ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 561 : สงครามแห่งการแก้แค้น!
เมื่อเงาร่างประกายวาบ พวกเซียวฮั่นก็ก้าวข้ามมายังนภากาศสิบ
ล้านลี้ หลังจากที่บรรลุสู่ขอบเขตเทพแท้จริงแห่งโลก ก็สามารถผสาน
รวมเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดินได้ตามใจต้องการ และสามารถไปได้ไกลสุด
ขอบฟ้า
นี่คือสิ่งที่ยอดฝีมือในขั้นราชันแห่งโลกไม่สามารถทำได้ สำหรับ
ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกแล้ว ฟ้าดินล้วนแต่สามารถ
เปลี่ยนแปลงได้เพียงหนึ่งความคิด เพราะเหตุนี้ต่อให้ระยะทางไกล
เพียงใด พวกเขาก็สามารถก้าวข้ามได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งเข้าใกล้สถานที่ที่ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกผู้นั้นตกตาย
มากขึ้น คลื่นลมปราณของพลังแห่งกฎก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น เพราะหลังจากที่
พลังแห่งกฎที่ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกควบคุมได้ถูกแสดง
ออกมาก็สามารถดำรงอยู่ยาวนานนับหลายร้อยล้านปี
คลื่นพลังแห่งกฎที่อยู่บนนภากาศ นั่นคือคลื่นพลังแห่งกฎกัดกร่อน
นอกจากนี้ยังมีคลื่นพลังแห่งกฎความตายสายหนึ่ง
แต่คลื่นของพลังแห่งกฎความตายสายนี้กลับไม่ได้ยิ่งใหญ่นัก เป็น
เพียงการฝึกตนในขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่สองหรือสามเท่านั้น
เมื่อเทียบกับกฎกัดกร่อนของเยาสือ เห็นได้ชัดว่าอ่อนแอกว่ามาก
เพราะถึงอย่างไร เยาสือก็ได้ชื่อว่าเป็นการดำรงอยู่ในขั้นเทพแท้จริง
แห่งโลกระดับที่ห้า พลังแห่งกฎกัดกร่อนที่ควบคุมเป็นรองเพียงกฎกลืน
กินอันน่าพรั่นพรึงเท่านั้น
เมื่อสบตากัน เซียวฮั่นและหยางฮ่าวเทียนก็รู้ทันทีว่าเยาสือจะต้อง
สังหารยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกที่ควบคุมกฎความตายผู้นั้นที่นี่
อย่างแน่นอน หากไม่เหนือความคาดหมาย เกรงว่าอีกฝ่ายก็ยังคงอยู่ที่นี่
ยามนี้ เยาสือกำลังใช้กฎกัดกร่อนดูดกลืนยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริง
แห่งโลกระดับที่สองท่านหนึ่งอยู่ แม้แต่กฎความตายของอีกฝ่ายก็ไม่ละ
เว้น เขาได้ดูดกลืนไปจนหมด
หลังจากที่กฎความตายถูกเยาสือใช้กฎกัดกร่อนดูดกลืน ในที่สุด
เยาสือก็ถือกำเนิดพลังแห่งกฎประเภทที่สองขึ้นมา นั่นคือกฎความตาย!
เดิมทีพลังแห่งกฎกัดกร่อนที่เยาสือควบคุมก็น่าหวาดกลัวอยู่แล้ว
ยังประกอบกฎความตายเข้าไปอีก ภายใต้กฎทั้งสองประเภท
ความสามารถของเยาสือเกรงว่าคงยกระดับเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเท่า
“หืม?”
ทันใดนั้นสีหน้าของเยาสือก็นิ่งค้างเล็กน้อย เมื่อกวาดสัมผัส
ศักดิ์สิทธิ์ เขาก็พบว่าเงาร่างทั้งสามสายกำลังประกายวาบมาทางเขา
ในเงาร่างทั้งสามสายนี้ มีเงาร่างอยู่สองสายที่เขาคุ้นเคยอยู่มาก
เพราะไม่ว่าหยางฮ่าวเทียนหรือเซียวฮั่นล้วนแต่ทิ้งความทรงจำไว้ให้เขา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซียวฮั่น ที่ทำให้เขาจดจำได้อย่างลึกซึ้งนัก
“สวรรค์มีพวกเจ้าไม่ไป นรกไร้ประตูพวกเจ้ากลับเดินเข้ามาเอง!”
บนใบหน้าซูบผอมปรากฏสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา ภายใต้สัมผัส
ศักดิ์สิทธิ์ของเขา ในบรรดาพวกเขาทั้งสาม ม่อเซี๋ยฝึกตนอยู่ในระดับสูง
ที่สุด แต่ก็เป็นเพียงยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่สามเท่านั้น
ส่วนการฝึกตนของหยางฮ่าวเทียนและเซียวฮั่นอยู่ในขั้นเทพ
แท้จริงแห่งโลกระดับที่หนึ่ง ถึงแม้จะสามารถเอาชนะยอดฝีมือขั้นเทพ
แท้จริงแห่งโลกระดับที่สามทั่วไปได้ แต่เยาสือเชื่อว่าหยางฮ่าวเทียน
และเซียวฮั่นไม่สามารถต่อกรกับเขาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครึ่งปีมานี้
หลังจากที่เขาได้ดูดกลืนยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกที่ควบคุมกฎ
ความตายไปหลายท่าน ในที่สุดเขาก็ควบคุมกฎความตายได้สำเร็จ
เยาสือควบคุมกฎคู่ ต่อให้อยู่ในบรรดายอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่ง
โลกระดับที่ห้าเขาก็มีความสามารถแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง จาก
ความสามารถของเขาในตอนนี้ใช่ว่าพวกเซียวฮั่นซึ่งเป็นยอดฝีมือขั้น
เทพแท้จริงแห่งโลกระดับต˹าจะสามารถเทียบเคียงได้
แต่เพื่อความระมัดระวัง เยาสือได้กวาดสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ไปทั่วเขต
บริเวณนับพันล้านลี้ เมื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าเทพทรราชฉายขุยผู้นั้น
ไม่อยู่ มุมปากของเขาก็เผยรอยยิ้มอันโหดเหี้ยมออกมา
ไม่นานพวกเซียวฮั่นก็ได้พบกับเยาสืออีกครั้ง เงาร่างทั้งสี่ต่างลอย
ขึ้นไปบนนภากาศ แต่การพบเยาสือครั้งนี้ เซียวฮั่นไม่หวาดกลัวอีก
ต่อไปแล้ว
จากการถอยหลังอย่างช้าๆ ของหยางฮ่าวเทียนและม่อเซี๋ย
ในตอนนี้ ทำให้สนามรบเป็นของเยาสือและเซียวฮั่น เพราะนี่คือการ
ทดสอบความสามารถของเซียวฮั่นหลังจากที่ทะลวงสู่ขั้นเทพแท้จริง
แห่งโลก และเป็นสงครามแห่งการแก้แค้นเช่นกัน
“ไม่เจอกันครึ่งปี คิดไม่ถึงว่าคนกระจอกอย่างเจ้าจะทะลวง
ขอบเขตเทพแท้จริงแห่งโลกได้แล้ว!”
ทว่าเยาสือกลับไม่ได้เห็นภาพปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่เซียว
ฮั่นทะลวงขอบเขต เพราะตอนที่เซียวฮั่นทะลวงขอบเขต เขากำลังปิด
ด่านฝึกตนเพื่อดูดกลืนชิ้นส่วนแห่งกฎความตาย
หลังจากที่เซียวฮั่นทะลวงขอบเขตสำเร็จ เยาสือก็ออกจากด่าน
เพื่อหาเหยื่อรายใหม่ เพิ่งจะได้พบเหยื่อรายใหม่ และกำลังจะสังหาร
เหยื่อ เขาก็ถูกพวกเซียวฮั่นเข้ามาหาเสียก่อน
“ไม่รู้ว่าเจ้าเคยได้ยินประโยคที่ว่านี้หรือไม่ ‘ไม่พบกันนาน อีกฝ่าย
อาจก้าวหน้าไปแล้ว’ วันนี้ข้ามาเพื่อแก้แค้น!”
ขณะที่กล่าว เซียวฮั่นก็ก้าวฝ่าเท้าเหยียบย่างความว่างเปล่า พลัง
แห่งกฎทั้งสิบเอ็ดประเภทกลอกกลิ้งไปทั่วร่างของเขา
เมื่อเยาสือเห็นพลังแห่งกฎที่กลอกกลิ้งทั่วร่างเซียวฮั่น สีหน้าของ
เขาก็ค้างชะงักเล็กน้อย ทั้งยังมีกฎห้าแขนง กฎหยินหยางแห่งความเป็น
ตาย และกฎกระบี่อีกด้วย
ขณะที่พลังแห่งกฎทั้งสิบเอ็ดประเภทกลอกกลิ้ง รอบกายของเซียว
ฮั่นก็ได้กลายเป็นโลกแห่งกฎที่แท้จริง พลังแห่งกฎอันน่าหวาดกลัวแผด
เสียงกู่ก้อง ทำให้เยาสือใจสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้และสัมผัสได้ถึงภัย
คุกคามอันเข้มข้น
ถึงแม้เยาสือรู้ว่าหลังจากที่เซียวฮั่นทะลวงขอบเขตแล้ว
ความสามารถจะยกระดับขึ้นอย่างมาก แต่เขาคิดไม่ถึงว่า จะยกระดับ
ได้อย่างเกินจริงเช่นนี้ เขาสัมผัสได้ว่าเซียวฮั่นในตอนนี้ ความสามารถ
ไม่ด้อยไปกว่าเขาแม้แต่น้อย ทั้งที่การฝึกตนของอีกฝ่ายอยู่เพียงขั้น
เทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่หนึ่งเท่านั้น
“สังหาร!”
เมื่อพลังแห่งกฎกลอกกลิ้ง กระบี่แห่งกฎที่รวบรวมมาจากกฎทั้งสิบ
เอ็ดประเภทก็ทะลวงอากาศออกมา นภากาศบิดเบี้ยวเข้าหากันอย่างบ้า
คลั่ง คลื่นพลังอันน่าหวาดกลัวทำให้เยาสือต้องเตรียมการตอบโต้กลับ
ยามนี้ เยาสือได้มองว่าเซียวฮั่นเป็นคู่ต่อกรระดับเดียวกันกับเขา
แล้ว
“กัดกร่อน!”
ขณะเดียวกัน มือขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นมาจากพลังแห่งกฎกัดกร่อน
ปรากฏขึ้น แต่ภายใต้การปะทะครั้งนี้ ไม่เหมือนครั้งแรก เห็นเพียงพลัง
แห่งกฎกลอกกลิ้ง กระบี่แห่งกฎที่รวบรวมมาจากพลังแห่งกฎของเซียว
ฮั่นและมือขนาดใหญ่ที่รวมตัวจากพลังแห่งกฎกัดกร่อนของเยาสือต่าง
มีกำลังสูสีกัน
ถึงแม้กฎกัดกร่อนจะกัดกร่อนพลังแห่งกฎของเซียวฮั่นอย่างบ้า
คลั่ง แต่กระบี่แห่งกฎที่เซียวฮั่นสร้างขึ้นก็ทำให้พลังแห่งกฎกัดกร่อน
สลายหายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
“หนึ่งกระบี่เทพสังหาร!”
ค่ายกลกระบี่เทพสังหารปรากฏ เซียวฮั่นไม่เกิดการลังเลใดๆ
ขณะที่กฎกลอกกลิ้ง กระบี่เทพสังหารเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมา ค่ายกล
กระบี่เทพสังหารได้แสดงกระบี่เทพสังหารออกมาภายใต้การสนับสนุน
ของพลังแห่งกฎทั้งหมด ซึ่งเพียงพอที่จะปลดปล่อยอานุภาพออกมาได้
ถึงหกส่วน
กระบี่เทพสังหารสะบั้นออกมา รัศมีแห่งกระบี่อันเจิดจรัสได้สาด
ส่องไปทั่วเก้าชั้นฟ้าสิบทิศแดนดิน เมื่อแสงแห่งกระบี่เปล่งประกาย
กระบี่เล่มนี้ก็ได้สะบั้นวัฏสงสารจนขาด สะบั้นท้องนภาจนแยก แหวก
ฟ้าดินออกจากกัน และสังหารเทพเซียนแห่งสวรรค์จนดับสูญ!
“ความตายกัดกร่อน!”
“ครืน!”
เมื่อแสงแห่งกระบี่อันน่าพรั่นพรึงพุ่งเข้ามาสังหาร เยาสือก็ตะโกน
ขึ้นอย่างเดือดดาล กฎกัดกร่อนและกฎความตายกลอกกลิ้ง แล้ว
กลายเป็นกระแสน˺าแห่งกฎสิ้นชีพอันน่าพรั่นพรึง เมื่อกระแสน˺าแห่งกฎ
ไหลผ่าน ทุกสิ่งล้วนแต่ถูกกัดกร่อนจนหายลับไปอย่างรวดเร็ว
แสงแห่งกระบี่ของเซียวฮั่นปะทะกับกระแสน˺า ไม่รู้ว่าแสงแห่ง
กระบี่ดับกระแสน˺าแห่งกฎสิ้นชีพ หรือความตายกัดกร่อนแสงแห่ง
กระบี่กันแน่ ขณะที่เกิดการปะทะกันอย่างรวดเร็ว พลังของทั้งสองฝ่าย
ก็สลายหายไปกลางนภากาศทันที
เมื่อเห็นฉากนี้ ใบหน้าของเยาสือก็เผยสีหน้าที่หวาดผวาเกิน
บรรยาย ผ่านไปไม่นาน เซียวฮั่นเพิ่งจะทะลวงขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก
ระดับที่หนึ่งเท่านั้น แต่ความสามารถกลับยกระดับขึ้นมาหลายสิบเท่า
อีกทั้งเยาสือสามารถสัมผัสได้ว่า นี่ไม่ใช่การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุด
ของเซียวฮั่น เซียวฮั่นยังมีไพ่ตายที่น่าหวาดกลัวกว่านี้แต่ยังคงไม่แสดง
ออกมา เพราะเหตุนี้เองตอนนี้เยาสือจึงเกิดความคิดที่จะถอยกลางคัน
ขึ้นมาในใจเล็กน้อย
ยามนี้ พลังแห่งกฎกลอกกลิ้งรอบกายของเซียวฮั่น เจตนารมณ์
กระบี่อันมิมีประมาณปรากฏขึ้นกลางนภากาศ ค่ายกลกระบี่เทพสังหาร
ก็เริ่มแสดงเจตนาจ้องสังหารอันน่าพรั่นพรึงออกมา
“ฟ้าดินนำโชค ข้าคือผู้ถือครอง!”
พลังแห่งกฎกลอกกลิ้ง เซียวฮั่นคือผู้ถือครองฟ้าดิน พลังแห่งโชค
ปรากฎขึ้นบนร่างของเขา เซียวฮั่นได้ช่วงชิงโชคของฟ้าดินมาเป็นของ
ตน พลังแห่งฟ้าดินอันน่าหวาดกลัวแผดเสียงก้องแล้วกลายเป็นกระบี่
แห่งกฎแต่ละเล่ม
นี่คือผลงานของเคล็ดวิชานำโชคอิสระ เคล็ดวิชานำโชคอิสระคือ
เคล็ดวิชาแห่งเทพแท้จริงที่ได้มาจากแดนลึกลับของเทพแท้จริงแห่ง
โลก และเคล็ดวิชาแห่งเทพแท้จริงนี้ มีเพียงผู้ฝึกตนที่กลายเป็นยอด
ฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกเท่านั้นจึงจะสามารถแสดงอานุภาพที่
แท้จริงของมันออกมาได้
เคล็ดวิชานำโชคอิสระนี้เซียวฮั่นได้แอบฝึกฝนมาก่อนแล้ว
เพียงแต่ตอนที่ยังไม่บรรลุขอบเขตเทพแท้จริงแห่งโลก เคล็ดวิชานำ
โชคอิสระกลับไม่มีบทบาทมากนัก แต่หลังจากที่บรรลุขอบเขตเทพ
แท้จริงแห่งโลก เคล็ดวิชานำโชคอิสระจึงมอบความช่วยเหลือให้แก่
เซียวฮั่นอย่างมหาศาล
เคล็ดวิชานำโชคอิสระสามารถช่วงชิงโชคของฟ้าดินได้ และพลัง
ทั้งหมดจะกลายเป็นของตน เซียวฮั่นได้กระตุ้นเคล็ดวิชานำโชคอิสระ
เมื่อเคล็ดวิชากลอกกลิ้ง พลังแห่งฟ้าดินก็จะถูกเขาช่วงชิงไป แม้แต่พลัง
แห่งกฎกัดกร่อนและความตายที่เยาสือรวบรวมไว้ก็ต้องถูกช่วงชิงไป
อย่างมิอาจต้านทานได้
นี่คือความน่าหวาดกลัวของเคล็ดวิชานำโชคอิสระ และเคล็ดวิชานี้
ก็เป็นเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งในบรรดาเคล็ดวิชาแห่งเทพ
แท้จริง เซียวฮั่นเองก็เพิ่งฝึกฝนเคล็ดวิชานำโชคอิสระเท่านั้น แต่เขา
กลับสัมผัสได้ถึงความน่าหวาดกลัวของเคล็ดวิชานี้ได้โดยสิ้นเชิง
“สังหาร!”
ปลายนิ้วแตะความว่างเปล่า วินาทีนี้พลังฟ้าดินนับสิบล้านลี้
กลายเป็นกระบี่แห่งกฎในมือของเซียวฮั่น กระบี่แห่งกฎนับไม่ถ้วนแผด
เสียงคำรามและสังหารทุกสิ่ง เมื่อแสงแห่งกระบี่อันมิมีประมาณกลอก
กลิ้ง ใบหน้าซูบเหี่ยวของเยาสือก็เผยสีหน้าหวาดผวาขึ้นมาทันที
“กัดกร่อนสรรพสิ่ง!”
เพียงสะบัดฝ่ามือหนึ่งครา กาน˺าแห่งการกัดกร่อนก็ปรากฏขึ้น
แม่น˺าแห่งการกัดกร่อนที่รวมตัวขึ้นมาจากพลังแห่งกฎกัดกร่อนได้พุ่ง
เข้าไปปะทะกับสายน˺าแห่งกระบี่ของเซียวฮั่น
ขณะที่แสงแห่งกระบี่และพลังแห่งกฎกัดกร่อนปะทะกันอย่างบ้า
คลั่ง พลังอันน่าพรั่นพรึงก็หมุนโคจร ฟ้าดินต่างสั่นสะเทือน ร่างของ
เซียวฮั่นลอยขึ้นไปอยู่บนนภากาศ เขาสบตากับเยาสือด้วยใบหน้าที่
เรียบเฉย
“ทำลาย!”
ฟ้าดินนำโชคได้ช่วงชิงทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตน!
เมื่อเคล็ดวิชานำโชคอิสระหมุนโคจร แม่น˺าแห่งกฎกัดกร่อนที่แผด
ร้องและกลอกกลิ้งต่างก็ไม่อยู่ในความควบคุมของเยาสือ พลังแห่งกฎ
กัดกร่อนได้เกิดการปะทะกันเองอย่างเดือดดาล
“โอกาสนี้แหละ! ตาย!”
เพียงเคลื่อนสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ ลายเส้นค่ายกลนับพันล้านก็ประสาน
เข้าด้วยกัน ค่ายกลขนาดเล็กมากมายปรากฏขึ้นบนฟ้าดิน จากนั้นก็
กลายเป็นค่ายกลมรณะแห่งหนึ่ง
“ระเบิด!”
เสียงอันเย็นชาดังขึ้น ค่ายกลมรณะที่เพิ่งจัดวางออกมาได้ระเบิด
ตนเอง พลังแห่งความตายอันน่าหวาดกลัวได้แผ่คลุมไปทางเยาสือราว
กับต้องการดูดกลืนพลังชีวิตทั้งหมด
แต่เซียวฮั่นรู้ว่าค่ายกลมรณะเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ จากนั้นเขา
ก็เคลื่อนสัมผัสศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง ลายเส้นค่ายกลนับพันล้านก็ปรากฏขึ้น
และรวมตัวกันเป็นค่ายกลมรณะอีกครั้ง
“ตาย…!!!”
“ระเบิด…!!!”
เมื่อค่ายกลมรณะกว่าสิบแห่งปรากฏขึ้นแล้วระเบิดตัวเอง พลัง
แห่งความตายอันน่าพรั่นพรึงเกินบรรยายได้ดูดกลืนพลังชีวิตของทุก
สรรพสิ่ง แม้แต่เยาสือ ตอนนี้ใบหน้าซูบผอมก็เผยสีหน้าเคร่งขรึมเกิน
บรรยาย
“กระบี่ดับสวรรค์!”
เมื่อแสงแห่งกระบี่อันเลิศล˺าเปล่งประกาย เซียวฮั่นก็กระตุ้นพลัง
เงามายาแห่งตนเอง พลังแห่งกฎทั้งหมดได้ถาโถมเข้ามาในกระบี่อันน่า
พรั่นพรึงเล่มนี้
กาลเวลาอันรวดเร็ว พลังอันแข็งแกร่ง ธาตุทั้งห้าแขนง และหยินห
ยางแห่งความเป็นตายล้วนแต่ปรากฏขึ้นในกระบี่เล่มนี้ นี่คือกระบี่
สะท้านสวรรค์ที่รวบรวมกฎและพลังแห่งตนเองไว้
เมื่อแสงแห่งกระบี่เปล่งประกาย ฟ้าดินต่างต้องถูกฉีกขาด พลังอัน
มหาศาลดุจกระแสน˺าพุ่งสู่เวหาได้แผ่คลุมออกมาจากแสงแห่งกระบี่
ทันทีที่แสงแห่งกระบี่อันน่าพรั่นพรึงแสดงออกมา ในใจของเยาสือก็เกิด
ความรู้สึกถึงภัยคุกคามแห่งความตายขึ้นมา ใบหน้าเผยสีหน้าหวาด
ผวาออกมาในทันใด
หนึ่งกระบี่นี้สามารถทำลายสวรรค์ดับพสุธา และหนึ่งกระบี่นี้
สามารถสังหารทุกสรรพสิ่งจนดับสูญ นี่คือกระบี่แห่งความตายเล่มหนึ่ง
กระบี่เช่นนี้แม้แต่การดำรงอยู่ในขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่เจ็ด ก็
ต้องรู้สึกหวาดผวา
“วิ้ง!”
แสงแห่งกระบี่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง แม้แต่ความว่างเปล่าก็ถูกกรีด
เป็นรอยร้าวแห่งมิติจนน่าตกใจ วินาทีนี้นภากาศเงียบสงัดลงทันใด
“ไม่!”
เสียงตะโกนอันสิ้นหวังดังขึ้น เยาสืออัญเชิญกาน˺าแห่งการกัด
กร่อนออกมา แม่น˺าแห่งกฎการกัดกร่อนพุ่งทะยานสู่เวหากลอกกลิ้ง
และปะทะเข้ากับแสงแห่งกระบี่ แต่แสงแห่งกระบี่อันน่าพรั่นพรึงนี้ได้
แทงทะลวงแม่น˺าแห่งการกัดกร่อน ถึงขั้นว่าหนึ่งกระบี่ได้ทะลวงโจมตี
ศาสตราแห่งเทพแท้จริงชิ้นนี้ อีกทั้งยังไม่ออมแรงแม้แต่น้อย ภายใต้
สายตาของเยาสือ กระบี่ได้ทะลวงหน้าอกของเขา และแทงทะลุร่างของ
เขาออกไป
“ครืน!”
พลังอันน่าพรั่นพรึงระเบิดออกมาจากกลางอกของเยาสือ ร่างของ
เยาสือแหลกสลายลงทันที
แต่ถึงอย่างไรเยาสือก็คือการดำรงอยู่ในขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก
ระดับที่ห้า จิตวิญญาณได้ผสานรวมกับฟ้าดิน ต่อให้ร่างแหลกสลาย จิต
วิญญาณเทพของเขากลับหนีไปได้ไกลนับพันล้านลี้
“น่าเสียดายนัก!”
ถึงแม้กระบี่เล่มนี้ของเซียวฮั่นจะปลดปล่อยการโจมตีที่เทียบเท่า
ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่เจ็ดออกมา และทำร้าย
เยาสือจนบาดเจ็บสาหัส กระทั่งทำลายร่างของเยาสือจนแหลก แต่กลับ
ไม่สามารถสังหารเยาสือจนดับสลายได้อย่างแท้จริง
สำหรับยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกแล้ว ขอเพียงจิตวิญญาณ
เทพไม่เป็นไร และพลังแห่งกฎไม่สูญสลาย ร่างที่แหลกละเอียดของ
พวกเขาก็สามารถฟื้นสภาพกลับมาเป็นเช่นเดิมได้ภายในเวลา
อันรวดเร็ว!