ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 361 : สำนักจ้านจง!
“ไม่ว่าอย่างไร บุญคุณที่ท่านผู้อาวุโสช่วยชีวิตไว้ ซูหยางไม่อาจ
ตอบแทนไม่ได้ ซูหยางคือศิษย์ของสำนักจ้านจง ท่านผู้อาวุโสประสงค์
สิ่งใด ซูหยางก็ล้วนต้องแสวงหาสิ่งนั้นมาเพื่อทดแทนบุญคุณที่ท่านผู้
อาวุโสช่วยชีวิตไว้”
ซูหยางลุกขึ้น ก่อนจะเอ่ยพลางคำนับมือไปทางเซียวฮั่น
ซูหยางยังเยาว์วัยแต่กลับอยู่ในขั้นจักรพรรดิแห่งคุก เมื่ออยู่นอก
โลกก็คือยอดฝีมือขั้นผู้ถือครองสามัญวัยยี่สิบต้นๆ หนึ่งท่าน ชัดเจนว่า
ด้วยอายุและความแข็งแกร่งของซูหยาง เกรงว่าฐานะของเขาในสำนัก
จ้านจงคงไม่อ่อนด้อย หากมิใช่ศิษย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ก็ต้องเป็นศิษย์
ระดับอาวุโส
“ข้ามิได้ต้องการสิ่งใด ข้าแค่บังเอิญเดินทางผ่านมาเจอพวกเจ้า
สำนักจ้านจง เลยช่วยชีวิตเจ้าได้พอดี งั้นข้าก็ถือโอกาสเยี่ยมชมสำนัก
จ้านจงเสียหน่อยแล้วกัน”
เซียวฮั่นหัวเราะ แล้วจึงเอ่ยขึ้นพลางแย้มยิ้ม
“ท่านผู้อาวุโสอยากเยี่ยมชมสำนักจ้านจง ซูหยางก็กำลังอยากอยู่
พอดีขอรับ!”
re* https://www.novelgu.com
ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของซูหยางก็เปี่ยมด้วยความดีอกดีใจทันที
ถึงแม้ว่ากายหยาบของเซียวฮั่นจะธรรมดาสามัญภายใต้การรับรู้ของ
เขา และไม่มีความแตกต่างจากคนทั่วไป แต่สามารถสะบัดฝ่ามือทำให้
ตนฟื้นคืนดังเดิม ลูกไม้ที่เลิศล˺าเช่นนี้ ต้องเป็นบุคคลผู้มีความสามารถที่
ลึกซึ้งจนคาดเดาไม่ได้เป็นแน่แท้ ในความคิดของเขา อย่างน้อยที่สุด
เซียวฮั่นก็ต้องเป็นการดำรงอยู่ขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งคุก
และการที่ยอดฝีมือระดับนี้ต้องการเยี่ยมชมสำนักจ้านจง นั่นต้อง
เป็นเรื่องใหญ่สำหรับสำนักจ้านจง อย่างไรการที่สามารถคบหาสมาคม
กับยอดฝีมือขั้นเทพศักด์สิทธิ์แห่งคุกผู้แข็งแกร่งท่านหนึ่ง ก็เป็นเรื่องที่ดี
สำหรับสำนักจ้านจง
“ข้าขอชมอย่างเงียบๆ ไม่จำเป็นต้องทำให้การเยี่ยมชมสำนักจ้าน
จงหนนี้เอิกเกริก!”
หลังจากใช้ความคิด เซียวฮั่นก็เอ่ยกับซูหยาง สำหรับเขา ตนเป็น
เพียงแค่แขกที่ผ่านทางมาคนหนึ่ง การเข้ามาในสำนักจ้านจงก็หวังเพียง
จะสืบเสาะร่องรอยของจ้านตี้เสียหน่อยเท่านั้น
หากไม่มีข่าวคราวของจ้านตี้ เซียวฮั่นก็คงไม่อาศัยอยู่ในสำนักจ้าน
จงนานนัก และเขาย่อมไม่ต้องการการประโคมข่าว ยิ่งไปกว่านั้นตัวเขา
ก็ไม่ได้ชอบสำนักที่วุ่นวายเท่าใด
re* https://www.novelgu.com
“ข้าน้อยเข้าใจแล้วขอรับ!”
ได้ยินดังนั้น ซูหยางก็รีบพยักหน้าพลางเอ่ยด้วยความนบนอบ
อย่างไรยอดฝีมือระดับนี้ หากมิใช่ยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงแพร่สะพัด ก็
ต้องเป็นยอดฝีมือที่ไม่ทำตัวเป็นจุดสนใจ ยอดฝีมือเช่นนี้ ส่วนใหญ่ล้วน
ไม่ทำตัวเด่นดัง เขาย่อมไม่ป่าวประกาศต่อหน้าผู้คนอย่างโง่เขลา
พอมีการนำทางของซูหยาง เซียวฮั่นก็หาที่ตั้งของสำนักจ้านจงได้
ง่ายยิ่งขึ้น และสำนักจ้านจงก็อยู่ในฐานะขุมอำนาจระดับหนึ่ง ถึงจะไม่
ทำตัวให้เป็นจุดสนใจ แต่ตำแหน่งที่ตั้งของสำนักกลับเป็นที่สะดุดตา
และเกรียงไกร
ภูเขาแต่ละลูกนั้นสูงตระหง่าน น˺าตกลอยขึ้นสู่เก้าชั้นฟ้า ต้นไม้
ยักษ์สูงเทียมฟ้าแต่ละต้นเขียวชะอุ่ม ภูเขา สายน˺า และทะเลสาบ เรียก
ได้ว่างดงามจนชมไม่หวาดไม่ไหว
และครึ่งบนของภูเขาเหล่านี้ก็คือหอเซียนและวิหารที่ประณีต
งดงามหลายหลัง มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา คึกคักเป็นพิเศษ
แน่นอนว่า ยอดเขาเหล่านี้ล้วนเป็นดินแดนของบรรพบุรุษแห่ง
สำนักจ้านจง บริเวณเชิงเขาก็มีวิหารเรียงรายมากมายเช่นเดียวกัน
เพียงแต่ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณเชิงเขานั้นเป็นศิษย์สายนอก
re* https://www.novelgu.com
ของสำนักจ้านจง ส่วนศิษย์สายในและบรรดาผู้อาวุโสมักจะอาศัยอยู่ที่
ส่วนครึ่งบนของภูเขา
“เป็นที่ที่ดีเลยทีเดียว!”
เซียวฮั่นมองไปยังสำนักจ้านจงเบื้องหน้า ต่อให้เป็นเซียวฮั่นก็ยัง
พยักหน้าพลางเอ่ยชม สำนักจ้านจงนั้นเก่าแก่เกินบรรยาย ศิษย์และคน
ในสำนักก็ผ่านประสบการณ์มาหลายยุคสมัย ส่วนสิ่งปลูกสร้างยิ่งไม่
ต้องเอ่ย ย่อมต้องมีมากมายนับไม่ถ้วน
และภายในยอดเขาแต่ละลูกก็คือสมบัติวิญญาณจำนวนมหาศาล
พืชพรรณหนึ่งต้นก็ล้วนเป็นต้นไม้วิญญาณและหญ้าวิญญาณ นอกจาก
สมบัติวิญญาณแล้ว นกเซียนที่อยู่บนยอดเขาก็มีมากมายนับไม่ถ้วน นก
กระสาและกวางเซียนก็สามารถพบเห็นได้ทั่วไป
กล่าวได้ว่า ถึงสำนักจ้านจงจะไม่เป็นที่สนใจ แต่เมื่อผ่านความ
พยายามในแต่ละยุคสมัย ที่พำนักของเจ้าสำนักจ้านจงจึงเป็นที่ที่ดีที่สุด
ท่ามกลางขุมอำนาจระดับหนึ่งทั้งหมดแน่นอน กระทั่งเมื่อเทียบกับขุม
อำนาจระดับเทพก็ยังไม่ด้อยไปกว่ากัน
“ท่านผู้อาวุโสชมกันเกินไปแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นความทุ่มเทของคน
รุ่นก่อนและเป็นพระคุณของรุ่นบรรพบุรุษขอรับ! พวกเราผู้เป็นคนรุ่น
re* https://www.novelgu.com
หลังเหล่านี้เป็นเพียงผู้ที่นั่งเสวยผลพวงความสำเร็จของพวกเขา
เท่านั้น”
พอได้ยินคำกล่าวของเซียวฮั่น ซูหยางก็เอ่ยด้วยความอ่อนน้อม
ถ่อมตนทันที
“ศิษย์พี่ซูหยาง! ศิษย์พี่ซูหยางกลับมาแล้ว! ยินดีต้อนรับศิษย์พี่ซู
หยางกลับมา…”
หลังจากซูหยางพาเซียวฮั่นเข้าไปในประตูใหญ่ของสำนักจ้านจง
ศิษย์ของสำนักจ้านจงที่อยู่ระหว่างทางพอเห็นซูหยางก็ต่างแสดงความ
เคารพ จากสิ่งนี้ก็ดูออกแล้วว่า ตำแหน่งของซูหยางในสำนักจ้านจงมิใช่
ต˹าต้อยแน่นอน ต่อให้ยังเยาว์วัย เกรงว่าก็ต้องมีตำแหน่งสูงศักดิ์เกิน
บรรยาย
ในความเป็นจริง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าซูหยางต้องเป็นศิษย์เอกของ
สำนักจ้านจง อย่างไรการอยู่ในขั้นจักรพรรดิแห่งคุกด้วยวัยยี่สิบต้นๆ
แค่คิดก็รู้แล้วว่าซูหยางจะประสบความสำเร็จมากเพียงใดในอนาคต
และจริงๆ แล้ว ฐานะของซูหยางในสำนักจ้านจงก็มีเกียรติเกิน
บรรยาย เพราะเขาคือหลานคนโตของเจ้าสำนักจ้านจงโดยตรง ทั้งยังมี
ตำแหน่งเป็นทายาทของเจ้าสำนักจ้านจงรุ่นต่อไป
re* https://www.novelgu.com
ส่วนบิดาของซูหยางนั้นได้สิ้นชีพไปนานแล้ว และเจ้าสำนักจ้านจง
ก็คือปู่ของซูหยาง ผู้มีนามว่าซูจ้าน ทั้งยังเป็นยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
แห่งคุกเพียงคนเดียวในสำนักจ้านจง
แค่คิดก็รู้แล้วว่า ตำแหน่งของซูหยางสูงส่งมากเพียงใด ไม่ว่าจะ
ความแข็งแกร่ง ตำแหน่ง หรือพรสวรรค์ ซูหยางก็คือคนรุ่นเยาว์คนแรก
ของสำนักจ้านจงแน่นอน
เพียงแต่ ซูหยางวางตัวอย่างสุภาพ เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ไม่หยิ่ง
และดื้อรั้นเหมือนกับอัจฉริยะรุ่นเยาว์จำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ มนุษย์
สัมพันธ์ของซูหยางในสำนักจ้านจงจึงดีมาก
และเป็นเพราะเหตุนี้ ศิษย์สายนอกและศิษย์สายในของสำนักจ้าน
จงจำนวนมากที่อยู่ระหว่างทางจึงแสดงความนบนอบเกินบรรยาย และ
ความเคารพนั้นเป็นสิ่งที่แสดงออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ มิใช่เพียงแค่
แสร้งทำ
พอเห็นภาพตรงหน้า เซียวฮั่นก็คลี่ยิ้มบางเบา ซูหยางผู้นี้ไม่เลว
จริงๆ ยังหนุ่มแน่นและมีทั้งพลังรวมถึงความแข็งแกร่งเช่นนี้ แต่กลับไม่
มีความยโสโอหังอย่างคนรุ่นเยาว์ นี่เป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งอย่างไม่ต้อง
สงสัย
re* https://www.novelgu.com
เซียวฮั่นเข้ามาในยอดเขาของสำนักจ้านจงอย่างราบรื่นภายใต้การ
นำทางของซูหยาง ยอดเขาจ้านเสิน เป็นหนึ่งในยอดเขาเทพอันยิ่งใหญ่
ทั้งเก้าลูกของสำนักจ้านจง และเป็นที่พำนักของบุคคลสำคัญอย่างเจ้า
สำนักและผู้อาวุโสของสำนัก ผู้ที่สามารถอาศัยอยู่บนยอดเขาจ้านเสิน
ได้นั้น ส่วนใหญ่ต่างเป็นศิษย์สายในที่บ่มเพาะอย่างหนัก และศิษย์
เหล่านี้มักจะเป็นศิษย์สายตรงที่ผู้อาวุโสของสำนักจ้านจงรับมา
ศิษย์เหล่านี้ส่วนมากแล้วเป็นคนรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์โดดเด่น ส่วน
ตำแหน่งในสำนักจ้านจงก็สูงส่งยิ่ง จนถึงขั้นมีโอกาสกลายเป็นผู้อาวุโส
ของสำนักจ้านจงในอนาคต
พอศิษย์ที่อยู่บนยอดเขาจ้านเสินบางคนเห็นซูหยาง บ้างก็ทักทาย
บ้างกลับไม่ได้สนใจแต่อย่างใด และศิษย์ที่ไม่แยแสซูหยางเหล่านั้น นั่น
ชัดเจนว่าพวกเขาไม่หวังให้ซูหยางกลายเป็นเจ้าสำนักคนต่อไป
อย่างไร ไม่ว่าจะที่ใดก็ล้วนมีแต่การหลอกลวง แม้แต่สำนักจ้านจง
ก็ยังไม่เว้น และตำแหน่งเจ้าสำนักจ้านจงมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนแต่
ไหนแต่ไร ผู้ใดที่สามารถอยู่ในขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งคุกได้ ก็สามารถสืบ
ทอดตำแหน่งเจ้าสำนักได้เช่นกัน
และสำนักจ้านจง นอกจากซูหยางแล้ว ยังมีหนึ่งคนที่หวังจะ
กลายเป็นเจ้าสำนักจ้านจงอย่างยิ่ง นั่นก็คือเนี่ยอ้าวซื่อผู้เป็นหลานชาย
ของเนี่ยจิงเทียน หัวหน้าผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักจ้านจง
re* https://www.novelgu.com
เนี่ยจิงเทียนมีฐานะเป็นหัวหน้าผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักจ้านจง เขา
อยู่ในขั้นราชันแห่งคุกระดับสูงสุดที่ขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็สามารถย่าง
เข้าสู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งคุก แน่นอนว่าบางคนก็กล่าวว่าเนี่ยจิงเทียน
ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งคุกไปนานแล้ว เพียงแต่ปิดบังไว้
เท่านั้น
ส่วนเนี่ยอ้าวซื่อที่อยู่ในฐานะหลานชายของเนี่ยจิงเทียน พรสวรรค์
ย่อมไม่ต้องเอ่ยถึง อายุของเขาไล่เลี่ยกับซูหยาง ไม่ว่าจะพรสวรรค์
ความแข็งแกร่ง หรือตำแหน่งของพวกเขาทั้งสองก็ต่างสูสีกัน
ดังนั้นเนี่ยอ้าวซื่อและซูหยางจึงเป็นคู่แข่งกันในสำนักจ้านจง และ
ยังเป็นผู้ถูกคัดเลือกที่จะช่วงชิงตำแหน่งเจ้าสำนักจ้านจงในอนาคตที่
ล้วนน่าจับตามอง และเป็นเพราะเหตุนี้ กลุ่มของผู้อาวุโสและเหล่าศิษย์
ภายในสำนักจ้านจงจึงแบ่งคร่าวๆ ได้สามกลุ่ม
กลุ่มหนึ่งสนับสนุนตระกูลซู กลุ่มหนึ่งสนับสนุนตระกูลเนี่ย และยัง
มีอีกกลุ่มที่วางตัวเป็นกลาง จริงๆ แล้วซูจ้านท่านปู่ของซูหยางและเนี่ย
จิงเทียนในยุคนั้น คนทั้งสองก็ต่างเป็นคู่มือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะแย่งชิง
ตำแหน่งเจ้าสำนักจ้านจง
เพียงแต่ สุดท้ายแล้วซูจ้านก็กลายเป็นยอดฝีมือขอบเขตเทพ
ศักดิ์สิทธิ์แห่งคุก และชิงเป็นเจ้าสำนักจ้านจงไปก่อนเนี่ยจิงเทียนหนึ่ง
re* https://www.novelgu.com
ก้าว เนี่ยจิงเทียนจึงทำได้เพียงยอมจำนนต่อตำแหน่งผู้อาวุโสใหญ่
เพราะเหตุนี้
และเพราะเหตุนี้ ความแค้นระหว่างตระกูลเนี่ยและตระกูลซูจึงไม่
เคยลดน้อยลง และเนี่ยจิงเทียนก็เป็นกังวลใจมาโดยตลอดเพราะซูจ้าน
แย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักจ้านจง ด้วยเหตุนี้ เนี่ยจิงเทียนจึงฝาก
ความหวังไว้ที่หลานชายผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นยิ่งของตน และจำต้องบ่ม
เพาะหลานชายของตนให้กลายเป็นเจ้าสำนักจ้านจงคนต่อไป
“ศิษย์พี่ซูหยาง ยินดีต้อนรับกลับมาจากการฝึกตนขอรับ!”
พอซูหยางกำลังจะพาเซียวฮั่นเข้าไปในตำหนักใหญ่ของยอดเขา
จ้านเสิน พวกเขาก็ถูกคนขวางไว้
ผู้มาอยู่ในชุดคลุมตัวยาวสีม่วง รูปโฉมงามเด่นเป็นสง่า ใบหน้า
ประดับรอยยิ้ม เพียงแต่รอยยิ้มนี้ จะดูอย่างไรก็ไม่รู้สึกถึงความจริงใจ
และในสองตาของเงาร่างสายนี้ก็เผยถึงความอึมครึม สายตาที่มองไป
ยังซูหยางก็เผยซึ่งจิตสังหารมหาศาล
“ศิษย์น้องเนี่ย ลำบากเจ้าแล้ว ยามนี้ข้ากลับมาโดยสวัสดิภาพ
แล้ว!”
ซูหยางมองไปยังเนี่ยอ้าวซื่อที่กระทบกระทั่งกับตนมาตั้งแต่
เยาว์วัย กระทั่งกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตโดยไม่ได้แสดงสีหน้าอันใด
re* https://www.novelgu.com
กระทั่งเขายังรู้สึกอย่างเลือนรางว่าที่ตนเกือบถูกสังหารระหว่างออกไป
ฝึกตนข้างนอกนั้นมีความเกี่ยวข้องกับเนี่ยอ้าวซื่ออย่างแน่นอน
แต่เมื่อไม่มีหลักฐานที่ประจักษ์แจ้ง ซูหยางจึงไม่ชี้ชัดว่าเป็นเนี่ย
อ้าวซื่ออย่างโง่เขลา อย่างไรไม่มีหลักฐานจะมาใส่ความผู้อื่น หากนำ
หลักฐานออกมาไม่ได้ ก็จะมีผลกระทบด้านลบต่อตัวเขาไปจนถึง
ตระกูลซู
“ศิษย์พี่กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว ว่าแต่ใต้เท้าผู้นี้คือใครกัน?”
เนี่ยอ้าวซื่อเคลื่อนสายตาอันดำมืดไปยังร่างของเซียวฮั่น ก่อนจะ
เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
“เขาคือสหายของข้าที่อยากจะมาเยี่ยมชมสำนักจ้านจง!”
ได้ยินดังนั้น ซูหยางก็ตอบกลับเสียงนิ่งทันที
“แม้จะเป็นสหายของศิษย์พี่ แต่ก็ใช่ว่าจะพาเข้ามาในยอดเขาได้
ง่ายๆ นี่? ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ได้ผ่านความเห็นของเหล่าผู้อาวุโส การ
ลอบพาคนนอกเข้ามาในสถานที่สำคัญของสำนัก ข้าเกรงว่าศิษย์พี่มิได้
มีสิทธิ์นี้ หากเกิดเรื่องอันใดขึ้น ข้าว่าศิษย์พี่คงรับผิดชอบไม่ไหว!”
เนี่ยอ้าวซื่อหัวเราะเยือกเย็น พอคำกล่าวประชดประชันสิ้นสุดลง
ก็ทำให้สีหน้าของซูหยางเปลี่ยนไปอย่างอดไม่ได้
re* https://www.novelgu.com
กล่าวได้ว่า ประโยคที่เนี่ยอ้าวซื่อเอ่ยออกมาก็หมายความว่าสบ
ประมาทเซียวฮั่นไปด้วย อย่างไรคำกล่าวที่เอ่ยออกมาก็ชัดเจนแล้ว ว่า
ต้องการไล่เซียวฮั่นให้ไปจากยอดเขาจ้านเสิน ทั้งยังต้องการให้ซูหยาง
ไล่เซียวฮั่นเองด้วย
“เฮอะ สหายที่ข้าพามา ข้าย่อมต้องไว้วางใจเขา หากมีเรื่องอันใด
ข้าจะรับผิดชอบ ศิษย์น้องเนี่ยไม่ต้องเป็นห่วง!”
ซูหยางแค่นเสียงเย็นเยียบ แล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไม่น่ามอง
“เช่นนั้นก็ดี หวังเพียงว่าศิษย์พี่จะมีสายตาที่เฉียบคมมองคนออก
ไม่พลาดไปคบสหายชั่ว ทำลายผลประโยชน์ของผู้อื่นเพื่อตนเอง ถึง
ยามนั้นจะกำจัดก็คงยากแล้ว”
เนี่ยอ้าวซื่อเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือก ก่อนจะมองไปยังเซียวฮั่น
แวบหนึ่ง แล้วจึงเดินออกไปพร้อมกับหัวเราะอย่างชั่วร้าย
“ทำให้ท่านผู้อาวุโสต้องหัวเราะเยาะแล้ว!”
หลังจากเนี่ยอ้าวซื่อออกไป ซูหยางก็เอ่ยด้วยความรู้สึกผิดต่อเซียว
ฮั่นพลางหัวเราะขมขื่น
“ไม่เห็นเป็นไร คิดเสียว่าเขาเป็นแค่ตัวตลก”
re* https://www.novelgu.com
เซียวฮั่นคลี่ยิ้ม เขาผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วน จะไม่
สามารถมองเนี่ยอ้าวซื่อผู้มีเล่ห์กลเช่นนี้ไม่ออกได้อย่างไร
“เหมือนที่ข้าคิดไว้ไม่ผิด ท่านผู้อาวุโสก็คือจันทราที่สว่างไสวบน
ท้องนภา พวกข้าเป็นเพียงแสงของหิ่งห้อยเท่านั้น”
ได้ยินดังนั้น ซูหยางกลับยิ่งเอ่ยขึ้นด้วยความเคารพ
“ฮ่าๆ ไปกันเถิด!”
เซียวฮั่นหัวเราะ เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดมากนักต่อคำชมเชยของซูหยาง
เพียงแต่เซียวฮั่นเป็นบุคคลที่ซูหยางชื่นชมจริงๆ อย่างน้อยที่สุด
วิสัยทัศน์ของซูหยางก็กำหนดแล้วว่าอนาคตของซูหยางต้องไม่ธรรมดา!
re* https://www.novelgu.com