ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 480 : ตลาดนัด!
เมื่อมาถึงตลาดนัดแห่งนี้ พวกเขาก็หยุดเดินทางลงอีกครั้ง เพราะ
ไม่ว่าศิษย์ทั้งห้าแห่งตระกูลฮั่ว หรือเหล่าองครักษ์ ต่างต้องการซื้อ
สิ่งของที่ตนอยากได้
เพราะก่อนออกเดินทาง พวกเขาต่างล้วนได้รับศิลาวิญญาณ
ระดับสูงคนละสิบล้านก้อน นี่คือโภคทรัพย์ที่มูลค่าสูงมากก้อนหนึ่ง
เมื่อได้ศิลาวิญญาณสิบล้านก้อนมาครอง องครักษ์ไม่น้อยซึ่งเดิมที
เป็นผู้ฝึกตนพเนจร วันธรรมดาย่อมพบอุปสรรคมากมาย แม้แต่ของล˺า
ค่าเช่นนี้ก็ไม่มี ตอนนี้ไม่ง่ายเลยจะเจอตลาดนัดแห่งนี้ อย่างน้อยก็ต้อง
ซื้อของที่เหมาะสมเสียหน่อย
สำหรับเซียวฮั่นแล้ว ตลาดนัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ไม่เลวที่หนึ่ง
เพราะเขาก็ต้องการซื้อของเช่นกัน เช่นโลหะที่แฝงไปด้วยพลังแห่ง
ความตายหรือพลังแห่งชีวิต เพราะวัสดุเหล่านี้หาได้ยากมาก หาก
สามารถหาซื้อได้ที่ตลาดแห่งนี้ เซียวฮั่นก็จะไม่ถือสาเรื่องการจ่ายศิลา
วิญญาณออกไป
ตลาดนัดไม่มีกฏเกณฑ์มากมาย เพราะเหตุนี้ขอเพียงเจ้ายินดี ก็
สามารถหาที่ว่างแล้วนั่งตั้งแผงขายของได้เลย ทำให้ทุกที่ล้วนแต่เป็น
ที่ตั้งแผง สิ่งของมีมากมายหลายหลากจนละลานตา
คงต้องดูแล้วว่าสายตาในการซื้อสินค้าของแต่ละคนแหลมคม
เพียงใด เพราะภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าสิ่งของประเภทใดก็
สามารถนำเข้ามาได้ ทั้งของจริงของปลอมล้วนแต่มีเต็มไปหมด ต้องดู
ว่าสายตาของเจ้าเป็นเช่นไร จะเลือกซื้อของจริงได้หรือไม่
ส่วนพวกฮั่วเฉินจื่อในฐานะที่เป็นปรมาจารย์หลอมศาสตราวุธ
สำหรับสิ่งของประเภทอื่นเขาไม่กล้าเอ่ยอะไรมาก แต่สำหรับสิ่งของ
ประเภทศาสตราวุธ พวกเขาย่อมเป็นปรมาจารย์ประเมินค่าที่มีอำนาจ
มากที่สุด ศาสตราวุธหรือโลหะมากมาย พวกเขาเพียงมองคราเดียวก็
สามารถดูออกว่าเป็นของจริงหรือของปลอม
เมื่อเดินไปเรื่อยๆ พวกเขาก็เริ่มแยกย้าย เซียวฮั่นและฉางคุนเดินๆ
หยุดๆ ตามฮั่วเฉินจื่อไปยังแผงขายของต่างๆ ฮั่วเฉินจื่อไม่สนใจมอง
วัสดุเหล่านั้นในสายตา แต่ขอเพียงเขาถูกใจ ไม่ว่าราคาเท่าใด เขาก็ไม่
ลังเลที่จะซื้อแม้แต่น้อย
นี่คือนิสัยเสียของปรมาจารย์หลอมศาสตราวุธคนหนึ่งเมื่อพบ
โลหะหรือวัสดุที่ดี ต่อให้มูลค่ามากเท่าใดก็ยอมจ่าย ดีกว่าพลาดโอกาส
ไป
ทว่าเซียวฮั่นยังคงตามหาโลหะและวัสดุที่ตนต้องการไม่หยุด แต่
วัสดุประเภทนี้พบได้น้อยนัก แม้แต่วัสดุที่เอาไว้หลอมศาสตราวุธที่แฝง
พลังแห่งชีวิตก็พบได้น้อยเช่นกัน
“เอ๋ นี่คือ?”
ทันใดนั้น สายตาเซียวฮั่นก็พบกระดูกท่อนหนึ่งบนแผงขายของ นี่
คือกระดูกที่มืดมิดเกินจะเปรียบ มีขนาดเท่ากับกระดูกแขนของมนุษย์
คนหนึ่ง บนนั้นมีคลื่นลมปราณแห่งความตายที่เข้มข้นเกินบรรยาย
เซียวฮั่นควบคุมกฏแห่งความตาย จึงสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน
ว่าบนกระดูกนี้แฝงด้วยพลังแห่งความตายอย่างมหาศาล ในนั้นยังมี
คลื่นพลังลมปราณของกฏการควบคุมความตายสายหนึ่ง เห็นได้ชัดว่า
กระดูกท่อนนี้ มาจากยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกที่ควบคุมกฏความตาย
คนหนึ่งอย่างแน่นอน
“ดูเหมือนข้าจะโชคดีนัก!”
เมื่อมองไปยังแผงขายของ บนแผงขายของมีสินค้าอยู่ไม่น้อย และ
มีคนไม่น้อยกำลังเดินวนรอบแผง แต่กลับไม่มีผู้ใดยอมดูกระดูกท่อน
แขนนั้นเพราะไม่มีผู้ใดรู้ว่า นี่คือกระดูกท่อนแขนของคนใด ใครกันเล่า
จะยอมจ่ายศิลาวิญญาณเพื่อซื้อกระดูกคนตายที่มีเพียงพลังแห่งความ
ตายท่อนหนึ่ง
นี่คือข้อดีและข้อเสียของการควบคุมกฏแห่งความตาย ข้อเสียคือ
สิ่งของที่แฝงพลังแห่งความตายมีน้อยมาก ข้อดีคือหากสิ่งของที่แฝง
พลังแห่งความตายปรากฏ นอกจากยอดฝีมือที่ควบคุมกฏการควบคุม
ความตายแล้ว ผู้ฝึกตนคนอื่นเอาไปก็ไม่เกิดประโยชน์ ถึงขั้นทำให้พลัง
แห่งความตายดูดกลืนพลังชีวิตของตนอีก
เซียวฮั่นทิ้งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ลงบนร่างของฮั่วเฉินจื่อ ส่วนตนกลับ
เดินไปยังแผงขายของนั้น เจ้าของร้านเป็นชายชราสวมหมวกฟางคน
หนึ่ง ท่าทางเหมือนชาวนาทั่วไป ทำให้คนดูไม่ออกว่ามีอะไรพิเศษ
แต่สิ่งของที่จัดวางบนแผงตรงหน้าชายชราผู้นี้มีของล˺าค่าดีๆ ไม่
น้อย นอกจากกระดูกท่อนแขนนั้นแล้ว ยังมีศาสตราจักรพรรดิระดับสูง
อีกหลายชิ้น เห็นได้ชัดว่าชายชราที่อยู่ตรงหน้านี้ ต้องเป็นผู้ฝึกตนที่ใช้
วิธีบางอย่างในการปกปิดฐานะของตนเอง
“เถ้าแก่ กระดูกท่อนแขนนี้ขายอย่างไรหรือ?”
เมื่อเดินมาถึงเบื้องหน้าแผงขายของ เซียวฮั่นก็ย่อตัวลง แล้วมอง
ไปยังกระดูกท่อนแขน จากนั้นจึงเอ่ยพลางยิ้มกับชายชรา
“ศิลาวิญญาณระดับสูงหนึ่งร้อยล้านก้อน หากไม่ถึงร้อยล้านไม่
ขาย!”
เมื่อเห็นว่ามีคนถามถึงกระดูกท่อนแขนนี้ ชายชราจึงมีสีหน้า
แปรเปลี่ยนทันที แล้วเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันดัง
สิ้นเสียงของชายชรา ก็ดึงดูดความสนใจผู้คนไม่น้อย เมื่อเห็นชาย
ชราขายกระดูกท่อนแขนของคนตายด้วยศิลาวิญญาณระดับสูงร้อย
ล้านก้อน ผู้คนต่างคิดว่าชายชราเสียสติไปแล้ว ผู้ใดจะสติไม่ดีนำศิลา
วิญญาณระดับสูงร้อยล้านก้อนไปซื้อกระดูกท่อนแขนท่อนหนึ่ง
แต่สำหรับเซียวฮั่นแล้ว กระดูกท่อนแขนท่อนนี้ อย่าว่าแต่ร้อยล้าน
ต่อให้เป็นศิลาวิญญาณระดับสูงพันล้านก็คุ้มค่า เขาจึงไม่พูดพร˹าทำ
เพลง สะบัดฝ่ามือหนึ่งครา แล้วโยนแหวนมิติวงหนึ่งให้ชายชราทันที
“เถ้าแก่ลองแตะดู!”
ในแหวนมิติมีศิลาวิญญาณระดับสูงร้อยล้านก้อนพอดี ทั้งยังเป็น
คุณภาพที่ดีที่สุดด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเหล่าศิลาวิญญาณที่เซียวฮั่น
ได้มาจากหอเทียนจี๋
ได้ยินเช่นนั้น ชายชราจึงรับแหวนมิติมาอย่างเชื่อครึ่งหนึ่งสงสัย
ครึ่งหนึ่ง เมื่อกวาดสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ ชายชราจึงอ้าปากค้าง เป็นศิลา
วิญญาณระดับสูงร้อยล้านก้อนจริงๆ เรื่องนี้เขาคิดไม่ถึงแม้แต่น้อย
อย่างที่รู้ว่าเขาแค่นำกระดูกท่อนแขนนี้มาลองขายดูเท่านั้น เมื่อ
สามารถขายออกไปในมูลค่าศิลาวิญญาณระดับสูงร้อยล้านก้อน คิดไม่
ถึงว่าจะมีคนยอมจ่ายศิลาวิญญาณระดับสูงร้อยล้านจริงๆ
เมื่อชายชราเห็นเซียวฮั่นหัวเราะแล้วเก็บกระดูกท่อนแขนเข้าไปใน
แหวนมิติ ชายชราก็รู้ว่าตนได้น้อยไปแล้ว กล่าวได้ว่าในสายตาของบุรุษ
หนุ่มในชุดคลุมสีดำที่ดูธรรมดาสามัญตรงหน้านี้ ศิลาวิญญาณระดับสูง
ร้อยล้านก้อนเป็นเพียงทรัพย์สินที่สามารถโยนทิ้งโยนขว้างได้ตามใจ
เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ ใจของชายชราจึงกระเพื่อมขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
นี่เขาพบกับเจ้าชายแห่งโชคลาภเข้าแล้วหรือ ถ้าหากว่า…
ส่วนเซียวฮั่นไม่ได้คิดอะไรมาก ศิลาวิญญาณระดับสูงร้อยล้านก้อน
สามารถทำให้ได้กระดูกท่อนแขนนี้มา นับว่าเขาได้กำไรนัก ถึงแม้
สำหรับคนอื่น นี่เป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง แต่สำหรับเซียวฮั่นแล้ว
กระดูกท่อนแขนนี้สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะในนั้นมีพลังของกฏการ
ควบคุมแห่งความตายสายหนึ่งแฝงอยู่
เมื่อซื้อกระดูกท่อนแขนได้แล้ว เซียวฮั่นก็เตรียมตัวเดินจากไป แต่
ตอนนี้ชายชรากลับรีบลุกขึ้นมา แล้วเอ่ยขึ้นกับเซียวฮั่นทันที
“ไม่ทราบว่า ท่านสนใจจะดูของล˺าค่าอย่างอื่นอีกหรือไม่?”
ชายชราเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเปี่ยมยิ้ม เมื่อเซียวฮั่นได้ยินดังนั้นจึงอด
สงสัยขึ้นมาไม่ได้ ในคำกล่าวของชายชราดูมีเลศนัยนัก
“งั้นขอดูหน่อยว่าเถ้าแก่มีของล˺าค่าอะไรบ้าง!” คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่น
เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้านิ่งเฉย
“พูดได้ดี แต่ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ในการค้าขาย ขอเชิญท่านเข้าไปใน
โลกใบเล็กของข้าเพื่อเจรจากันเถิด!”
คนคลี่ยิ้ม ชายชราสะบัดฝ่ามือหนึ่งครา มิติเบื้องหน้าก็ถูกกรีด
ออกเป็นช่องช่องหนึ่ง
เมื่อเซียวฮั่นเห็นเช่นนี้ จึงหรี่ตาลงอย่างอดไม่ได้ ที่แท้ก็เป็นยอด
ฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกที่ควบคุมกฏมิตินี่เอง มิน่าเล่าถึงสามารถทำให้
คนดูไม่ออกถึงความตื้นลึกหนาบาง เพราะยอดฝีมือที่ควบคุมกฏมิติ มี
ความเชี่ยวชาญในการอำพรางตนเองอย่างมาก
หากเป็นคนอื่น ย่อมไม่กล้าเข้าไปในโลกใบเล็กของอีกฝ่ายอย่าง
แน่นอน แต่เซียวฮั่นเป็นคนมีความสามารถและกล้าหาญ ยิ่งชายชรา
เบื้องหน้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นนักรบแห่งโลกเท่านั้น ยังไม่เพียงพอที่จะ
คุกคามเขาได้
เมื่อก้าวฝ่าเท้าหนึ่งครา เงาร่างของเซียวฮั่นก็หายลับไปจากจุดเดิม
ชายชราเห็นเช่นนั้นจึงตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้นก็สะบัดมือหนึ่งครา
แล้วเก็บแผงขายของเหล่านั้นลง คนวาบหายไปจากจุดเดิมในทันใด
ในโลกใบเล็ก เซียวฮั่นปรากฏตัวขึ้นในศาลาหลังหนึ่ง โลกใบเล็ก
แห่งนี้ เป็นโลกที่ชายชราเบิกขึ้นมาเพื่อติดตามตัว มีบทบาทคล้ายกับ
ห้องเก็บสิ่งของ เพราะเหตุนี้จึงไม่กว้างใหญ่นัก เป็นโลกที่มีขนาดเท่า
เก้ามหาทวีปเท่านั้น
เมื่อเซียวฮั่นปรากฏตัวได้ไม่นาน ชายชราก็ปรากฏตัวตามมา
เช่นกัน อีกทั้งตอนนี้ในมือของชายชราถือสิ่งของที่ดูเป็นทางการชิ้น
หนึ่ง นั่นคือตราประทับเก่าแก่อันมืดมิด ตราประทับเก่าแก่มีขนาดเท่า
กำปั้น บนนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความตายแน่นขนัด
“สิ่งนี้คือ?”
เพียงเซียวฮั่นมองหนึ่งคราก็ดูออกว่าตราประทับเก่าแก่นี้จะต้อง
เป็นศาสตราราชันแห่งความตายชิ้นหนึ่ง ถึงแม้จะไม่ใช่ระดับสูง แต่ก็
เป็นศาสตราราชันชิ้นหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
“ในเมื่อท่านกล้าเข้ามาในโลกใบเล็กของข้า ข้าก็จะเอ่ยอย่างไม่
อ้อมค้อม ของล˺าค่าชิ้นนี้กับกระดูกท่อนแขนนั้นข้าได้มาตอนที่หนีจาก
ความตายในมิติที่วุ่นวาย ขณะที่ข้ากำลังหนีตายเพื่อเอาชีวิตรอดก็ได้
สิ่งของทั้งสองชิ้นนี้มา”
ชายชราเอ่ยขึ้นอย่างเนิบช้า เมื่อเห็นว่าเซียวฮั่นกล้าที่จะเข้ามาใน
โลกใบเล็กของเขา เขาก็ไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะเล่นแง่อะไรกับเขาเช่นกัน
เพราะเมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งโลกที่ควบคุมกฏมิติ
หากเจ้าเข้าไปในโลกของอีกฝ่ายแล้ว อีกฝ่ายย่อมมีวิธีนับไม่ถ้วนที่จะ
ทำให้เจ้าออกไปไม่ได้
“แต่น่าเสียดายที่กระดูกท่อนแขนและตราประทับเก่าแก่มีเพียง
ยอดฝีมือที่ควบคุมกฏแห่งความตายเท่านั้นที่จะสามารถใช้ได้ เพราะ
เหตุนี้ข้าจึงยังหาโอกาสที่เหมาะสมในการขายมันทิ้งไม่ได้เสียที”
จากคำกล่าวของชายชรา เซียวฮั่นจึงเข้าใจว่า อีกฝ่ายนำกระดูก
ท่อนแขนออกมา เพียงเพราะต้องการหาผู้ซื้อที่เหมาะสม และบังเอิญ
ว่าเซียวฮั่นพบเข้าพอดี
“หากนำตราประทับเก่าแก่นี้ไปประมูลที่หอหมื่นสมบัติ เกรงว่า
อาจประมูลได้ในราคาที่สูงลิ่ว!”
ทว่าสิ่งที่ทำให้เซียวฮั่นสงสัยคือ เหตุใดชายชราจึงไม่นำตรา
ประทับเก่าแก่นี้ไปประมูล
“แค่กๆ ข้ามีศัตรูอยู่ไม่น้อย เพราะเหตุนี้จึงไม่อยากเปิดเผย
ฐานะ!”
ชายชรากระแอมไอออกมาหนึ่งเสียง แล้วเอ่ยขึ้นอย่างเคอะเขิน
เมื่อเซียวฮั่นได้ยินจึงเข้าใจ เกรงว่าอีกฝ่ายคงเป็นคนที่ผ่าน
เรื่องราวมามาก ส่วนเบื้องหลังจะเป็นเรื่องราวอะไร ก็คงไม่เกี่ยวกับเขา
เช่นเดียวกับเขา จนถึงตอนนี้ก็ยังคงถูกสำนักตี้ถูประกาศจับไปทั่วเขต
ตงไป่ เขาเองก็ไม่สามารถเปิดเผยฐานะได้เช่นกัน
“อย่างนี้นี่เอง เช่นนั้นท่านผู้อาวุโสจะทำการค้ากับตราประทับ
เก่าแก่นี้เช่นไร?”
เมื่อคิดดูแล้ว เซียวฮั่นจึงเอ่ยถามขึ้น ตราประทับเก่าแก่นี้ สำหรับ
เขาแล้ว มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเหตุนี้เขาจึงต้องดูว่าชาย
ชรามีเงื่อนไขอันใด
“ข้าไม่มีเงื่อนไขอะไร ขอเพียงได้ศาสตราราชันแห่งมิติมาชิ้นหนึ่ง
ก็พอ!”
ชายชราคลี่ยิ้ม ทันใดนั้นก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่ลังเล แต่เมื่อสิ้นเสียงของ
เขา เซียวฮั่นก็หัวเราะอย่างขมขื่น
หากเป็นศาสตราราชันธรรมดายังพอได้ แต่ศาสตราราชันแห่งมิติ
นั่นเป็นศาสตราที่หาได้ยากยิ่งกว่าศาสตราราชันมรณะเสียอีก แม้แต่หอ
หมื่นสมบัติก็คงนำออกมาไม่ได้
“ท่านผู้อาวุโส ข้าไม่มีศาสตราราชันแห่งมิติ แต่ข้ามีศาสตราราชัน
ธรรมดาอยู่ชิ้นหนึ่ง”
เซียวฮั่นสะบัดมือหนึ่งครา พัดที่เต็มไปด้วยพลังของกฏการควบคุม
วายุชิ้นหนึ่งได้ปรากฏขึ้นในมือของเซียวฮั่น
นี่คือศาสตราราชันที่มีลักษณะเป็นรูปพัดชิ้นหนึ่ง เป็นสิ่งของที่
เซียวฮั่นได้มาจากผู้อาวุโสขั้นราชันแห่งโลกท่านหนึ่งเพื่อตอบแทนที่ตน
สร้างค่ายกลกาลเวลาในหอเทียนจี๋
เมื่อเห็นเซียวฮั่นนำศาสตราราชันออกมา ชายชราก็อดตะลึงไม่ได้
แต่เมื่อเห็นว่าเป็นศาสตราราชันของกฏควบคุมวายุ เขาจึงผิดหวัง
เล็กน้อย แต่เขามาลองคิดดูแล้ว ศาสตราราชันแห่งมิติก็หาได้ยากยิ่งนัก
เมื่อเห็นชายชรามีท่าทีผิดหวัง เซียวฮั่นก็ไม่รู้สึกประหลาดใจ แล้ว
จึงเอ่ยพลางยิ้ม
“ท่านผู้อาวุโส ศาสตราราชันชิ้นนี้ ประกอบกับศาสตรานักรบสิบ
ชิ้น เพื่อแลกกับตราประทับเก่าแก่นี้เป็นอย่างไรเล่า?”
เซียวฮั่นสะบัดมือหนึ่งครา ศาสตรานักรบสิบชิ้นก็ปรากฏขึ้น
ตรงหน้าชายชรา ศาสตรานักรบทั้งสิบชิ้นนี้เซียวฮั่นล้วนแต่ซื้อมาจาก
เมืองเลี่ยฮั่ว เพื่อเตรียมสลักวาดค่ายกลแห่งความเป็นตาย เสียดายที่
ต่อมาการทดลองล้มเหลว ศาสตรานักรบเหล่านี้จึงไม่มีประโยชน์
แม้ว่าจะไม่มีประโยชน์ แต่หากนำมาทำการค้ากลับยังพอเป็นไป
ได้ อย่างน้อยมูลค่าของศาสตรานักรบทั้งสิบนี้ก็ไม่ด้อยไปกว่าศิลา
วิญญาณระดับสูงนับพันล้านก้อน
“นี่…”
เมื่อเห็นศาสตรานักรบสิบชิ้นปรากฏขึ้น ชายชราตะลึงจนตาค้าง นี่
คือศาสตรานักรบสิบชิ้น อีกทั้งเขาสามารถมองออกว่า ศาสตรานักรบ
เหล่านี้ล้วนแต่เป็นของชั้นดีที่ได้ฝีมือของมหาปรมาจารย์หลอมศาสตรา
วุธทำขึ้นมาด้วยตนเอง
“เป็นอย่างไร? สามารถตกลงซื้อขายได้หรือไม่?”
คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่นรู้ว่าชายชราผู้นี้เป็นคนฉลาด จะต้องตกลงซื้อ
ขายอย่างแน่นอน เพราะตราประทับเก่าแก่ชิ้นนั้นสำหรับเขาแล้ว มี
ประโยชน์ไม่มากนัก หากสามารถเปลี่ยนเป็นศาสตราราชันและ
ศาสตรานักรบสิบชิ้น ชายชราก็คงทำกำไรได้ไม่น้อย
“ได้ ตกลงซื้อขาย! แต่หวังว่าท่านจะไม่นำเรื่องของข้าไปปล่อย
ข่าว!”
ชายชรากัดฟัน แล้วเอ่ยพลางพยักหน้า ศาสตราราชันแลกกับ
ศาสตราราชัน เดิมทีเขาก็ไม่ขาดทุนแล้ว ยิ่งกว่านั้นยังมีศาสตรานักรบ
เพิ่มขึ้นมาอีกสิบชิ้น
“เรื่องนี้ข้าย่อมรู้ดี เรื่องวันนี้ ข้าจะไม่เล่าออกไปแม้แต่คำเดียว!”
คนคลี่ยิ้ม ไม่นานเซียวฮั่นและชายชราก็ทำการซื้อขายสำเร็จ เซียว
ฮั่นได้รับตราประทับเก่าแก่นั้นมา ส่วนชายชราก็ได้ศาสตราราชันหนึ่ง
ชิ้นและศาสตรานักรบสิบชิ้นไป
เมื่อตกซื้อขายสำเร็จ เซียวฮั่นก็ออกจากโลกใบเล็ก ส่วนชายชราก็
ไม่ได้ตั้งแผงขายของต่อ จากนั้นเงาร่างก็วาบหายไป
สำหรับเซียวฮั่น การซื้อขายครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
ถึงแม้จะจ่ายศาสตราราชันหนึ่งชิ้นและศาสตรานักรบสิบชิ้นไป แต่
สำหรับเขาแล้วนับว่าคุ้มค่ายิ่งนัก
ส่วนตราประทับเก่าแก่ ถึงแม้ยังไม่รู้ว่าเป็นศาสตราราชันระดับใด
แต่อย่างน้อยก็เป็นศาสตราราชันระดับต˹าที่แฝงพลังของกฏการควบคุม
อยู่ไม่น้อย เห็นได้ชัดว่าตราประทับเก่าแก่และกระดูกท่อนแขนนั้นล้วน
แต่มาจากยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกที่ควบคุมพลังของกฏการควบคุม
ความตายคนหนึ่ง
เพียงแต่อีกฝ่ายคงตกตายมานาน มิเช่นนั้นก็คงตามหาศาสตรา
ราชันของเขากลับไปแล้ว อย่างที่รู้ว่ายอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกทั่วไป
หลังจากที่ตายแล้ว ผ่านไปนับหมื่นปีศพก็ไม่เน่าเปื่อย
ทว่ากระดูกท่อนแขนนี้กลับเป็นสีขาว เห็นได้ชัดว่าเจ้าของกระดูก
ท่อนนี้ จะต้องดำรงอยู่เมื่อพันล้านปีก่อน
ข้อนี้จากรอยประทับเก่าแก่ก็สามารถพิสูจน์ได้ เพราะเซียวฮั่นไม่
พบการประทับของจิตวิญญาณเทพและสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ใดบนตรา
ประทับนี้ เห็นได้ชัดว่าเจ้าของตราประทับนี้ตกตายมานานแล้ว แม้แต่
จิตวิญญาณเทพก็สลายหายไป
อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับศาสตราราชันชิ้นหนึ่งและกระดูกท่อนแขน
ที่แฝงพลังของกฏการควบคุมชิ้นหนึ่งมา อารมณ์ของเซียวฮั่นก็ดีขึ้น
มาก กล่าวได้ว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้มาตลาดนัดโดยเปล่าประโยชน์
เมื่อออกจากโลกใบเล็ก เงาร่างของเซียวฮั่นก็ประกายวาบ แล้ว
กลับมาข้างกายฮั่วเฉินจื่อ ฮั่วเฉินจื่อยังคงเลือกซื้อโลหะและวัสดุอยู่
ส่วนฉางคุนยังคงอยู่ด้านหลังฮั่วเฉินจื่อราวกับรูปปั้นเช่นเคย
การหายไปและการกลับมาของเซียวฮั่น ฉางคุนไม่เอ่ยถามแม้แต่
น้อย ส่วนฮั่วเฉินจื่อสนใจเพียงการพินิจและเลือกสรรโลหะและวัสดุ
เหล่านั้น เซียวฮั่นหายไปตอนไหน เกรงว่าเขาคงไม่รู้!