ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 558 : เซียวฮั่นพิสูจน์เทพแท้จริง!
“ตูมมม!”
กฎพังทลาย กฎความตายและกฎแห่งวิถีกระบี่ปะทะเข้าด้วยกัน
อย่างรุนแรงกลางอากาศ ยามนี้ร่างของเซียวฮั่นทั้งร่างกลายเป็นกระบี่
แห่งความตายเล่มหนึ่ง พอพลังแห่งกฎกลอกกลิ้ง เงาร่างของเขาและ
เงาร่างสูงใหญ่กำยำอีกสายก็ปะทะเข้าด้วยกัน
กฎพังทลายที่อยู่รอบเงาร่างสูงใหญ่สายนี้สั่นไหว กฎพังทลายที่น่า
หวาดผวาสามารถทำลายโลกและสวรรค์ รวมถึงทำให้ทุกสิ่งพังถล่มจน
สิ้นซาก แต่ละการโจมตีสามารถพังทลายผืนพสุธาอันกว้างใหญ่นับล้าน
ลี้ได้อย่างง่ายดาย เพียงแต่เซียวฮั่นกลับไม่ไหวติงโดยสิ้นเชิง คนทั้งร่าง
กลายเป็นกระบี่แห่งความตายเล่มหนึ่ง แววตาตรงดิ่งไปทิศทางเดียว
เท่านั้น
“สังหาร!”
รัศมีกระบี่เปล่งประกายวับวาบ ทันใดนั้นเงาร่างของเซียวฮั่นก็
หายไป พอรัศมีกระบี่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เงาร่างของเขาและเงาร่างสาย
นั้นก็ปะทะเข้าด้วยกัน
ระหว่างที่เงาร่างของคนทั้งสองปะทะกันอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
ในความว่างเปล่าก็เหลือเพียงเงาร่างที่ไม่สมบูรณ์แต่ละสาย และการ
ปะทะของคนทั้งสองแต่ละครั้งทำให้อากาศเกิดระลอกคลื่นเล็กๆ ขึ้นมา
อย่ามองว่าเป็นเพียงระลอกคลื่นเล็กๆ นี่คือควันหลงที่เกิดขึ้นจาก
พลังแห่งกฎปะทะกัน ขอเพียงแต่ระลอกคลื่นเล็กๆ นี้กระเทือนไปถึง
การดำรงอยู่ขั้นราชันแห่งโลกทั่วไปหรือการดำรงอยู่ที่ต˹ากว่าขั้นเทพ
แท้จริงแห่งโลก พวกเขาก็จะตกตายโดยที่ร่างยังลอยคว้างในอากาศ
ทันที
และเงาร่างที่เซียวฮั่นต่อสู้อยู่มีนามว่าเทพแท้จริงม่อเซี๋ย เป็นการ
ดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่สามผู้ควบคุมกฎพังทลาย นี่คือ
การต่อสู้อันยิ่งใหญ่ครั้งที่สองที่สู้กับเซียวฮั่นและพรรคพวก ครั้งแรก
เป็นการต่อสู้กับหยางฮ่าวเทียน ซึ่งคนทั้งสองต่างก็มีฝีมือสูสีกัน
นอกจากเทพแท้จริงม่อเซี๋ยจะควบคุมกฎพังทลายแล้ว พลังของ
กายหยาบยังน่าพรั่นพรึงยิ่ง เพียงหมัดเดียวหรือก้าวฝ่าเท้าเพียงครา
เดียวก็มีพลังอันน่าหวาดผวาที่สามารถทำลายสวรรค์ดับพสุธาแล้ว การ
ปะทะกันแต่ละครั้งจึงทำให้เนื้อกายของเซียวฮั่นสั่นไหวไม่หยุด
แน่นอนว่าม่อเซี๋ยก็มิได้ดีไปกว่ากัน ร่างอมตะของเซียวฮั่นก็น่า
หวาดกลัวเกินบรรยาย พลังของกายหยาบไม่ด้อยไปกว่าเขาแม้แต่นิด
เดียว
ทั้งนี้กฎพังทลายของม่อเซี๋ยยังไม่สามารถส่งผลกระทบอันใดต่อ
เซียวฮั่นมากนัก เซียวฮั่นมีร่างอมตะ ต่อให้ร่างพังทลายก็สามารถฟื้น
คืนดังเดิมในชั่วพริบตา
รัศมีกระบี่กลืนกิน ฉับพลันนั้นเซียวฮั่นและม่อเซี๋ยก็ปะทะกันไม่
น้อยกว่าหมื่นครั้ง
ชั่วขณะนี้พลังที่น่าหวาดผวากลอกกลิ้งพร้อมกับพังทำลายภูเขา
ลูกใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป ผืนพสุธายุบลงไปจนเกิดเป็นหลุมดำอันกว้าง
ใหญ่ไร้จุดสิ้นสุด
“ฮ่าๆ! สุขใจนัก!”
ตอนนี้เงาร่างของม่อเซี๋ยและเงาร่างของเซียวฮั่นแยกจากกันอีก
ครั้ง จากนั้นม่อเซี๋ยก็หัวเราะด้วยความเบิกบานใจยกใหญ่ เขามิได้ต่อสู้
ด้วยกายหยาบอย่างเต็มที่เช่นนี้นานแล้ว
บัดนี้ผมสีดำขลับของเซียวฮั่นโบกปลิวพลิ้วไหว รัศมีสีเขียวเปล่ง
ประกาบระยิบระยับในดวงตา พลังแห่งกฎอันยิ่งใหญ่ทั้งสองชนิดกลอก
กลิ้งทั่วกาย ก่อนจะหลั่งไหลเข้าไปในร่างของเขาอย่างเงียบเชียบ
หลังจากผ่านการสู้รบกับยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกกว่าสิบ
ครั้ง เซียวฮั่นก็ควบคุมและตระหนักรู้ในพลังแห่งกฎลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตอนนี้
เซียวฮั่นสามารถรับรู้ได้ว่า ขอเพียงแค่เขาอาศัยโอกาสนี้เริ่มปิดด่าน ตน
ก็จะสามารถทะลวงสู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกสำเร็จ
มิใช่เพียงแค่กฎความตายและกฎแห่งวิถีกระบี่ ยามนี้เซียวฮั่นรู้สึก
ได้ว่าตนตระหนักรู้ในกฎอันยิ่งใหญ่อีกเก้าชนิดได้ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ
กระทั่งเขายังรู้สึกได้ว่ากฎอันยิ่งใหญ่ทั้งเก้าชนิดล้วนก้าวเข้าสู่ขอบเขต
แห่งกฎแล้ว
และคุณความดีทั้งหมดนี้ก็ต้องยกให้กับลวดลายเต๋าหมื่นวิถี
ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีทำให้เซียวฮั่นตระหนักรู้ในพลังแห่งกฎลึกซึ้งขึ้น
เรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเซียวฮั่นจะมิได้ฝึกฝนพลังแห่งกฎอย่างสุด
ความสามารถ แต่ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีก็ช่วยให้เขาลอบตระหนักรู้ใน
พลังแห่งกฎ
ยิ่งเป็นพลังแห่งกฎห้าแขนง เซียวฮั่นก็สามารถรับรู้ได้ว่าขอเพียง
แค่เขาทะลวงสู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก เกรงว่ากฎห้าแขนงก็จะก้าวเข้า
สู่ระดับแห่งกฎทันที ส่วนพลังแห่งกฎอีกสี่ชนิดที่เหลือ เกรงว่าไม่นาน
หลังจากเขาทะลวงสู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกก็คงสามารถทะลวง
ขอบเขตตามๆ กัน
ทั้งนี้สถานการณ์ที่ควบคุมกฎสิบเอ็ดชนิดขณะยังอยู่ในขั้นเทพ
แท้จริงแห่งโลกนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หากเรื่องนี้แพร่สะพัดออกไป
เกรงว่าคงก่อให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ อีกทั้งยังมิใช่เพียงแค่พลังแห่งกฎกว่า
สิบชนิด เซียวฮั่นยังรู้สึกได้ว่าตนเกิดการตระหนักรู้ที่ลึกซึ้งขึ้นทีละนิด
กับพลังแห่งกฎอีกไม่น้อยเช่นเดียวกัน
อย่างเช่นพลังแห่งกฎต่อสู้ พลังแห่งกฎสังหาร ไปจนถึงพลังแห่ง
กฎทำลาย…และพลังแห่งกฎอื่นๆ อีกมากมาย
เซียวฮั่นจึงรู้โดยไม่ต้องคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นผลประโยชน์ที่ลวดลาย
เต๋าหมื่นวิถีมอบให้แก่เขา มิเช่นนั้น เซียวฮั่นคงไม่มีทางตระหนักรู้และ
ควบคุมพลังแห่งกฎจำนวนมากถึงเพียงนี้ในคราวเดียวอย่างแน่นอน
และผลดีเหล่านี้ย่อมมหาศาลเกินจะเปรียบ ยิ่งควบคุมกฎมาก
ความแข็งแกร่งก็ยิ่งมากตาม การใช้พลังแห่งกฎก็ยิ่งน่าหวาดผวา
นอกจากนี้โลกแห่งกฎที่สร้างขึ้นมาก็จะแข็งแกร่งกว่าโลกแห่งกฎที่มี
คุณสมบัติพิเศษเพียงหนึ่งเดียวหลายต่อหลายเท่า
“น้องเซียว ข้าเห็นเจ้าเป็นดั่งสหายผู้หนึ่งที่รู้จักมาเนิ่นนาน เจ้า
สามารถทะลวงสู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก ไยจึงไม่ทะลวงขอบเขตกัน
เล่า? มันย่อมดีต่อตัวเจ้าเอง”
ม่อเซี๋ยทอดมองไปยังเซียวฮั่น แล้วจึงเอ่ยพลางแย้มยิ้ม เขารู้สึกได้
ว่ากฎอันยิ่งใหญ่ที่เซียวฮั่นควบคุมทั้งสองชนิดสามารถทำให้เขาทะลวง
สู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกอย่างง่ายดาย และเป็นเพราะการประลองฝีมือ
กับเซียวฮั่นจนรู้สึกถูกชะตา เขาจึงเอ่ยปากแนะนำด้วยความหวังดี
แต่เซียวฮั่นกลับไม่ทะลวงขอบเขต หากเซียวฮั่นทะลวงสู่ขั้นเทพ
แท้จริงแห่งโลก เกรงว่าความแข็งแกร่งของเขาก็จะเพิ่มพูนขึ้นมหาศาล
“เป็นเช่นนี้ขอรับ หลังจากน้องหยางทะลวงขอบเขตเมื่อครั้งก่อน
ก็มียอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงท่านหนึ่งต้องการสังหารพวกเรา หากมิใช่
เพราะมีผู้อาวุโสท่านหนึ่งออกมือ พวกเราอาจไม่อยู่จนถึงบัดนี้”
เซียวฮั่นหัวเราะขมขื่น มิใช่ว่าเขาไม่คิดจะทะลวงขอบเขต แต่นั่น
เป็นเพราะเขาไม่กล้า
เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในโลกความตายแห่งนี้ได้ทุกเมื่อ ตอน
ที่หยางฮ่าวเทียนทะลวงขอบเขตครั้งก่อนก็ดึงดูดเทพแท้จริงที่น่าหวั่น
เกรงอย่างเยาสือ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าหากเขาทะลวงขอบเขตครั้งนี้อาจถึงดูด
แม้กระทั่งยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกก็เป็นได้
“ฮ่าๆ ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้เอง! หากน้องเซียวเชื่อคำกล่าวของข้า ข้า
ยอมปกป้องน้องเซียว ไม่เพียงเท่านี้ หากมียอดฝีมือมารุกรานจริงๆ ข้า
ก็สามารถเชิญบรรพบุรุษอาวุโสท่านหนึ่งของสำนักเทียนอวี่ให้ออกมือ
เขาเป็นถึงการดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่แปด”
ม่อเซี๋ยหัวเราะแล้วจึงเอ่ยขึ้นอย่างภาคภูมิใจ เมื่อหยางฮ่าวเทียนที่
อยู่ห่างออกไปไม่ไกลได้ยินดังนั้นก็เอ่ยขึ้นมาทันทีว่า
“พวกเราเชื่อมั่นในชื่อเสียงของสำนักเทียนอวี่อยู่แล้ว เช่นนี้พี่
เซียวก็สามารถทะลวงสู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกที่นี่ได้อย่างสบายใจ”
และสำนักเทียนอวี่ที่หยางฮ่าวเทียนเอ่ยถึงก็คือขุมอำนาจพิเศษ
เพียงแค่อำนาจอย่างเดียวก็ไม่ด้อยไปกว่าตำแหน่งของตระกูลหยางที่
ตั้งอยู่ในเขตกลาง บรรพบุรุษของตระกูลหยางเป็นยอดฝีมือขั้นเทพ
แห่งโลกท่านหนึ่ง และเทียนอวี่เสินจวินบรรพบุรุษของสำนักเทียนอวี่ก็
เป็นยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกเช่นกัน
เมื่อมียอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่แปดท่านหนึ่งของ
สำนักเทียนอวี่ค่อยคุ้มกัน ก็ต้องไม่มียอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก
ท่านอื่นอาจหาญยุแหย่พวกเขาอย่างแน่นอน ถึงอย่างไรขุมอำนาจ
พิเศษในเขตกลางก็มีจำนวนมาก มิได้เป็นขุมอำนาจพิเศษที่ผู้ใดก็
สามารถล่วงเกินได้
“เอาล่ะ เช่นนั้นข้าก็จะลองดู!”
เมื่อได้ยินดังนั้น จิตใจของเซียวฮั่นก็สั่นไหว หากสามารถทะลวงสู่
ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก เช่นนั้นก็จะส่งผลดีต่อเขามหาศาลอย่างไม่ต้อง
สงสัย
กระทั่งความแข็งแกร่งของเขาก็จะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อถึง
เวลาเขาก็สามารถต่อกรได้แม้แต่การดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก
ระดับที่ห้า ต่อให้เจอกับเทพแท้จริงเยาสือนั้นอีกครั้ง เซียวฮั่นก็จะไม่จน
ตรอกเหมือนครั้งแรก
“ดียิ่งนัก ข้าม่อเซี๋ยนับคนอย่างเจ้าเป็นสหายแล้ว!”
ม่อเซี๋ยหัวเราะเสียงดัง จากนั้นเงาร่างของเขาก็ร่วงลงมาจากนภา
กาศ และเซียวฮั่นก็ตามหลังเขาไปติดๆ ในเมื่อตัดสินใจจะทะลวงสู่ขั้น
เทพแท้จริงแห่งโลกแล้ว เซียวฮั่นย่อมมิอาจลังเลอีกต่อไป
ในที่สุดเซียวฮั่นก็เลือกยอดเขาลูกหนึ่ง จากนั้นเงาร่างก็ก้าวเท้า
แล้วจึงนั่งลงบนยอดเขา นอกจากกฎความตายและกฎแห่งวิถีกระบี่ที่
กลอกกลิ้งรอบกายแล้ว ชั่วขณะนี้พลังแห่งกฎห้าแขนงก็ปรากฏวับวาบ
รอบตัวเซียวฮั่นด้วย
“เยี่ยมจริงๆ! นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นว่ามีคนที่อยู่ในขั้นราชันแห่ง
โลกสามารถควบคุมพลังแห่งกฎจำนวนมากเช่นนี้ ทั้งยังเป็นกฎที่
สมบูรณ์แบบทั้งสิ้น หากทะลวงสู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก ความ
แข็งแกร่งต้องเพิ่มขึ้นไปถึงระดับที่น่าหวาดผวาเป็นแน่แท้ พลังในขั้น
เทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่หนึ่งอันน่าหวาดกลัวก็สามารถต่อสู้กับการ
ดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่ห้าได้”
พอเห็นพลังแห่งกฎห้าแขนงที่สมบูรณ์ครบถ้วนปรากฏรอบกาย
เซียวฮั่น ม่อเซี๋ยจึงเกิดความชื่นชมขึ้นในจิตใจ ดูท่าแล้วเซียวฮั่นที่เขา
ผูกมิตรด้วยผู้นี้คงร้ายกาจกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
และระหว่างที่นั่งบนยอดเขา เซียวฮั่นก็มิได้ทำสิ่งใด เขาเพียงนั่ง
หลับตาขัดสมาธิ พลังแห่งกฎสั่นไหวรายล้อมรอบกาย ตอนนี้พลังแห่ง
โลกและสวรรค์จากทั่วทุกสารทิศกลอกกลิ้งไปทางเซียวฮั่น
เวลานี้เซียวฮั่นดูคล้ายกับกำลังหลอมรวมเข้ากับโลกและสวรรค์
ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือจิตวิญญาณเทพต่างก็ผนวกรวมกับโลกและ
สวรรค์เป็นหนึ่งเดียว ดูเหมือนว่าโลกตรงหน้าคือตัวเขา และเขาก็คือ
โลกตรงหน้าอย่างไรอย่างนั้น
เซียวฮั่นนั่งเช่นนี้เป็นเวลาครึ่งปีเต็มๆ โดยที่เขาไม่ได้เขยื้อนตัวสัก
นิดในช่วงเวลาครึ่งปี ทว่าคลื่นพลังแห่งกฎที่อยู่รอบกายกลับน่าพรั่น
พรึงขึ้นเรื่อยๆ บัดนี้พลังแห่งกฎห้าแขนงกลายเป็นกฎจนหมดแล้ว ธาตุ
ทั้งห้าสั่นไหว หยินหยางเกิดการพัฒนา
“ใกล้จะทะลวงขอบเขตแล้ว!”
ครึ่งปีมานี้ หยางฮ่าวเทียนและม่อเซี๋ยใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการ
ประลองกัน ความแข็งแกร่งของคนทั้งสองจึงเพิ่มขึ้นไม่น้อย และร่าง
ของเซียวฮั่นที่ไม่ขยับเขยื้อนมาโดยตลอด เวลานี้ก็เริ่มสั่นไหวบ้างแล้ว
ม่อเซี๋ยและหยางฮ่าวเทียนที่สังเกตเห็นภาพตรงหน้าจึงรู้ว่าเซียวฮั่นใกล้
ทะลวงขอบเขตเต็มที
“ครืน!”
ร่างของเซียวฮั่นสั่นไหว ก่อนที่มวลเมฆาจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นเหนือ
ศีรษะอย่างเนิบช้า จากนั้นแสงสุริยันอันสดใสก็สาดส่องผ่านหมู่เมฆ
กลิ่นอายแห่งความมงคลลอยคละคลุ้งลงมาจากเก้าชั้นฟ้า แม้จะห่าง
ออกไปพันล้านลี้ก็ยังรับรู้ได้ถึงความมงคลแห่งโลกหล้า
“พิสูจน์ตำแหน่งเทพแท้จริง นิมิตหมายอันมงคลเยื้องกราย
มาแล้ว!”
พอเห็นภาพที่เกิดขึ้น หยางฮ่าวเทียนและม่อเซี๋ยต่างก็มีสีหน้าแข็ง
ค้าง จากนั้นเงาร่างของพวกเขาก็เปล่งประกายวับวาบฉับพลัน แล้ว
ลอยคว้างกลางอากาศเพื่อคุ้มกันเซียวฮั่น
หากมีศัตรูตัวฉกาจมาเยี่ยมเยียน ม่อเซี๋ยก็จะเรียกให้บรรพบุรุษ
ของสำนักเทียนอวี่ท่านนั้นออกมือทันที
ตอนนี้มวลเมฆาปกคลุมท้องนภามากขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างที่หมู่เมฆ
ลอยล่องอยู่นั้น แสงสุริยันสุกสกาวหมื่นจั้งก็สาดส่องไปทั่วท้องนภาไม่
ขาดสาย กลิ่นอายมงคลกลางอากาศลอยสูงขึ้นไปพันล้านลี้ จากนั้นแสง
สุริยันอันสดใสก็ทอประกายทั่วเก้าชั้นฟ้าสิบทิศแดนดิน
ตอนนี้พลังแห่งกฎที่อยู่รอบกายของเซียวฮั่นรวมเข้าด้วยกัน กฎห้า
แขนงอันได้แก่ทอง ไม้ น˺า ไฟและดินต่างก็ผนวกรวมกันแล้วทั้งสิ้น
จากนั้นคลื่นอันน่าหวั่นเกรงของยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกก็กวาด
ล้างออกมาจากร่างของเซียวฮั่น
ตอนนี้ร่างทั้งร่างของเซียวฮั่นผสานเข้ากับโลกและสวรรค์ เขาก็คือ
เจ้าของโลกและสวรรค์เหล่านี้ โลกและสวรรค์ทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้
การควบคุมของเซียวฮั่น และนี่คือโลกแห่งกฎอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็น
เอกลักษณ์เฉพาะตัวของยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกที่เห็นได้ชัด
ที่สุด
“ช่างเป็นภาพที่น่าหวาดกลัวนัก ข้าเองก็เพิ่งเคยเห็นคนทะลวงสู่
ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกแล้วเกิดภาพเช่นนี้เป็นหนแรก!”
ยามนี้สายตาของม่อเซี๋ยจ้องเขม็งไปที่เหนือศีรษะของเซียวฮั่น
แสงมหามงคลพุ่งทะยานขึ้นตรงสู่มวลเมฆ แสงสุริยันสาดส่องไปทั่ว
ท้องนภา บนชั้นเมฆนั้นมีแสงของดวงดารานับไม่ถ้วนจรัสแสงลอดผ่าน
ลงมา
ชั่วขณะนี้เหมือนมีดวงดาราจำนวนมากปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของ
เซียวฮั่น และดวงดาราเหล่านี้ก็ดูราวกับมาเพื่อแสดงความยินดีที่เซียว
ฮั่นทะลวงสู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกสำเร็จ
กลิ่นอายมงคลจำนวนมหาศาลลอยวนเวียนรอบตัวเซียวฮั่น ดวง
ดาราจำนวนมหาศาลที่อยู่ด้านหลังสั่นไหว ส่วนด้านหน้าก็มีแสงสุริยัน
หมื่นจั้งสาดส่องไปทั่วเก้าชั้นฟ้าสิบทิศแดนดิน
หากการกระทำที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ยังไม่ดึงดูดความสนใจของยอดฝีมือ
ท่านอื่น เช่นนั้นก็นับว่ายอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกเหล่านั้นเสีย
ชาติเกิดแล้ว
ทั้งนี้นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ภาพที่น่าหวาดผวายิ่งกว่ายังปรากฏ
ขึ้นตามมาทีหลัง ตอนนี้กฎห้าแขนงที่อยู่รอบกายเซียวฮั่นพุ่งตรงขึ้นสู่
มวลเมฆ กฎห้าแขนงพัฒนาเป็นหยินหยาง กฎหยินหยางกลอกกลิ้ง
กลายเป็นมังกรและหงส์
บัดนี้มังกรและหงส์ต่างก็ร่ายรำกลางอากาศพร้อมกับแสงมหา
มงคลที่สาดส่อง ไม่เพียงเท่านี้ รัศมีห้าแขนงยังกลอกลิ้ง หยินหยางโคจร
พอธาตุกลุ่มอากาศปรากฏขึ้นมา โลกอันกว้างใหญ่ใบหนึ่งก็ลอยคว้าง
เหนือศีรษะของเซียวฮั่น!