ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 451 : ใช้จักรวาลเป็นค่ายกล!
เซียวฮั่นไม่ได้ทะลวงขอบเขตนักรบแห่งโลกเป็นหนแรก และกฎ
ความตายที่เขาควบคุมในตอนนี้ก็ได้เข้าสู่ขั้นกลาง ส่วนกฎแห่งวิถีกระบี่
ก็สมบูรณ์ครบถ้วนไปนานแล้ว
การเปิดจักรวาลระดับนักรบสำหรับเซียวฮั่นติดปัญหาแค่เรื่องเวลา
คล้ายกับว่าเขาคือคนมั่งคั่ง ถึงเขาจะไม่มีที่พำนักแต่เขาก็มีเงิน เซียวฮั่น
อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีบ้าน แต่มีเงิน!
ดังนั้นเซียวฮั่นจึงไม่จำเป็นต้องใช้เวลาและกำลังในการเปิด
จักรวาลระดับนักรบมากนัก เวลาและกำลังที่จำเป็นของเซียวฮั่นล้วน
เสียไปกับการจัดวางค่ายกลมรณะ
ไม่มีสิ่งใดนอกเหนือความคาดหมาย เซียวฮั่นเปิดจักรวาลระดับ
นักรบใหม่อีกครั้ง ก่อนจะย่างกรายเข้าสู่ขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่หนึ่ง
แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับเขา
ยามนี้เซียวฮั่นใช้จักรวาลระดับนักรบเป็นดวงตาค่ายกล ใช้โลก
สวรรค์ ฟ้าดิน รวมถึงสรรพสิ่งเป็นรากฐานค่ายกล แล้วจึงเริ่มวาด
ลายเส้นค่ายกลแต่ละสายในอากาศด้วยพู่กันในจักรวาลของตน!
อย่างที่รู้กันว่าลายเส้นค่ายกลแต่ละสายของค่ายกลมรณะนั้น
เทียบเคียงได้กับกฎความตายสายหนึ่งที่รวมตัวกันขึ้นมา และลายเส้น
ค่ายกลแต่ละสายที่เซียวฮั่นวาดขึ้นมาก็จำเป็นต้องใช้พลังของกฎความ
ตาย
ลายเส้นค่ายกลถูกเซียวฮั่นวาดออกมาทีละสาย ตอนแรกมีเพียง
หนึ่งแสนสาย จากนั้นก็เพิ่มเป็นหนึ่งล้านสาย ก่อนจะมากถึงสิบล้าน
สายในที่สุด และกว่าลายเส้นค่ายกลจำนวนสิบล้านสายจะถูกวาด
ออกมาจนครบ เวลาก็ผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้ว
แต่ทว่านี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ความยากในการพัฒนาจักรวาลของ
ตนให้เป็นค่ายกลแห่งหนึ่งนั้นไม่มีทางจินตนาการได้ เพียงแค่การวาด
ลายเส้นค่ายกลแต่ละสายก็ยังต้องใช้ความเอาใจใส่อย่างยิ่ง ซึ่งก็เปรียบ
ได้กับการร่ายรำบนเส้นเชือก หากประมาทแม้เพียงนิดเดียวก็จะเป็นจุด
จบที่ค่ายกลพังทลายและจักรวาลพังพินาศ
นี่มิใช่เรื่องล้อเล่น ลายเส้นค่ายกลจำนวนสิบล้านสาย แต่ละสาย
ต่างแฝงไว้ด้วยพลังของกฎความตาย หากปะทุออกมาจนหมด ต่อให้
เป็นการดำรงอยู่ขั้นนักรบแห่งโลกระดับสูงสุดก็ยังต้องร่างระเบิดจน
ตาย
หากเกิดความผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียว เช่นนั้นความเพียร
พยายามในช่วงเวลานี้ของเซียวฮั่นก็จะสูญเปล่าไปในทันที ทั้งหมด
จะต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง และเมื่อถึงยามนั้น เกรงว่าแม้แต่ขั้นผู้ถือครอง
โลกระดับที่หนึ่ง เซียวฮั่นก็ยังสู้ไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ เซียวฮั่นจึงทุ่มสุดตัว เขาทุ่มแรงวาดลายเส้นค่ายกลและ
จัดวางบนค่ายกลอย่างตั้งอกตั้งใจ หลังจากวาดลายเส้นค่ายกลแต่ละ
สายสำเร็จ เซียวฮั่นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจออกมา นี่หมายความ
ว่าเซียวฮั่นห่างจากความสำเร็จเพียงแค่มุ่งไปข้างหน้าอีกก้าวเดียว
เท่านั้น
เรียกได้ว่าวิธีนี้ของเซียวฮั่นห้าวหาญเป็นอย่างยิ่ง หากมิใช่เพราะ
เหตุการณ์ตัวอย่างจากผู้ถือครองเฉียนคุน เกรงว่าเซียวฮั่นก็คงไม่อาจ
หาญทำเช่นนี้ นี่คือการเล่นกับชีวิตของตนโดยแท้ กระทั่งคำว่าบ้าก็ยัง
ไม่มีทางบรรยายได้
แต่ทว่ายิ่งจ่ายความเสี่ยงออกไปสูงเพียงใด นั่นก็หมายความว่า
ผลตอบแทนก็จะยิ่งสูงตาม อย่างน้อยที่สุดหากเซียวฮั่นจัดวางจักรวาล
ระดับนักรบให้เป็นค่ายกลมรณะสำเร็จ พอค่ายกลเปิด ต่อให้เป็นยอด
ฝีมือขั้นราชันแห่งโลกระดับที่หนึ่งหรือสองก็ยังทำอะไรเซียวฮั่นไม่ได้
หลังจากใช้พู่กันวาดด้วยความตั้งใจ ลายเส้นค่ายกลสิบล้านสาย
เพิ่งจะเสร็จเพียงหนึ่งในสิบส่วนจากทั้งค่ายกลมรณะเท่านั้น ระหว่างที่
เซียวฮั่นตกอยู่ในห้วงแห่งการปิดด่าน เวลาของโลกภายนอกก็ได้ผ่านไป
กว่าสิบปีแล้ว
ในช่วงเวลาสิบปี เซียวฮั่นมิได้พักแม้เพียงชั่วขณะ ลายเส้นค่ายกล
ปรากฏขึ้นมาในจักรวาลระดับนักรบของเซียวฮั่นทีละสายอย่างต่อเนื่อง
จนเกิดลายเส้นค่ายกลจำนวนนับไม่ถ้วนทั่วจักรวาลระดับนักรบ ทั้งนี้
ลายเส้นค่ายกลแต่ละสายก็ยังเหมือนกับผลงานชิ้นเอกที่สวรรค์สรรค์
สร้างขึ้นมา และภายในลายเส้นค่ายกลเหล่านี้ยังแฝงรัศมีของค่ายกล
เอาไว้ด้วย
“เฮ้อ ในที่สุดก็ทำสำเร็จ!”
ช่วงเวลาสิบปีที่ไม่กินไม่ดื่มและไม่กระพริบตาแม้แต่แวบเดียว ใน
ที่สุดเซียวฮั่นก็วาดลายเส้นค่ายกลทั้งหมดที่ตนควบคุมขึ้นมาใน
จักรวาลระดับนักรบ หลังจากวาดลายเส้นค่ายกลจำนวนพันล้านสาย
เสร็จสมบูรณ์ เซียวฮั่นถึงถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
อย่างน้อยที่สุดเขาก็บรรลุขั้นที่ยากลำบากที่สุดแล้ว ลำดับถัดไปก็
คือช่วงเวลาที่จะต้อนรับกับผลลัพธ์ ขณะที่จิตวิญญาณเทพของเซียว
ฮั่นผสานเข้าไปในจักรวาลทั้งจักรวาลและความคิดกำลังสั่นไหว
ลายเส้นค่ายกลแต่ละสายก็โคจร ก่อนจะก่อตัวขึ้นเป็นค่ายกลเล็กๆ แต่
ละแห่ง ทันใดนั้น ลายเส้นค่ายกลจำนวนพันล้านสายก็รวมตัวเป็นค่าย
กลขนาดเล็กนับสิบล้านแห่ง
และค่ายกลขนาดเล็กจำนวนสิบล้านแห่งก็ผสานเป็นหนึ่งเดียว
ก่อนจะสร้างขึ้นเป็นค่ายกลมรณะแห่งหนึ่งในตอนสุดท้าย! ค่ายกล
มรณะใช้จักรวาลเป็นดวงตาค่ายกล โลก สวรรค์ ฟ้าดิน และสรรพสิ่ง
เป็นรากฐานค่ายกล ส่วนอักขระค่ายกลนับสิบล้านและลายเส้นค่ายกล
พันล้านสายก็รวมกันเป็นค่ายกลมรณะ
ตั้งแต่ค่ายกลก่อตั้งขึ้นมา พลังของกฎความตายนับพันล้านก็
หลั่งไหลเข้าไปในค่ายกล ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกอยู่
ภายใต้ค่ายกลมรณะก็ยังต้องถูกกัดกินพลังชีวิต และถึงขนาดที่ยอด
ฝีมือขั้นราชันแห่งโลกระดับต˹าก็ยังมีโอกาสถูกช่วงชิงพลังชีวิตทั้งหมด
ถึงจะไม่ตกตายแต่ก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลังจากจักรวาลทั้งจักรวาลกลายเป็นค่ายกลมรณะที่สมบูรณ์แบบ
แห่งหนึ่ง เซียวฮั่นจึงรู้ว่าตนทำสำเร็จแล้ว อย่างน้อยที่สุดเขาก็พิสูจน์
แล้วว่าวิธีของผู้ถือครองเฉียนคุนนั้นทำได้จริง
และเป็นเพราะเหตุนี้ ผู้ถือครองเฉียนคุนถึงเปิดเส้นทางแห่งวิถีเต๋า
ที่ต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ให้แก่เซียวฮั่น หลังจากนั้นเซียวฮั่นก็เปิด
จักรวาลระดับนักรบแต่ละจักรวาล แล้วจึงวาดเป็นค่ายกลหนึ่งแห่ง ยิ่ง
จักรวาลระดับนักรบมีจำนวนมาก ค่ายกลก็ยิ่งมากตาม
พอเซียวฮั่นกลายเป็นยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลก เขาก็สามารถจัด
วางค่ายกลได้กว่าร้อยแห่ง และหลังจากเขากลายเป็นการดำรงอยู่ขั้น
ราชันแห่งโลกระดับสูงสุด เขาก็สามารถทำให้จักรวาลระดับราชันทั้ง
เก้าของตนกลายเป็นค่ายกลเหมือนกับผู้ถือครองเฉียนคุน ยามนี้เซียว
ฮั่นกลายเป็นการดำรงอยู่ที่แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกก็ยัง
หวั่นเกรง
แน่นอนว่าขณะที่เซียวฮั่นอยู่ในขั้นราชันแห่งโลกระดับสูงสุด เกรง
ว่าคงไม่มีทางทำให้จักรวาลระดับราชันทั้งเก้าของตนกลายเป็นค่ายกล
ทั้งสามพันแห่งเหมือนกับผู้ถือครองเฉียนคุนได้ อย่างมากก็สร้างค่ายกล
ได้เพียงเก้าร้อยแห่ง เพราะตอนที่ผู้ถือครองเฉียนคุนควบคุมค่ายกลทั้ง
สามพันแห่งเขาก็ทะลวงขอบเขตเทพแท้จริงแห่งโลกสำเร็จแล้ว
เพียงแต่เสียดายที่ผู้ถือครองเฉียนคุนตายแล้ว หากเขายังไม่ตาย
บางทีเซียวฮั่นอาจจะได้เห็นการดำรงอยู่ที่สามารถสร้างค่ายกลนับหมื่น
แห่งด้วยความคิดเพียงสายเดียว
หากผู้ถือครองเฉียนคุนสามารถควบคุมค่ายกลกว่าหมื่นแห่งได้จริง
เกรงว่าแม้แต่การดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับสูงสุดก็ยังมิใช่คู่
ต่อกรของเขา และต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกก็ยังไม่กล้าประ
มือกับผู้ถือครองเฉียนคุนแม้แต่รอบเดียว
เพียงแต่เสียดายที่ผู้ถือครองเฉียนคุนไม่มีโอกาสนั้น เซียวฮั่นจึง
ไม่ได้เห็น!
การสร้างค่ายกลมรณะขึ้นสำเร็จทำให้เซียวฮั่นตระหนักรู้ในเต๋า
แห่งค่ายกลลึกซึ้งยิ่งขึ้น เขาสามารถรับรู้ได้ว่าตนอยู่ห่างจากขั้นมหา
ปรมาจารย์ค่ายกลไม่ไกลแล้ว
ก่อนเข้ามาในจักรวาลเฉียนคุน เซียวฮั่นไม่มีทางจินตนาการได้เลย
ว่าสิ่งที่ตนได้รับจะมหาศาลถึงเพียงนี้ และสิ่งที่ตนได้รับเหล่านี้มากมาย
ยิ่งกว่าสิ่งที่ได้รับจากจักรวาลระดับราชันทั้งจักรวาลเสียอีก
“ค่ายกลมรณะ ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลก ข้าก็ยัง
สามารถคุมขังเขาได้เกือบชั่วยาม!”
เซียวฮั่นกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเผยรอยยิ้มอันพึงพอใจ
ออกมา
เขาในตอนนี้เพียงความคิดเดียวก็สามารถทำให้จักรวาลของตน
กลายเป็นค่ายกลมรณะ พอค่ายกลก่อตั้งขึ้นมา ยอดฝีมือที่อยู่ต˹ากว่า
ขั้นราชันแห่งโลกก็ยังต้องตายสถานเดียว กระทั่งต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้น
ราชันแห่งโลกทั่วไปก็ยังต้องถูกคุมขังในค่ายกล
กว่าเซียวฮั่นจะปิดด่านเสร็จ โลกภายนอกก็ผ่านไปกว่าสิบปีแล้ว
เพียงแต่สำหรับคนทั้งหมด เวลาไม่นับเป็นอันใด ปัญหาที่วางอยู่
ตรงหน้าพวกเขาในเวลานี้ก็คือจะออกจากเขาวงกตของเต๋าแห่งค่ายกล
เบื้องหน้านี้อย่างไร
“น้องเซียว!”
พอเห็นเซียวฮั่นปิดด่านเสร็จ ฉายทงเทียนก็เอ่ยด้วยความปีติยินดี
กล่าวได้ว่า ความหวังทั้งหมดของฉายทงเทียนในการเดินทางไปยัง
จักรวาลเฉียนคุนครั้งนี้ล้วนแต่ฝากไว้ที่เซียวฮั่น
หากไม่มีเซียวฮั่น ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถเดินมาถึงขั้น
นี้ได้ และเกรงว่าตอนที่อยู่ในเขตตาย เขาก็คงต้องเดินคอตกออกจาก
จักรวาลเฉียนคุน
“พี่ชาย ข้ามีวิธีแล้ว เพียงแต่อาจจะเกิดสงครามอันยิ่งใหญ่ใน
ภายหลัง พวกท่านต้องระวังสักหน่อย!”
พอเห็นฉายทงเทียนแสดงท่าทางกังวล เซียวฮั่นจึงเอ่ยขึ้นด้วย
รอยยิ้มทันที
เพียงแต่หลังจากสิ้นเสียงของเขา คนอื่นๆ ก็เผยสีหน้าแข็งค้าง
เพราะพวกเขาเชื่อคำกล่าวของเซียวฮั่นอย่างสนิทใจ ในเมื่อมีศึกอัน
ยิ่งใหญ่ เช่นนั้นก็คงต้องเป็นศึกที่ยิ่งใหญ่จนไม่มีทางจินตนาการได้
สำหรับพวกเขา
และตามการคาดเดาของเซียวฮั่น วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำลายค่าย
กลทั้งสามพันแห่งก็คือทำให้ค่ายกลสิบทิศสามร้อยแห่งถูกทำลายใน
เวลาเดียวกัน มีเพียงแค่สิ่งนี้เท่านั้น ค่ายกลทั้งสามพันแห่งถึงจะหยุด
การเคลื่อนไหว
ดังนั้นสิ่งที่เซียวฮั่นต้องทำต่อไปก็คือเริ่มทำลายค่ายกลโดยอาศัย
ลวดลายหมื่นค่ายกล จากนั้นเซียวฮั่นก็เริ่มทำลายค่ายกลแต่ละแห่ง
และโชคดีที่เซียวฮั่นใช้ลายเส้นค่ายกลและรากฐานค่ายกลเพียง
เล็กน้อยในการทำลายค่ายกลแต่ละแห่งก็สามารถทำให้ค่ายกลหยุดนิ่ง
ได้ชั่วคราวแล้ว
และมิใช่ทำลายค่ายกลทั้งหมด มิเช่นนั้น ต่อให้เซียวฮั่นมีลวดลาย
หมื่นค่ายกลก็ยังไม่มีทางทำเช่นนั้นได้ การทำลายค่ายกลก็เท่ากับการ
ควบคุมค่ายกลนั้น เว้นเสียแต่ผู้ถือครองเฉียนคุนจะมาทำลายเอง
ไม่อย่างนั้นต่อให้เซียวฮั่นมีลวดลายหมื่นค่ายกลก็ไม่มีประโยชน์
เซียวฮั่นทิ้งร่างจำแลงหนึ่งสายเพื่อทำลายค่ายกลแต่ละแห่ง ซึ่งนี่ก็
คือวิธีของเซียวฮั่น ค่ายกลมีถึงสามพันแห่ง หากเขาทิ้งร่างจำแลงสาม
พันสายไว้ ร่างจำแลงแต่ละสายก็จะทำลายค่ายกลในเวลาเดียวกัน
เช่นนั้นค่ายกลทั้งสามพันแห่งก็จะหยุดการเคลื่อนไหวชั่วคราวทันที
และการทำเช่นนี้มิใช่เรื่องยากสำหรับเซียวฮั่น แต่สำหรับคนอื่น
ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกก็คือเรื่องที่ไม่มีทางทำสำเร็จ ขั้น
แรกคือพวกเขาต้องมีวิธีจำแลงกายก่อน ขั้นที่สองพวกเขายังต้องอาศัย
ความช่วยเหลือของลวดลายหมื่นค่ายกล มิเช่นนั้นต่อให้มีร่างจำแลง
มากเพียงใดก็ไร้ประโยชน์
ระหว่างที่ทำลายค่ายกลแต่ละแห่ง เซียวฮั่นก็ทิ้งร่างจำแลงสาย
หนึ่งไว้ในค่ายกล และหลังจากเขาทำลายค่ายกลได้หลายแห่ง ในที่สุด
เซียวฮั่นและพรรคพวกก็เจอกับยอดฝีมือท่านอื่นที่ถูกคุมขังไว้ในค่าย
กล
และนั่นก็คือยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกระดับสูงท่านหนึ่งที่ยามนี้
กำลังทำลายค่ายกล ดูท่าแล้วฐานะของเขาคงเป็นปรมาจารย์ค่ายกล
ท่านหนึ่ง และแน่นอนว่าการดำรงอยู่ที่สามารถเดินทางมาถึงที่นี่ ส่วน
ใหญ่แล้วก็ต้องเป็นปรมาจารย์ค่ายกลทั้งนั้น หากมิได้ควบคุมค่ายกล
เล็กๆ ล้านแห่งนั้นก็คงไม่มีทางเดินมาถึงที่นี่ได้
แน่นอนว่าหากฉายทงเทียนและพวกไม่ได้อาศัยแผ่นหยกนำโชค
พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรจากลอบเข้ามาในที่แห่งนี้
พอยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกระดับสูงท่านนั้นเห็นกลุ่มคนเข้ามา
ในค่ายกลอย่างฉับพลัน เขาก็ตกใจกลัวจนสะดุ้งตัวโยน เพราะเขาถูก
กักขังในค่ายกลแห่งนี้จวนจะหลายหมื่นปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนเข้า
มาในค่ายกล ทั้งยังมากว่าสิบคน
แต่มองเพียงแวบเดียว ยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่แปด
ท่านนี้ก็ดูออกว่ากลุ่มคนตรงหน้ามิใช่ผู้แข็งแกร่งแต่อย่างใด ผู้ที่
แข็งแกร่งที่สุดก็ยังเป็นเพียงการดำรงอยู่ขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่หนึ่ง
ส่วนที่เหลือก็ล้วนแต่อยู่ในขั้นจักรพรรดิแห่งโลก เมื่อพลังเช่นนี้มาอยู่
ตรงหน้าเขา เขาเพียงแค่สะบัดฝ่ามือก็สามารถสังหารได้แล้ว
พอเห็นว่าคนกลุ่มนี้มิได้ทำอันตรายตน ยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลก
ก็เผยสีหน้าเบาใจ และพอฉายทงเทียนและพรรคพวกพบเห็นการดำรง
อยู่ขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่แปดท่านหนึ่งในค่ายกล แต่ละคนก็ต่าง
แสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมา
อย่างไรคนตรงหน้าก็เป็นการดำรงอยู่ขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่
แปด ถึงพวกเขาจะผนวกรวมกัน เกรงว่าก็ยังสู้อีกฝ่ายไม่ได้
“ท่านผู้อาวุโส ข้าน้อยฉายทงเทียน ลูกหลานของหอหมื่นสมบัติ
ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอันใดขอรับ?”
ตอนนี้ฉายทงเทียนก้าวมาข้างหน้า ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยคำกล่าวอัน
เคารบนพนอบ
“ที่แท้ก็เป็นลูกหลานของฉายทงเสินแห่งหอหมื่นสมบัตินี่เอง ข้า
คือผู้อาวุโสใหญ่ของหอเทียนจี๋ คนอื่นต่างเรียกข้าว่าผู้เฒ่าเทียนจี๋!”
ยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกท่านนั้นลูบเคราสีขาวโพลนของตน
ก่อนจะเอ่ยขึ้นพลางแย้มยิ้ม
“ท่านผู้เฒ่านี่เอง!”
ได้ยินดังนั้น ในที่สุดฉายทงเทียนก็รู้ภูมิหลังของอีกฝ่าย หอเทียนจี๋
คือหนึ่งในสิบขุมอำนาจอันยิ่งใหญ่ของเขตตงไป่ในโลกหงเหมิง ในโลก
หงเหมิงทั้งใบก็นับว่าเป็นการดำรงอยู่ของขุมอำนาจระดับสอง เจ้าแห่ง
หอเทียนจี๋ก็คือยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกที่แท้จริงท่านหนึ่ง อีกทั้งยังอยู่
ในขั้นราชันแห่งโลกระดับสูง!
ส่วนยอดฝีมือตรงหน้าก็คือผู้อาวุโสใหญ่ของหอเทียนจี๋ที่ผู้คนต่าง
ขนานนามว่าผู้เฒ่าเทียนจี๋ ซึ่งเป็นมหาปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไป
ทั่วเขตตงไป่! ค่ายกลที่เขาก่อตั้งขึ้นมาก็เป็นที่รู้จักไปทั่วเขตตงไป่
คิดไม่ถึงว่าผู้เฒ่าเทียนจี๋ที่หายสาบสูญไปหลายหมื่นปี แท้จริงแล้ว
ได้เข้ามาในจักรวาลเฉียนคุนและถูกกักขังในค่ายกลแห่งนี้ในตอน
สุดท้าย!