ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 552 : เส้นทางมรณะ!
“สังหาร!”
พลังแห่งกฎอันมิมีประมาณแผดเสียงก้อง กระบี่แห่งกฎแต่ละเล่ม
ทะลวงอากาศออกมา พลังอันน่าพรั่นพรึงรัดตรึงความว่างเปล่า ขณะที่
แสงแห่งกระบี่ประกายวาบ ร่างแห่งความตายแต่ละร่างก็กลายเป็น
พลังแห่งกฎความตายที่บริสุทธิ์ แล้วสลายหายไปกลางอากาศ
“สะบั้น!”
ฉายเฉินซึ่งอยู่ตรงกลางขบวนเคลื่อนพลังแห่งกฎวายุและกฎ
ความเร็ว มีดสะบั้นเซียนในมือที่สะบั้นทุกสรรพสิ่งให้แยกออกจากกัน
ได้สะบั้นออกไปทั้งด้านซ้ายและขวา ระดับความเร็วทำให้ร่างแห่งความ
ตายเหล่านั้นยังไม่ทันเรียกสติกลับมาก็ถูกสะบั้นร่างจนขาด
“ฉับ…ขวับ!”
หยางฮ่าวเทียนที่คอยรั้งท้ายได้เคลื่อนพลังของกฎแห่งความหนาว
เหน็บ ร่างแห่งความตายแต่ละตัวต่างถูกแช่จนแข็ง จากนั้นหอกยมทูต
ในมือเขาก็ระเบิดพลังแห่งกฎทำลายอันน่าพรั่นพรึงออกมา ภายใต้หอก
เล่มนี้ ร่างแห่งความตายที่ถูกแช่แข็งเหล่านั้นได้แหลกสลายลงทันที
“หมื่นกระบี่ดับโลกา!”
ยามนี้ กระบี่ของเซียวฮั่นที่คอยเปิดทางอยู่ด้านหน้าได้เปล่ง
ประกายออกมา กระบี่แห่งกฎนับไม่ถ้วนรวมตัวกัน เมื่อแสงแห่งกระบี่
ประกายวาบ ร่างแห่งความตายที่ขวางทางเดินด้านหน้าก็ถูกสังหาร
ภายใต้กระบี่เล่มนี้ เทพหรือมารต่างต้องหวาดกลัว ทุกสรรพสิ่งล้วน
แตกดับ!
พลังแห่งกฎทั้งสามต่างแผดเสียงกึกก้อง พลังอันน่าพรั่นพรึงได้แผ่
คลุมบนร่างของพวกเขาไม่หยุด ร่างแห่งความตายเหล่านั้นถูกสะบั้นจน
ดับสูญ แต่จากการที่พวกเขาเดินทางอย่างต่อเนื่อง ความกดดันก็ยิ่ง
เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ตอนเริ่มต้น ร่างแห่งความตายที่ฝึกตนระดับขั้นกึ่งเทพแท้จริงแห่ง
โลกนั้นมีจำนวนน้อยมาก แต่เมื่อเดินมาถึงครึ่งทางของสะพานอเวจี
ร่างแห่งความตายที่ปรากฏขึ้นมาส่วนใหญ่ล้วนแต่มีความสามารถขั้น
กึ่งเทพแท้จริงแห่งโลก
ความกดดันของเซียวฮั่นและพวกจึงเพิ่มมากขึ้นทันที การโจมตี
ของพวกเขาไม่สามารถสังหารร่างแห่งความตายเหล่านี้ได้โดยง่าย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์ที่ร่างแห่งความตายเพิ่มขึ้น
เรื่อยๆ ทั้งสามได้เข้าสู่วงล้อมของร่างแห่งความตายอันมิมีประมาณเข้า
แล้ว
“ทางแห่งความตายเหตุใดจึงน่าหวาดกลัวเช่นนี้? เจ้าน˺าแข็ง ไหน
เจ้าบอกว่าจะผ่านไปได้อย่างปลอดภัยอย่างไรเล่า?!”
มีดสะบั้นเซียนในมือของฉายเฉินเริ่มมีจำนวนนับไม่ถ้วน เมื่อแสง
อันน่าพรั่นพรึงเปล่งประกาย พลังแห่งกฎก็กลอกกลิ้ง ร่างแห่งความ
ตายแต่ละร่างต่างถูกสะบั้นจนขาดกระเด็น ทว่ากลับยังไม่ถูกสังหารจน
ตาย
“บางทีอาจเป็นเพราะความสามารถของพวกเราแข็งแกร่งเกินไป
จึงดึงดูดความสนใจจากพวกมันทั้งหมด!”
พลังแห่งกฏถูกปล่อยออกมาอย่างไม่ขาดสาย หอกยมทูตในมือ
ของหยางฮ่าวเทียนไม่ได้หยุดพักแม้แต่น้อย
“ข้าจะเปิดทาง พวกเจ้าอย่าแตกแถวเด็ดขาด!”
บนร่างของเซียวฮั่นมีพลังแห่งกฎทั้งสิบเอ็ดประเภทกลอกกลิ้ง
พลังแห่งกฎกระบี่แผดเสียงกู่ก้องแล้วแผ่คลุมออกมา วินาทีนี้เซียวฮั่น
วาบหายไป เงาร่างผสานเข้ากับโลกแห่งความตายผืนนี้
“หนึ่งกระบี่ไร้ข้า!”
เมื่อแสงแห่งกระบี่วาบผ่าน อากาศสั่นสะเทือนเล็กน้อย จากนั้น
ร่างแห่งความตายที่ฝึกตนขั้นกึ่งเทพแท้จริงแห่งโลกแต่ละตัวก็
กลายเป็นความว่างเปล่าทันที แต่ก่อนหน้านี้เซียวฮั่นเพิ่งจะสังหารร่าง
แห่งความตายไปหลายร้อยตน จากนั้นก็มีร่างแห่งความตายอีก
มากมายปรากฎขึ้นและแผดเสียงร้องมาทางเซียวฮั่น
“หากเป็นเช่นนี้ต่อไป คงถูกกักขังไว้ที่นี่จนตาย!”
เมื่อเห็นร่างแห่งความตายมากมายต่างแผดเสียงแล้วพุ่งเข้ามา
เซียวฮั่นก็เคลื่อนสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ ค่ายกลจตุลักษณ์หมุนโคจร ทันใดนั้น
พลังแห่งฟ้าดินทั่วทุกสารทิศต่างถาโถมเข้ามาในค่ายกลจตุลักษณ์ไม่
หยุด จากนั้นพลังแห่งกฎชีวิต ความตาย สุริยันและจันทราต่างกลอก
กลิ้ง
“เป็นตายคือหยินหยาง เปลี่ยนหยินหยางให้เป็นชีวิต มีชีวิตเป็นนิ
รันดร์!”
เมื่อเคลื่อนสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ พลังแห่งกฎทั้งสามที่เหลือจึงได้ถาโถม
เข้ามาในค่ายกล ค่ายกลจตุลักษณ์จึงวิวัฒนาการเป็นค่ายกลชีวิตทันที
จากนั้นพลังแห่งกฎชีวิตอันมิมีประมาณก็กลอกกลิ้ง ร่างแห่งความตาย
แต่ละร่างต่างแผดเสียงและเริ่มละลายราวกับน˺าแข็งที่อยู่ภายใต้พระ
อาทิตย์ที่ร้อนแผดเผา
เมื่อเห็นค่ายกลจตุลักษณ์กักขังร่างแห่งความตายเหล่านั้นไว้ เซียว
ฮั่นก็โล่งใจขึ้นมาทันที แต่เมื่อเขาหันมา ก็พบว่าฉายเฉินและหยางฮ่า
วเทียนตกอยู่ในสงครามอันยากลำบากแล้ว
“หนึ่งกระบี่หมื่นกฎ! ทำลาย!”
พลังแห่งกฎกลอกกลิ้ง แสงแห่งกระบี่ผสานเข้าด้วยกันแล้วพุ่ง
ทะลวงอากาศไปทางด้านหลัง ประกอบกับฉายเฉินและหยาง
ฮ่าวเทียนก็ได้สังหารร่างแห่งความตายเหล่านั้นกลางนภากาศ
แต่เมื่อร่างแห่งความตายระดับกึ่งเทพแท้จริงแห่งโลกยิ่งมาก พลัง
แห่งกฎความตายทั่วฟ้าดินก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น กระทั่งว่าร่างแห่งความตาย
ต่างเริ่มดูดกลืนซึ่งกันและกัน หลังจากที่จำนวนของร่างแห่งความตายที่
ดูดกลืนซึ่งกันและกันบรรลุถึงขีดสุด ร่างแห่งความตายที่เทียบเท่ากับ
ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกก็ถือกำเนิดขึ้นมา ภายใต้สายตาของ
พวกเขาทั้งสาม
“โฮ่ก!”
แสงแห่งความตายในดวงตาอันมืดมิดกลอกกลิ้ง พลังแห่งกฎความ
ตายอันน่าพรั่นพรึงระเบิดออกมาจากร่างแห่งความตายร่างนี้ ทันใดนั้น
บนใบหน้าของทั้งสามต่างก็ปรากฏสีหน้าซีดเผือด
พลังแห่งกฎความตายสามารถแย่งชิงพลังชีวิตของพวกเขาได้
ภายในพริบตา และเป็นหนึ่งในพลังแห่งกฎที่น่าหวาดกลัวที่สุด ต่อให้
เซียวฮั่นควบคุมพลังแห่งกฎความตาย แต่ภายใต้พลังแห่งกฎความตาย
ของร่างแห่งความตายนี้ เขาเองก็เกิดความรู้สึกว่าจะต้องถูกสังหาร
เช่นกัน
“เข้าค่ายกล!”
เมื่อเคลื่อนสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ เซียวฮั่นก็กระตุ้นค่ายกลจตุลักษณ์
พลังแห่งกฎชีวิตกลอกกลิ้ง หลังจากนั้นเงาร่างทั้งหมดก็เข้าไปในค่ายกล
จตุลักษณ์ทันที
“พวกเจ้าไปรับมือร่างแห่งความตายตนอื่น ส่วนข้าจะจัดการร่างนี้
เอง!”
เมื่อค่ายกลจตุลักษณ์กลอกกลิ้ง เซียวฮั่นจึงหันไปกล่าวกับฉายเฉิน
และหยางฮ่าวเทียน เขาก้าวฝ่าเท้าหนึ่งครา เงาร่างของเซียวฮั่น
เผชิญหน้ากับร่างแห่งความตายตนนี้อยู่ระยะไกล จากนั้นค่ายกลกระบี่
เทพสังหารก็ปรากฏขึ้นบนใต้หล้า อานุภาพกดข่มอันน่าหวาดกลัวที่
สามารถสังหารฟ้าดินและทุกสรรพสิ่งกลอกกลิ้ง ทำให้ร่างแห่งความ
ตายนับไม่ถ้วนต่างไม่กล้าเข้าใกล้เซียวฮั่นแม้แต่นิดเดียว!
“วิ้ง!”
วินาทีนี้เซียวฮั่นได้กลายเป็นกระบี่แห่งกฎ กระทั่งว่าภายใต้สัมผัส
ศักดิ์สิทธิ์ของเซียวฮั่น ฟ้าดินตรงหน้าผืนนี้ต่างกลายเป็นโลกแห่งกฎ
ของเขา ขณะที่แสงแห่งกระบี่กลอกกลิ้ง ปราณกระบี่ได้แผ่ทะยานพุ่ง
ทัดเทียมเก้าชั้นฟ้า เจตนารมณ์กระบี่อันน่าหวาดกลัวถูกปลดปล่อย
ออกมาทันที ฟ้าดินต่างสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง
“โฮ่ก!”
บนสะพานอเวจีนี้ เมื่อร่างแห่งความตายส่งเสียงคำรามอย่างเดือด
ดาล การดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่หนึ่งหรือสอง ก็ล้วนแต่
ไม่ใช่คู่ต่อกรของอีกฝ่าย แม้แต่การดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก
ระดับที่สามก็ต้องถอยหนี
สถานที่เช่นนี้คือดินแดนที่ไม่พ่ายแพ้สำหรับร่างแห่งความตาย
แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่สี่ที่ควบคุมกฎอยู่ใน
ขอบเขตระดับกลาง พวกเขาก็ต้องใช้พลังแห่งกฎอย่างถึงที่สุดจึงจะ
สามารถสังหารร่างแห่งความตายตรงหน้านี้ได้
“โฮ่กกกกกก!!!”
ร่างแห่งความตายคำรามอย่างเดือดดาลอีกครั้ง พลังแห่งกฎความ
ตายอันน่าหวาดกลัวแผ่ปกคลุมทั่วร่างของมัน วินาทีนี้พลังแห่งกฎ
ความตายบนสะพานอเวจีถูกร่างแห่งความตายรวบรวมเข้าด้วยกัน ใน
ที่สุดก็กลายเป็นสัตว์ประหลาดอัปลักษณ์ที่น่าหวาดกลัวตนหนึ่ง มันส่ง
เสียงคำรามด้วยความเดือดดาล แล้วพุ่งไปทางเซียวฮั่นทันที
สัตว์ประหลาดตนนี้รวมตัวขึ้นมาจากกฎแห่งความตาย หากเซียว
ฮั่นถูกอีกฝ่ายโจมตี เช่นนั้นเกรงว่าพลังชีวิตทั้งหมดของเซียวฮั่นก็จะถูก
ดูดกลืนจนหมดสิ้น การโจมตีนี้แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก
ระดับที่หนึ่งหรือสองต่างก็ต้องพากันถอยหนี
“หนึ่งกระบี่เทพสังหาร!”
พลังแห่งกฎกระบี่กลอกกลิ้ง เซียวฮั่นไม่เพียงใช้พลังแห่งกฎกระบี่
ทั้งหมดของตน แต่ยังนำพลังแห่งกฎทั้งสิบประเภทที่เหลือใส่เข้าไปใน
กระบี่ด้วย
ทันใดนั้นค่ายกลกระบี่ก็ปลดปล่อยแสงแห่งเทพสังหารอันน่า
หวาดกลัวอย่างมิมีประมาณออกมา กระบี่เทพสังหารราวกับถูกปลุกให้
ตื่นก็มิปาน เจตนารมณ์กระบี่อันน่าพรั่นพรึงสามารถสังหารฟ้าดินและ
ทุกสรรพสิ่ง แค่เพียงปราณกระบี่ก็สามารถทำให้ทุกสรรพสิ่งดับสูญ
“สังหาร!”
เซียวฮั่นตะโกนออกมาอย่างเย็นชา สายตาของเขาจับจ้องไปยัง
สัตว์ประหลาดที่รวมตัวขึ้นมาจากพลังแห่งกฎความตายตนนั้น เพียง
สะบัดมือหนึ่งครา แสงแห่งกระบี่ที่ส่องสะท้อนไปทั่วเก้าชั้นฟ้าสิบทิศ
แดนดินก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากนภากาศ เพียงหนึ่งกระบี่ก็สามารถ
สังหารเทพเซียนได้!
“วิ้ง!!!”
เมื่อแสงแห่งกระบี่วาบผ่าน นภากาศต่างดับสลาย ทุกสรรพสิ่งล้วน
ถูกทำลาย ต่อให้เป็นสัตว์ประหลาดที่รวมตัวขึ้นมาจากพลังแห่งกฎ
ความตายก็ต้องดับสูญไปภายใต้กระบี่เทพสังหารเล่มนี้ แสงแห่งกระบี่
อันน่าพรั่นพรึงทะลวงอากาศไปยังร่างแห่งความตายตนนั้น
“โฮ่ก!”
เมื่อเห็นแสงแห่งกระบี่เทพสังหารเปล่งประกายออกมา ร่างแห่ง
ความตายราวกับสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม ทันใดนั้นมันก็ส่งเสียงคำราม
อย่างเดือดดาลทันที เห็นเพียงร่างของมันกลายเป็นไอมรณะแล้วหาย
เข้าไปในแม่น˺าอเวจี
เมื่อเห็นฉากนี้สีหน้าของเซียวฮั่นก็แปรเปลี่ยน แม่น˺าอเวจีด้านล่าง
คือการรวบรวมพลังแห่งกฎความตายอันน่าพรั่นพรึง ต่อให้กระบี่เทพ
สังหารของเขาสามาถสังหารเทพเซียนผู้ยิ่งใหญ่ได้ แต่หากสัตว์
ประหลาดตนนั้นหนีเข้าไปในแม่น˺าอเวจี ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาไฟไป
ทิ้งในมหาสมุทร
“สังหาร!”
เมื่อเห็นฉากนี้ เซียวฮั่นก็รู้ว่าไม่สามารถยืดเยื้อต่อไปได้อีก เมื่อ
เคลื่อนความคิด แสงแห่งกระบี่ได้เปล่งประกายแผ่คลุมออกมาทั่วทั้ง
สะพานอเวจี ร่างแห่งความตายมากมายถูกสังหารจนดับสูญ กลายเป็น
พลังแห่งกฎความตายที่บริสุทธิ์ที่สุด และปลิวสลายหายไปกลางอากาศ
“โฮ่กกกก!!!”
เมื่อกระบี่เทพสังหารสังหารร่างแห่งความตายแต่ละตนจนดับสูญ
ร่างแห่งความตายที่หลบอยู่ในแม่น˺าอเวจีก็แผดเสียงกึกก้อง เห็นเพียง
แม่น˺าอเวจีสายนั้นกลายเป็นกลายเป็นมือขนาดใหญ่ที่น่าหวาดกลัวข้าง
หนึ่งพุ่งเข้ามาหมายจับเซียวฮั่นกลางนภากาศ พลังแห่งกฎความตาย
อันน่าหวาดกลัวแผดเสียงร้องราวกับจะดูดกลืนพลังชีวิตทั้งหมดของ
เซียวฮั่น
เมื่อพลังแห่งกฎความตายอันมิมีประมาณทั่วทุกสารทิศพุ่งทะยาน
ขึ้นมา สีหน้าซีดเผือดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเซียวฮั่น ตอนนี้พลัง
ชีวิตของเขาถูกดูดกลืนไปอย่างรวดเร็ว
“ครืน!”
เซียวฮั่นถูกความตายดูดกลืนอย่างถึงขีดสุด พลังแห่งกฎความตาย
อันน่าหวาดกลัวหลั่งไหลเข้าไปในร่างของเซียวฮั่นไม่หยุด ทันใดนั้นร่าง
ของเซียวฮั่นก็ไร้ซึ่งพลังชีวิต จิตวิญญาณเทพของเขาได้ถูกความตาย
เข้ารุกล˺า
“วิ้ง!”
แสงสีเขียวอ่อนเปล่งประกาย จิตวิญญาณเทพของเซียวฮั่นได้รับ
การคุ้มครองจากแสงแห่งเต๋าของแผ่นหยกนำโชคจนปลอดภัย เมื่อเห็น
ฉากนี้ จิตวิญญาณเทพของเซียวฮั่นก็รู้สึกโล่งใจ
เขาเดิมพันถูกแล้วว่าแผ่นหยกนำโชคในตอนนี้ แข็งแกร่งขึ้น
มากกว่าตอนที่อยู่ในเก้าทวีปและเก้าอาณาจักรไม่รู้กี่เท่า แสงแห่งเต๋าสี
เขียวคือแสงแห่งเต๋าหงเหมิง และเป็นพลังแห่งเต๋าอย่างแท้จริง
มีเพียงพลังแห่งเต๋าแท้จริงเท่านั้นที่สามารถต้านรับกฎแห่งความ
ตายได้ ต่อให้เป็นกฎแห่งความตายอันมิมีประมาณ ก็มิอาจคุกคามจิต
วิญญาณเทพของเซียวฮั่นที่ได้รับการคุ้มครองจากแสงแห่งเต๋าได้แม้แต่
น้อย
“แย่แล้ว!”
บนสะพานอเวจี เมื่อฉายเฉินและหยางฮ่าวเทียนเห็นเซียวฮั่นถูก
แม่น˺าอเวจีดูดกลืน ทั้งสองต่างก็มีสีหน้าแปรเปลี่ยนทันที
แม่น˺าอเวจีคือแม่น˺าแห่งความตายที่รวมรวมขึ้นมาจากน˺าแห่ง
ความตายที่แปรรูปจากพลังแห่งกฎความตายที่แท้จริง อย่าว่าแต่ยอด
ฝีมือขั้นราชันแห่งโลกระดับสูง แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก
ระดับกลาง กระทั่งว่าการดำรงอยู่ในขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับสูงส่ง
ต่างก็ไม่อยากถูกแม่น˺าอเวจีดูดกลืน หากไม่ระวังเพียงนิดเดียว ร่างก็จะ
ดับสูญและถูกดูดกลืนพลังชีวิตจนหมด!