ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 319 : ออกจากดินแดนต้องห้าม!
“ตื่นเถิด อย่ามัวแต่ฝันอยู่เลย!”
ขณะที่อู๋ฮ่าวและพวกเข้าไปในความชั่วนิรันดร์อันไม่มีที่สิ้นสุดและ
ไม่มีทางออกมาได้ สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเซียวฮั่นก็เข้าไปในส่วนลึกของ
คนทั้งสาม ก่อนจะปลุกการตัดสินใจ จิตรับรู้ และความทรงจำของพวก
เขาขึ้นมา
ในที่สุด คนทั้งสามก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นมา พอได้ยินคำกล่าวของเซียว
ฮั่น พวกเขาก็รู้สึกงุนงงคล้ายว่าถูกคนตะโกนปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากฝัน
อย่างไรอย่างนั้น ดังนั้นจึงยังไม่ฟื้นคืนสติชั่วขณะ
เพียงแต่คนทั้งสามต่างรู้สึกว่าตนได้ฝันนานเหลือเกิน ใครๆ ก็ว่า
ชีวิตคือความฝัน แต่พวกเขากลับรู้สึกว่าตนใช้เวลาอยู่ในความฝันหลาย
ล้านปี
“แต่ นี่มิใช่ความฝัน!”
ทันใดนั้น คนทั้งสามก็รู้ว่าสิ่งที่ตนประสบมามิใช่ความฝัน เพราะ
พวกเขาสามารถรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังอันน่าพรั่นพรึงในร่างของตน และ
คลื่นพลังชนิดนี้ พวกเขาทั้งคุ้นเคยและรู้สึกแปลก
re* https://www.novelgu.com
สิ่งที่คุ้นเคยก็คือ คลื่นพลังนี้ออกมาจากการฝึกฝนของพวกเขาเป็น
เวลาหลายล้านปี แต่สิ่งที่แปลกก็คือ ในยามนี้พวกเขาไม่มีทางปรับตัว
ให้เข้ากับพลังที่น่ากลัวจนเพียงพอทำลายสวรรค์ดับพสุธานี้ได้ในทันที
ใช่ ทำลายสวรรค์ดับพสุธา อู๋ฮ่าวและพวกในยามนี้ อยู่ภายใต้
กาลเวลาชั่วนิรันดร์หลายล้านปี และกลายเป็นยอดฝีมือขั้นผู้สูงส่ง
สูงสุดที่ควบคุมวิถีเต๋าไร้เทียมทานหกชนิด เพียงชูฝ่ามือก็สามารถ
พังทลายสุริยัน จันทราและดวงดาราได้แล้ว กระทั่งหากพวกเขาทั้งสาม
คนไม่เสียดายการโจมตีที่มีราคา จะสามารถทำลายล้างโลกหนึ่งใบก็ยัง
ได้
ถึงแม้ว่า เมื่อเทียบกับยอดฝีมือขั้นผู้ถือครอง ระยะห่างด้านความ
แข็งแกร่งของคนทั้งสามจะยังคงมหาศาล แต่เมื่อความแข็งแกร่งของ
พวกเขาอยู่ในเก้าอาณาจักรก็นับว่าเป็นการดำรงอยู่ที่ยิ่งใหญ่แล้ว ยอด
ฝีมือขั้นผู้สูงส่งสูงสุด นั่นมิใช่ผู้ที่ดำรงอยู่มานานเท่านั้น ทว่ายังต้องผ่าน
ความลำบากมาไม่รู้มากเพียงใดจึงจะสามารถมีชื่อเสียงโด่งดังได้
ทั้งนี้ ด้วยพลังการต่อสู้ของคนทั้งสามที่อยู่ในขั้นผู้สูงส่งสูงสุดเพียง
อย่างเดียวก็อยู่ในระดับที่ไร้คู่ต่อกรแล้ว แม้คนทั้งสามจะเผชิญหน้ากับ
ยอดฝีมือขั้นผู้สูงส่งเลิศล˺าทั่วไปก็ยังสามารถประลองได้อย่างสูสีกัน
หากคนทั้งสามร่วมมือกัน ต่อให้เป็นการดำรงอยู่ขั้นผู้สูงส่งไร้เทียมทาน
re* https://www.novelgu.com
ก็ยังสามารถประมือได้ ถึงจะไม่ชนะ แต่การป้องกันตนเองก็เพียงพอ
แล้ว
“ข้าให้เวลาแก่พวกเจ้าสามวัน ไปทำความเคยชินกับพลังของตน
เสีย”
ยามนี้เซียวฮั่นพาอู๋ฮ่าวและพวกกลับมายังอาณาจักรอสูรอีกครั้ง
ขณะที่ใช้เวลาในอาณาจักรนิรันดร์กาลเป็นเวลาหลายล้านปี เวลาของ
อาณาจักรอสูรกลับผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน
“ขอรับ!”
ถึงแม้ว่าคนทั้งสามจะกลายเป็นยอดฝีมือขั้นผู้สูงส่งสูงสุด แต่พวก
เขากลับยังคงไม่มีความคิดที่จะฝ่าฝืนคำสั่งของเซียวฮั่น กระทั่งเนื่อง
ด้วยพลังและความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น ความเคารพที่พวกเขามีต่อเซียว
ฮั่นกลับยิ่งลึกซึ้ง ต่อให้ยามนี้พวกเขาจะเป็นยอดฝีมือขั้นผู้สูงส่งสูงสุด
และเมื่ออยู่ในเก้าอาณาจักรก็คือการดำรงอยู่อันสูงส่ง แต่เมื่อ
เผชิญหน้ากับเซียวฮั่น พวกเขาถึงรู้ว่าสิ่งใดที่เรียกว่าภูเขาสูงอันไร้
จุดสิ้นสุด
หากพวกเขาคือกองดินกองเล็กๆ เช่นนั้นเซียวฮั่นก็คือภูเขาสูง
พันล้านจั้ง และเป็นภูเขาที่พวกเขามองไม่เห็นปลายสุดตลอดกาล
“ไปกันเถิด…”
re* https://www.novelgu.com
พอเงาร่างของคนทั้งสามกระโจนเข้าไปในการสังหารอันไร้
ขอบเขตของอาณาจักรอสูร เซียวฮั่นก็หัวเราะเบาๆ อย่างอดไม่ได้ ว่า
กันว่าการฝึกตนไร้ซึ่งกาลเวลา แต่บางทีเซียวฮั่นก็รู้สึกว่าตนแก่แล้ว
จริงๆ ลองคิดดูว่าเมื่ออยู่ในแผ่นดินนี้ ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญที่ประสบ
ความสำเร็จ อย่างมากก็มีชีวิตได้เพียงหลายร้อยปีเท่านั้น
พอมาถึงอาณาจักรนี้ เขาก็ผ่านกาลเวลานับแสนปีแล้ว ถึงขนาด
ที่ว่าตนยังเดินทั่วทั้งอาณาจักรนิรันดร์กาลแล้วด้วยซ˺า จนบางครั้งเซียว
ฮั่นก็รู้สึกว่าตนคือชายชราที่ไม่สามารถชราไปมากกว่านี้ได้อีกคนหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้ สำหรับเซียวฮั่น อู๋ฮ่าวและพวกจึงนับเป็นเพียงคนรุ่น
หลังของตน ตนบ่มเพาะพวกเขา ก็ย่อมต้องทุ่มเทแรงใจและแรงกาย
เพียงแต่ในยามนี้คนทั้งสามสามารถออกไปเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ ได้
แล้ว ในภายภาคหน้าพวกเขาต่างก็มีเส้นทางแห่งวิถีเต๋าของแต่ละคนที่
ต้องเดิน หากคนทั้งสามต้องการไปเผชิญโลกกว้าง ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็
มีเพียงเท่านี้
“ข้าควรออกจากอาณาจักรมนุษย์ได้แล้ว เพียงแต่พอออกไป ก็ยัง
ต้องจัดการกับปัญหาบางอย่าง!”
เซียวฮั่นกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วจึงคลี่ยิ้ม เพียงแต่รอยยิ้ม
ของเขาในยามนี้กลับเย็นเยียบอย่างเห็นได้ชัด และคนทั้งสามก็เคยชิน
re* https://www.novelgu.com
กับคนอย่างเซียวฮั่นไปแล้ว พวกเขารู้ว่าที่เซียวฮั่นเผยรอยยิ้มเช่นนี้ นั่น
หมายความว่าเซียวฮั่นได้เคลื่อนไหวจิตสังหารแล้ว
เซียวฮั่นพาเงาร่างอีกสามสายปรากฏขึ้นในอาณาจักรอสูร และ
การปรากฏขึ้นของเงาร่างทั้งสามสายนี้ ไม่ว่าการดำรงอยู่ใดบน
อาณาจักรอสูรพบเห็นเข้าก็ล้วนรู้สึกราวกับเห็นผี
เงาร่างแต่ละสายของทั้งสามสายนี้จะธรรมดาจนไม่สามารถ
ธรรมดาไปกว่านี้ได้อีก ถึงขนาดที่บนเงาร่างแต่ละสายไม่มีคลื่น
ลมปราณอันใด โดยคนหนึ่งเป็นชายชราผู้ดูสุขุม ส่วนชายชราอีกคนดู
บ้านนอกเล็กน้อย สกปรกเลอะเทอะไม่น่านับถือ และชายชราคน
สุดท้ายอยู่ในชุดคุลมสีดำผู้เยือกเย็นประหนึ่งน˺าแข็ง
ชายชราสามคน ดูเหมือนกับชายที่มีอายุทั่วไป แต่ไม่ว่าผู้ใดใน
อาณาจักรอสูรพบเห็นคนทั้งสามนี้ก็ต่างต้องตัวสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้
แม้แต่การดำรงอยู่ขั้นสูงส่ง เมื่อพบเห็นคนทั้งสามเข้าก็ยังตัวสั่นเทิ้ม
และคนทั้งสามนี้ แต่ละคนก็คือการดำรงอยู่ขั้นผู้ถือครอง และถึง
จะเป็นการดำรงอยู่ขั้นผู้ถือครองเหมือนกันก็ยังนับว่าเป็นการดำรงอยู่ที่
แข็งแกร่ง สามคนนี้ ก็คือเมิ่งว่านลี่ อู่จู่ และบรรพบุรุษอาวุโสเซวี่ยหมิง
เมิ่งว่านลี่ได้ยินเซียวฮั่นเอ่ยถึงเมิ่งเชียนเซวี่ยผู้เป็นลูกหลานของตน
ดังนั้นเขาจึงต้องการติดตามเซียวฮั่นไปพบลูกหลานของตนผู้นี้ เขา
re* https://www.novelgu.com
ต้องการชี้แนะและบ่มเพาะอีกฝ่ายให้กลายเป็นตนอีกคนด้วยตัวเขาเอง
จะได้ทำให้ตระกูลเมิ่งมีคนสืบทอดต่อ
และบรรพบุรุษอาวุโสเซวี่ยหมิง ต้องการออกไปช่วยเซียวฮั่น
โดยเฉพาะ เพราะในตอนนั้นเขาได้ติดหนี้น˺าใจเซียวฮั่น มิเช่นนั้น
ภรรยาและบุตรของเขาคงไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในโลกต้นกำเนิด
ของเขา
ส่วนอู่จู่ ผู้ที่ดึงดันจะออกจากอาณาจักรอสูร ทั้งคนมีท่าทางเหมือน
ชายชราที่ไม่น่าเคารพ หากเอ่ยเหตุผลที่เขาต้องการออกจากอาณาจักร
อสูร นั่นก็เพราะไม่มีสตรีคนใดออกมาอาบน˺าในอาณาจักรอสูร
ว่ากันตามตรง อู่จู่ก็มิใช่คนเจ้าชู้ ในช่วงที่เขายังเป็นหนุ่ม เขาก็หล่อ
เหลาคมคายเกินบรรยาย และในยุคนั้น อู่จู่ก็คือคนรุ่นเยาว์คนแรกบน
เก้าอาณาจักรที่ไม่ว่าจะฐานะ อำนาจ หรือรูปโฉมภายนอก ก็ล้วนแต่ไม่
มีผู้ใดสู้ได้ สาวงามที่กระโจนเข้าสู่อ้อมอกของเขามีตั้งแต่อาณาจักร
มนุษย์ไปจนถึงอาณาจักรเทพ
เพียงแต่อู่จู่เป็นกลับมีข้อบกพร่องตรงที่ชอบถ˺ามอง เขาไม่ได้ทำสิ่ง
ใด คิดเพียงว่าจะดูสตรีงามออกมาอาบน˺า สำหรับงานอดิเรกของเขา
จ้านเทียน เมิ่งว่านลี่และคนอื่นๆ ก็ทำได้เพียงเกิดริ้วดำบนศีรษะ
re* https://www.novelgu.com
จะกล่าวอย่างไร เขาก็คือการดำรงอยู่ขั้นผู้ถือครองท่านหนึ่ง นี่ก็คือ
การไร้ยางอายมากแล้ว เกรงว่าทั้งเก้าอาณาจักรเองก็มียอดฝีมือขั้นผู้
ถือครองที่เจ้าชู้ และสามารถมีภรรยากองสูงเป็นภูเขา แต่ยังไม่มีชาย
ชราผู้ไร้ยางอายที่ชอบดูสตรีงามออกมาอาบน˺าอาบท่าเช่นนี้
อย่าว่าแต่ยอดฝีมือขั้นผู้ถือครอง ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญทั่วไปเกรงว่า
ก็ยังไม่มีงานอดิเรกเช่นนี้ และเดิมทีเซียวฮั่นไม่ได้คิดจะพาอู่จู่ออกมา
จากอาณาจักรอสูร เพียงแต่อู่จู่ต้องการติดตามมาอย่างหน้าด้านๆ เซียว
ฮั่นจึงไม่มีวิธีใด มีแต่ต้องปล่อยให้เขาทำตามใจ
ดังนั้น นี่จึงเป็นสถานการณ์ที่มียอดฝีมือขั้นผู้ถือครองสามท่านและ
บุรุษหนุ่มหนึ่งคนออกจากอาณาจักรอสูรอันเป็นดินแดนอสูรสังหาร ซึ่ง
ยอดฝีมือรักษาการณ์ขั้นผู้ถือครองสามท่านนี้ ผู้ใดไม่ดูตาม้าตาเรือริ
อ่านมาหาเรื่อง เช่นนั้นก็เป็นการรังเกียจที่ดาวอายุขัยมีเวลานานเกินไป
…
อย่างที่รู้กันว่า อาณาจักรอสูรสามารถทำให้ผู้คนตายและฟื้นได้
อย่างต่อเนื่องจริง แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากยอดฝีมือขั้นผู้ถือ
ครองหนึ่งท่านยอมจ่ายราคาอย่างไม่เสียดายเพื่อสังหารเจ้า ต่อให้เป็น
อาณาจักรอสูร ก็ยังไม่มีทางฟื้นคืนชีพคนที่ถูกยอดฝีมือขั้นผู้ถือครอง
สังหาร
re* https://www.novelgu.com
ด้วยเหตุนี้ ทุกที่ที่คนทั้งสี่ย่างกรายผ่าน เรียกได้ว่าเทพผีปีศาจก็ยัง
ต้องหลบเลี่ยง ในที่สุดเซียวฮั่นก็มาพบอู๋ฮ่าวและพวก เขาจึงถือโอกาส
พาเฉียนตัวตัวรวมถึงผู้ดูแลกลุ่มหนึ่งของเฉียนตัวตัวมาพบด้วย
เพียงแต่เซียวเหยาจื่อและคนอื่นๆ ของสำนักเซียวเหยากลับไม่ได้มากับ
พวกเขา
หลังจากเฉียนตัวตัวเห็นอู๋ฮ่าวและพวกกลายเป็นยอดฝีมือขั้นผู้
สูงส่งสูงสุดในระยะเวลาอันสั้น กล่าวได้ว่าเขาก็ตกตะลึงอย่างแท้จริง
ถึงขนาดที่ผ่านไปนานก็ยังไม่มีการตอบสนองกลับมา และหลังจากแต่
ละคนเอาชนะยอดฝีมือขั้นผู้สูงส่งสูงสุดในอาณาจักรอสูรไปหนึ่งคน
เฉียนตัวตัวจึงพิสูจน์ได้ว่าคนทั้งสามกลายเป็นยอดฝีมือขั้นผู้สูงส่งสูงสุด
แล้วจริงๆ และยังเป็นการดำรงอยู่ขั้นผู้สูงส่งสูงสุดที่แข็งแกร่งยิ่ง ต่อให้
เป็นบิดาของเขา เมื่อเผชิญหน้ากับอู๋ฮ่าวและพวกก็ยังพ่ายแพ้ ถึงแม้ว่า
บิดาของเขาจะเป็นยอดฝีมือขั้นผู้สูงส่งสูงสุดมานานแล้วก็ตาม
สำหรับเฉียนตัวตัว สิ่งนี้ค่อนข้างยากจะยอมรับ แต่เมื่อเห็นเซียว
ฮั่นพาชายชราที่ดูไม่มีอะไรน่ามองมาด้วยสามท่าน เขาก็รู้สึกถึงสิ่งที่
เรียกว่าน่าพรั่นพรึงอย่างแท้จริง
ภายในระยะเวลาการฝึกตนสั้นๆ ในอาณาจักรอสูร พลังของเขาก็
ค่อยๆ เสถียรขึ้นมา แม้จะยังไม่ฟื้นคืนสู่ขั้นผู้สูงส่งแห่งเต๋า แต่ก็ยังอยู่ใน
ขั้นผู้สูงส่งแห่งยุค
re* https://www.novelgu.com
อย่างไรก็ตาม ยามนี้เฉียนตัวตัวขลาดกลัวแล้วจริงๆ เพราะในการ
ตระหนักรู้จากจิตวิญญาณเทพของเขา ชายชราที่อยู่ด้านหลังของเซียว
ฮั่นสามท่านดูเหมือนชายชราที่ธรรมดาจนไม่สามารถธรรมดาไปได้อีก
แต่เฉียนตัวตัวกลับรู้ว่านี่ต้องเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
หากเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นก็มีเพียงสิ่งเดียวที่เป็นไปได้ นั่นก็คือชายชรา
ที่ดูไม่น่ามองสามท่านนี้ ต่างเป็นการดำรงอยู่ที่เหนือกว่าขั้นผู้สูงส่งไร้
เทียมทาน เพราะความรู้สึกเช่นนี้ เฉียนตัวตัวเคยรู้สึกจากร่างของเจ้า
แห่งสำนักหอรวมสมบัติเท่านั้น
และเจ้าแห่งสำนักของหอรวมสมบัติก็คือการดำรงอยู่ขั้นผู้ถือครอง
ท่านหนึ่ง จึงกล่าวได้ว่าชายชราที่อยู่ด้านหลังเซียวฮั่นสามท่าน แต่ละ
ท่านล้วนเป็นยอดฝีมือขั้นผู้ถือครอง สำหรับเฉียนตัวตัว นี่เป็นสิ่งที่น่า
หวั่นเกรงอย่างแท้จริง
“ที่แท้ก็บุตรชายของเฉียนไท่ส่าวนี่เอง ตอนที่เจ้ายังเด็ก ข้าเคย
เห็นเจ้ามาก่อน”
เมิ่งว่านลี่มองไปยังเงาร่างของเฉียนตัวตัว ก่อนจะเอ่ยพลางแย้ม
ยิ้มอย่างสุขุมนุ่มลึก
“ท่าน…ท่านคือผู้ถือครองจักรพรรดิห้วงนิทรา…”
re* https://www.novelgu.com
ตอนมองครั้งแรกเฉียนตัวตัวยังจำเมิ่งว่านลี่ไม่ได้ แต่เมื่อมองอีก
ครั้ง เขาจึงนึกออก
เพราะตอนนั้นเมิ่งว่านลี่ยังไม่ได้กลายเป็นยอดฝีมือขั้นผู้ถือครอง
และยังสนิทสนมกับบิดาของเขา แต่หลังจากเมิ่งว่านลี่กลายเป็นผู้ถือ
ครองจักรพรรดิห้วงนิทรา เขาก็หายไปจากสายตาของมนุษย์โลก และ
บิดาของเขาก็ภูมิใจเสมอที่มีเพื่อนอย่างผู้ถือครองจักรพรรดิห้วงนิทรา
ถึงขั้นที่ว่า บิดาของเขาสร้างรูปปั้นและภาพวาดให้กับจักรพรรดิ
ห้วงนิทรา และเฉียนตัวตัวก็เคยเห็นรูปปั้นและภาพวาดของเขามา
หลายครั้ง แต่นี่เพิ่งเป็นครั้งที่สองที่เขาพบกับเมิ่งว่านลี่ตัวจริง ส่วนครั้ง
แรกเป็นตอนที่เขายังเด็ก
“ข้ารอเข้าคารวะท่านจักรพรรดิห้วงนิทราผู้สูงส่ง”
หลังจากได้ยินคำกล่าวของเฉียนตัวตัว ผู้ดูแลของหอรวมสมบัติ
ทั้งหมดก็หมอบคำนับไปทางเมิ่งว่านลี่ด้วยสีหน้าตกใจ ยอดฝีมือขั้นผู้
ถือครองในเก้าอาณาจักรก็คือการดำรงอยู่ในตำนาน แต่ละคนต่างมี
เรื่องของตำนานอันไม่มีที่สิ้นสุด และได้รับความเคารพจากสิ่งมีชีวิตนับ
ไม่ถ้วน
และการดำรงอยู่ขั้นผู้ถือครอง แม้แต่การดำรงอยู่ขั้นผู้สูงส่งพบ
เห็นก็ยังเรียกอย่างยกย่อง นี่คือกฎที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
re* https://www.novelgu.com
แต่หากเจ้าไม่ปฏิบัติ นั่นก็คือการไม่ให้เกียรติยอดฝีมือขั้นผู้ถือครอง
และนั่นมิใช่เรื่องล้อเล่น หากยอดฝีมือขั้นผู้ถือครองพิโรธขึ้นมา โลหิต
เจิ่งนองเป็นสายน˺าก็ยังเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ
แต่ทว่านี่ยังมิใช่สิ่งที่เฉียนตัวตัวตกใจที่สุด สิ่งที่เขาตกใจที่สุดกลับ
เป็นเซียวฮั่น เพราะเขามองดูตำแหน่งที่ยืนและท่าทางของเมิ่งว่านลี่กับ
คนอื่นอีกสองท่านซึ่งอยู่ในขั้นผู้ถือครองที่เขาไม่รู้จักก็เห็นได้ชัดว่าเซียว
ฮั่นคือหัวหน้า สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร ต่อให้เฉียนตัวตัวโง่เพียงใดก็
ยังเข้าใจ
“เฉียนตัวตัว…คารวะ…ผู้สูงส่งหลิงเทียน!”
ยามนี้ เงาร่างอ้วนท้วมของเฉียนตัวตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้น ปากก็
พร˹าเอ่ยอย่างสั่นเทา เดิมทีเขาเข้าใจว่าเซียวฮั่นเป็นเพียงคนรุ่นหลัง
หรือลูกหลานที่ผู้ถือครองกระบี่หลิงเทียนบ่มเพาะมาเท่านั้น แต่เมื่อ
คลุกคลีมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็คาดเดาอย่างใจกล้า
และเมื่อการคาดเดานี้ถูกพิสูจน์ เฉียนตัวตัวก็ตกตะลึงจริงๆ ผู้ถือ
ครองกระบี่หลิงเทียน นั่นเป็นการดำรงอยู่ไร้เทียมทานระดับใด อย่าว่า
แต่เขาผู้เป็นผู้คุมตัวเล็กๆ ของหอรวมสมบัติ ต่อให้เป็นการดำรงอยู่ขั้น
ผู้ถือครอง เมื่อพบเจอกับผู้ถือครองกระบี่หลิงเทียนก็ยังต้องทำความ
เคารพ
re* https://www.novelgu.com
“ผะ…ผู้สูงส่ง…หลิงเทียน!”
ไม่ใช่เพียงแค่เฉียนตัวตัว แม้แต่คนอื่นๆ ยามนี้ก็ยังขลาดกลัว พวก
เขาต่างหมอบกายลงกับพื้น แม้แต่จะเอ่ยก็ยังติดๆ ขัดๆ
“เอาล่ะ ไม่ต้องมารยาทถึงเพียงนี้หรอก เว้นไปเสียเถอะ ยามนี้ข้า
ตั้งใจจะพาพวกเขาออกไป หากพวกเจ้าอยากออกไป ก็ตามข้ามา”
เซียวฮั่นหัวเราะแล้วจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างไม่ถือตัว ทำให้คน
ทั้งหมดโล่งอกอย่างอดไม่ได้
“ขอรับ พวกเราจะเชื่อฟังคำสั่งของท่านผู้สูงส่ง”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของเซียวฮั่น คนทั้งหมดก็ทยอยลุกขึ้น ก่อนจะ
เอ่ยขึ้นด้วยความนบนอบ
“เช่นนั้นก็ไปกันเถิด!”
เซียวฮั่นพยักหน้า แล้วจึงพาอู๋ฮ่าวและพวก รวมถึงเฉียนตัวตัวและ
คนทั้งหมดออกจากอาณาจักรอสูร ตอนมาได้ผ่านความยากลำบากและ
อันตรายที่ซ่อนอยู่ทุกทิศทางมาแล้ว พอออกไปจึงง่ายดายเป็นพิเศษ
เพราะท่ามกลางกระบวนทัพนี้มียอดฝีมือขั้นผู้ถือครองถึงสามท่านคอย
รักษาการณ์อยู่ อย่าว่าแต่ดินแดนต้องห้าม ต่อให้เป็นสำนักเหรินหวง
เตี้ยน กระบวนทัพนี้ก็สามารถเดินไปมาอย่างอิสระ!
re* https://www.novelgu.com
……………………………
re* https://www.novelgu.com