ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 508 : ยกค่ายกลปะทะเทพแท้จริงแห่งโลก!
“ผู้อาวุโสทั้งสอง พวกท่านไม่สนใจความเป็นตายของพวกเขา
อย่างนั้นหรือ?”
เซียวฮั่นเอ่ยขึ้นอย่างเนิบนาบ เมื่อวิหารแห่งโชคเคลื่อนโคจร เงา
ร่างของหวังหลงและหวงเหรินได้ปรากฏขึ้นตรงหน้ามหาเทพจิงหงและ
มหาเทพเทียนเซิ่ง
“เจ้าจะสังหารก็สังหารไปเถิด ทายาทรุ่นหลังของข้ามีมากมาย แต่
หากสังหารบุตรหลานของข้า เจ้าคงต้องคิดถึงผลลัพธ์ให้ดี!”
เสียงเย็นเยียบดังขึ้น มหาเทพจิงหงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกผู้นี้มีทีท่าเย็นชายิ่งนัก
ต่อให้หวังหลงเป็นบุตรหลานรุ่นหลังของเขา เป็นผู้มีพรสวรรค์แห่ง
ตระกูลหวัง แต่ในสายตาของเขาก็เป็นเพียงสิ่งไร้ค่าที่จะมีหรือไม่มีก็ได้
“การฝึกตนของข้าได้ตัดอารมณ์ทิ้งไปแล้ว!”
แม้แต่มหาเทพเทียนเซิ่งก็พยักหน้าช้าๆ พวกเขาในฐานะยอดฝีมือ
ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกก็คือร่างอมตะไม่ดับสูญ
จะมีหรือไม่มีทายาท สำหรับพวกเขาแล้วไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ต่อ
ให้ทายาทผู้นี้เป็นผู้มีพรสวรรค์ แต่สำหรับพวกเขาแล้ว หากไม่ใช่ผู้มี
พรสวรรค์จนน่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง ก็คงเป็นเพียงศิษย์ทั่วไป ไม่ได้
อยู่ในสายตาเสียด้วยซ˺า
แน่นอนว่ายอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกทั้งสองต่างมั่นใจว่า
เซียวฮั่นไม่กล้าสังหารหวังหลงและหวงเหริน เพราะการสังหารทายาท
รุ่นหลังของพวกเขา นั่นมีความหมายโดยนัยว่าอะไร เกรงว่าทุกคนต่าง
ก็รู้ดี
มูลค่าที่ต้องจ่ายออกไปทั้งหมดคงมิอาจจินตนาการได้ เกรงว่า
เซียวฮั่นเองก็เป็นคนฉลาดและรู้ว่าควรตัดสินใจอย่างไร
“พวกเจ้าคงได้ยินแล้วว่าพวกเขาไร้ความรู้สึก เช่นนั้นจะโทษข้า
ไม่ได้!”
เสียงเนิบนาบดังขึ้น คำกล่าวของเซียวฮั่นทำให้หวังหลงและหวงเห
รินที่อยู่ในวิหารต่างมีสีหน้าซีดเผือดและสิ้นหวัง
พวกเขาคือผู้มีพรสวรรค์แห่งตระกูลหวังและตระกูลหวงอย่าง
แท้จริง ฝึกตนเพียงไม่กี่ร้อยปีก็บรรลุสู่ขอบเขตราชันแห่งโลก แต่เมื่อ
อยู่ต่อหน้าบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง พวกเขาก็คือหมากที่จะมีหรือไม่มีก็ได้
“เจ้ากล้าหรือ?”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของเซียวฮั่น มหาเทพจิงหงจึงแค่นเสียงเดือด
ดาล อานุภาพเทพแท้จริงอันน่าพรั่นพรึงแผ่กระจายออกมาทันที
“เหตุใดจึงไม่กล้าด้วยเล่า?”
คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่นเคลื่อนความคิด ทันใดนั้นพลังแห่งกฏควบคุม
ของวิหารแห่งโชคได้กดข่มออกมา
“ครืน!”
ภายใต้พลังแห่งกฏควบคุมอันน่าพรั่นพรึง องครักษ์ขั้นราชันแห่ง
โลกระดับที่แปดทั้งสามท่านได้กลายเป็นละอองโลหิตพุ่งทะยานสู่เวหา
ทันที ส่วนหวังหลงและหวงเหรินอย่าได้เอ่ยถึง เสียงร้องอันน่าสังเวชยัง
ไม่ทันดังขึ้นก็แหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีในทันใด
“เยี่ยม! ยอดเยี่ยม! เยี่ยมจริงๆ! ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจที่มายังโลก
แห่งนี้!”
มหาเทพจิงหงโมโหและหัวเราะออกมา ตั้งแต่เขากลายเป็นยอด
ฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก เขาก็ลืมไปแล้วว่านานเท่าใดที่ตนไม่เคย
เดือดดาลเช่นวันนี้
“คำคุยโวผู้ใดก็กล่าวได้ ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกไม่ได้
หมายความว่าจะไร้คู่ต่อกร!”
คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่นสะบัดฝ่ามือหนึ่งครา แผ่นหยกนำโชคปรากฏขึ้น
ตรงหน้าเขา หลังจากที่เคลื่อนความคิด วัตถุของพลังแห่งกฏควบคุมทั้ง
ห้าประเภทกลอกกลิ้งและปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเซียวฮั่น
“หญ้าทองคำ ไม้ไท่อี่ ธาราดวงดาว เพลิงแห่งความว่างเปล่า ดิน
กิเลน!”
เมื่อรากฐานค่ายกลทั้งห้าของค่ายกลห้าแขนงปรากฏขึ้นกลางฝ่า
มือของเซียวฮั่น ลายเส้นค่ายกลแต่ละสายก็ปรากฏขึ้นมา นี่คือค่ายกล
ห้าแขนงซึ่งเป็นไพ่ตายอีกใบหนึ่งของเซียวฮั่น
รากฐานค่ายกลทั้งห้านี้ใช่ว่าเซียวฮั่นทำลายไม่ได้ ความจริงแล้ว
เขาควบคุมลายเส้นค่ายกลแห่งการทำลายรากฐานค่ายกล แต่เขากลับ
ไม่ได้ทำลายมัน เพื่อเป็นการป้องกันสิ่งไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้น
ขอเพียงรากฐานค่ายกลไม่แตกสลาย ค่ายกลห้าแขนงก็จะถูกจัด
วางออกมาได้ใหม่อีกครั้ง ถึงแม้เซียวฮั่นจะไม่รู้ถึงอานุภาพที่แท้จริงของ
ค่ายกลห้าแขนงว่าเป็นเช่นไร แต่การใช้รับมือกับยอดฝีมือขั้นเทพ
แท้จริงแห่งโลกสองท่าน เกรงว่าคงไม่ใช่ปัญหาอะไร!
คนกระตุกมุมปากเล็กน้อย วัตถุในมือทั้งห้าประเภทถูกเขาแทรก
สัมผัสพิเศษสายหนึ่งเข้าไป และเปล่งแสงประกายไปยังทิศทางทั้งห้า
ของดินแดนลึกลับ
ภายใต้สายตาของมหาเทพจิงหงและมหาเทพเทียนเซิ่งรวมถึง
มหาเทพเฝินเทียน รากฐานค่ายกลทั้งห้าได้แทรกเข้าไปในความว่าง
เปล่า จากนั้นลายเส้นค่ายกลแต่ละสายก็แผ่กระจายไปทั่วท้องนภา!
“เปิด!”
เซียวฮั่นกุมวิหารแห่งโชคไว้ เมื่อเคลื่อนความคิด ค่ายกลห้าแขนงก็
หมุนโคจรออกมา พลังแห่งกฏควบคุมอันน่าพรั่นพรึงทั้งห้าแขนงกลอก
กลิ้ง
เมื่อมีผู้ควบคุมค่ายกล อานุภาพของค่ายกลห้าแขนงจึงมีระดับ
แตกต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง เห็นเพียงธาตุทั้งห้าแขนงกลอกกลิ้ง
พลังแห่งกฏควบคุมห้าแขนงได้แก่ ทอง ไม้ น˺า ไฟ ดินต่างแผดเสียงกู่
ก้อง หญ้าทองคำกลายเป็นกระบี่แหลมทะลวงฟ้าดิน ไม้ไท่อี่กลายเป็น
ต้นไม้เก่าแก่เทียมฟ้าสะเทือนดิน
ธาราดวงดาวกลายเป็นแสงแห่งดวงดาวทั่วเวหา แสงแห่งดวงดาว
ส่องประกายไปจนถึงจิตวิญญาณ เพลิงแห่งความว่างเปล่ากลายเป็น
มนุษย์เปลวเพลิงขนาดมหึมาตนหนึ่ง เมื่อเปลวเพลิงกลอกกลิ้ง ไม่มีสิ่ง
ใดไม่มอดไหม้! ส่วนดินกิเลนกลายเป็นสัตว์เทพกิเลนสีแดง พลังแห่งกฏ
ควบคุมปฐพีอันน่าพรั่นพรึงกลอกกลิ้งอย่างบ้าคลั่ง!
“รีบหยุดมัน!”
ค่ายกลทั้งห้าแขนงหมุนโคจร มหาเทพจิงหงและมหาเทพเทียน
เซิ่งต่างมีสีหน้าแปรเปลี่ยน เพราะพวกเขาคิดไม่ถึงว่า ในมือของเซียว
ฮั่นจะมีไพ่ตายอันน่าหวาดกลัวระดับนี้อยู่
“สายไปเสียแล้ว!”
เมื่อเคลื่อนความคิดหนึ่งครา เงาร่างของยอดฝีมือแห่งสำนักฉีเป่า
หลิวหลีและหลิ่วเฉินจื่อที่อยู่ในวิหารแห่งโชคก็พุ่งไปทางมหาเทพเฝิน
เทียน ส่วนเซียวฮั่นก็สะบัดมือหนึ่งครา วิหารแห่งโชคกลายเป็นวิหาร
เก้าชั้นแล้วพุ่งไปสังหารยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกทั้งสองทันที
“ครืน!”
วิหารแห่งโชคสร้างขึ้นมาจากทองคำบริสุทธิ์แห่งธาตุกลุ่มอากาศ
มีพลังแห่งกฏควบคุมธาตุกลุ่มอากาศอันน่าหวาดกลัวแฝงอยู่ แค่อาศัย
เพียงพลังของมันเอง ก็ไม่ด้อยไปกว่ายอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก
ระดับที่หนึ่งออกมือ
เพราะไม่ว่าอย่างไรวิหารแห่งโชคก็เป็นศาสตราเทพแท้จริง
ระดับสูงชิ้นหนึ่ง และได้ถือกำเนิดปราณแห่งศาสตราของตนออก
มาแล้ว ห่างไกลจากที่ศาสตรานักรบและศาสตราราชันจะเทียบเคียงได้
“ทำลาย!”
เมื่อเห็นวิหารแห่งโชคพุ่งตรงเข้ามาสังหาร มหาเทพจิงหงกำหมัด
หนึ่งหมัดพุ่งโจมตีออกไป พลังแห่งกฏควบคุมวายุกลอกกลิ้งขึ้นบนฝ่า
มือเขา ในที่สุดก็กลายเป็นพายุกฏควบคุมอันน่าพรั่นพรึงสายหนึ่งแล้ว
ปะทะเข้ากับวิหารแห่งโชค!
“ครืน!”
เสียงดังกึกก้องไปทั่วฟ้าดิน วิหารแห่งโชคกระเด็นออกไป พายุที่
รวมตัวขึ้นมาจากพลังแห่งกฏควบคุมสลายหายไปในทันที
อีกด้านหนึ่ง มหาเทพเทียนเซิ่งได้อัญเชิญศาสตราเทพแท้จริงของ
ตนออกมา นั่นคือค้อนฟ้าดิน พลังแห่งกฏควบคุมฟ้าดินกลอกกลิ้งไปทั่ว
ร่าง พลังแห่งกฏการควบคุมสามารถทำลายสวรรค์ดับพสุธาได้ ภายใต้
ค้อนนี้ฟ้าดินต่างต้องดับสูญ เกรงว่าหนึ่งในสามของเขตตงไป่จะต้องดับ
สลายเป็นเถ้าธุลี
ทว่า ณ ที่แห่งนี้ ภายใต้การทุบของค้อนฟ้าดินที่นำมาซึ่งกฏการ
ควบคุมฟ้าดินมิมีประมาณ กลับทุบกระเด็นเพียงหญ้าทองคำ
“สังหาร!”
เสียงอันเรียบเฉยออกมาจากปากเซียวฮั่น เขากำลังควบคุมค่ายกล
ทั้งห้าแขนง หญ้าทองคำที่ถูกทุบกระเด็นได้ทะลวงอากาศกลับมาอีก
ครั้ง พลังแห่งกฏควบคุมสีทองที่มีอานุภาพเกรียงไกรกลอกกลิ้ง แม้แต่
ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกก็ต้องมีสีหน้าแปรเปลี่ยน
“น่าขำ! จะอาศัยเพียงค่ายกลพังๆ สังหารพวกข้างั้นรึ?”
เมื่อเห็นเซียวฮั่นใช้ค่ายกลห้าแขนงสังหารพวกเขา มหาเทพจิงหง
จึงหัวเราะเสียงเย็นชา คนสะบัดฝ่ามือหนึ่งครา พัดขนนกก็ปรากฏขึ้น
บนฝ่ามือของเขา
ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกทั้งสอง ต่างเริ่มอัญเชิญศาสตรา
เทพแท้จริงของตนออกมา อานุภาพอันน่าหวาดกลัวของยอดฝีมือขั้น
เทพแท้จริงแห่งโลกได้แผดร้องอย่างบ้าคลั่ง พลังแห่งกฏควบคุมกลอก
กลิ้งออกมาจากร่างของทั้งสองไม่หยุด สิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดคือ
ด้านหลังของยอดฝีมือทั้งสองมีโลกแห่งกฏควบคุมปรากฏขึ้น
มีเพียงยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกเท่านั้นจึงจะสามารถเบิก
โลกเทพแท้จริงออกมาได้ โลกเทพแท้จริงใบหนึ่งแฝงไปด้วยพลัง
มหาศาล ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกที่ครอบครองโลกเทพแท้จริง
เทียบเท่ากับการยืนอยู่บนดินแดนไร้พ่าย
ต่อให้ค่ายกลห้าแขนงร้ายกาจเพียงใดก็ไม่สามารถต้านทาน นอก
เสียจากว่าพลังของค่ายกลห้าแขนงจะน่าหวาดกลัวจนนำมาซึ่งการ
สังหารยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกอย่างไร้ซึ่งพลังต่อต้านได้
ส่วนมหาเทพเฝินเทียนที่อยู่ด้านข้างกลับไม่แทรกมือเข้าไปในการ
เปิดศึกระหว่างทั้งสาม เขาสะบัดฝ่ามือหนึ่งครา แล้วพายอดฝีมือแห่ง
สำนักฉีเป่าหลิวหลีทั้งหมดออกจากดินแดนลึกลับแห่งนี้ไป จากนั้นเขาก็
ยืนอยู่บริเวณเขตแดนของพื้นที่สงคราม เพื่อมองดูศึกอันน่าหวาดกลัวที่
กำลังจะเปิดฉากขึ้นตรงหน้า
“ข้าไม่จำเป็นต้องคุยโวให้มากความ!”
ค่ายกลห้าแขนงหมุนโคจร เซียวฮั่นและยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริง
แห่งโลกทั้งสองปะทะกันจากระยะไกล เขาอยากสัมผัสถึงอานุภาพของ
ค่ายกลห้าแขนงเสียหน่อย
“แค่เพียงขั้นนักรบแห่งโลกกระจอกๆ อาศัยเพียงค่ายกลเท่านั้น!
ยังกล้ามาพูดจาเช่นนี้กับข้า!”
สายตาอันเย็นชาตกลงบนร่างของเซียวฮั่น เงาร่างของมหาเทพจิ
งหงที่ถือพัดขนนกบนมือได้หายลับไปจากจุดเดิม
“ข้าจะรอเจ้า!”
ในฐานะผู้ควบคุมค่ายกลห้าแขนง เซียวฮั่นรู้ถึงสถานที่ที่มหาเทพจิ
งหงอยู่อย่างแจ่มแจ้งดั่งตาเห็น ทันทีที่ร่างของมหาเทพจิงหงหายไป
เพลิงแห่งความว่างเปล่าและธาราดวงดาวก็พุ่งตามไปสังหารมหาเทพจิ
งหงทันที
อย่างที่รู้ว่าเพลิงแห่งความว่างเปล่าและธาราดวงดาวล้วนแต่แฝง
ไปด้วยพลังแห่งกฏควบคุม มีอานุภาพคุกคามใหญ่หลวงต่อยอดฝีมือ
ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก หากไม่ระวัง เกรงว่ามหาเทพจิงหงอาจได้รับ
บาดเจ็บสาหัส
สำหรับยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก มีเพียงพลังแห่งกฏ
ควบคุมเท่านั้นจึงจะทำร้ายพวกเขาได้ ส่วนพลังประเภทกฎทั่วไปไม่
สามารถทำอะไรพวกเขาได้แม้เพียงครึ่ง
อีกทั้งน˺าและไฟต่างไม่ถูกกัน พลังที่ระเบิดขึ้นจากการปะทะกัน
ของพลังแห่งกฏควบคุมทั้งสองประเภท อานุภาพก็ยิ่งน่าหวาดกลัวขึ้น
หลายเท่า แม้แต่มหาเทพจิงหงยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่
หนึ่ง ก็ต้องระมัดระวังในการรับมือกับธาราดวงดาวและเพลิงแห่งความ
ว่างเปล่าเช่นกัน
ส่วนมหาเทพเทียนเซิ่งกลับถูกไม้ไท่อี่ ดินกิเลนรวมทั้งหญ้าทองคำ
ล้อมไว้ ต่อให้เขาใช้ค้อนฟ้าดินทุบหญ้าทองคำ ไม้ไท่อี่รวมถึงดินกิเลน
แหลกไปหลายครั้ง พลังที่รวมตัวขึ้นมาจากกฏควบคุมสามประเภทก็จะ
ฟื้นสภาพกลับคืนมาใหม่เสมอ
นี่คือความน่าหวาดกลัวของค่ายกล ขอเพียงรากฐานค่ายกลไม่ถูก
ทำลาย ค่ายกลก็จะเติบโตขึ้นไม่หยุด อีกทั้งค่ายกลห้าแขนงนี้คือสิ่งที่
การดำรงอยู่สูงส่งผู้นั้นทิ้งไว้ ต่อให้ถูกอีกฝ่ายจัดวางตามใจ ก็ไม่ใช่สิ่งที่
ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่หนึ่งจะใช้พลังทำลายได้
ไม่ว่ามหาเทพจิงหงหรือมหาเทพเทียนเซิ่งต่างก็ตกอยู่ในสงคราม
อันยากลำบาก ต่อให้พลังแห่งกฏควบคุมของพวกเขาสามารถทำลาย
สวรรค์ดับพสุธา แต่หากรับมือค่ายกลห้าแขนงไม่ได้ พวกเขาจะต้อง
เข้าใจกฏค่ายกลและหารากฐานค่ายกลทั้งห้าให้พบ จึงจะสามารถ
ทำลายค่ายกลห้าแขนงนี้ได้
สีหน้าของเซียวฮั่นในยามนี้เคร่งขรึมเกินบรรยาย ยอดฝีมือขั้นเทพ
แท้จริงแห่งโลกก็คือยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก การสำเร็จพลัง
แห่งกฏควบคุมห่างไกลเกินกว่าที่ยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกจะ
เทียบเคียงได้ หากพลังแห่งกฏควบคุมสายหนึ่งหลั่งไหลเข้ามา ก็
สามารถทำให้ร่างของเขาแหลกเป็นผุยผงได้ทันทีเช่นกัน
เมื่ออยู่ต่อหน้ายอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก การฝึกตนและ
ความสามารถของเซียวฮั่นช่างอ่อนแอนัก หากไม่มีค่ายกลห้าแขนง ไม่
มีแผ่นหยกนำโชค เขาก็คงแบกรับได้เพียงการโจมตีโดยไม่ตั้งใจของ
ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกเท่านั้น
“ที่แท้การฝึกตนยังต˹านัก ความสามารถก็อ่อนแอ!”
คนหัวเราะขมขื่น ช่วงเวลาต่อจากนี้ เขาคงต้องยกระดับการฝึกตน
เพิ่มขึ้น อย่างน้อยก็ต้องทะลวงขอบเขตนักรบแห่งโลก ให้กลายเป็น
ยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกให้ได้
“ครืน!”
ค่ายกลห้าแขนงเคลื่อนโคจร พลังแห่งกฏควบคุมห้าแขนงปะทะ
เข้ากับยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกทั้งสองอย่างบ้าคลั่ง ทุกครั้งที่
พลังอันน่าพรั่นพรึงปะทะกัน ดินแดนลึกลับแห่งนี้ก็เกิดรอยร้าวไปทั่ว
ทั้งมิติ
กระทั่งว่าภายนอกของดินแดนลึกลับใกล้จะถล่มลงมาแล้ว หาก
ดินแดนลึกลับเทพแท้จริงแห่งโลกถล่ม ทุกคนจะต้องตกเข้าไปใน
กระแสพายุแห่งกาลเวลา สำหรับเซียวฮั่นนี่ไม่ใช่เรื่องดีนัก
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือค่ายกลห้าแขนงอาจถล่มลงมาเพราะเหตุนี้ด้วย
เมื่อถึงตอนนั้น เขาต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าสังหารของยอดฝีมือขั้น
เทพแท้จริงแห่งโลกที่บ้าคลั่งถึงสองท่าน ต่อให้เขามีวิหารแห่งโชคอยู่ใน
มือก็คงจะประคับประคองไว้ได้ไม่นาน!