ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 43 : หอกระบี่เปิดกิจการ!
ยันต์กระบี่ เป็นสินค้าพิเศษในหอกระบี่แห่งเมืองกระบี่โบราณ และ
ยันต์กระบี่นี้ต้องรอหลังจากสุสานกระบี่เปิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นจึง
จะมีประโยชน์ เช่นนั้นมันจึงหาใช่กุญแจสามัญ
ดังนั้น ทุกครั้งที่หอกระบี่เปิดทำการค้า ขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่เกรียง
ไกร จะมาห้อมล้อมเป็นจำนวนมาก แม้แต่ขุมอำนาจระดับหนึ่งทั้งหก
สายก็ไม่พลาดการเปิดหอกระบี่ครานี้ หากพลาดครั้งนี้ไปก็ต้องรอไปอีก
นับร้อยปีจึงจะเปิดอีกครั้งหนึ่ง และหากไม่ได้รับยันต์กระบี่ ก็จะไม่
สามารถเข้าไปในสุสานกระบี่ได้
ยันต์กระบี่มีสี่ระดับ แบ่งออกเป็นยันต์กระบี่เขียว ยันต์กระบี่คราม
ยันต์กระบี่ทอง และยันต์กระบี่ม่วงทองซึ่งมีระดับสูงที่สุด เป้าหมายของ
ขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรก็คือยันต์กระบี่สีทองและยันต์กระบี่สีม่วง
ทองที่มีจำนวนจำกัด
เมื่อเทียบกับยันต์กระบี่เขียวและยันต์กระบี่ครามที่ไม่ได้จำกัด
จำนวนแล้ว จำนวนของยันต์กระบี่ทองและม่วงทองนั้นมีน้อยเสียจนน่า
เวทนา ยันต์กระบี่ทองมีหนึ่งร้อยแผ่น ทว่ายันต์กระบี่ม่วงทองกลับมี
เพียงสามแผ่นเท่านั้น อย่างที่รู้ว่ายามนี้เมืองกระบี่โบราณรวมไว้ซึ่งขุม
อำนาจระดับหนึ่งทั้งหกสาย แต่ยันต์กระบี่ม่วงทองกลับมีเพียงสามแผ่น
เพียงแค่คิดก็รู้ว่านี่จะต้องเป็นการต่อสู้แย่งชิงที่ดุเดือดก็ว่าได้
re* https://www.novelgu.com
หอกระบี่ ตั้งอยู่บนสุดปลายทางของถนนกระบี่โบราณ มุ่งหน้า
เลียบไปตามถนนกระบี่โบราณซึ่งเหยียดตรงทอดยาว ที่ปลายสุดของ
ถนนจะพบสิ่งปลูกสร้างรูปร่างคล้ายกับกระบี่ตั้งตระหง่านบนผืนดิน ดู
ราวกับกระบี่เทพเล่มหนึ่งที่ตั้งสูงตระหง่านบนผืนปฐพีและทะยานพุ่งสู่
ท้องนภาก็มิปาน
บัดนี้ เซียวฮั่น ผู้อาวุโสใหญ่หลินหลัน รวมถึงซุนลี่ และผู้อาวุโส
หวังเฟิงล้วนสาวเท้ามุ่งหน้าไปยังหอกระบี่ เช่นเดียวกันกับพวกเขา ยาม
นี้ยอดฝีมือทั้งหลายต่างพากันมุ่งหน้าไปยังหอกระบี่
ในบรรดายอดฝีมือเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นยอดฝีมือขอบเขต
ทรราช และยอดฝีมือรุ่นอาวุโสบางส่วนในนั้นก็รู้จักกับผู้อาวุโสใหญ่
หลินหลัน เมื่อทั้งสองฝ่ายพบหน้าก็ต่างผงกศีรษะทักทายซึ่งกันและกัน
“จนถึงเวลาเข้าหอกระบี่ พวกเราต้องระวังให้ดี อย่างไรก็ยังมีขุม
อำนาจที่มีใจประสงค์ร้ายต่อพวกเราอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะยามนี้ ใน
สายตาของขุมอำนาจจำนวนมากก็ไม่ต่างอันใดกับเนื้อชิ้นมัน” เมื่อเอ่ย
มาถึงตรงนี้ ผู้อาวุโสใหญ่ก็ถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ สำนักกระบี่หลิง
เทียนเป็นสิ่งที่ถูกสร้างโดยเทพแท้จริงผู้ยิ่งใหญ่ สำนักที่เกี่ยวพันกับเทพ
แท้จริงเช่นนี้ ทั่วทั้งทวีปตงโจวใช้นิ้วนับยังได้
ในยุครุ่งเรืองของสำนักเยี่ยงนี้ ไม่มีขุมอำนาจใดกล้าอาจหาญคิด
วางแผนอยู่แล้ว แต่หากถึงคราวตกต˹า ขุมอำนาจนับไม่ถ้วนต่างพร้อมที่
re* https://www.novelgu.com
จะเขมือบสำนักที่เกี่ยวโยงกับเทพแท้จริง ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น เพียง
สมบัติ เคล็ดลับ เคล็ดวิชา และเคล็ดเต๋าที่หลงเหลือจากยอดฝีมือ
ขอบเขตเทพแท้จริงล้วนเป็นสิ่งที่มีแรงดึงดูดเกินต้านทาน ด้วยเหตุนี้ขุม
อำนาจที่จะโจมตีสำนักกระบี่หลิงเทียนจึงมีจำนวนไม่น้อย
แต่ที่สำนักกระบี่หลิงเทียนยังดำรงอยู่ได้เมื่อร้อยปีก่อนเป็นเพราะ
บรรพบุรุษขอบเขตราชันยังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าขุมอำนาจอื่นๆ อยากได้จน
น˺าลายหกแต่ก็ไม่กล้าลงมือ และหลังจากบรรพบุรุษสำนักกระบี่หลิง
เทียนสิ้นชีพ เป็นเพราะเซียวติ่งเทียนผู้มีพรสวรรค์รอบด้านถือกำเนิด
ขึ้น จึงทำให้สำนักกระบี่หลิงเทียนได้รับโอกาสในการหายใจต่อไป
เมื่อถึงยามนี้ เกรงว่าสำนักกระบี่หลิงเทียนจะตกอยู่ในอันตรายถึง
ขีดสุดเสียแล้ว อย่างที่รู้ว่าสำนักปาฮวงได้ประกาศสงครามกับสำนัก
กระบี่หลิงเทียนอย่างโจ่งแจ้ง เกรงว่าขุมอำนาจอื่นๆ ที่เคยหวาดกลัว
ทั้งหมดต่างกำลังเคลื่อนไหวคิดแผนร้ายเป็นแน่
เมื่อหอกระบี่เปิด ยอดฝีมือของขุมอำนาจยิ่งใหญ่ก็ล้วนมารวมตัว
กัน เช่นนั้นหลินหลันย่อมไม่อาจปกป้องได้ทุกคน โดยเฉพาะเซียวฮั่น
อย่างไรเซียวฮั่นในยามนี้ก็เป็นความหวังของอนาคตสำนักกระบี่หลิง
เทียน และเป็นเจ้าสำนักแห่งความเจริญรุ่งเรืองรุ่นใหม่ สำนักกระบี่หลิง
เทียนจะสามารถรุ่งโรจน์ขึ้นมาอีกครั้งได้หรือไม่ ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่ที่
เขา !
re* https://www.novelgu.com
“ไม่เป็นไร ผู้อื่นไม่ล่วงเกินข้า ข้าก็ไม่ล่วงเกินผู้อื่น หากผู้อื่นกล้า
ล่วงเกินข้า จะต้องตายสถานเดียว!” ได้ยินดังนั้น เซียวฮั่นก็หรี่ตาลง
เล็กน้อย เขาไม่ใช่คนที่ชอบก่อความวุ่นวาย แต่หากมีคนหาเรื่องเขา
นั่นก็จะไม่เหมือนกัน เขาไม่ใช่ผู้ที่มีจิตใจเมตตากรุณาอันใด หากเขาลง
มือ ภายใต้กระบี่เดียวคงไม่เหลือใครยืนหยัด กระบี่ของเทพกระบี่แต่
ไหนแต่ไรก็ไม่ได้ถือไว้เพื่อความสวยงาม ทว่าถือไว้เพื่อสังหารคน
ต่างหาก
เมื่อภพก่อน เซียวเฟิงหนึ่งคนหนึ่งกระบี่ได้สังหารยอดฝีมือกระบี่
หมดทั้งแผ่นดิน นอกจากผู้ใช้กระบี่ขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์แล้ว คนอื่นๆ
ล้วนอยู่ภายใต้กระบี่ของเขาทั้งสิ้น
ในแผ่นดิน มีคนบรรยายวิถีกระบี่ของเซียวเฟิงไว้ว่า มีวิถีกระบี่
หนึ่งประเภทที่ไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็น เพราะคนที่เห็นกับตาล้วนถูก
ฝังร่างใต้ผืนดิน
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เซียวเฟิงฝึกฝนในอดีตคือวิถีกระบี่ไร้ใจ สำหรับ
เขาแล้ว การสังหารคนเป็นเพียงเรื่องสามัญดุจการกินข้าวนอนหลับ
หากมีคนไม่รู้จักความเป็นความตายมายุแหย่เขา เขาจะไม่ยั้งมือไว้
ไมตรีใดๆ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในฐานะระดับใด แม้แต่ท่านเง็กเซียน หาก
เขาพิโรธและชักกระบี่ออกมา จุดจบของอีกฝ่ายจะต้องน่าสังเวชเป็น
แน่
re* https://www.novelgu.com
ทว่าการกระทำเล็กๆ ของเซียวฮั่นไม่รู้ว่าเหตุใดจึงทำให้สามคนที่
อยู่ข้างเขาถึงกับตัวสั่นเทาอย่างหักห้ามไม่ได้ ราวกับว่าคำพูดธรรมดา
สามัญของเซียวฮั่นจะทำให้เกิดเหตุการณ์อัฐิขาวโพลนไหลรวมกัน
กลายเป็นสายน˺า
แน่นอนว่า เซียวฮั่นเองไม่ได้รู้สึกถึงจุดนี้ อีกทั้งความลับบางอย่างที่
เกี่ยวกับตัวเขา ขณะนี้ก็ยังไม่กระจ่าง เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้ข้ามเวลาที่
สามัญ ความลับบางอย่างมีเพียงจังหวะเวลามาถึงเท่านั้นจึงปรากฏ!
หอกระบี่ สิ่งปลูกสร้างนี้ถูกสร้างมาจากไม้โบราณเก่าแก่ที่ไม่ทราบ
ชื่อ เมื่อเทียบกับขุมอำนาจส่วนใหญ่ในทวีปตงโจวนั้นเกรงว่าจะเก่าแก่
กว่า แม้แต่ประวัติศาสตร์นับหมื่นปีของสำนักกระบี่หลิงเทียนก็ยังเทียบ
หอกระบี่ไม่ได้ เพราะยุคของการดำรงอยู่ของจักรพรรดิกระบี่หลิงเทียน
เมืองกระบี่โบราณและหอกระบี่ก็ได้ดำรงอยู่ก่อนมานานมากแล้ว คล้าย
ว่าพันปีหมื่นปีก่อน พวกมันก็ดำรงอยู่มาแล้ว
เพียงจุดนี้ ขุมอำนาจใดก็มิกล้าดูถูกหอกระบี่แล้ว ดังนั้นทุกครั้งที่
หอกระบี่เปิด จึงไม่มีขุมอำนาจใดหาญกล้าก่อความวุ่นวาย ยิ่งไม่ต้อง
พูดถึงการแย่งชิงยันต์กระบี่ในหอกระบี่ นั่นไม่ต่างกับการรังเกียจว่าดาว
อายุขัยของตนยาวเกินไป
ในยามที่หอกระบี่เปิดกิจการ กล่าวได้ว่าเป็นการรวมตัวกันทั่ว
สารทิศ เพียงแต่หอกระบี่นั้นแปลกประหลาดเกินจะเปรียบ นึกไม่ถึงว่า
re* https://www.novelgu.com
หอกระบี่จะไม่มีผู้ใดโผล่ออกมาต้อนรับ และประตูของหอกระบี่นั้นก็
เปิดอ้าไว้ ปล่อยให้คนทั้งหมดเดินเข้าไปอย่างอิสระเสรีโดยไม่มีข้อห้าม
ใดๆ ทั้งสิ้น
แต่ทุกขุมอำนาจยิ่งใหญ่ต่างชินแล้ว มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เข้า
ร่วมการเปิดของหอกระบี่เป็นครั้งแรก พวกเขาเห็นความประหลาดนี้
จนไม่แปลกใจอันใด
หลังจากเข้าไปในหอกระบี่ คนจำนวนไม่น้อยล้วนพาดชุดคลุมสีดำ
ไว้บนไหล่เพื่อปิดบังโฉมหน้าทั้งหมดของตนโดยไร้สุ้มเสียง ลมปราณ
สงบนิ่งโดยสิ้นเชิง ทำให้ไม่สามารถมองออกว่าผู้นั้นมีฐานะใด หลังจาก
พวกเซียวฮั่นทั้งสี่คนเข้าไปในหอกระบี่ พวกเขาก็นำผ้าคลุมไหล่สีดำ
พาดบนบ่าแล้วพันให้แน่น ส่งผลให้มองฐานะของทั้งสี่คนไม่ออก
และเมื่อเข้าไปในประตูของหอกระบี่ หลังจากเดินผ่านเส้นทางมืด
สลัวช่วงหนึ่งที่ไม่ยาวนัก สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาก็คือลานประมูลทรงครึ่ง
วงกลมอันมหึมา บนลานประมูลมีชายชราที่เป็นดังไม้ผุ มีลมหายใจแต่
ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงกำลังแนะนำสิ่งของชิ้นหนึ่งโดยมิได้สนใจการเข้ามาใน
ลานของคนทั้งหมดแม้แต่น้อย
เมื่อทั้งหมดเข้าไปในลานก็หาที่นั่งสี่ที่ตามแต่ใจประสงค์
เช่นเดียวกันกับพวกเขา เงาร่างที่ทยอยมาจากด้านหลังก็หาที่นั่งอย่าง
เงียบๆ ต่างฝ่ายต่างไม่มีการพูดคุยกัน แม้มีการพูดคุยก็เพียงแค่ใช้จิตใน
re* https://www.novelgu.com
การสื่อสาร ดังนั้นการประมูลทั้งหอกระบี่จึงมีเพียงเสียงชราภาพของ
ชายชราไร้เรี่ยวแรงที่อยู่บนลานประมูลเท่านั้น
ชายชราสวมชุดคลุมยาวโบราณสีเทา ราวกับว่าใส่ชุดคลุมนี้มา
หลายปีแล้วก็มิปาน บนใบหน้าของชายชรานั้นเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น
ผมขาวเหมือนสีดอกเลา ให้บรรยากาศซบเซาอึมครึม แต่คนทั้งหมดใน
ลานนี้ล้วนมิกล้าดูถูกชายชราที่เป็นดังไม้ผุผู้นี้ เพราะชายชราผู้นี้คือ
เจ้าของหอกระบี่ นั่นคือการดำรงอยู่ของราชันซึ่งน่าหวาดผวาเกินจะ
เปรียบ
“ศาสตราใต้หล้าระดับราชัน ตราประทับเจ็ดดาวฤกษ์ เพียง
ประทับชีวิตก็ดับดิ้น หมื่นวิถีต่างก็แตกสลาย! เริ่มการประมูล ณ บัดนี้
ผู้ที่้เสนอราคาสูงสุดจะได้รับไป!” เสียงไร้ชีวิตชีวาของชายชราดังขึ้น ไม่
มีจังหวะทำนอง และไม่มีความกระตือรือร้นใดๆ เช่นกัน เสียงพูดเรียบ
นิ่ง แต่ทั้งลานประมูลกลับอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเย็นเยือกเข้าไป
เฮือกหนึ่ง แม้แต่ผู้อาวุโสใหญ่หลินหลันที่เพิ่งเข้ามาในลาน ยามนี้ก็มอง
ไปยังตราประทับที่ทำมาจากทองสัมฤทธิ์บนลานประมูลด้วยสีหน้า
ประทับใจ
ศาสตราใต้หล้าระดับราชัน เป็นหนึ่งในระดับชั้นของศาสตราราชัน
ศาสตรามีเก้าระดับ เพียงศาสตราของผู้ฝึกตนขอบเขตจักรพรรดิก็มีจิต
re* https://www.novelgu.com
วิญญาณเป็นของมันเองแล้ว สำหรับศาสตราราชันจึงยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ซึ่งศาสตราราชันจะมีการจำแนกระดับชั้นของมันอีกที
ศาสตราราชันมีสามระดับ ระดับที่หนึ่งเรียกว่าศาสตราลมปราณ
ยอดฝีมือที่ขอบเขตราชันขึ้นไปล้วนใช้ศาสตราทรราชระดับนี้ ไม่ต้อง
พูดถึงอานุภาพอันยิ่งใหญ่เกินจะเปรียบ แต่เมื่อเทียบกับศาสตรา
ลมปราณระดับราชันแล้ว ศาสตราใต้หล้าระดับราชันย่อมแข็งแกร่งกว่า
อย่างสิ้นเชิง
หากเป็นยอดฝีมือระดับราชันซึ่งมีพลังใกล้เคียงกัน ผู้หนึ่งถือ
ศาสตราลมปราณระดับราชัน อีกคนถือศาสตราใต้หล้าระดับราชัน ผู้ที่
ถือเพียงศาสตราใต้หล้าระดับราชันก็เพียงพอที่จะจัดการอีกฝ่ายให้แพ้
พ่ายได้ เพราะศาสตราใต้หล้าระดับราชันสามารถทำให้เคล็ดวิชา เคล็ด
เต๋าที่ยอดฝีมือระดับราชันแสดงออกมานั้นเพิ่มอานุภาพขึ้นเป็นเท่าตัว
อย่างที่รู้กันว่าเพิ่มอานุภาพหนึ่งเท่า ไม่สามัญเหมือนหนึ่งบวกหนึ่ง
เท่ากับสอง ดังนั้นยอดฝีมือระดับราชันจำนวนมากล้วนปรารถนาที่จะ
ครอบครองศาสตราใต้หล้าระดับราชัน เพียงแต่เสียดายที่ศาสตรา
ระดับนี้มีจำนวนน้อยมาก แม้แต่ขุมอำนาจระดับหนึ่งก็มิได้มีมากมาย
ส่วนเมื่อเทียบกับศาสตราใต้หล้าระดับราชันแล้วสิ่งที่สูงกว่าหนึ่ง
ระดับก็คือศาสตรานภาระดับราชัน สำหรับศาสตราแห่งราชันนี้ หาก
ปรากฏเกรงว่าใต้หล้าคงเกิดสงครามเป็นแน่ กระทั่งเป็นชนวนศึก
re* https://www.novelgu.com
สงครามอันดุเดือดระหว่างยอดฝีมือขอบเขตราชัน ศาสตรานภาระดับ
ราชัน นั้นเป็นศาสตราแห่งราชันสูงสุดที่แทบจะเทียบเท่ากับศาสตรา
แห่งเทพศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันสามารถทำให้ผู้ที่ครอบครองมีความ
แข็งแกร่งเพิ่มพูนถึงสามเท่า!!
กล่าวได้ว่า การมีศาสตราแห่งราชันเยี่ยงนี้ไว้ในมือ ยอดฝีมือ
ขอบเขตราชันระดับต้นก็ยังข้ามขั้นไปท้าประลองยอดฝีมือขอบเขต
ราชันระดับกลางได้ กระทั่งจะคว้าชัยก็ไม่นับว่าเกินไป เพียงแต่เงื่อนไข
แรกคือยอดฝีมือขอบเขตราชันระดับกลางจะต้องไม่มีศาสตราแห่ง
ราชันด้วยเช่นกัน
แต่ศาสตรานภาระดับราชันนั้นพบได้ยากยิ่ง แม้แต่ยอดฝีมือระดับ
ราชันผู้ยืนหยัดมีชีวิตอยู่มานานก็ยังไม่เคยครอบครอง กล่าวได้ว่าพบได้
แต่ไม่อาจไขว่คว้า และตราประทับเจ็ดดาวฤกษ์ก็คือศาสตราใต้หล้า
ระดับราชัน แม้จะเทียบกับศาสตรานภาระดับราชันไม่ได้ แต่ก็เพียง
พอที่จะก่อให้เกิดความโลภในหมู่ยอดฝีมือส่วนมาก สายตาแห่งความ
โลภทุกสายล้วนกวาดผ่านไปยังตราประทับเจ็ดดาวฤกษ์นั้น
แต่แม้ว่าตราประทับเจ็ดดาวฤกษ์จะมีแรงดึงดูดมหาศาล แต่กลับ
ไม่มีผู้ใดหาญกล้าจะช่วงชิง!
……………..
re* https://www.novelgu.com