ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 226 : กลับสำนักกระบี่หลิงเทียน!
มหาทวีปตงโจวยังคงคึกคักเช่นเคยเหมือนที่ผ่านมา และขุม
อำนาจหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง จนยามนี้ได้กลายเป็น
ขุมอำนาจระดับหนึ่งบนมหาทวีปตงโจวไปแล้ว
ขุมอำนาจนี้ก็คือสำนักกระบี่หลิงเทียนที่เคยตกต˹าจนถึงขั้นเกือบ
ดับสูญ ภายในระยะเวลาหลายปีที่เซียวฮั่นจากไป สำนักกระบี่หลิง
เทียนได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอันอลหม่านขึ้น ไม่เพียงแต่เกิดยอดฝีมือ
ขอบเขตราชันหลายสิบท่าน แม้แต่ผู้สูงส่งขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์ก็ยังมี
มากมาย
และทั้งหมดนี้ล้วนต้องยกคุณความดีให้กับเจี้ยนอู๋อิงผู้เป็นยอด
ฝีมือขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์ทรราช รวมถึงทรัพยากรมากมายมหาศาลที่
เซียวฮั่นทิ้งไว้ให้กับสำนักกระบี่หลิงเทียนหลังจากออกจากมหาทวีป
ตงโจว
ยามนี้สำนักกระบี่หลิงเทียนไม่ได้ควบคุมเพียงพื้นที่เล็กๆ ในสำนัก
อีกต่อไป และอาณาบริเวณของสำนักกระบี่หลิงเทียนไม่ได้จำกัดอยู่ที่
ยอดเขาหนึ่งร้อยแปดลูกแล้ว ดูเหมือนว่าสำนักกระบี่หลิงเทียนในยามนี้
จะกลับไปสู่ยุคอันรุ่งเรืองอีกครั้ง ดินแดนนับพันล้านลี้ล้วนอยู่ภายใต้
การควบคุมของสำนักกระบี่หลิงเทียน
re* https://www.novelgu.com
นอกจากนี้ยังมีขุมอำนาจระดับสองที่กลายเป็นสำนักใต้อาณัติของ
สำนักกระบี่หลิงเทียน กล่าวได้ว่า ยามนี้สำนักกระบี่หลิงเทียนได้กลับมา
มีอำนาจอีกครั้ง เปล่งประกายชีวิตใหม่ของสำนักอีกหน
ยอดเขาหนึ่งร้อยแปดลูกบัดนี้ได้กลายเป็นเขตที่ต้องกลายเป็นศิษย์
สายในของสำนักกระบี่หลิงเทียนเสียก่อนจึงจะสามารถย่างกรายเข้าไป
ได้ ส่วนศิษย์สายนอกสามารถฝึกตนได้เพียงนอกยอดเขาหนึ่งร้อยแปด
ลูกเท่านั้น เพียงแต่ศิษย์ของสำนักกระบี่หลิงเทียนยามนี้ไม่ได้มีเพียง
หลักหมื่นเหมือนในอดีตอีกต่อไป อย่างน้อยที่สุดศิษย์ของสำนักกระบี่ห
ลิงเทียนในตอนนี้ก็มีหลายแสนคน
และแน่นอนว่าท่ามกลางศิษย์จำนวนหลายแสนนี้ส่วนใหญ่ล้วน
เป็นศิษย์สายนอก มีเพียงผู้ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นเท่านั้นจึงจะสามารถ
กลายเป็นศิษย์สายในของสำนักกระบี่หลิงเทียน ส่วนศิษย์กลุ่มนั้นที่เดิม
ที่เป็นเพียงศิษย์สายนอกของสำนักกระบี่หลิงเทียน บัดนี้กลับกลายเป็น
ศิษย์สายในของสำนักกระบี่หลิงเทียนจนหมดแล้ว
และท่ามกลางศิษย์กลุ่มนี้ ฉู่เฟยผู้เป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโส
หลินหลันนั้นเป็นผู้ที่โดดเด่นที่สุด อายุยังน้อยแต่กลับย่างก้าวเข้าสู่
ขอบเขตทรราชระดับสูงสุด ถึงขนาดที่ขาดอีกเพียงครึ่งก้าวก็เข้าสู่
ขอบเขตราชัน และฉู่เฟยได้รับการบ่มเพาะจากผู้อาวุโสเพื่อที่จะ
กลายเป็นผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่หลิงเทียนคนถัดไปในอนาคต
re* https://www.novelgu.com
เพียงแต่เมื่อเทียบกับฉู่เฟย ยังมีศิษย์อีกหนึ่งคนที่ยังเยาว์วัยแต่
กลับเป็นที่น่าจับตามอง และกลายเป็นผู้ที่ได้รับการจับจ้องมากที่สุด
จากสำนักกระบี่หลิงเทียน นั่นก็คือหลินเฟิงที่กลายเป็นศิษย์ของเจี้ยนอู๋
อิงผู้ที่ถูกเซียวฮั่นเสนอชื่อ
หลินเฟิงพัฒนาจากขอบเขตแก่นแท้อย่างก้าวกระโดด ใน
ระยะเวลาไม่ถึงสองสามปี เขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตราชัน ไม่เพียงเท่านี้
พรสวรรค์ของเขานั้นร้ายกาจยิ่ง เคล็ดบ่มเพาะและเคล็ดวิชาจำนวน
มาก เขาศึกษาเพียงหนเดียวก็ใช้เป็นแล้ว
คนจำนวนมากต่างเข้าใจว่าหลินเฟิงมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าสำนัก
แห่งสำนักกระบี่หลิงเทียนคนต่อไป โดยเฉพาะการที่หลินเฟิงเป็นศิษย์
สายตรงของเจี้ยนอู๋อิง นี่จึงเป็นสิ่งที่คนอื่นไม่มีทางเทียบเคียงได้
นอกจากพวกเขาสองคนแล้ว สำนักกระบี่หลิงเทียนก็ปรากฏคนรุ่น
เยาว์ที่โดดเด่นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง พรสวรรค์ก็ไม่เลวเป็นอย่างยิ่ง
เป็นผู้โดดเด่นในหมู่คนรุ่นเยาว์ สิ่งนี้มิใช่การกล่าวเกินจริง รอจนกระทั่ง
ศิษย์รุ่นเยาว์กลุ่มนี้เติบโตขึ้น พวกเขาก็จะกลายเป็นเสาหลักของสำนัก
กระบี่หลิงเทียนในอนาคต และเป็นผู้หามคานของสำนักกระบี่หลิง
เทียนด้วย
สำนักกระบี่หลิงเทียนในยามนี้ราวกับดาวดวงใหม่ที่กำลังค่อยๆ
ลอยสูงขึ้น คนที่มีความดีความชอบมากที่สุดย่อมเป็นเซียวฮั่น เพราะใน
re* https://www.novelgu.com
สำนักกระบี่หลิงเทียน มีเพียงรูปปั้นองค์เดียวที่ยืนเด่นเป็นสง่า และรูป
ปั้นองค์นี้ก็คือเซียวฮั่น
ตั้งแต่สำนักกระบี่หลิงเทียนก่อตั้งขึ้นมา นอกจากจักรพรรดิกระบี่ห
ลิงเทียนผู้เป็นบรรพบุรุษ เซียวฮั่นก็นับว่าเป็นคนที่สองที่ถูกสถาปนารูป
ปั้นขึ้น ภายใต้การปรึกษาหารือระหว่างผู้อาวุโสทั้งหลาย ทุกคนคิดว่า
เซียวฮั่นมีคุณูปการต่อสำนักกระบี่หลิงเทียนอย่างมหาศาล และเป็นผู้ที่
ทำให้สำนักกระบี่หลิงเทียนเจริญรุ่งเรืองขึ้นมา ดังนั้นจึงเห็นตรงกันว่า
ควรสร้างรูปปั้นขึ้นมาเพื่อให้คนรุ่นหลังเคารพศรัทธาและจดจำไว้ใน
ความทรงจำ
และเรื่องนี้ได้รับความเห็นชอบจากเจี้ยนอู๋อิงแล้ว ดังนั้นไม่มีผู้ใด
คิดว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะสมแต่อย่างใด
ด้วยเหตุนี้ ทุกครั้งที่ศิษย์รุ่นเยาว์จำนวนมากเห็นรูปปั้นของเซียว
ฮั่น พวกเขาก็จะหยุดเดินเพื่อชมท่าทางอันห้าวหาญของเซียวฮั่นอย่าง
ยำเกรง สำหรับสำนักกระบี่หลิงเทียน เซียวฮั่นคือเจ้าสำนักรุ่นเยาว์ผู้มี
คุณงามความดีเกินจะเปรียบและเต็มไปด้วยความน่าเลื่อมใส
“ครืน!”
และเหมือนอย่างเคย ขณะที่ศิษย์ของสำนักกระบี่หลิงเทียนกำลัง
ตั้งอกตั้งใจกับการปิดด่านฝึกตน ความว่างเปล่าของสำนักกระบี่หลิง
re* https://www.novelgu.com
เทียนก็สั่นไหวอย่างฉับพลัน จากนั้นอากาศก็ถูกฉีกจนแหลก ก่อนที่เงา
ร่างกว่าสิบสายจะเดินออกมาจากถ˺ามิติ
ขณะที่เงาร่างเหล่านี้ย่างก้าวออกมา สำนักกระบี่หลิงเทียนก็
สั่นสะเทือน แม้แต่มหาทวีปตงโจวทั้งทวีปก็ยังสั่นสะท้าน เพราะ
ลมปราณที่ปลดปล่อยออกมาจากเงาร่างเหล่านี้น่าหวาดกลัวเกินไป
จริงๆ เพียงลมปราณสายเดียวก็เพียงพอที่จะทำลายสวรรค์ดับปฐพี
ทันทีที่พวกเขาปรากฏกายขึ้น แม้แต่เก้าชั้นฟ้าก็ยังสั่นไหว จากนั้น
หมู่เมฆาดำทะมึนและสายฟ้าสีแดงฉานก็รวมตัวกัน นี่คือท่วงทำนองที่
ทัณฑ์สวรรค์ร่วงลงมา
“ปล่อย!”
เพียงแต่ขณะที่ทัณฑ์สวรรค์ตกลงมา เสียงเอ่ยอย่างเรียบๆ ก็ดังขึ้น
มือคู่หนึ่งได้ยืดออกมาจากสวรรค์ภายใต้สายตาที่สั่นไหวนับไม่ถ้วน
และภายใต้สายตาอันหวาดกลัวมากมาย สวรรค์ก็ถูกฉีกขาดด้วยมือข้าง
นี้ ยังมิทันได้ก่อตัวเป็นทัณฑ์สวรรค์ ก็สลายหายไปภายใต้มือยักษ์ข้างนี้
“น่าหวาดผวาเกินไปแล้ว หรือว่าเทพย่างกรายมายังโลก?”
เมื่อเห็นสวรรค์ถูกมือหนึ่งข้างฉีกทำลายจนหมดสิ้น แม้แต่ทัณฑ์
สวรรค์ก็ยังหายวับไปภายใต้มือข้างนี้ มนุษย์โลกไม่มีทางจินตนาการได้
เลยว่าเจ้าของมือข้างนี้มีพลังและความแข็งแกร่งที่น่าพรั่นพรึงมาก
re* https://www.novelgu.com
เพียงใด บางทีอาจจะมีเพียงเทพเท่านั้นที่มีลูกไม้ระดับที่คาดเดาไม่ได้
เช่นนี้
พอทัณฑ์สวรรค์กระจัดกระจายไป สำนักกระบี่หลิงเทียนก็ตกอยู่
ในห้วงแห่งความหวาดหวั่นอีกครั้ง เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเหตุใดการ
ดำรงอยู่อันน่าหวาดผวาเหล่านี้จึงต้องย่างกรายมายังสำนักกระบี่หลิง
เทียน จุดประสงค์คือสิ่งใดกันแน่
“ท่านอาจารย์!”
ช่วงเวลาที่สำนักกระบี่หลิงเทียนตกอยู่ในความหวาดกลัว เสียงอัน
เฉยชาที่มาพร้อมกับความตื่นเต้นเล็กน้อยก็ดังขึ้น เห็นเพียงเงาร่างสาย
หนึ่งก้าวเท้าออกมาจากความว่างเปล่า และเงาร่างสายนี้สวมชุดคลุมสี
ดำ ใบหน้าเข้มงวด ผมดำขลับคลอเคลียไหล่ เห็นได้ชัดว่าหล่อเหลาเกิน
บรรยาย
“อู๋อิง ลงไปค่อยว่ากัน!”
เซียวฮั่นมองไปยังเจี้ยนอู๋อิง ก่อนจะคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วสะบัดมือ
เงาร่างเหล่านั้นก็หายไปในความว่างเปล่าอย่างฉับพลัน และภาพ
ดังกล่าวทำให้คนทั้งหลายมองหน้ากันด้วยความอึดอัด เพียงชั่วครู่
สำนักกระบี่หลิงเทียนก็ตกอยู่ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึง
ในทันที
re* https://www.novelgu.com
ที่วิหารหลิงเทียนบนยอดเขาหลิงเทียน ยามนี้เซียวฮั่นกำลังนั่งบน
บัลลังก์ของเจ้าสำนัก เจี้ยนอู๋อิงนั่งอยู่ทางขวามือ ส่วนด้านหลังของเขา
มีหลินเฟิงผู้เป็นศิษย์ของตนยืนอยู่ และทางซ้ายมือก็คือผู้อาวุโสหลินห
ลันที่กำลังนั่งบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าตื่นเต้น ด้านหลังคือฉู่เฟยผู้ซึ่งเป็นศิษย์
สายตรงของเขา
นอกจากพวกเขาแล้ว บุคคลชั้นสูงต่างก็มายังวิหารหลิงเทียน ผู้
อาวุโสและผู้ดูแลนั่งอยู่บนเก้าอี้ พอพวกเขาเห็นเซียวฮั่นก็ต่างเผยสี
หน้าตื่นเต้นไม่น้อย
“ไม่เจอทุกท่านหลายปี พัฒนาขึ้นมาไม่น้อย”
คนมองไปยังผู้อาวุโสหลินหลัน ผู้อาวุโสซุนลี่ ผู้อาวุโสหลิงหยุน
และผู้อาวุโสอื่นๆ ของสำนักกระบี่หลิงเทียนที่ยามนี้ได้กลายเป็นยอด
ฝีมือขอบเขตราชันหมดแล้ว ส่วนผู้อาวุโสหลินหลันขาดอีกเพียงครึ่ง
ก้าวจะเข้าสู่ขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์
และนอกจากฉู่เฟยและหลินเฟิง ยังมีอัจฉริยะในหมู่คนรุ่นเยาว์ไม่
น้อยที่มีพรสวรรค์โดดเด่น ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะอยู่ในขอบเขต
จักรพรรดิและทรราช
“เมื่อเทียบกับเจ้าสำนัก ความก้าวหน้าของพวกเรานับเป็นเพียง
เรื่องขายหน้าเท่านั้น!”
re* https://www.novelgu.com
ผู้อาวุโสหลินหลันหัวเราะขมขื่นก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้ายำเกรงเกิน
จะเปรียบ ก่อนหน้านี้ที่เซียวฮั่นใช้มือข้างเดียวทำลายสวรรค์ ขจัดลูกไม้
ของทัณฑ์สวรรค์ไปนั้นก็เหนือจินตนาการของพวกเขาไปไกลแล้ว
ความแข็งแกร่งของเซียวฮั่นในยามนี้อยู่เกินกว่าความคาดคิดของพวก
เขาไปไกลมากจริงๆ
“พวกเจ้าไม่ต้องดูถูกตนเองเกินไป เส้นทางแห่งการฝึกตน ไม่ใช่สิ่ง
ที่สามารถพัฒนาได้ในเวลาสั้นๆ”
เซียวฮั่นแย้มยิ้ม สำหรับการเปลี่ยนแปลงของสำนักกระบี่หลิง
เทียนในทุกวันนี้ เขารู้สึกค่อนข้างพึงพอใจแล้ว
“ท่านเจ้าสำนัก ผู้อาวุโสเหล่านี้คือ?”
หลินหลันส่งสายตามองไปยังเงาร่างกว่าสิบสายที่อยู่ข้างหลังเซียว
ฮั่น แล้วจึงเอ่ยด้วยสีหน้าเคารพ เพราะถึงแม้เงาร่างเหล่านี้จะยืนอยู่โดย
ไร้ซึ่งคลื่นลมปราณ แต่เขาสามารถรู้สึกได้เลยว่า การดำรงอยู่เหล่านี้
เกรงว่าเหลือบมองเพียงหนเดียวก็สามารถสังหารยอดฝีมือขอบเขต
เทพศักดิ์สิทธิ์ได้ เมื่อเทียบกับเจี้ยนอู๋อิงก็ยังนับว่าน่าหวาดผวายิ่งกว่า
“ทาสที่ข้าเพิ่งรับมาใหม่ นับแต่บัดนี้พวกเขาก็คือผู้ดูแลประจำ
สำนักกระบี่หลิงเทียน”
re* https://www.novelgu.com
เซียวฮั่นคลี่ยิ้ม คำกล่าวของเขาไม่เพียงแต่ทำให้หลินหลันนิ่งเงียบ
แม้แต่วิหารทั้งหลังก็ยังเงียบสงัด
“อู๋อิงอยู่ต่อก่อน ส่วนคนอื่นๆ ออกไปเสีย!”
หลังจากพูดคุยเรื่องการปรับปรุงและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของ
สำนักกระบี่หลิงเทียนในระยะเวลาหลายปีมานี้ สุดท้ายเซียวฮั่นก็ให้คน
อื่นๆ ออกไป เหลือไว้เพียงอู๋อิง
“อู๋อิง ยามนี้เจ้าอยู่ในขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์ทรราชระดับห้า เจ้ารับ
โลหิตมังกรขวดนี้ไปเสีย หวังว่าเจ้าจะสามารถทะลวงขอบเขตปัจจุบัน
และก้าวเข้าสู่ขั้นอมตะ”
เซียวฮั่นสะบัดฝ่ามือแล้วมอบโลหิตมังกรขวดนั้นที่ได้รับจากงาน
ประมูลของหอสมบัติให้เจี้ยนอู๋อิง
“ขอบคุณท่านอาจารย์มาก! อู๋อิงจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน”
พอได้รับโลหิตมังกรมา เจี้ยนอู๋อิงก็โค้งคำนับพลางเอ่ยด้วยความ
เคารพ
“นอกจากนี้ เจ้าจงไปมหาทวีปหนานโจวสักหนเพื่อนำศิลาแผ่นนี้
ไปมอบให้กับชนเผ่าเจี้ย!”
re* https://www.novelgu.com
เซียวฮั่นสะบัดฝ่ามือก่อนจะนำศิลาแผ่นนั้นที่ได้รับมาจากหอ
สมบัติวางไว้ข้างหน้าเจี้ยนอู๋อิง
“ขอรับท่านอาจารย์!”
เจี้ยนอู๋อิงตรงเข้าไปเก็บศิลาขึ้นมาโดยไม่เอ่ยพล่ามอันใด เขาไม่
ถามว่าศิลาแผ่นนี้มีประโยชน์อันใด ไยจึงต้องมอบให้กับชนเผ่าเจี้ย สิ่ง
เดียวที่เขาต้องทำก็คือทำตามคำสั่งที่เซียวฮั่นมอบหมายให้เขาก็พอแล้ว
หลังจากสั่งทุกอย่างเรียบร้อย เซียวฮั่นก็ให้เจี้ยนอู๋อิงออกจากวิหาร
จากนั้นก็ทอดสายตาไปยังวิหารอันว่างเปล่าพลางเอ่ยพึมพำเล็กน้อย
“เวลาของข้าเหลือไม่มากนัก!”
พอเอ่ยจบเงาร่างก็บิดเบี้ยวแล้วหายไปจากที่เดิม โลกใบเล็กๆ ของ
เรือนจักรพรรดิมีสายน˺าไหลรินและมีกระท่อมสองสามหลังสร้างขึ้นใน
นั้น ชายชราสองสามท่านที่อยู่ในกระท่อมเหล่านี้ก็คือผู้อาวุโสสูงส่งซึ่ง
อยู่ในขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ดำรงอยู่ในสำนักกระบี่หลิงเทียนเท่านั้น
การเข้ามาในโลกใบเล็กๆ แห่งเรือนจักรพรรดิของเซียวฮั่นมิได้
รบกวนพวกเขาเหล่านั้น แต่เงาร่างของเขาบิดเบี้ยวและหายไปในโลก
ใบเล็กๆ ของหอจักรพรรดิ รอจนกระทั่งเขาปรากฏกายขึ้น ก็มาโผล่ที่
โลกของวิหารทั้งห้าแล้ว
re* https://www.novelgu.com
ท่ามกลางความว่างเปล่าสีเหลืองทอง วิหารสีเหลืองทองและมหา
นทีสีเดียวกันนั้น ภายใต้วารีซ่อนสวรรค์อันไร้สิ้นสุด ผู้กล้าที่เอนกายอยู่
ในนั้นกำลังดูดรับเอาพลังแห่งโลกและสวรรค์จนน่ากลัวและแข็งแกร่ง
ขึ้นเรื่อยๆ
และด้านหน้าของวิหารที่อยู่ตรงกลางระหว่างวิหารทั้งห้ามีกิเลน
ยักษ์สีทองเชิดหน้าขึ้นฟ้าตั้งอยู่ ลมปราณอันน่าหวาดผวาของมันทำให้
การดำรงอยู่ขั้นอมตะตัวสั่นเทาและหายใจอึดอัด
“สหายเก่า ดูท่าแล้วอีกไม่นานเจ้าก็จะตื่นแล้ว!”
เซียวฮั่นมองไปยังกิเลนสีทองข้างหน้า ก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างอดไม่ได้
แล้วจึงก้าวฝ่าเท้า จากนั้นเงาร่างก็ตกลงบนหลังของกิเลนในท่า
นั่งขัดสมาธิ
พอนั่งลงบนหลังของกิเลน เซียวฮั่นก็มองไปยังโลกที่อยู่เบื้องหน้า
จากนั้นก็ทอดสายตาไปยังเงาร่างของผู้กล้าแต่ละคน ก่อนจะถอน
หายใจอย่างอดไม่ได้ เพื่อความฝันของตน แม้พวกเขาจะถูกฝังที่นี่เป็น
เวลานับแสนปีก็ยอม
และภายใต้การเลี้ยงดูเป็นเวลานับแสนปี ผู้กล้าที่หลบซ่อนอยู่ใน
วารีซ่อนสวรรค์เหล่านี้ต่างแปรเปลี่ยนเป็นผู้ที่ไร้คู่ต่อกรยิ่งขึ้น แม้แต่
การดำรงอยู่ขั้นอมตะก็ยังไม่นับว่าเป็นคู่มือของคนเหล่านี้ อย่างที่รู้กัน
re* https://www.novelgu.com
ว่าสิ่งที่หล่อเลี้ยงพวกเขามาเป็นเวลานับแสนปีก็คือพลังแห่งโลกและ
สวรรค์จากห้าทวีปตอนล่างทั้งทวีป
ในตอนนั้น เพื่อการจัดวางรูปแบบที่พลิกสวรรค์นี้ เขาได้ออกแรง
รวบรวมพลังทั้งโลกและสวรรค์จากห้าทวีปตอนล่างเข้ามาในเส้นโลหิต
มังกรแห่งโลกหล้าของวิหารทั้งห้านี้ ภายใต้การบ่มเพาะกว่าแสนปีของ
พลังแห่งโลก สวรรค์และวารีซ่อนสวรรค์ แค่คิดก็รู้แล้วว่าผู้กล้าเหล่านี้มี
ความน่าหวั่นเกรงมากเพียงใด
“ครืน!”
หลังจากเก็บความรู้สึก ความคิดของเซียวฮั่นก็โคจร จากนั้นแผ่น
หยกนำโชคก็ลอยคว้างอยู่บนยอดศีรษะ ก่อนที่วิถีถือครองเต๋าจะ
ปรากฏขึ้นเหนือแผ่นหยกนำโชค พอวิถีถือครองเต๋ากางออก สรรพสิ่ง
ในโลกหล้าก็หมอบคำนับภายใต้ผู้ถือครอง แม้แต่วิถีเต๋าหมื่นวิถีก็ยังถูก
ควบคุม
บนวิถีถือครองเต๋า มีวิถีวัฏสงสารกำลังโคจร วิถีแห่งความเป็นและ
ความตายสั่นไหว วิถีเทพและวิถีมารกลอกกลิ้ง ก่อนที่วิถีเต๋าหกชนิดจะ
โผล่ขึ้นมา ปรากฏการณ์อันน่าหวาดผวานี้ เพียงพอที่จะทำให้การดำรง
อยู่ขั้นอมตะและวัฏสงสารหวาดกลัวยิ่ง
re* https://www.novelgu.com
ยามนี้วิถีเต๋าหกชนิดดูคล้ายกับเจดีย์องค์หนึ่ง วิถีถือครองเต๋าก็คือ
รากฐานของเจดีย์ที่แข็งแรงที่สุด ราวกับว่าเมื่อมีฐานเจดีย์นี้อยู่ก็จะ
สามารถสร้างเจดีย์สูงหมื่นจั้งได้ และหากวิถีถือครองเต๋าคือรากฐาน
ของเจดีย์ เช่นนั้นวิถีวัฏสงสารก็คือตัวเจดีย์ชั้นที่สอง
“ดูท่าแล้วข้าควรลงมือสร้างเจดีย์วิถีเต๋าของข้าเอง!”
แววตาเปล่งประกายวาบ ในใจของเซียวฮั่นได้มีการถือครองแล้ว
เขาจึงรู้ว่าตนควรทำสิ่งใดต่อไป
“ก็ดี ถือโอกาสจากช่วงเวลานี้ ขั้นที่สองของวิถีจักรพรรดิก็น่าจะ
ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด”
หลังจากใช้ความคิด เซียวฮั่นก็พบว่าเรื่องที่ตนต้องจัดการต่อไปมี
อีกไม่น้อย
วิถีจักรพรรดิของเขาในยามนี้นับว่าเพิ่งจะเข้าสู่ขั้นที่สอง นี่เพิ่งเป็น
การเริ่มต้น สิ่งที่เขาต้องสะสางยังมีอีกมากมาย อย่างไรขั้นที่สองของวิถี
จักรพรรดิก็ไม่ใช่แค่เพียงชำระล้างสามยอดบุปผา ทั้งสามก็กลายเป็น
สามเทพง่ายดายถึงเพียงนั้น!
………………………..
re* https://www.novelgu.com