ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 456 : ความท้าทายใหม่!
ร่างของผู้ถือครองเฉียนคุนหายไปแล้ว และบนร่างของเขาก็ได้
ปรากฏรอยประทับรอยหนึ่ง รอยประทับนี้คือตราของจักรวาลเฉียนคุน
เมื่อได้รับตรานี้ ก็จะกลายเป็นเจ้าของจักรวาลเฉียนคุนคนใหม่
แน่นอนว่าเมื่อได้รับตราประทับนี้แล้ว ใช่ว่าจะกลายเป็นการดำรง
อยู่ขั้นราชันแห่งโลกระดับสูงสุดได้ทันที มีเพียงต้องรอให้ตราประทับ
ค่อยๆ หล่อหลอมและยกระดับการฝึกตน จึงจะได้รับจักรวาลเฉียนคุน
ทั้งหมดไป
“พี่ชาย ตราจักรวาลอยู่ที่นี่แล้ว แต่จะคัดเลือกอย่างไร ก็ต้องดูว่า
พี่ชายจะทำการเลือกเช่นไร”
เซียวฮั่นนำตราประทับมาตรงหน้าฉายทงเทียน แล้วจึงเอ่ยพลาง
ยิ้ม
ขอเพียงนำจิตวิญญาณเทพเข้าไปในตราประทับนี้ ฉายทงเทียนก็
จะเรียกได้ว่าเป็นเจ้าของจักรวาลเฉียนคุนคนต่อไป แต่ข้อดี ข้อเสียนั้นก็
มิอาจรู้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดจบของผู้ถือครองเฉียนคุน ทำให้ผู้อื่น
เข้าใจว่าการได้รับจักรวาลเฉียนคุน เกรงว่าคงไม่ใช่เรื่องที่น่าดีใจอะไร
“ฮ่าๆ ข้าฉายทงเทียนยอมเอาชีวิตเข้าแลก ในเมื่อมีโอกาสเช่นนี้
อยู่ตรงหน้า ข้าจะพลาดได้อย่างไร! อย่างมากก็แค่ตาย ถึงอย่างไรก็ต้อง
ตาย หากไม่ตายก็ต้องมีชีวิตอยู่หมื่นปี!”
คนหัวเราะ ตอนนี้เองเซียวฮั่นจึงได้รู้ว่าฉายทงเทียนได้ตัดสินใจ
เลือกเส้นทางของเขาแล้ว
เพราะฉายทงเทียนรู้ว่า จากพรสวรรค์ของตน อนาคตเกรงว่า
อาจจะหยุดอยู่เพียงขั้นนักรบแห่งโลกเท่านั้น แต่เมื่อได้รับจักรวาล
เฉียนคุน เช่นนั้นก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว นี่คือจักรวาลระดับเทพแท้จริงที่
ยังไม่สมบูรณ์
หากเขาสามารถได้รับจักรวาลที่สมบูรณ์ เช่นนั้นอนาคตของเขา
หากไม่ใช่ยอดฝีมือเทพแท้จริงแห่งโลก ก็จะเป็นการดำรงอยู่ขั้นราชัน
แห่งโลกระดับสูงสุดคนหนึ่ง
ราชันแห่งโลกระดับสูงสุด ทั่วโลกหงเหมิง มีเพียงไม่กี่ท่านเท่านั้น
แต่ละท่านคือการดำรงอยู่ที่ได้ทิ้งชื่อเสียงไว้ยาวนาน ส่วนฉายทงเทียน
คือการดำรงอยู่ที่ไม่ยอมรับชะตากรรม เขาเองก็มีความปรารถนาของ
เขา
ถึงอย่างไรก็ต้องตาย ความจริงแล้วสำหรับฉายทงเทียน ช้าเร็วก็
ต้องมีวันที่ตาย เหตุใดจึงไม่ลองสู้ตอนนี้ หากสำเร็จขึ้นมาเล่า แม้ต้อง
ตายก็ต้องตายอย่างมีเกียรติ การตายจึงจะน่ายกย่องขึ้นมาบ้าง
“พี่ชายช่างกล้าหาญนัก!”
คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่นไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพราะเขารู้ว่า ฉายทงเทียน
ได้รับจักรวาลเฉียนคุนไป ก็ไม่เกิดอันตรายแก่ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะผู้
ที่การดำรงอยู่สูงส่งต้องการสังหาร เห็นได้ชัดว่าคือผู้ถือครองเฉียนคุน
ต่อให้อนาคตคนที่อีกฝ่ายจะสังหาร ก็ไม่ใช่ฉายทงเทียนเช่นกัน แต่
อาจเป็นเซียวฮั่น ความลับในนั้น เซียวฮั่นจึงไม่ได้เอ่ยให้ฉายทงเทียนฟัง
เพราะหากบอกกับฉายทงเทียน เกรงว่าฉายทงเทียนก็คงไม่ได้
จักรวาลเฉียนคุนไป ส่วนเซียวฮั่นก็เป็นคนเช่นนี้เอง ต่อให้ตนเสียเปรียบ
ก็ไม่ยอมที่จะให้สหายเสียเปรียบ
ในสายตาของการดำรงอยู่สูงส่งอันน่าหวาดกลัวนั้น ยอดฝีมือขั้น
เทพแท้จริงแห่งโลกก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวก อีกฝ่ายคงไม่ถึงขั้นลด
เกียรติลงไปสังหารฉายทงเทียนที่ไม่ใช่แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริง
แห่งโลก
ส่วนเพราะเหตุใดอีกฝ่ายต้องสังหารผู้ถือครองเฉียนคุน เกรงว่าคง
เป็นเพราะผู้ถือครองเฉียนคุนได้คุกคามบางอย่างเข้า สามารถคาดเดา
ได้เลยว่า หากผู้ถือครองเฉียนคุนเติบโตอย่างถึงที่สุด เกรงว่าแม้แต่ยอด
ฝีมือระดับเต๋าแห่งโลก ก็ต้องถูกโจมตีเพราะพรสวรรค์ค่ายกลของเขา
สำหรับการดำรงอยู่สูงส่งเหล่านั้นกลับไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็น
เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดมาขึ้นก่อนในรอบพันล้านปีที่จะพบผู้มีพรสวรรค์
เช่นผู้ถือครองเฉียนคุน มีเพียงการสกัดไม่ให้ต้นกล้าเติบโตจึงจะเป็น
การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด
เพราะเหตุนี้อนาคตของเซียวฮั่นจึงสามารถจินตนาการได้ หากตน
เติบโตจนถึงระดับของผู้ถือครองเฉียนคุน บางทีอาจถูกจับจ้องโดยการ
ดำรงอยู่สูงส่งเหล่านั้น
แต่ถึงอย่างไร เซียวฮั่นก็ไม่เหมือนผู้ถือครองเฉียนคุน ผู้ถือครอง
เฉียนคุนมีเพียงกลยุทธ์เต๋าแห่งค่ายกลเท่านั้น แต่เซียวฮั่นมีเคล็ดวิชา
เทพอมตะนิรันดร์รวมทั้งเคล็ดวิถีจักรพรรดิ ถึงตอนนั้น คงไม่มีผู้ใดรู้ว่า
อนาคตจะเป็นเช่นไร
“บางทีการตายครั้งที่แปดของข้าอาจจะมีที่มาแล้ว!”
คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่นได้เงยหน้ามองท้องนภาเช่นเดียวกับผู้ถือครอง
เฉียนคุน อนาคตไม่มีผู้ใดบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
หลังจากนั้น ฉายทงเทียนได้นำตราประทับของจักรวาลเฉียนคุนอ
อกไปจากจักรวาลเฉียนคุน และเขายังคงทิ้งวิธีการติดต่อไว้ให้เซียวฮั่น
แต่การพบหน้าครั้งต่อไป หากไม่ใช่ที่เมืองเฉียนคุน ก็ต้องเป็นเขตตงไป่
ส่วนเซียวฮั่นก็ไม่ได้เตรียมตัวกลับเมืองเฉียนคุนในทันที สำหรับ
เมืองเฉียนคุนแล้ว เขาเป็นเพียงแขกที่ทัศนาจรผ่านมาเท่านั้น ทำให้เขา
ได้ประจักษ์ถึงด้านเจิดจรัสของโลกหงเหมิงใบใหญ่ใบนี้
เขตตงไป่ ร้อยสำนักตั้งเรียงราย ทุกสำนักล้วนแต่มียอดฝีมือขั้น
ราชันแห่งโลกนั่งบัญชาการอยู่ นอกจากนี้ยังมีขุมอำนาจระดับสามนับ
พัน ขุมอำนาจเหล่านี้ก็มียอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกนั่งบัญชาการ
เช่นกัน นี่จึงเป็นโลกหงเหมิงที่แท้จริง
แน่นอนว่าเขตตงไป่อยู่ในโลกหงเหมิง และนับว่าเป็นสถานที่เล็กๆ
เพียงมุมหนึ่งของเขตอาคเนย์แห่งโลกหงเหมิง
สำหรับเซียวฮั่นในตอนนี้ นักรบแห่งโลกคือขอบเขตที่เพิ่งจะ
เริ่มต้นขึ้นเท่านั้น สำหรับโลกหงเหมิง ยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลก ก็เป็น
เพียงขอบเขตแห่งเต๋าขั้นเริ่มต้นเช่นกัน
เหนือกว่านักรบแห่งโลก ยังมีราชันแห่งโลก เหนือกว่าราชันแห่ง
โลกยังมีเทพแท้จริงแห่งโลก เหนือกว่าเทพแท้จริงแห่งโลกยังมีเทพแห่ง
โลก เหนือกว่าเทพแห่งโลกยังมีเต๋าแห่งโลก โลกหงเหมิงคือโลกที่เจิด
จรัสอย่างมิอาจจินตนาการได้ ขณะเดียวกันโลกใบนี้ก็มีความท้าทาย
นับไม่ถ้วนที่กำลังรอเซียวฮั่นไปเผชิญ
กล่าวได้ว่า การเดินทางในจักรวาลเฉียนคุนได้เปิดประตูบานใหม่
ให้แก่เซียวฮั่น และโลกหงเหมิงก็จะเป็นเส้นทางอันยาวไกลสายหนึ่ง
เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยความขรุขระ
สิ่งที่เซียวฮั่นต้องเผชิญคือเส้นทางอันขรุขระที่เต็มไปด้วยอุปสรรค
หากเขาต้องการยืนอยู่บนจุดสูงสุดแห่งเต๋า ก็ต้องจ่ายมูลค่าออกไป
อย่างยากที่จะจินตนาการ
แต่เซียวฮั่นได้เตรียมตัวไว้เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วินาทีที่เข้ามาใน
โลกหงเหมิง และเขาก็ได้เตรียมตัวไว้อย่างดีที่สุด เพราะสิ่งที่เขาแบกรับ
ไว้ไม่ใช่ชะตาชีวิตของตนเพียงคนเดียวอีกต่อไป
“ควรไปได้แล้ว!”
คนเอ่ยเสียงเบา เซียวฮั่นหันออกจากโลกใบนี้ การออกจาก
จักรวาลเฉียนคุน ความจริงแล้วง่ายดายยิ่งกว่าการเข้ามาในจักรวาล
เฉียนคุนมากนัก
แต่หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อฉายทงเทียนได้กลายเป็นเจ้าของคน
ใหม่แห่งจักรวาลเฉียนคุน จักรวาลเฉียนคุนก็กลายเป็นทรัพย์สมบัติ
ส่วนตัวของฉายทงเทียน ส่วนเขาจะยอมเปิดโลกหงเหมิงออกมาหรือไม่
นั่นก็เป็นเรื่องของฉายทงเทียนแล้ว
สำหรับเซียวฮั่น การเดินทางครั้งนี้ของจักรวาลเฉียนคุนนับว่าจบ
สิ้นอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ควบคุมพลังแห่งกฏการควบคุม แต่
กลับได้รับการสืบทอดเต๋าแห่งค่ายกล ซึ่งเกิดประโยชน์ยิ่งใหญ่กว่าการ
ทะลวงขอบเขตราชันแห่งโลกในตอนนี้เสียอีก
แน่นอนว่ามีได้ก็ต้องมีเสีย การดำรงอยู่สูงส่งที่สังหารผู้ถือครอง
เฉียนคุน ราวกับกระบี่แหลมคมที่ปรากฏเหนือศีรษะของเซียวฮั่น และ
สามารถร่วงลงมาได้ตลอดเวลา เพราะเหตุนี้ก่อนหน้านี้เซียวฮั่นจึงต้อง
เตรียมตัวให้รอบคอบ
เซียวฮั่นในตอนนี้ฝึกตนอยู่ในขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่หนึ่ง การ
ฝึกตนเช่นนี้ เมื่ออยู่ในเขตตงไป่ถึงแม้จะนับว่าเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง แต่
ก็เป็นได้เพียงอันดับสุดท้ายเท่านั้น
ในเขตตงไป่ ยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกนั้นมีจำนวนไม่น้อย ขุม
อำนาจทุกขุมล้วนแต่มีจำนวนหลักหน่วยถึงหลักสิบ ส่วนขุมอำนาจ
ระดับสองที่อยู่อันดับต้นๆ ก็มียอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกนับร้อย
ยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกคือเสาเอกของขุมอำนาจ ส่วนยอดฝีมือ
ขั้นราชันแห่งโลกคือยอดเสาเพียงหนึ่งเดียวของขุมอำนาจ และยอด
ฝีมือขั้นราชันแห่งโลก สำหรับขุมอำนาจระดับสองแล้ว ล้วนแต่เป็นการ
ดำรงอยู่ที่สำคัญยิ่งนัก
ก่อนหน้านี้เซียวฮั่นได้สังหารผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักตี้ถูไปคนหนึ่ง
เกรงว่าหลังจากที่เข้าไปในเขตตงไป่ เซียวฮั่นอาจถูกสำนักตี้ถูตามจับ
ทั่วเขต แต่เซียวฮั่นได้คิดถึงขั้นนี้มานานแล้ว
นี่เป็นความท้าทายหนึ่งที่เซียวฮั่นหามาให้ตนเองเช่นกัน มีคำพูด
หนึ่งกล่าวไว้ว่า หากไม่มีความกดดันก็จะไม่มีความท้าทาย สำนักตี้ถูได้
มอบความกดดันให้เซียวฮั่นไปหา และเขาได้มอบศิลาก้อนหนึ่งให้ตน
เหยียบ
แม้ว่าขอบเขตของเซียวฮั่นจะอยู่ที่ขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่หนึ่ง
แต่เพราะค่ายกลมรณะที่เขาควบคุม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือ
ขั้นราชันแห่งโลกระดับที่สาม เขาก็ไม่หวั่นเกรง กระทั่งต่อให้พบกับ
ยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกระดับสูงสุด เซียวฮั่นก็สามารถใช้ค่ายกล
มรณะต้านรับได้
นี่คือพลังของเต๋าแห่งค่ายกล แน่นอนว่าความสามารถของเซียว
ฮั่นย่อมมิอาจดูถูกได้ง่ายๆ หลังจากที่ฟื้นสภาพขอบเขตนักรบแห่งโลก
ภายใต้สถานการณ์ที่เซียวฮั่นไม่ได้ใช้พลังของเต๋าแห่งค่ายกล แต่ใช้
พลังของร่างอมตะและกฏการควบคุมวิถีกระบี่ ทั้งยังมีกฏการควบคุม
ความตาย ยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกระดับกลางทั่วไปจึงไม่ใช่คู่ต่อกร
ของเขา
มีเพียงขั้นนักรบแห่งโลกระดับที่เจ็ดรวมถึงขั้นนักรบแห่งโลกผู้
สูงส่งขึ้นไป จึงจะคุกคามเซียวฮั่นที่ไม่ใช้พลังเต๋าแห่งค่ายกลได้เล็กน้อย
แต่ก็คุกคามได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เซียวฮั่น
เกิดอันตรายจนถึงชีวิตได้
เซียวฮั่นตัดสินใจที่จะขัดเกลาตนเอง หากไม่ถึงตอนที่หมดหนทาง
จริงๆ ก็จะไม่ใช้พลังเต๋าแห่งค่ายกล ต่อไปนอกจากยกระดับ
ความสามารถและการฝึกตนแล้ว เขาก็ต้องเริ่มลงมือควบคุมค่ายกล
แห่งที่สองด้วยเช่นกัน
ค่ายกลชีวิต คือค่ายกลที่ตรงข้ามกับค่ายกลแห่งความตายโดย
สิ้นเชิง เพราะเหตุนี้ลายเส้นค่ายกลและกฏค่ายกลที่ควบคุมจึงแตกต่าง
กัน แต่เซียวฮั่นได้รับลวดลายหมื่นค่ายกลมาแล้ว ทั้งยังมีมรดกตกทอด
ของค่ายกลที่สมบูรณ์แบบ ขอเพียงเซียวฮั่นมีเวลา เขาก็จะสามารถนำ
ลายเส้นค่ายกลและกฏค่ายกลชีวิตจัดวางออกมาได้
หรือกล่าวได้ว่า ต่อไปสิ่งที่เซียวฮั่นต้องทำมีสองเรื่อง เรื่องแรกคือ
การเบิกจักรวาลระดับนักรบสองใบ ซึ่งสำหรับเซียวฮั่นแล้วไม่ใช่เรื่อง
ยากอันใด
ส่วนเรื่องที่สองคือการควบคุมค่ายกลชีวิต โดยการนำค่ายกลชีวิต
สลักวาดลงบนจักรวาลระดับนักรบทั้งสองใบ ถึงเวลานั้นค่ายกลชีวิตก็
จะผสานรวมเป็นหนึ่ง และกลายเป็นค่ายกลหยินหยางแห่งชีวิต เมื่อ
อาศัยพลังเต๋าแห่งค่ายกล เขาก็จะไม่เกรงกลัวยอดฝีมือที่ต˹ากว่าขั้น
ราชันแห่งโลกระดับที่เจ็ด
แต่หากต้องการควบคุมค่ายกลชีวิต ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในเวลา
อันสั้น แม้ว่าจะได้รับทุกสิ่งของค่ายกลชีวิตที่สมบูรณ์แล้ว แต่เซียวฮั่น
คาดว่าหากตนต้องการควบคุมค่ายกลชีวิตที่สมบูรณ์แบบ อีกหลายร้อย
หลายพันปีเกรงว่าคงทำได้ยาก
โชคดีที่พลังค่ายกลแห่งเต๋าไม่เพียงเป็นการโจมตีและการตั้งรับที่
เรียบง่ายเช่นนั้น และค่ายกลกาลเวลาที่อยู่ในนั้นก็มีไม่น้อย ค่ายกล
กาลเวลาสามารถเปลี่ยนแปลงการหมุนโคจรของเวลาได้ร้อยเท่า โลก
ภายนอกหนึ่งปี ในค่ายกลก็คือหนึ่งร้อยปี
ส่วนค่ายกลกาลเวลาระดับกลางคือการแก้ไขความเร็วของเวลา
พันเท่า เมื่อค่ายกลกาลเวลาสมบูรณ์ ก็สามารถทำได้ถึงขั้นเปลี่ยนแปลง
กาลเวลาเป็นหมื่นเท่า
สำหรับเซียวฮั่น การจัดวางค่ายกลกาลเวลาที่สมบูรณ์นั้นเป็นไป
ไม่ได้ แต่การจัดวางค่ายกลกาลเวลาระดับกลางนั้นสามารถทำได้ ขอ
เพียงจัดวางค่ายกลกาลเวลาขนาดเล็กร้อยแห่งขึ้นไปให้ผสานรวมเข้า
ด้วยกัน ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงให้เป็นค่ายกลกาลเวลาระดับกลางได้
แต่ก่อนหน้านี้ เซียวฮั่นจะต้องควบคุมพลังของกฏกาลเวลาให้ได้
เสียก่อน เพราะพลังของกฏกาลเวลาคือหนึ่งในพลังแห่งกฏที่ควบคุม
ยากที่สุด
สำหรับเขาแล้ว พลังของกฏกาลเวลาไม่ใช่เรื่องยาก เพราะก่อน
หน้านี้ เขาก็ควบคุมวิถีกาลเวลามาแล้ว เพียงแค่ว่านั่นเป็นวิถีกาลเวลา
ในจักรวาลระดับราชัน
เต๋าสามพันวิถีในโลกใบเล็ก เมื่อมาถึงยังโลกหงเหมิงก็ดูเหมือนว่า
จะไม่มีประโยชน์อะไร แต่กลับเป็นการสร้างรากฐานที่เหนียวแน่นยาก
จะทำลายให้แก่เซียวฮั่น เมื่อมีเต๋าสามพันวิถีเป็นรากฐาน หากเซียวฮั่น
ต้องการควบคุมพลังของกฏหงเหมิง ก็จะรวดเร็วขึ้นไม่รู้กี่เท่า
อีกทั้งเซียวฮั่นก็รู้สึกเช่นกันว่า หากต้องการเดินบนเส้นทางเต๋าแห่ง
ค่ายกลให้ไกลยิ่งขึ้น การควบคุมกฏจะต้องมากขึ้น เพราะเมื่อเส้นทาง
ของเต๋าแห่งค่ายกลมาถึงระยะหลัง จะต้องควบคุมค่ายกลทั้งหมดหนึ่ง
หมื่นแปดพันแห่ง และค่ายกลหนึ่งหมื่นแปดพันแห่งนี้ ล้วนแต่ต้องใช้
กฏและพลังกฏการควบคุม กระทั่งต้องใช้พลังแห่งวิถีเต๋าที่ต่างกัน
ออกไป
เพราะเหตุนี้ เรื่องที่เซียวฮั่นต้องทำก็มีไม่น้อย ทั้งต้องยกระดับการ
ฝึกตน เบิกจักรวาลระดับราชันใบใหม่ ควบคุมพลังแห่งกฏหงเหมิงสาม
พันวิถี รวมถึงการรู้แจ้งถึงค่ายกลชีวิตและการวาดลายเส้นค่ายกล และ
สิ่งแรกที่ต้องทำ เขาจะต้องควบคุมพลังของกฏแห่งกาลเวลา แล้วจัด
วางค่ายกลกาลเวลาขนาดเล็กออกมาก่อน!