหนึ่ง เพราะพวกเขาต่างมียอดฝีมือผู้ที่ดำรง
อยู่ในระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ทรราช
แต่ในสายตาของมหาขุมอำนาจ ขุมอำนาจที่สามารถเรียกได้ว่า
เป็นขุมอำนาจชั้นหนึ่งที่แท้จริง อย่างต˹าต้องมียอดฝีมือขอบเขตเทพ
ศักดิ์สิทธิ์ทรราชสิบคน นี่จึงสามารถเรียกได้ว่าเป็นขุมอำนาจชั้นหนึ่ง
อย่างแท้จริง ขุมอำนาจชั้นหนึ่งที่มียอดฝีมือเทพศักดิ์สิทธิ์ทรราชเพียง
หนึ่งหรือสองคน คงนับเป็นเพียงขุมอำนาจชั้นหนึ่งระดับรองลงมา
เท่านั้น หากกล่าวตามความหมายที่แท้จริง ก็ยังคงจัดอยู่ในกลุ่มขุม
อำนาจชั้นสอง
re* https://www.novelgu.com
เพียงแต่พวกเขาชอบอวดอ้างตนเอง ด้วยเหตุนี้จึงเรียกตนว่าเป็น
ขุมอำนาจชั้นหนึ่ง แต่ในสายตามหาขุมอำนาจที่แท้จริง อย่างมากก็เป็น
เพียงเจ้ายุทธจักรแห่งขุมอำนาจชั้นสอง
ตำหนักหุ้นหยวนมีพื้นที่มากมายหลายหมื่นลี้ อารามวิหารล้วนแต่
มองแล้วไม่พบจุดสิ้นสุด สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดยิ่งใหญ่ตระการตา ราวกับ
เมืองที่ลอยอยู่กลางนภากาศ พลังวิญญาณอันเข้มข้นรายล้อมทั่วฟ้าดิน
เมื่อเปรียบเทียบระดับพลังวิญญาณ ที่นี่มีความเข้มข้นมากกว่า
ภายนอกเป็นร้อยเท่า
และสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ มีพลังแห่งเต๋าบางๆ โคจรอยู่ทั่วทั้ง
ตำหนักหุ้นหยวน เพราะอำนาจแห่งเต๋าที่รายล้อมเหล่านี้ ไม่ว่าจะผู้
อาวุโสหรือศิษย์รุ่นเยาว์ในตำหนักหุ้นหยวน ล้วนแต่ฝึกตนได้ผลเป็น
อย่างมาก กระทั่งว่าพวกเขาสามารถควบคุมพลังแห่งเต๋าได้เร็วกว่าและ
รู้แจ้งในวิถีต้นกำเนิดเร็วกว่าด้วยเช่นกัน
สำหรับผู้เข้าคัดเลือกของสำนักเทียนเฟิงและสำนักอื่นๆ ตำหนัก
หุ้นหยวนกลับไม่ค่อยให้ความสนใจนัก บางเรื่องผู้อาวุโสปี้ผู้นี้ก็มีหน้าที่
จัดการดูแล
สำนักเทียนเฟิงคือสำนักที่สังกัดอยู่ใต้อาณัติของตำหนักหุ้นหยวน
เช่นเดียวกับสำนักหยุนหลาน วิหารสุ่ยหาน สำนักเหล่านี้ล้วนแต่เป็น
สำนักที่อยู่ในสังกัดตำหนักหุ้นหยวนทั้งสิ้น หากกล่าวให้ชัดคือพวกเขา
re* https://www.novelgu.com
ยังไม่มีสิทธ์เพียงพอที่ตำหนักหุ้นหยวนจะให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
นอกเสียจากว่าพวกเขาจะเป็นขุมอำนาจระดับเดียวกับตำหนักหุ้น
หยวนจึงจะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี
เช่นเดียวกับสำนักเทียนเฟิงและขุมอำนาจชั้นสองอีกสี่ขุมที่สังกัด
ใต้อาณัติตำหนักหุ้นหยวน พวกเขาล้วนแต่มีผู้เข้าคัดเลือกสามสิบคน
รวมแล้วมีทั้งหมดหนึ่งร้อยห้าสิบคน บวกกับผู้เข้าคัดเลือกตำหนักหุ้น
หยวนอีกสิบคน รวมทั้งหมดหนึ่งร้อยหกสิบคนที่เข้าร่วมการประลอง
เต๋าในครั้งนี้
การที่ตำหนักหุ้นหยวนซึ่งเป็นขุมอำนาจชั้นหนึ่งมีผู้เข้าคัดเลือก
เพียงจำนวนหลักร้อยนับว่าน้อยนัก มีขุมอำนาจชั้นหนึ่งบางสำนักมีผู้
เข้าคัดเลือกจำนวนหลักร้อยจนถึงพันขึ้นไปทุกครั้งที่เข้าร่วม แน่นอนว่า
สำนักย่อยที่สังกัดใต้อาณัติขุมอำนาจชั้นหนึ่งเหล่านี้ย่อมมีมากมายนับ
ไม่ถ้วน แค่เพียงสำนักที่เป็นขุมอำนาจชั้นสองเกรงว่ามีสิบสำนักหรือ
มากกว่านั้น
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หากการประลองเต๋าเปิดฉาก รอบแรกต้องมีผู้
เข้าคัดเลือกกว่าแสนคน และจะต้องเป็นฉากที่ทำให้ผู้คนใจกระเพื่อม
อย่างแน่นอน
นี่เป็นยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองในทุกร้อยปีของมหาทวีปหยวน
โจว และเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญ ทุกสายตาของขุมอำนาจต่างสนใจ
re* https://www.novelgu.com
อยู่ที่การประลองเต๋า ในเวลาเดียวกันทุกร้อยปีจะมียอดฝีมือผู้มี
พรสวรรค์นับไม่ถ้วนปรากฎตัว ถึงขั้นว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่ร้ายกาจเลย
ทีเดียว
หากเมื่อเทียบกับครั้งก่อน งานครั้งนี้สำคัญกว่ามากนัก เพราะนี่
เป็นการจัดงานยิ่งใหญ่ในรอบหมื่นปี ทุกหมื่นปีจะปรากฎยอดฝีมือเทพ
แท้จริงหนึ่งคน และการประลองเต๋าที่มียอดฝีมือเทพแท้จริงปรากฎขึ้น
สมควรคัดเลือกมาจากผู้มีพรสวรรค์เก่งกาจสิบอันดับต้นๆ หากกล่าว
อย่างไม่เกินจริงในยอดฝีมือทั้งสิบคน มีเพียงยอดฝีมือเทพแท้จริงเพียง
คนเดียวที่เป็นหนึ่งในสิบคนของการประลองเต๋าครั้งสุดท้าย
ด้วยเหตุนี้ การประลองในครั้งนี้ จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
แม้แต่ผู้มีพรสวรรค์มากมายจากมหาขุมอำนาจที่ทั้งเก่งกาจและโดด
เด่นล้วนแต่พากันเข้าร่วมการประลองเต๋า นอกจากเพื่อเป็นการพิสูจน์
ตนเองแล้ว พวกเขายังได้สิทธิ์ในการช่วงชิงตำแหน่งผู้ยืนอยู่บน
จุดสูงสุดอีกด้วย
แต่เมื่อเทียบกับการได้เป็นยอดฝีมือเทพแท้จริง ผู้มีพรสวรรค์
เก่งกาจมากมายล้วนแต่หวังว่าตนจะได้รับสมบัติล˺าค่าชิ้นนั้นในเมือง
แห่งเต๋า หากได้ครองก็จะทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างอิจฉาตาร้อน แม้แต่
การดำรงอยู่ของขั้นนิจนิรันดร์ก็ต้องอิจฉาตาร้อนไปหลายหมื่นส่วน
re* https://www.novelgu.com
แต่สมบัติล˺าค่าสูงส่งชิ้นนี้ ไม่มีผู้ใดได้ครอบครองเป็นเวลายาวนาน
ถึงพันล้านปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการดำรงอยู่ที่พลิกสวรรค์เพียงใด ก็ไม่
สามารถเอาของล˺าค่าชิ้นนี้มาได้ แม้แต่ผู้ชนะการประลองเต๋าหลายต่อ
หลายรุ่นก็ยังไม่สามารถครอบครองได้
ทว่าสมบัติล˺าค่าชิ้นนี้ยังคงทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนล้วนเสาะแสวงหา
คนที่อยากได้สมบัติล˺าค่าสูงส่งชิ้นนี้ที่สุด เกรงว่าเป็นผู้ที่นั่งรอคอยโชค
ลาภอย่างสำนักเหรินหวงกง ตลอดเวลาหลายล้านปีมานี้สำนักเหริน
หวงกงส่งลูกศิษย์ที่เก่งกาจนับไม่ถ้วนมาแย่งชิงตำแหน่งสิบอันดับยอด
ฝีมือ แม้ว่าจะได้ตำแหน่งผู้ชนะ อีกทั้งเทพแท้จริงแห่งสำนักเหรินหวง
กงกว่าสิบคนล้วนแต่เคยแย่งชิงสิบตำแหน่งยอดฝีมือ ถึงอย่างไรพวก
เขาก็ยังคงไม่มีวาสนาที่จะได้รับสมบัติล˺าค่าชิ้นนี้
จากการจัดการของผู้อาวุโสปี้ เหล่ายอดฝีมือมากมายต่างพากัน
เข้าไปในวิหารต้อนรับที่ใหญ่โตรโหฐาน ขณะที่เข้าไปในวิหารต้อนรับ
ราวกับว่าได้เข้ามาอยู่ในโลกขนาดเล็กใบหนึ่ง เพราะวิหารต้อนรับแต่
ละห้อง ล้วนแต่เป็นโลกใบเล็กที่สร้างออกมาเป็นมิติแยกของตัวเอง
“ช่างยิ่งใหญ่โอ่อ่านัก!”
เมื่อเข้ามายังวิหารต้อนรับที่เป็นของตัวเอง สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้า
เซียวฮั่นคือลานที่งดงามแห่งหนึ่ง บริเวณหน้าลานคือต้นไผ่เขียวขจีและ
re* https://www.novelgu.com
สายธารโอบล้อม ด้านหลังอยู่ติดกับเทือกเขาสีเขียวมากมายดุจทะเล
ภูเขา เมื่อเงยหน้าขึ้นไปคือพระอาทิตย์ดวงเล็กที่เปล่งแสงอบอุ่น
แน่นอนว่าวิหารต้อนรับก็คือประตูด้านหน้าของสำนักประตูหนึ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งขุมอำนาจยิ่งใหญ่เช่นตำหนักหุ้นหยวน ประตูหน้า
ของพวกเขาถือว่าสำคัญมาก ดังนั้นจึงต้องสร้างให้ยิ่งใหญ่ เนื่องจาก
ด่านหน้าคือการอำนาจของตำหนักหุ้นหยวนให้ขุมอำนาจอื่นเห็น
“หลิงเอ๋อ สนุกเต็มที่เลยสินะ”
หลังจากที่เซียวฮั่นหลับตาและนั่งลง สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็เข้า
ไปยังโลกต้นกำเนิดของตน ในโลกต้นกำเนิด ทุกหนแห่งล้วนแต่สามารถ
พบเห็นหญ้าเซียน หญ้าวิญญาณ ดอกไม้วิญญาณ และผลศักดิ์สิทธิ์
ยามนี้มู่หลิงเอ๋อกำลังอยู่กับเหล่าหญ้าเซียนพันล้านปีที่กลายร่าง
เป็นมนุษย์ในหมู่บ้าน หญ้าเซียนเหล่านี้ มีทั้งเด็กและชรา ทว่าทั้งหมด
ล้วนแต่ดูใสซื่อบริสุทธิ์ ด้วยเหตุนี้มู่หลิงเอ๋อจึงอยู่กับพวกเขาอย่างมี
ความสุข
“พี่ใหญ่เฟิง!”
เมื่อมู่หลิงเอ๋อเห็นเงาร่างของเซียวฮั่น ใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้ม
เปรมปรีดิ์ เหล่าสมุนไพรและหญ้าเซียนเมื่อเห็นเซียวฮั่นต่างโค้งตัว
เล็กน้อย ใบหน้าแสดงความเคารพ และตะโกนขึ้น
re* https://www.novelgu.com
“ท่านผู้ปกครอง!”
“ไม่ต้องมากพิธี ข้ามาเยี่ยมน้องหลิงเอ๋อ เห็นนางเข้ากับพวกเจ้าได้
ดี ข้าก็สบายใจ”
เซียวฮั่นยิ้มเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินไปลูบผมสลวยของมู่หลิงเอ๋อ
แล้วเอ่ยพลางยิ้ม
“ใช่ พวกเขาดีกับข้ามาก แถมยังให้ของข้าอีกมากมาย”
ใบหน้างดงามปรากฎรอยยิ้มสดสวย มู่หลิงเอ๋อเอ่ยอย่างมีความสุข
กล่าวได้ว่า การดำรงชีวิตอยู่ในโลกต้นกำเนิดเฉกเช่นแดนสุขาวดีที่
ไร้ซึ่งการหลอกลวงนั้น ทำให้นางมีความสุขยิ่งนัก ที่นี่ช่างเป็นดินแดน
แห่งสรวงสวรรค์โดยแท้
“ขอเพียงหลิงเอ๋อมีความสุข เช่นนั้นก็ดี!”
เซียวฮั่นคลี่ยิ้ม จากนั้นจึงเดินไปยังต้มอมตะศักดิ์สิทธ์ เมื่อมาถึง
บริเวณด้านข้างของต้นอมตะศักดิ์สิทธ์ เขายิ้มพลางเอ่ย
“ท่านผู้อาวุโส ขอบคุณที่ท่านช่วยดูแลหลิงเอ๋อ!”
“ท่านผู้ปกครอง เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น ข้าไม่ได้ลำบากอะไรเลย!”
re* https://www.novelgu.com
ชายชราซึ่งเป็นร่างของต้นอมตะศักดิ์สิทธิ์เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
อ่อนโยน
“อืม พวกท่านพยายามยกระดับความสามารถของตัวเองให้ถึง
ที่สุดเถิด สงครามในอนาคต บางทีอาจจะลำบากกว่าที่พวกเราคิดหลาย
เท่านัก!”
เมื่อคิดได้ว่าสวรรค์สามารถส่งร่างแท้จริงของชางเทียนลงมาได้
แล้ว สีหน้าของเซียวฮั่นก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างอดไม่ได้
ทุกคนเองก็อาจกำลังเตรียมตัวกับสงครามครั้งสุดท้ายเช่นกัน แล้วเหตุ
ใดสวรรค์จึงจะไม่รอคอยสงครามครั้งสุดท้ายเล่า!
………………
re* https://www.novelgu.com