ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 278 : ท่านบรรพบุรุษ!
“ท่านบรรพบุรุษไว้ชีวิตด้วย!”
ณ ขณะนี้ ไม่ว่าจะกู่เย่ เจี้ยนอู๋หรือชื่อเหยียนล้วนตะโกนออกมา
พร้อมกัน พอสิ้นเสียงของพวกเขา ลมปราณอันน่าหวาดผวาสามสายก็
ปกคลุมไปทั่วทั้งสำนักกระบี่หลิงเทียนทันที ภายใต้ลมปราณเหล่านี้
สิ่งมีชีวิตทั้งมวลต่างตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว นี่คือสิ่งที่อยู่เหนือยอด
ฝีมือขั้นวัฏสงสารไปแล้ว
เพียงแต่ลมปราณอันน่าหวั่นเกรงสามสายนี้เพิ่งจะปรากฏขึ้น
เซียวฮั่นเพียงยกฝ่ามือจับกุมความว่างเปล่าแล้วจึงลากมือ ไม่ได้กระทำ
สิ่งอื่นใดไปมากกว่านี้และไม่มีคลื่นพลังอันใด พริบตานั้นเงาร่างสาม
สายก็ร่วงลงมาจากอากาศ
“ตูม!”
เสียงกึกก้องสามสายดังขึ้น ภายใต้สายตาตื่นตกใจและเหลือเชื่อ
นับไม่ถ้วน เงาร่างสามสายที่เพิ่งปรากฏตัวนั้นได้กระแทกลงบนลาน
กว้างอย่างรุนแรง เป็นผลให้ลานแตกเป็นหลุมลึกขนาดมหึมาสามหลุม
ขณะที่ทุกคนกำลังจ้องตาเขม็ง พวกเขาต่างสูดลมหายใจเข้าไป
ทันที การดำรงอยู่ขั้นวัฏสงสารสามท่านยามนี้กระอักกระอ่วนเต็มที แต่
ละคนต่างศีรษะแตกย้อมไปด้วยโลหิตนอนคว˹าหน้าในหลุมลึก
re* https://www.novelgu.com
และที่ทำให้ผู้คนสิ้นหวังยิ่งกว่าก็คือ การดำรงอยู่ขั้นวัฏสงสารสาม
ท่านในยามนี้ไม่ต่างจากคนธรรมดาสักนิด พวกเขาถูกผนึกลมปราณ
ทั้งหมดที่มี เห็นได้ชัดว่าคนทั้งสามนี้ถูกกดข่มไว้แล้ว
“ท่านบรรพบุรุษเจี้ยนเฉิน!”
“ท่านบรรพบุรุษชื่อเยี่ยน!”
“ท่านบรรพบุรุษเจี้ยนชาง!”
ยามนี้กู่เย่ ชื่อเหยียน รวมถึงเจี้ยนอู๋ต่างมองไปยังภาพตรงหน้าด้วย
สีหน้าสิ้นหวังเกินบรรยาย ถึงขนาดที่พวกเขาไม่มีทางจินตนาการว่า
สุดท้ายแล้วเซียวฮั่นจะมีความน่าพรั่นพรึงถึงเพียงนี้
อย่างที่รู้กันว่าสามคนนี้เป็นบรรพบุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดที่เหลืออยู่
จากสามสำนัก และแต่ละคนต่างเป็นการดำรงอยู่ขั้นวัฏสงสารพันภพ
บรรพบุรุษชื่อเยี่ยนเป็นหนึ่งในบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสำนักชื่อเหยียน ส่วน
บรรพบุรุษเจี้ยนชางที่เจี้ยนอู๋เอ่ยถึงก็เป็นผู้อาวุโสที่พาศิษย์สร้างสำนัก
ของตนเองขึ้นเมื่อสามหมื่นปีก่อน
สำหรับเจี้ยนเฉินที่กู่เย่เอ่ยถึงก็คือบรรพบุรุษขั้นวัฏสงสารที่ดำรง
อยู่เพียงคนเดียวในสำนักกระบี่หลิงเทียน ว่ากันว่าบรรพบุรุษเจี้ยนเฉิน
ท่านนี้ยังเคยฟังคำเทศนาจากผู้ถือครองกระบี่หลิงเทียนผู้เป็นบรรพ
บุรุษสำนักกระบี่หลิงเทียนด้วย ถึงจะเป็นการดำรงอยู่ขั้นวัฏสงสาร แต่
re* https://www.novelgu.com
แน่นอนว่าก็เป็นการดำรงอยู่ที่แข็งแกร่งและสูงสุดในขอบเขตนี้ ขาดอีก
เพียงก้าวเดียวก็เข้าสู่ขั้นนิจนิรันดร์ในตำนานแล้ว
แต่ต่อให้บรรพบุรุษสามท่านนี้เกรียงไกรเพียงใด เมื่อเผชิญหน้ากับ
เซียวฮั่น แม้แต่โอกาสออกมือก็หามีไม่ พวกเขาถูกกดข่มไว้โดยตรง
แม้แต่ความสามารถในการโต้กลับก็ยังไม่มี และสิ่งนี้ได้ทำให้คนทั้งสาม
รู้สึกสิ้นหวังอย่างแท้จริง
“เจ้าเป็นใครกันแน่?”
บัดนี้ คลื่นที่ซัดโหมกระหน˹าในจิตใจของบรรพบุรุษสามท่านซึ่งถูก
กดอัดไว้ลูกใหญ่กว่าคนทุกผู้ อย่างที่รู้กันว่าพวกเขาคือการดำรงอยู่ขั้น
วัฏสงสารที่ควบคุมวิถีพลังสูงส่งมากกว่าสามชนิด พลังการต่อสู้เป็น
หนึ่ง ถึงขนาดสามารถวัดกำลังกับยอดฝีมือขั้นนิจนิรันดร์ทั่วไปก็ยังได้
แต่ยามนี้กลับถูกกดข่มไว้ด้วยการพลิกฝ่ามือของบุรุษรุ่นเยาว์ พวกเขา
จึงยากที่จะยอมรับสิ่งนี้ได้
ยามนี้ผู้ที่รู้สึกเหลือเชื่อที่สุดก็คือบรรพบุรุษเจี้ยนเฉินที่กู่เย่เอ่ยถึง
เพราะเขารู้สึกได้ว่าเซียวฮั่นใช้พลังอันใดมากดข่มเขาไว้ นี่เป็นพลังจาก
รากฐานแห่งเต๋าของสำนักกระบี่หลิงเทียนและเป็นพลังไร้เทียมทานที่ผู้
ถือครองกระบี่หลิงเทียนผู้เป็นบรรพบุรุษทิ้งเอาไว้
re* https://www.novelgu.com
และพลังไร้เทียมทานนี้ แสนปีที่ผ่านมา นอกจากบรรพบุรุษและผู้
ก่อตั้งสำนักสองสามท่าน ก็ไม่มีผู้ใดสามารถระดมพลังเช่นนี้ได้ แต่วันนี้
บุรุษหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งกลับรวบรวมพลังของรากฐานแห่งเต๋า
อย่างง่ายดาย นี่จะไม่ให้พวกเขาตกใจได้อย่างไร
“ข้าคือใครน่ะหรือ ความจริงแล้วข้าก็ไม่อยากเอ่ย เพราะหากข้า
เอ่ยออกมา เกรงว่าคงทำให้ผู้คนในใต้หล้าหัวเราะเยาะ”
พอได้ฟังคำกล่าวของเจี้ยนเฉิน เซียวฮั่นส่ายศีรษะ การมีศิษย์รุ่น
หลังเช่นนี้ เกรงว่าผู้ที่ขายหน้าคนแรกคือเขาผู้เป็นบรรพบุรุษ
ถึงแม้ว่าเซียวฮั่นไม่ได้แยแสศักดิ์ศรีของตน แต่เขาก็มิอาจปล่อยให้
สหายเก่าผู้สร้างสำนักระบี่หลิงเทียนมาด้วยกันต้องเสียหน้าไปด้วย
ถึงเซียวฮั่นจะไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วสหายเก่าเหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่
มากน้อยเพียงใด แต่เขาก็รู้ว่ายังมีผู้ที่มีชีวิตอยู่ไม่น้อยอย่างแน่นอน
ด้วยลูกไม้ของสหายเก่าเหล่านั้น ขอเพียงแต่ไม่ถูกการดำรงอยู่ที่ไร้
เทียมทานจริงๆ และเทพหัวขโมยจับตามอง หากคิดจะตายก็เป็นการ
ยากยิ่ง
ส่วนสหายเก่าเหล่านี้ของตน ต่อให้ยังมีชีวิตก็คงไม่อยากยุ่ง
เกี่ยวกับเรื่องย˹าแย่และวุ่นวายของสำนักกระบี่หลิงเทียน สำหรับพวก
re* https://www.novelgu.com
เขานั้น ยังมีเรื่องสำคัญให้ต้องสะสาง ดังนั้นขอเพียงแต่สำนักกระบี่หลิง
เทียนไม่ดับสูญ เรื่องเหล่านี้ปล่อยให้คนรุ่นหลังจัดการจะดีกว่า
ถึงขนาดที่ว่าแม้แต่เซียวฮั่นเองก็ไม่มีเวลาไปยุ่งกับเรื่องบาดหมาง
ของพวกคนรุ่นหลังเหล่านี้ สำหรับเขา เขาก็มีเรื่องที่สำคัญกว่าให้ต้อง
สะสางเช่นเดียวกัน และไม่สามารถเสียเวลากับเรื่องแบบนี้ได้แม้แต่
น้อย
พอเอ่ยจบ เซียวฮั่นแตะฝ่าเท้าลงบนพื้นดินของลานอย่างแผ่วเบา
ครู่ต่อมาสำนักกระบี่หลิงเทียนดูราวกับมีชีวิตขึ้นมา ภายใต้การจับจ้อง
ของทุกคน ศพแต่ละร่างเหล่านั้นก็สลายหายไป แม้แต่คราบโลหิตบน
พื้นก็หายวับไปด้วย และทั้งสามคนที่เดิมทีถูกกดข่มไว้ ยามนี้ได้ฟื้นฟู
พลังทั้งหมดที่มี
เพียงแต่คนทั้งหมดในยามนี้กลับมองไปยังเซียวฮั่นด้วยความขน
ลุกขนชัน แม้ว่าพวกเขาจะฟื้นฟูพลังขึ้นมา แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดอาจหาญ
เคลื่อนไหวแม้เพียงคนเดียว ถึงจะเป็นการดำรงอยู่ขั้นวัฏสงสารสาม
ท่านก็ยังไม่กล้ากระดุกกระดิก เพราะพวกเขารู้ซึ้งถึงความน่าพรั่นพรึง
และความแข็งแกร่งของบุรุษหนุ่มเบื้องหน้า ความน่ากลัวและความ
แข็งแกร่งเช่นนี้อยู่เหนือการรับรู้ของพวกเขาไปแล้ว
ช่วงเวลาเพียงชั่วขณะ สำนักกระบี่หลิงเทียนก็ได้กลับสู่ลักษณะ
เช่นเดิม ราวกับทุกสิ่งไม่เคยเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้น ตำหนักที่พังทลาย
re* https://www.novelgu.com
ลานที่บุบสลาย ชั่วเวลานี้ล้วนแต่ฟื้นคืนดังเดิม และทั้งหมดนี้เป็นเพียง
เพราะบุรุษหนุ่มเบื้องหน้าใช้เท้าแตะลงกับพื้นเท่านั้น
ยามนี้ ในสายตาของทุกคน ถึงเซียวฮั่นจะยังคงดูธรรมดาสามัญ
ราวกับคนทั่วไป แต่ทุกคนต่างรู้สึกว่าเซียวฮั่นเป็นการดำรงอยู่ประหนึ่ง
ทวยเทพก็ไม่ปาน ขอเพียงแต่เขายินยอม เขาสามารถทำสิ่งใดก็ได้
“ท่านบรรพบุรุษ!”
ในที่สุด คนที่มีปฏิกิริยาคนแรกก็คือเจี้ยนเฉิน ยามนี้ในสมองของ
เขาปรากฏท่าทางของเซียวฮั่นในอดีต ก่อนจะมองไปยังท่าทางของ
เซียวฮั่นในยามนี้อีกครั้ง สุดท้ายเขาจึงรู้ว่าเหตุใดคนตรงหน้าจึงมี
ท่าทางที่คุ้นเคยถึงขีดสุด เพราะคนที่อยู่ตรงหน้านี้ก็คือบรรพบุรุษของ
สำนักกระบี่หลิงเทียน ผู้ถือครองกระบี่หลิงเทียนนั่นเอง
“ฟุบ!”
ยามนี้เจี้ยนเฉินผู้เป็นบรรพบุรุษสำนักกระบี่หลิงเทียนหมอบคลาน
ลงกับพื้น เขาคุกเข่าคำนับไปทางเซียวฮั่น ท่าทางราวกับเห็นเทพที่ตน
เคารพศรัทธาที่สุดก็ไม่ปาน ก้มลงกราบกรานด้วยน˺าตาที่รินไหลเต็ม
ใบหน้า
“อะไรนะ? ท่านบรรพบุรุษงั้นรึ?”
re* https://www.novelgu.com
ยามนี้ ลานกว้างทั้งลานโกลาหลขึ้นมาทันใด โดยเฉพาะเจี้ยนเฉิน
แรงโจมตีที่พวกเขาได้รับนั้นมหาศาลเกินไปจริงๆ บรรพบุรุษของสำนัก
กระบี่หลิงเทียน นั่นคือผู้ถือครองกระบี่หลิงเทียนผู้สูงส่งเกินบรรยายใน
ตำนาน นั่นคือตำนานของเทพผู้สร้างสงครามโค่นสวรรค์
อย่างไรก็ตาม ตำนานกล่าวว่าผู้ถือครองกระบี่หลิงเทียนได้สิ้นชีพ
ในสงครามโค่นสวรรค์และดับสลายหายไปโดยสมบูรณ์ หรือว่าตำนาน
จะเป็นเรื่องโกหก ผู้ถือครองกระบี่หลิงเทียนยังไม่ได้สิ้นชีพจริงๆ แต่
กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมา?
ขณะที่คนทั้งหมดยังไม่เชื่อ ภาพที่เกิดขึ้นถัดจากนี้ได้ทำให้คน
ทั้งหมดเชื่อสนิทใจ เห็นเพียงยามนี้กระบี่เทพที่ปักอยู่บนยอดเขา
กระบี่หลิงเทียนของสำนักกระบี่หลิงเทียนแต่ละเล่มต่างโผล่พ้นฝัก
ภายใต้สายตาตกตะลึงนับไม่ถ้วน กระบี่เทพหลายหมื่นเล่มเหล่านี้
ล่องลอยกระจัดกระจาย ก่อนจะก่อตัวเป็นถนนนำพาเซียวฮั่นไปยัง
บัลลังก์ของสำนักกระบี่หลิงเทียนตลอดทาง
ในที่สุด เซียวฮั่นก็นั่งบนบัลลังก์นั้น ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีเพียงเจ้า
สำนักในแต่ละยุคเท่านั้นที่สามารถนั่งได้ ชั่วเวลานี้ไม่มีผู้ใดอาจหาญ
คลางแคลงใจในฐานะของเซียวฮั่นอีก ศิษย์ของสำนักกระบี่หลิงเทียนที่
รอดชีวิตทั้งหมดต่างหมอบกราบลงกับพื้นพร้อมกัน สีหน้าของแต่ละ
คนแดงก˹าเกินบรรยาย ไม่รู้ว่าตื่นเต้นมากเพียงใด
re* https://www.novelgu.com
แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตทรราชเต๋าของสำนักเจี้ยนจง รวมไป
ถึงเจี้ยนอู๋ผู้เป็นเจ้าสำนักเจี้ยนจง และเจี้ยนชางบรรพบุรุษสำนักเจี้ย
นจง ยามนี้ก็ล้วนแต่หมอบลงกับพื้นด้วยเนื้อตัวสั่นเทา แม้แต่กลุ่มยอด
ฝีมือของสำนักชื่อเหยียนก็ยังไม่เว้น อย่างที่รู้กันว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าของ
พวกเขาในยามนี้ก็คือผู้ถือครองกระบี่หลิงเทียน ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ไร้
เทียมทานผู้ยืนอยู่จุดสูงสุดของเก้าอาณาจักรอย่างแท้จริง ต่อให้เป็นผู้
ถือครองหนึ่งอาณาจักรจากเก้าอาณาจักรพบเห็นเข้าก็ยังต้องแสดง
ความเคารพ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงพวกเขาที่เป็นเพียงการดำรงอยู่ระดับมด
ปลวกเหล่านี้
“ท่านบรรพบุรุษโปรดอภัยโทษด้วยขอรับ!”
ยามนี้ กู่เย่ซึ่งเป็นผู้อาวุโสของสำนักกระบี่หลิงเทียนกำลังหมอบลง
ไปกับพื้นด้วยความทำอะไรไม่ถูก ในปากเอ่ยพึมพำอย่างสติหลุดลอย
ไม่ขาดสาย เพราะเขารู้ว่าตนต้องสิ้นชีพอย่างไม่ต้องสงสัย
“ครืน!”
และก็เป็นอย่างที่กู่เย่คิด เซียวฮั่นย่อมมิอาจปล่อยเขาไปได้ เซียว
ฮั่นไม่ได้เคลื่อนไหวอันใดมากนัก เขาใช้ความคิดเพียงแค่สายเดียว กู่เย่
ผู้เป็นการดำรงอยู่ขั้นอมตะท่านนี้ก็กลายเป็นความว่างเปล่าและ
กลายเป็นพลังที่บริสุทธิ์ที่สุดหายไปจากโลกและสวรรค์
re* https://www.novelgu.com
พอเห็นภาพดังกล่าวก็ไม่มีผู้ใดอาจหาญโต้แย้ง แม้แต่ยอดฝีมือ
ขอบเขตทรราชเต๋าของสำนักกระบี่หลิงเทียนที่เคยรับใช้กู่เย่มาก่อนก็
ตาม เป็นที่รู้กันว่าคนเบื้องหน้าก็คือผู้ถือครองกระบี่หลิงเทียนผู้เป็น
บรรพบุรุษแห่งสำนักกระบี่หลิงเทียนของพวกเขา ผู้ใดอาจหาญโต้แย้ง
ผู้นั้นก็รนหาที่ตายอย่างไม่ต้องสงสัย กระทั่งพวกเขาเองก็ยังกังวลกับ
สถานการณ์ของตน อย่างไรนี่ก็คือการทรยศต่อสำนัก ตนเองจะหนีรอด
ได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้
“ผู้กระทำผิดก้มศีรษะลง ข้าจะมอบโอกาสให้พวกเจ้าใช้ความดี
หักล้างความผิด หากผู้ใดทำคุณความดีต่อสำนัก ข้าไม่เพียงแต่ไม่สืบ
ถามความรับผิดชอบ ทั้งยังจะชี้แนะการฝึกตนให้พวกเจ้าด้วย”
ยามนี้เซียวฮั่นกำลังนั่งบัลลังก์ที่เป็นตัวแทนของเจ้าสำนักกระบี่ห
ลิงเทียนพลางมองลงไปยังคนที่อยู่เบื้องล่างทั้งหมดพร้อมกับเอ่ยอย่าง
เรียบๆ
และที่เซียวฮั่นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่จนถึงขั้นที่ต้องเผยฐานะ
ของตน นั่นเป็นเพราะหากเขาไม่ใช้ฐานะในภพก่อน ก็คงไม่มีทาง
ควบคุมสำนักกระบี่หลิงเทียนในยามนี้โดยสมบูรณ์ และไม่มีทางอาศัย
ฐานะของคนแปลกหน้าคนหนึ่งทำให้ศิษย์ของสำนักกระบี่หลิงเทียน
ทั้งหมดยอมสวามิภักดิ์
re* https://www.novelgu.com
“ขอบคุณน˺าใจอันกว้างขวางของท่านบรรพบุรุษ พวกเราจะอุทิศ
ตนเพื่อสำนักจนชีวาวาย!”
พอได้ฟังคำกล่าวของเซียวฮั่น ศิษย์ทุกคนของสำนักกระบี่หลิง
เทียนจึงเอ่ยด้วยความเคารพพลางคำนับอย่างพร้อมเพรียงกัน
“หวังว่าพวกเจ้าจะพูดจริงทำจริง หากผู้ใดมีใจทรยศ จุดจบจะเป็น
อย่างไร ข้าคงไม่ต้องเอ่ยให้มากความ”
สิ้นเสียงเอ่ยอย่างเรียบๆ ของเซียวฮั่น แม้ว่าน˺าเสียงจะนิ่งเฉย แต่
พอทุกคนได้ยินดังนั้นต่างตัวสั่นเทาขึ้นมาอย่างหักห้ามไม่ได้ เกรงว่าต่อ
ให้หลังจากวันนี้ไปพวกเขาจะไปหยิบยืมความกล้ามาหมื่นส่วน ก็ยังมิ
อาจหาญทำเรื่องไม่ดีต่อสำนัก
“ส่วนพวกเจ้า!”
เซียวฮั่นเคลื่อนสายตาไปยังร่างของยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งของสำนัก
ชื่อเหยียนและสำนักเจี้ยนจง ทำให้ยอดฝีมือเหล่านี้หน้าซีดขาวด้วย
ความกลัวทันที กระทั่งผู้อาวุโสของสองสำนักยามนี้แม้แต่สีหน้าก็ยังไม่
เหลือ
“พวกเรายอมสวามิภักดิ์ต่อสำนักกระบี่หลิงเทียน กลายเป็นสำนัก
ใต้อาณัติของสำนักกระบี่หลิงเทียน ทุกคนยอมเชื่อฟังคำสั่งจากสำนัก
กระบี่หลิงเทียน!”
re* https://www.novelgu.com
ชื่อเยี่ยนและเจี้ยนชางผู้อาวุโสของสองสำนักต่างคำนับลงกับพื้น
พร้อมกับประกาศสถานะของตนออกมาทันที เพราะพวกเขารู้ว่า หาก
ไม่ตัดสินใจเช่นนี้ สำนักชื่อเหยียนและสำนักเจี้ยนจงต้องถูกลบออกจาก
แผนที่โลกอย่างแน่นอน
“ดีมาก! หวังว่าพวกเจ้าจะจดจำคำสัญญาของตนในวันนี้ไว้”
เซียวฮั่นพยักหน้าและไม่เอ่ยพล่ามอันใดอีก แบบนี้เป็นการดีที่สุด
แล้วเพราะมันจะช่วยให้เขาลดการเสียเวลามาวิวาท
“อีกอย่าง เรื่องของข้านั้น พวกเจ้าไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อนุญาตให้แพร่ง
พรายออกไป ข้าไม่หวังจะได้ยินข่าวอันใดที่เกี่ยวข้องกับการเกิดใหม่
ของผู้ถือครองกระบี่หลิงเทียนบนเก้าอาณาจักร”
พอสิ้นเสียงเรียบๆ ของเซียวฮั่น เขาก็ลุกขึ้นจากบัลลังก์ จิตใจของ
คนทั้งหมดพลอยสั่นไหวไปด้วย พวกเขารู้ว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นวันนี้เกรง
ว่าคงเปื่อยยุ่ยอยู่ภายในใจของพวกเขาไปตลอดกาล!
……………………….
re* https://www.novelgu.com