ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 56 : น่าสะพรึงกลัว! (ตอนต้น)
“ลูกพี่!ช่วยข้าด้วย ข้าทำไม่ได้จริงๆ!” ยามนี้ ใบหน้าของหม่าเหลี
ยงเฉินกำลังบูดเบี้ยวและร˹าไห้ออกมาด้วยความโศกเศร้า เพื่อให้ได้รับ
การยอมรับจากกระบี่ฮ่าวเทียนเล่มนี้ เขาพยายามทำทุกวิถีทางจนหมด
สิ้นแล้ว ทว่ากระบี่ฮ่าวเทียนกลับไม่ไหวติงใดๆ
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ เซียวฮั่นจึงรู้ว่ายังไม่ถึงเวลา จากนั้นคน
ส่ายศีรษะเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าจงหยดโลหิตลงบนกระบี่ฮ่า
วเทียนเล่มนี้หนึ่งหยด แล้วมันจะยินยอมรับเจ้าเป็นเจ้านาย!”
เมื่อเซียวฮั่นเอ่ยจบ ทุกคนในที่แห่งนั้นล้วนมีสีหน้าตกตะลึง เพียง
หยดโลหิตเดียวก็ยอมรับเป็นเจ้านายอย่างนั้นหรือ? ทั้งยังเป็นกระบี่
เทพแท้จริงเสียด้วย? หากสามารถทำสำเร็จ เช่นนั้นทุกคนล้วนได้รับ
ศาสตราแห่งเทพแท้จริงไปแล้ว
เสียงของเซียวฮั่นเพิ่งจะสิ้นสุด หม่าเหลียงเฉินก็ตะลีตะลานบีบ
หยดโลหิตหนึ่งหยดจากร่างกายลงบนกระบี่ฮ่าวเทียนโดยไม่พล่ามใดๆ
“ครืน!”
ขณะที่คนทั้งหมดคิดว่าไม่เป็นผล เสียงสั่นครืนของตัวกระบี่ฮ่า
วเทียนพลันกลายเป็นกระบี่เรียวแหลมสีทองตรงเข้าไปที่กลางหว่างคิ้ว
ของหม่าเหลียงเฉิน
re* https://www.novelgu.com
“ทำได้จริงหรือนี่?” เมื่อเห็นภาพนี้ นอกจากเซียวฮั่นแล้ว คน
ทั้งหมดล้วนตกตะลึง แม้แต่หม่าเหลียงเฉินเองก็ยังไม่อยากเชื่อว่ายามนี้
ตนทำสำเร็จแล้วจริงๆ
“ฮ่าๆ สำเร็จแล้ว ข้าทำสำเร็จแล้ว! ข้าได้รับศาสตราแห่งเทพ
แท้จริงแล้ว!” บัดนี้ หม่าเหลียงเฉินดีอกดีใจอย่างสุดขีด คนทั้งร่างพลัน
กระโดดโลดเต้นขึ้นมาจากพื้น เป็นที่รู้ว่าเขาได้รับศาสตราแห่งเทพ
แท้จริงแล้วหนึ่งชิ้น
ศาสตราแห่งเทพแท้จริงแสดงถึงสิ่งใดนั้น เกรงว่ามีเพียงผู้บำเพ็ญ
เท่านั้นจึงจะรู้แจ้ง ศาสตราแห่งเทพแท้จริงหนึ่งชิ้น ไม่ต้องเอ่ยถึงขุม
อำนาจระดับสอง เพราะแม้แต่เจ้ายุทธจักรของขุมอำนาจระดับหนึ่งก็
ไม่มีในครอบครอง นั่นเป็นของล˺าค่าที่ประเมินราคามิได้อย่างแท้จริง
แม้แต่บนผืนทวีปตงโจวก็มีไม่เกินห้าชิ้น
แค่คิดก็รู้แล้วว่า หม่าเหลียงเฉินนั้นไม่อยากจะเชื่อมากเพียงใดที่
เขาได้ครอบครองศาสตราแห่งเทพแท้จริง หากคนอื่นๆ ล่วงรู้คงตก
ตะลึงเช่นกัน ไม่ต้องเอ่ยถึงยอดฝีมือขอบเขตราชัน แม้แต่ผู้สูงส่ง
ขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์หรือเหล่าปีศาจเฒ่าบางส่วนล้วนอยากลงมือแย่ง
ชิง!
“เจ้าอย่าด่วนดีใจไป ระดับของกระบี่ฮ่าวเทียนเล่มนี้จะเพิ่มขึ้น
ตามพลังของเจ้า ยามนี้เจ้าอยู่ในขอบเขตแก่นแท้ เช่นนั้นกระบี่เล่มนี้
re* https://www.novelgu.com
อย่างมากที่สุดก็เทียบเท่ากับศาสตราใต้หล้าชิ้นหนึ่ง เมื่อเจ้าทะลวงสู่
ขอบเขตรวบรวมลมปราณ มันจึงจะเทียบเท่ากับศาสตรานภา เมื่อใดที่
เจ้ามีพลังของขอบเขตเทพแท้จริง มันจึงจะเป็นศาสตราแห่งเทพ
แท้จริง!”
ขณะที่ใบหน้าของหม่าเหลียงเฉินเต็มไปด้วยสีหน้าแห่งความอิ่ม
อกอิ่มใจ ทั้งยังดีใจจนไม่รู้จะเอ่ยอะไร คำกล่าวเรียบๆ ของเซียวฮั่นกลับ
เป็นเหมือนถังน˺าเย็นยะเยือกสาดลงบนร่างของหม่าเหลียงเฉิน คนทั้ง
คนตกตะลึงอยู่กับที่ในทันใด
กล่าวได้ว่า ยามนี้หม่าเหลียงเฉินเป็นดั่งขอทานที่ได้ครอบครอง
ภูเขาทองคำหนึ่งลูก แต่กลับทำได้เพียงขุดภูเขาทองคำทีละน้อยเท่านั้น
ส่วนจะขุดเสร็จเมื่อใดอยู่ที่ความพยายามทุ่มเท แน่นอนว่าหากเขาไม่
พยายาม เช่นนั้นต่อให้ภูเขาลูกนี้มีทองคำมากมายเพียงใด ก็ไม่ต่างอัน
ใดกับดวงจันทร์ในวารี บุปผาในกระจก
“อ๊าก! ลูกพี่ ข้าเกลียดท่าน!” เสียงร˹าไห้เสียงหนึ่งดังขึ้น หม่าเหลียง
เฉินมองไปยังเซียวฮั่นด้วยสายตาคับแค้นใจเกินจะเปรียบ กล่าวได้ว่า
เซียวฮั่นกำลังเล่นตลกกับเขาอย่างใหญ่หลวง
“อย่างที่ข้าเคยเอ่ย ข้ามอบศาสตราแห่งเทพแท้จริงให้แก่เจ้า จะ
รับหรือไม่รับขึ้นอยู่กับเจ้า ขอเพียงแต่เจ้าขยันฝึกตนให้มากพอ ไม่ช้าก็
เร็วสักวันหนึ่งเจ้าก็จะสามารถแสดงพลังของกระบี่ออกมาได้ อีกอย่าง
re* https://www.novelgu.com
กระบี่ฮ่าวเทียนไม่ใช่ศาสตราแห่งเทพแท้จริงทั่วๆ ไป ความเร้นลับของ
มันนั้น ในภายภาคหน้าเจ้าจึงจะเข้าใจชัดแจ้ง!”
เมื่อเซียวฮั่นเอ่ยจบ เห็นเพียงสีหน้าเย็นชา สายตากวาดไปยังกอง
ดินที่อยู่ไม่ไกลนักพลางเอ่ยอย่างเรียบๆ “ดูมานานถึงเพียงนี้ ควรเผย
ตัวออกมาได้แล้ว!”
“ฮี่ๆ ช่างน่าสนใจยิ่งนัก!”
เมื่อสิ้นสุดเสียงของเซียวฮั่น เสียงเยือกเย็นเกินจะเปรียบเสียงหนึ่ง
พลันดังขึ้น กลิ่นอายของศพอันน่าหวาดผวาก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา
“นิกายจวีซือ!”
อากาศบิดเบี้ยวเล็กน้อย เงาร่างนับสิบปรากฏตัวเบื้องหน้าคน
ทั้งหมด จากนั้นทุกคนก็หรี่ตาลงอย่างฉับพลัน
เบื้องหน้าเป็นนายน้อยเจ้าสำนักโยวเฉวียนแห่งนิกายจวีซือกำลัง
แบกโลงศพสีดำยืนอยู่หน้าสุด ด้านหลังของมันคือผู้อาวุโสสองคนของ
นิกายจวีซือซึ่งเป็นเหมือนเงาตาม และทั้งหมดสวมชุดคลุมสีดำ
เช่นเดียวกัน ร่างแบกไว้ซึ่งโลงศพสีดำ เพียงแต่ลมปราณของทั้งสอง
สงบนิ่งโดยสิ้นเชิง ให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งยากจะหยั่งถึงแก่ผู้คน
re* https://www.novelgu.com
เงาร่างที่อยู่หลังคนทั้งสามล้วนมีใบหน้าขาวซีด ดวงตาแต่ละคู่ของ
เงาร่างเต็มไปด้วยแสงสีเขียวสงบนิ่ง เห็นได้ชัดว่าพวกมันเหล่านี้คือศพ
ที่ยามนี้กลายเป็นหุ่นเชิดของโยวเฉวียน
“ศาสตราแห่งเทพแท้จริงหนึ่งชิ้น ศาสตราแห่งเทพศักดิ์สิทธิ์สอง
ชิ้น ฮี่…ฮี่ ด้วยของล˺าค่าทั้งสาม การก้าวกระโดดของนิกายจวีซืคงไม่ใช่
ความฝันเสียแล้ว” เสียงเย็นเยียบแสบแก้วหูดังขึ้น ดวงตาสีมรกตของ
โยวเฉวียนเปล่งประกายสายตาแห่งการกลืนกิน ภายใต้ขนยาวสีเขียว
เข้มซึ่งปกคลุมอยุ่นั้น ทำให้ผู้คนหวาดผวาเกินจะเปรียบ!
“ที่แท้ก็พวกคนไร้ชีวิตแห่งนิกายจวีซือ ไม่อยากจะไปนอนในสุสาน
ศพสวรรค์ดีๆ รึยังไง คิดฝันอยากวางอำนาจในมหาทวีปตงโจว นับว่า
หน้าไม่อายเกินไปหน่อยนะ!” คนมองไปยังโยวเฉวียนอย่างเฉยชาแวบ
หนึ่ง จากนั้นเซียวฮั่นก็เอ่ยอย่างเรียบๆ
ทันทีที่สิ้นเสียงของเซียวฮั่น ไม่ว่าจะโยวเฉวียนหรือผู้อาวุโส
นิกายจวีซือที่อยู่ข้างหลังเขาต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ร่าง
ของทั้งคู่สั่นไหวอย่างหักห้ามไม่ได้
“เจ้าเป็นใครกันแน่!?” ยามนี้สายตาของโยวเฉวียนเปล่งประกาย
จิตสังหารอันน่าหวาดหวั่น พวกเขานิกายจวีซือดำรงอยู่มาเป็น
เวลานาน ผู้คนหรือขุมอำนาจจำนวนน้อยมากที่รู้ว่าเบื้องหลังของ
นิกายจวีซือคืออะไร แม้ว่าบางขุมอำนาจอันเก่าแก่ผ่านไปหลายหมื่นปี
re* https://www.novelgu.com
หรือดำรงอยู่หลายแสนปีก็ยังมิอาจรู้ถึงต้นกำเนิดของนิกายจวีซืออย่าง
แน่ชัด
แต่เมื่อเซียวฮั่นเอ่ยปากก็เห็นต้นกำเนิดของพวกเขาอย่างทะลุปรุ
โปร่ง สุสานศพสวรรค์ คือมรดกและดินแดนของบรรพบุรุษของนิกายจ
วีซือ นอกจากพวกเขานิกายจวีซือแล้ว คนนอกล้วนไม่รู้จักทั้งสิ้น กล่าว
ได้ว่าสุสานศพสวรรค์คือบ่อเกิดทุกสิ่งมวลของนิกายจวีซือ ยามนี้กลับ
ถูกคนนอกคนหนึ่งกล่าวออกมาอย่างพล่อยๆ จึงทำให้จิตสังหารในใจ
ของโยวเฉวียนลุกโชนขึ้นมา แต่ความหวั่นเกรงที่โยวเฉวียนมีต่อเซียว
ฮั่นก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
“ข้าเป็นใครเจ้าไม่ต้องรู้ หากรู้ความก็อย่าได้หาเรื่องข้า มิฉะนั้นข้า
ก็ไม่ถือสาหากจะสังหารพวกเจ้านิกายจวีซือพร้อมกับทำลายสุสานศพ
สวรรค์ไปพร้อมกัน แม้ว่าท่านบรรพบุรุษศพสวรรค์ของเจ้าจะยังอยู่บน
โลกก็ตามที…!” ถึงน˺าเสียงของเซียวฮั่นจะราบเรียบ แต่ทุกคำกลับหยิ่ง
ทะนงเกินจะเปรียบ
จะทำลายนิกายจวีซือและสุสานศพสวรรค์จนสูญสิ้น คำกล่าว
เช่นนี้มิใช่คำกล่าวที่ผู้ใดจะกล้าเอ่ย แม้แต้ผู้สูงส่งขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์
ก็ยังมิกล้าคุยโวโอ้อวดเช่นนี้
อย่างที่รู้กันว่านิกายจวีซือคือขุมอำนาจระดับหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียง
เลื่องลือ และสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของขุมอำนาจระดับหนึ่งคือผู้
re* https://www.novelgu.com
สูงส่งขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ดำรงอยู่ในสำนักของพวกเขา กล่าวได้ว่า
ในนิกายจวีซือมียอดฝีมือไร้เทียมทานขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์ดำรงอยู่
“อวดดียิ่งนัก เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? เป็นเพียงมดปลวกแต่กลับ
กล้าพล่าม ข้าจะสังหารเจ้า และจะทำลายสำนักกระบี่หลิงเทียนให้สิ้น
ซาก!”
ทันใดนั้นเสียงอันเย็นเยียบพลันดังขึ้น ภายใต้การนำทัพของยอด
ฝีมือราชันพยัคฆาและเหลิ่งสง ยอดฝีมือจำนวนมากของสำนักปาฮวงก็
ได้กลับมาที่นี่อีกหน
เมื่อคุณชายลิ่วเหอได้ยินคำกล่าวจากปากของเซียวฮั่นว่าต้องการ
ทำลายนิกายจวีซือ เขาก็รีบเอ่ยอย่างเยือกเย็นทันที
“ทำลายสำนักกระบี่หลิงเทียนรึ? น่าสนใจนัก ข้าไม่ได้ได้ยินคำนี้
มานานแล้ว เพราะผู้ที่เคยเอ่ยคำนี้ล้วนสิ้นชีพหมดแล้วทั้งสิ้น!” สายตา
ของเซียวฮั่นตกลงบนร่างของคุณชายลิ่วเหอ บนใบหน้าพลันปรากฏ
รอยยิ้มสายหนึ่ง
แต่เมื่อรอยยิ้มนี้ของเซียวฮั่นปรากฏ ไม่รู้ว่าเหตุใด ผู้อาวุโสใหญ่
หลินหลัน ซุนลี่ หรือคนอื่นๆ ต่างเห็นภาพกระดูกกองเป็นภูเขาเบื้อง
หน้า ภาพฉากอันน่าหวาดกลัวบนสวรรค์และโลกซึ่งย้อมด้วยโลหิตอัน
น่าสยดสยอง
re* https://www.novelgu.com
“และเจ้า…ข้าก็ไม่ยกเว้นเช่นกัน!” เมื่อเสียงของเซียวฮั่นที่กำลังจด
จ้องไปยังคุณชายลิ่วเหอดังขึ้น โลกและสวรรค์พลันเงียบสงัดในบัดดล
ส่วนคุณชายลิ่วเหอในยามนี้กลับเบิกตาโพลง ดวงตาจ้องเขม็งไป
ยังเซียวฮั่น บนใบหน้าเต็มไปด้วยสีหน้าเหลือเชื่อสุดขีด ราวกับเขาไม่
อยากจะเชื่อว่าภาพนี้จะเกิดขึ้นจริง!
…………………
re* https://www.novelgu.com