ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 528 : ฟ้าดินเป็นค่ายกล!
เมื่อเคล็ดวิชาเทพอมตะนิรันดร์กลอกกลิ้ง คุณสมบัติพิเศษของร่าง
อมตะทำให้เซียวฮั่นซึ่งเดิมทีควรกลายเป็นเถ้าธุลีฟื้นสภาพกลับมาเป็น
เช่นเดิม เพียงแต่ตอนนี้สีหน้าของเซียวฮั่นซีดเผือดนัก
การโจมตีเมื่อครู่นี้ เหตุใดจึงมีพลังน่าหวาดกลัวเช่นนั้น เกรงว่ามี
เพียงเซียวฮั่นเท่านั้นที่รู้ อานุภาพจากการระเบิดตนเองของค่ายกลแห่ง
ความเป็นตาย ไม่เพียงกระทบฟ้าดินนับพันล้านลี้ แม้แต่เซียวฮั่นก็
พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย
ค่ายกลแห่งความเป็นตายในจักรวาลระดับราชันระเบิดตนเอง
ออกมาพร้อมกัน พลังอันน่าพรั่นพรึงของค่ายกลแห่งความเป็นตาย
ผนวกเข้าด้วยกัน ประกอบกับจักรวาลระดับราชันหลายสิบใบของยอด
ฝีมือขั้นราชันแห่งโลกหลายสิบท่านก็ถูกกระตุ้นให้ระเบิด
แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่หนึ่งเมื่อถูกการ
โจมตีนี้ เกรงว่าคนทั้งร่างต้องดับสลาย กล่าวได้ว่าอานุภาพของค่ายกล
แห่งความเป็นตายที่ระเบิดตัวเองในครั้งนี้ไม่ด้อยไปกว่าการระเบิด
ตนเองของค่ายกลห้าแขนงเลย
สิ่งนี้ทำให้พลังของเซียวฮั่นสูญเสียไปอย่างแสนสาหัส นอกจาก
พลังแห่งกฏแล้ว จักรวาลระดับราชันของเขาก็แหลกสลายไปอย่างถึง
ที่สุด กล่าวได้ว่าการโจมตีในครั้งนี้ เซียวฮั่นได้จ่ายมูลค่าออกไป
มหาศาล
ทว่าเรื่องดีหรือร้ายย่อมมีผลลัพธ์ตามแบบฉบับของมันเอง การที่
ค่ายกลแห่งความเป็นตายระเบิดตนเองออกมาอีกครั้ง ทำให้เซียวฮั่นรู้
แจ้งถึงเต๋าแห่งค่ายกลละเอียดขึ้นอีกขั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งลายเส้น
ค่ายกลแห่งความเป็นตายที่เจิดจรัสเกินบรรยายสายนั้น วินาทีนี้ได้
ประทับเข้าไปในความทรงจำของเซียวฮั่นอย่างลึกซึ้ง
ค่ายกลขนาดเล็กและลายเส้นค่ายกลนับไม่ถ้วนของค่ายกลแห่ง
ความเป็นตาย ต่างสลักเข้าไปในความทรงจำของเซียวฮั่น ใช้เวลาไม่
นานเซียวฮั่นก็สามารถสลักวาดค่ายกลแห่งความเป็นตายขึ้นมาได้หนึ่ง
แห่ง
“อยากสังหารข้ารึ เช่นนั้นก็มาเถิด!”
พลังแห่งการระเบิดตนเองอันน่าหวาดกลัว เกรงว่าอาจจะดึงดูด
ยอดฝีมือให้มาที่นี่มากขึ้น ถึงแม้เซียวฮั่นจะไม่รู้ว่าพันธมิตรซาเซิงที่
สำนักเต๋าหงเหมิงเป็นขุมอำนาจหรือมีฐานะระดับใด แต่ในเมื่ออีกฝ่าย
ต้องการสังหารเขา เขาก็ต้องเตรียมจ่ายมูลค่าที่จะเสียไปให้ดี
“วิ้ง!”
เห็นเพียงเซียวฮั่นเคลื่อนความคิด หนึ่งลมหายใจกลายเป็นสาม
ตอนนี้ร่างของเซียวฮั่นจำนวนนับไม่ถ้วนได้ปรากฏขึ้น ทุกร่างล้วนแต่
เคลื่อนนิ้วมือบนนภากาศ ลายเส้นค่ายกลแต่ละสายต่างปรากฏขึ้นมา
บนความว่างเปล่า หลังจากนั้นลายเส้นค่ายกลแต่ละสายก็ผสานเข้า
ด้วยกันแล้วกลายเป็นลายเส้นค่ายกลแห่งความเป็นตาย
ขณะที่ลายเส้นค่ายกลแห่งความเป็นตายแต่ละสายกลอกกลิ้ง ก็
กลายเป็นค่ายกลขนาดเล็กมากมาย เซียวฮั่นได้วาดค่ายกลขนาดเล็ก
นับไม่ถ้วนออกมา เมื่อค่ายกลขนาดเล็กนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น ลายเส้น
ค่ายกลแห่งความเป็นตายนับไม่ถ้วนก็รวมกันเป็นหนึ่งเดียว
“ฟ้าดินเป็นค่ายกล ความเป็นตายขึ้นอยู่กับข้า!”
คนยิ้มเล็กน้อย เซียวฮั่นกวาดสัมผัสศักดิ์สิทธิ์หนึ่งครา ร่างจำแลง
ทั้งหมดได้สลายหายไป จากนั้นค่ายกลแห่งความเป็นตายแห่งหนึ่งได้
ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา นี่คือการจัดวางค่ายกลลงบนความว่างเปล่าโดย
ร่างจำแลงนับไม่ถ้วน แล้วสลักวาดค่ายกลแห่งความเป็นตายออกมาใน
ระยะเวลาอันสั้น
เมื่อค่ายกลแห่งความเป็นตายปรากฏ ฟ้าดินของโลกเทพแท้จริง
อสุรกายก็กลายเป็นรากฐานค่ายกล ลายเส้นค่ายกลนับพันล้าน
ประกอบกันเป็นกฏค่ายกลนับสิบล้านและกฏค่ายกลนับสิบล้านก็
ประกอบกันเป็นค่ายกลแห่งความเป็นตายแห่งหนึ่ง
ค่ายกลแห่งความเป็นตาย จะสามารถอาศัยพลังของโลกเทพ
แท้จริงอสุรกายในการหมุนโคจรได้ สรรพสิ่งในค่ายกลแห่งความเป็น
ตาย จะเป็นหรือตายล้วนขึ้นอยู่กับความคิดเดียวของเซียวฮั่น ค่ายกล
แห่งความเป็นตายในตอนนี้ เพียงพอที่จะสังหารยอดฝีมือขั้นราชันแห่ง
โลกระดับที่เจ็ดได้อย่างง่ายดาย
แต่เซียวฮั่นกลับยังคงไม่พอใจเพียงเท่านี้ เขาจะต้องยกระดับ
อานุภาพของค่ายกลแห่งความเป็นตายให้ถึงขีดสุด แม้แต่ยอดฝีมือขั้น
ราชันแห่งโลกระดับสูงสุดก็จะต้องถูกช่วงชิงความเป็นตายในค่ายกล
แห่งนี้
“วิ้ง!”
คนสะบัดมือหนึ่งครา ศิลาวิญญาณระดับล˺าเลิศมากมายถูกเซียว
ฮั่นโยนขึ้นไปบนนภากาศ จากนั้นเซียวฮั่นก็ใช้นิ้วแตะ ทันใดนั้นลายเส้น
ค่ายกลแต่ละสายก็ปรากฏขึ้นบนท้องนภา
นี่คือลายเส้นค่ายกลของค่ายกลรวมวิญญาณ ถึงแม้เซียวฮั่นจะ
ไม่ได้ควบคุมค่ายกลรวมวิญญาณที่แท้จริง แต่จากความรู้อันลึกซึ้งของ
เต๋าแห่งค่ายกลในตอนนี้ของเขา การจัดวางค่ายกลรวมวิญญาณไม่ใช่
ปัญหาแต่อย่างใด
ลายเส้นของค่ายกลรวมวิญญาณแต่ละสายปรากฏขึ้น แล้วจมเข้า
ไปในศิลาวิญญาณระดับล˺าเลิศทีละก้อน จากนั้นค่ายกลรวมวิญญาณ
ขนาดเล็กแห่งหนึ่งได้ประกอบเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในค่ายกลแห่งความ
เป็นตาย แล้วกลายเป็นรูปแบบของค่ายกลซ้อนค่ายกลแห่งหนึ่ง
“ดูดกลืน!”
หลังจากที่เซียวฮั่นใช้นิ้วแตะศิลาวิญญาณหงเหมิงหนึ่งก้อน
ลายเส้นของค่ายกลรวมวิญญาณทั้งหมดก็ถูกกระตุ้นให้มีชีวิต วินาทีนี้
ศิลาวิญญาณหงเหมิงระดับล˺าเลิศทั้งหมดต่างเปล่งแสงสีเงินออกมา
เมื่อค่ายกลรวมวิญญาณหมุนโคจร พลังทั้งหมดในฟ้าดินต่างแผ่
คลุมไปยังค่ายกลรวมวิญญาณ พลังเหล่านี้ถูกเซียวฮั่นนำพาเข้ามาใน
ค่ายกลแห่งความเป็นตาย ทำให้อานุภาพของค่ายกลแห่งความเป็นตาย
ยกระดับขึ้นอีกขั้น
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ เซียวฮั่นก็นั่งหลับตา นับแต่นี้ไปเขาจะนั่งรอ
ผลลัพธ์เฉยๆ โดยไม่ขวนขวาย ยอดฝีมือแห่งพันธมิตรซาเซิงมาหนึ่งคน
เขาก็สังหารหนึ่งคน มาสองคนเขาก็สังหารสองคน
ในเมื่อโลกนี้ไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องกฏ อย่างนั้นก็ไม่ต้องอธิบาย
เรื่องเหตุผลเช่นกัน หากยอดฝีมือแห่งพันธมิตรซาเซิงต้องการสังหาร
เขา เซียวฮั่นก็คงจะไม่ปราณี แต่ไหนแต่ไรมาเซียวฮั่นก็ไม่ใช่คนที่มี
เมตตาปราณีอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาที่ควรลงมือสังหาร เขาย่อมเด็ดขาด
กว่าผู้ใด
เหมือนดังคำกล่าวว่า วิถีแห่งบุรุษ เมื่อถึงคราเหี้ยมโหด ย่อมไร้
เหตุผลและความปราณี สังหารหนึ่งคนคือคนผิด สังหารหมื่นคนคือผู้มี
อำนาจ สังหารได้เก้าล้านคนคือผู้มีอำนาจในผู้มีอำนาจ เมตตาและ
คุณธรรมนั่นมีไว้สำหรับสหายคนสนิทของตน ส่วนการสังหารและเข่น
ฆ่า นั่นมีไว้สำหรับศัตรู
เมื่อเซียวฮั่นเก็บป้ายอสรุกายได้ครบหนึ่งร้อย ทั่วโลกเทพแท้จริง
อสุรกายก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้ง เพราะยอดฝีมือแห่ง
พันธมิตรซาเซิงหลายสิบคนถูกสังหารตาย หากเป็นเช่นนี้พันธมิตรซา
เซิงยังไม่สั่นคลอน เช่นนั้นพันธมิตรซาเซิงคงถูกสังหารได้ตามใจ
โฉวอู๋เปยในฐานะรองหัวหน้าพันธมิตรซาเซิงได้ยื่นคำสั่งแห่งซา
เซิงลงมาว่า หากสังหารเซียวฮั่นไม่ได้ พันธมิตรซาเซิงก็จะไม่หยุด กล่าว
ได้ว่าเมื่อคำสั่งแห่งซาเซิงออกไป สมาชิกแห่งพันธมิตรซาเซิงทั้งหมดก็
จะตามไล่ล่าสังหารเซียวฮั่นทันที หากไม่ใช่เซียวฮั่นตาย ก็ต้องเป็น
พันธมิตรซาเซิงที่ตาย
อย่างที่รู้ว่าพันธมิตรซาเซิงบนโลกเทพแท้จริงอสุรกายมีสมาชิกนับ
หมื่น สมาชิกหนึ่งในสามของพันธมิตรซาเซิง มีศิษย์เก่าที่แข็งแกร่งอยู่
มากมาย แม้แต่สมาชิกพันธมิตรซาเซิงในขั้นราชันแห่งโลกระดับสูงสุด
ที่ฝึกตนอยู่ในโลกเทพแท้จริงอสุรกายก็มีอยู่เช่นกัน
รวมถึงโฉวอู๋เปยรองหัวหน้าพันธมิตรซาเซิงผู้นี้ก็เป็นการดำรงอยู่
ในขั้นราชันแห่งโลกระดับสูงสุดเช่นกัน เขาเข้ามาเป็นศิษย์แห่งสำนัก
เต๋าหงเหมิงเมื่อร้อยปีก่อน ตอนนั้นเขาฝึกตนอยู่เพียงขั้นราชันแห่งโลก
ระดับที่เจ็ดเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับห่างจากขอบเขตเทพแท้จริงเพียงหนึ่ง
ขั้น
แต่หนึ่งขั้นนี้เขาจะก้าวข้ามไปได้เมื่อใด เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดรู้ เพราะ
การก้าวข้ามขอบเขตระหว่างขั้นราชันแห่งโลกและขั้นเทพแท้จริงแห่ง
โลก จากกาลเวลานับไม่ถ้วนไม่รู้ว่ากักขังจังหวะที่จะก้าวข้ามผ่านของ
อัจฉริยะเลิศล˺าไปมากมายเท่าใดแล้ว ราวกับเป็นคลองหงโกวที่ไม่
สามารถข้ามผ่านได้ตลอดกาล
อีกด้านหนึ่ง เย่ฉางเฟิงก็รีบตามมายังเขตพื้นที่ที่เซียวฮั่นอยู่ พลัง
ทำลายสวรรค์ดับพสุธาอันน่าหวาดกลัวเมื่อครู่นี้ทำให้เย่ฉางเฟิงหวาด
ผวา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพลังสายนั้นจะต้องเป็นฝีมือของเซียวฮั่นอย่าง
แน่นอน
ไม่ต้องคิดเย่ฉางเฟิงก็รู้ว่าพันธมิตรซาเซิงจะต้องเสียหายอย่าง
หนัก อย่างน้อยยอดฝีมือก็คงตกตายไปหลายสิบคน
แต่ตอนนี้เย่ฉางเฟิงกลับไม่รีบที่จะเข้าไปยังเขตพื้นที่ที่อยู่ตรงหน้า
เพราะเขาดูออกว่าเขตพื้นที่ตรงหน้านี้ได้ถูกค่ายกลอันน่าพรั่นพรึงแห่ง
หนึ่งครอบคลุมไว้ พลังแห่งค่ายกลกระเพื่อมอย่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก
เกรงว่าแม้แต่ยอดฝีมือขั้นราชันแห่งโลกระดับสูงสุด หลังจากที่ได้เข้าไป
ในค่ายกลแห่งนี้แล้วคงไม่สามารถเดินออกมาอย่างปลอดภัย
“ข้าคือเย่ฉางเฟิง!”
คนจิบสุราหนึ่งคำ เย่ฉางเฟิงยิ้มแล้วตะโกนใส่ค่ายกล เขารู้ว่าถ้า
ค่ายกลแห่งความเป็นตายยังดำรงอยู่ เช่นนั้นเซียวฮั่นก็ยังมีชีวิตอยู่
ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเซียวฮั่นจึงปลดปล่อยการโจมตีอัน
น่าหวาดกลัวเมื่อครู่ออกมา แต่สำหรับสัตว์ประหลาดตนหนึ่งแล้ว อะไร
ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
“ที่แท้ก็สหายเย่นี่เอง!”
เมื่อเห็นเย่ฉางเฟิง เซียวฮั่นก็รู้สึกตกตะลึงครู่หนึ่ง คิดไม่ถึงว่าเย่
ฉางเฟิงจะรีบตามมา น˺าใจของเขาทำให้เซียวฮั่นรู้สึกประทับใจเป็น
อย่างยิ่ง
“เข้ามาเถิด!”
คนเคลื่อนความคิด ค่ายกลแห่งความเป็นตายได้เปิดทางให้เย่ฉาง
เฟิง
ไม่นานเย่ฉางเฟิงก็เข้ามาในค่ายกล เมื่อมาถึงใจกลางค่ายกล เย่
ฉางเฟิงก็มองเซียวฮั่นด้วยสายตาที่ประหลาดใจ
เย่ฉางเฟิงสงสัยว่ามีเรื่องอะไรที่เซียวฮั่นทำไม่ได้บ้าง เกรงว่าหาก
เซียวฮั่นสังหารยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก เขาก็คงไม่รู้สึก
ประหลาดใจนัก
หากเย่ฉางเฟิงรู้ว่า ก่อนหน้านี้ได้มียอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก
ถึงสองท่านตกตายในมือเซียวฮั่น เกรงว่าเขาคงไม่มีอะไรจะเอ่ย
“สหายเย่มาที่นี่มีเรื่องอะไรหรือ?”
คนคลี่ยิ้ม คำเรียกที่เซียวฮั่นเรียกเย่ฉางเฟิงก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
เช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเซียวฮั่นเห็นเย่ฉางเฟิงเป็นสหายอย่างแท้จริง
“ข้ามาดูว่ามีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่ ตอนนี้ดูเหมือนคงไม่ต้องการ
ความช่วยเหลือแล้ว”
คนหัวเราะขมขื่น เย่ฉางเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “คงรู้จัก
พันธมิตรซาเซิงใช่หรือไม่?”
“ไม่รู้จัก แต่คนที่ข้าสังหารเกรงว่าคงเป็นสมาชิกแห่งพันธมิตรซา
เซิง”
คนส่ายศีรษะ เซียวฮั่นรีบเอ่ยตอบ แม้เขาจะไม่รู้จักพันธมิตรซา
เซิง ทว่าเขาย่อมรู้ว่าพันธมิตรซาเซิงจะต้องยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน
“พันธมิตรซาเซิงก่อตั้งขึ้นตอนที่เทพแท้จริงซาเซิงทะลวงขอบเขต
เทพแท้จริงแห่งโลกได้หลังจากที่เข้ามาเป็นศิษย์แห่งสำนักเต๋าหงเหมิง
เมื่อหมื่นปีก่อน จำนวนคนในตอนนี้เกรงว่าคงมีประมาณหลักหมื่น อีก
ทั้งเทพแท้จริงซาเซิงคืออัจฉริยะเลิศล˺าที่พบเจอได้ยากยิ่ง ภายในเวลา
เพียงหนึ่งหมื่นปี เขาก็สามารถฝึกตนจนยกระดับถึงขั้นเทพแท้จริงแห่ง
โลกระดับสูงสุดได้”
แม้แต่เย่ฉางเฟิงเมื่อเอ่ยถึงเทพแท้จริงซาเซิง ก็อดกล่าวชื่นชม
ออกมาไม่ได้ นั่นคือสัตว์ประหลาดในบรรดาสัตว์ประหลาดที่แท้จริง
ขณะที่ยังไม่เป็นเทพแท้จริง แต่กลับสามารถรบกับยอดฝีมือขั้นเทพ
แท้จริงแห่งโลกได้แล้ว
หลังจากที่กลายเป็นยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก เส้นทางก็
เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย แต่เพียงเวลาแค่หนึ่งหมื่นปี กลับสามารถ
กลายเป็นการดำรงอยู่ในขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับสูงสุดได้ ขาดอีก
เพียงขั้นเดียวก็จะสามารถก้าวสู่ขอบเขตเทพแห่งโลกแล้ว
“มิน่าเล่า!”
ได้ยินเช่นนั้น เซียวฮั่นจึงมีสีหน้าค้างชะงัก เขาเข้าใจแล้วว่าตนไม่
เพียงแหย่รังแตน แต่ยังล่วงเกินเทพแท้จริงซาเซิงซึ่งเป็นยอดฝีมือเลิศ
ล˺าผู้นี้อย่างไม่ได้ตั้งใจ
“แต่เส้นทางการฝึกตน เดิมก็เป็นเรื่องที่ฝืนลิขิตสวรรค์ ถึงแม้อีก
ฝ่ายอยากสังหารข้า ข้าก็ไม่เกรงใจเช่นกัน ต่อให้เทพแท้จริงซาเซิง
ในตอนนี้ยืนอยู่ตรงหน้าและต้องการสังหารข้า ข้าก็จะออกมือสู้รบอย่าง
ไม่ลังเล!”
คนคลี่ยิ้ม ถึงแม้การล่วงเกินพันธมิตรซาเซิง จะทำให้ภายภาคหน้า
ลำบากไม่หยุดหย่อน แต่การฝึกตนก็ควรที่จะฟันฝ่าขวากหนาม
เดินทางท่ามกลางความลำบากและเติบโตในความยากลำเค็ญ ไม่ย่อท้อ
และไม่ยอมแพ้ตลอดกาล
แม้ต้องเผชิญหน้ากับความตาย เซียวฮั่นก็ไม่หวั่นเกรง ต่อให้มีวัน
หนึ่งเขาต้องกลายเป็นเถ้าธุลีและดับสลายอย่างแท้จริง แต่เขาก็จะไม่
มัวหน้านิ่วคิ้วขมวด ความน่าหวาดกลัวที่น่าเสียดายเพียงหนึ่งเดียวก็คือ
การไม่ได้ทำตามความปรารถนาของตนให้สำเร็จ
ความเป็นและความตายได้ถูกเซียวฮั่นโยนทิ้งออกไปนอกกายนาน
แล้ว สิ่งเดียวที่ทำให้เซียวฮั่นยืนหยัดต่อไป ก็คือความปรารถนาในใจ
ของเขาที่ยังไม่สำเร็จ
เมื่อเย่ฉางเฟิงได้ยินดังนั้น เขาก็พยักหน้าเบาๆ แล้วไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ
ทว่าในใจของเย่ฉางเฟิงกลับสั่นสะท้านเล็กน้อย
เขาสามารถมองเห็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ยอดฝีมือเหล่านั้นยืนอยู่
บนจุดสูงสุดได้จากตัวของเซียวฮั่น การเดินทางฝืนลิขิตสวรรค์อย่างไม่
ย่อท้อ ต่อให้ไร้หนทางก็มุ่งหน้าไปหาความสำเร็จอย่างเด็ดเดี่ยว
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น เจ้าจึงจะเดินหน้าต่อและฟันฝ่าขวากหนามไม่
หยุด ต่อให้ยากลำบากเพียงใด ก็ไม่สามารถทำให้เจ้าหยุดฝีเท้าลงได้ นี่
จึงจะเป็นขอบเขตแห่งเต๋าที่ไร้จุดสิ้นสุด และนี่คือผู้ฝึกตนที่เดินทางฝืน
ลิขิตสวรรค์อย่างแท้จริง
น่าเสียดายที่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาแสวงหา มิเช่นนั้นเขาเองก็คงคิดที่จะ
เป็นผู้ฝึกตนที่ฝืนลิขิตสวรรค์อย่างแท้จริงเช่นเดียวกับเซียวฮั่น และน่า
เสียดายที่อุดมการณ์ของเขาไม่ใช่เรื่องนี้ เกรงว่าหลังจากที่เขาทะลวง
ขอบเขตเทพแท้จริงแห่งโลกได้ ก็คงไม่ไปแสวงหาขอบเขตที่สูงกว่านี้
แล้ว
นี่จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ว่าเพราะเหตุใดเย่ฉางเฟิงจึงต้องหลบอยู่
ในเขตบูรพา เพราะคนในตระกูลเหล่านั้นจะได้ไม่ต้องมาหาเขาอย่างไร้
เหตุผล และให้เขาสืบทอดมรดกต่อจากตระกูลเย่ กระทั่งให้เขา
กลายเป็นเทพแท้จริงสวรรค์แห่งตระกูลเย่คนที่สาม!