ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 593 : การต่อสู้ที่น่าพรั่นพรึง!
“ตูมมม!!!”
การปะทะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พลังแห่งการทำลายล้างก็น่าหวาดผวา
มากยิ่งขึ้น เงาร่างของเซียวฮั่นและตี้ถูปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ทุกที่ที่คน
ทั้งสองผ่าน มวลดาราก็แตกละเอียด ท้องนภาพังถล่ม
ชั่วขณะนี้คือยามที่สุริยันและดวงจันทราไร้แสงสว่างอย่างแท้จริง
โลกและสวรรค์ขาดสีสัน การต่อสู้ระหว่างคนทั้งสองเปรียบได้กับ
สงครามทำลายสวรรค์ดับพสุธา การต่อสู้เช่นนี้ ต่อให้เป็นการดำรงอยู่
ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับสูงสุดก็ยังไม่มีสิทธิ์สอดมือเข้าไปแทรก
ยามนี้ไม่ว่าจะเป็นเซียวฮั่นหรือตี้ถูต่างก็ระเบิดพลังที่ตนมีทั้งหมด
ออกมา โลหิตแต่ละหยดและพลังแต่ละอณูล้วนถูกปลดปล่อยออกมา
จากร่างของพวกเขาอย่างดุเดือด
ด้วยความช่วยเหลือของร่างอมตะจึงทำให้พวกเขาไม่รู้สึกเหน็ด
เหนื่อย และไม่ว่าเซียวฮั่นหรือตี้ถู อันที่จริงร่างของพวกเขาก็แหลก
ละเอียดไปไม่รู้กี่หนแล้ว
ทว่าร่างอมตะของพวกเขาทำให้พวกเขาสามารถก่อร่างขึ้นใหม่
และฟื้นฟูร่างให้เหมือนเดิมได้ในชั่วพริบตา
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แต่การต่อสู้ของพวกเขากลับ
สร้างความตื่นตระหนกให้กับยอดฝีมือไม่รู้กี่ท่าน บัดนี้ท้องนภาที่
มากมายไปด้วยหมู่ดวงดาวอันกว้างใหญ่ไพศาลถูกทำลายจนแหลก
ดวงดารานับไม่ถ้วนถูกโจมตีจนแตกกระจายออกเป็นหลายพันล้านชิ้น
พลังส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง เซียวฮั่นและตี้ถูไม่เพียงแต่ไม่หยุด
ต่อสู้ ทว่าการต่อสู้กลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“พุทธะทันใด!”
พุทธะทันใด ตี้ถูกลายเป็นรัศมีแห่งพุทธะสายหนึ่งอย่างฉับพลัน
รัศมีสะบั้นโลกและสวรรค์ ผ่าสุริยันจันทราและดวงดารา รัศมีแห่ง
พุทธะหนึ่งสายเป็นดั่งรัศมีต้นกำเนิด ทุกสิ่งล้วนเกิดวิวัฒนาการภายใต้
รัศมีแห่งพุทธะสายนี้ แสงสว่างที่ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันน่าหวาดกลัว
เป็นที่สุด
“หนึ่งกระบี่ชั่วนิรันดร์!”
หนึ่งกระบี่ชั่วนิรันดร์ ชั่วนิรันดร์หนึ่งกระบี่!
พอกระบี่ฟาดฟันออกไป วันเวลาก็ดับสูญ หนึ่งกระบี่กวัดแกว่ง
เหลือเพียงนิรันดร์กาล!
ชั่วขณะนี้โลกและสวรรค์ล้วนหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว สุริยันจันทรา
ต่างก็หยุดการโคจร ดวงดาราแข็งค้าง! แสงสว่างมลายหายไป หนึ่ง
กระบี่มีเพียงนิรันดร์กาล!
พุทธะทันใด หนึ่งกระบี่ชั่วนิรันดร์!
คนหนึ่งรวดเร็วจนไม่มีทางจินตนาการได้ รวดเร็วเหนือกาลเวลา
พันล้านเท่า ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แม้แต่การสร้างโลกสวรรค์
และสรรพสิ่งหรือการกำเนิดจักรวาลหงเหมิง
แต่อีกคนกลับเชื่องช้า หนึ่งกระบี่ชั่วนิรันดร์ ชั่วนิรันดร์หนึ่งกระบี่
ภายใต้กระบี่เล่มนี้ นิรันดร์กาลจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง กาลเวลาหยุด
การโคจร หนึ่งกระบี่ตลอดกาล!
นี่คือการต่อสู้ระหว่างความรวดเร็วและความเชื่องช้า คำตอบจะ
เป็นอย่างไรไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ราวกับเป็นการประลองฝีมือระหว่างน˺าและไฟ มีเพียงกำลังที่สูสี
กันเท่านั้น!
“เป็นหนึ่งกระบี่นิรันดร์กาลที่เก่งกาจนัก!”
“เป็นพุทธะทันใดที่ยอดเยี่ยม!”
ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเซียวฮั่นหรือตี้ถูต่างก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมอีกฝ่าย
ทั้งทันใดและนิรันดร์กาลล้วนแต่มาถึงระดับที่สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่ามี
ฝีมือที่ทัดเทียมกันได้เต็มปาก
“ตูมมม!!!”
การประลองยังคงดำเนินต่อไป ทว่าทั้งทันใดและนิรันดร์กาลล้วน
แต่หายไปแล้ว เหลือเพียงท้องนภาที่เต็มไปด้วยดวงดาวซึ่งพังถล่มลง
มาอย่างรุนแรง ส่วนการประลองระหว่างเซียวฮั่นและตี้ถูนั้นยังคง
เกิดขึ้นไม่หยุดยั้ง
การประลองครั้งนี้เป็นการต่อสู้ที่บริสุทธิ์สำหรับเซียวฮั่นและตี้ถู
พวกเขามิได้มีความแค้นเคืองหรือความเกลียดชังอันใดต่อกัน
ก็เหมือนกับการเจอคู่มือที่มีความสามารถสูสีกัน ปรมาจารย์แห่ง
การต่อสู้มาเจอปรมาจารย์แห่งการต่อสู้อีกท่าน! นี่คือการประลองฝีมือ
นี่คือการต่อสู้!
เซียวฮั่นมิได้ผ่านการต่อสู้เช่นนี้มานานมากแล้ว เขามิได้ต่อสู้โดยที่
ฝีมือไล่เลี่ยกันเช่นนี้นานมากแล้ว ยามนี้โลหิตรอบกายของเขาพลุ่ง
พล่าน จิตต่อสู้ในดวงตาก็ลุกโชน!
ตี้ถูเองก็ไม่รู้ว่าตนมิได้ประลองเช่นนี้มานานเพียงใดแล้ว ช่างเป็น
การต่อสู้ที่ถึงพริกถึงขิง ไม่กังวลที่จะประลองกับอีกฝ่ายแม้เพียงนิด
เดียว
ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ เซียวฮั่นและตี้ถูก็ไม่รู้สึก
เสียใจ การต่อสู้ครั้งนี้มิอาจทิ้งความเสียใจให้กับคนทั้งสองแต่อย่างใด
หมัดและรัศมีกระบี่ยังคงปะทะกัน แต่ยามนี้ไม่ว่าเซียวฮั่นหรือตี้ถู
ล้วนสู้สุดความสามารถแล้ว ทั้งสองฝ่ายมิได้ออมมือ ทั้งยังมิได้ใช้พลัง
ภายนอก
เพราะนี่คือการต่อสู้ที่ขาวสะอาดที่สุด เป็นการประลองความ
แข็งแกร่ง เป็นการปะทะกันด้วยพลัง พวกเขาไม่จำเป็นต้องอาศัยพลัง
ภายนอกอันใด
“หนึ่งกระบี่ไร้เต๋า!”
รัศมีกระบี่เปล่งประกายพร่างพราว จากนั้นเซียวฮั่นก็หายตัวไป
หนึ่งกระบี่ไร้เต๋า นี่คือกระบี่ระดับสูงสุดของเซียวฮั่น ทั้งยังเป็นกระบี่ที่
เขามิได้อัญเชิญออกมาบ่อยนัก!
หนึ่งกระบี่ไร้ข้าไร้กฎและไร้เต๋า! เมื่อกระบี่เล่มนี้สำแดงออกมา ไร้
ข้า ไร้กฎ ไร้สวรรค์ ไร้เต๋า! ทุกสิ่งในโลกหล้าล้วนมลายหายไป สรรพสิ่ง
กลายเป็นกระบี่เล่มนี้
หนึ่งกระบี่ไร้เต๋า สรรพสัตว์มีเพียงกระบี่!
กระบี่หายไป โลกสวรรค์ สุริยันจันทรา รวมถึงวิถีเต๋าก็หายไปด้วย
ไม่เว้นแม้กระทั่งเซียวฮั่นที่ยามนี้เองก็หายตัวไป แต่ทุกสิ่งที่กล่าวไปนั้น
กลับกลายเป็นกระบี่ไร้เต๋าเล่มหนึ่ง!
บัดนี้โลกและสวรรค์เหมือนจะเหลือเพียงกระบี่ไร้เต๋าเล่มนี้ กระบี่
เล่มนี้เล่มเดียวก็เพียงพอแล้ว!
“พุทธะดั้งเดิม ข้าคือหงเหมิง!”
ในขณะเดียวกัน ตี้ถูก็หายตัวไป เขาผสานตนเองรวมกับโลกหล้า
บัดนี้เขาก็เหมือนกับร่างจำแลงต้นกำเนิด กลายเป็นโลกหงเหมิงอัน
กว้างใหญ่ไพศาล
ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเซียวฮั่นหรือตี้ถูก็ปลดปล่อยการโจมตีที่น่าพรั่น
พรึงที่สุดของพวกเขาออกมา การโจมตีนี้เกือบจะเทียบเท่ากับการโจมตี
ของยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลก
การโจมตีเช่นนี้ไม่มีทางอธิบายได้ด้วยคำพูด และความแข็งแกร่ง
ของพวกเขาก็ไม่มีทางจินตนาการได้ แต่เจ้าต้องรู้ว่าพลังของเซียวฮั่น
และตี้ถูในเวลานี้ยังอยู่ในขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับต˹า
ไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่า เมื่อคนทั้งสองก้าวเข้าสู่ขั้นเทพ
แท้จริงแห่งโลกระดับสูงสุดจะมีความแข็งแกร่งที่น่าหวาดกลัวเพียงใด
เมื่อถึงยามนั้น เกรงว่าคงเกิดภาพที่ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก
สามารถต่อสู้กับขั้นเทพแห่งโลก
และยามนี้เซียวฮั่นก็แปลงสรรพสิ่งให้เป็นกระบี่ ส่วนตนเองก็
กลายเป็นกระบี่ไร้เต๋าเล่มนี้ ส่วนตี้ถูกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ตัวเขา
นั้นกลายเป็นโลกและสวรรค์ กลายเป็นหงเหมิงไร้ขอบเขต
คนทั้งสองในเวลานี้ คนหนึ่งเป็นหอก ส่วนอีกคนเป็นโล่!
เมื่อหอกและโล่กระทบกัน ผลลัพธ์ย่อมปรากฏให้เห็นเด่นชัด
หอกทำอะไรโล่ไม่ได้ และโล่ก็ทำอะไรหอกไม่ได้เช่นเดียวกัน!
แต่ภาพอันน่าหวาดผวาที่คนทั้งสองปะทะกันกลับทำให้โลกหง
เหมิงสั่นสะเทือนไปทั้งใบ
ตอนนี้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดล้วนทอดสายตาไปยังโลกและกลุ่มดวงดาว
บนท้องนภาเหนือศีรษะ พวกเขาพบว่าโลกและกลุ่มดวงดาวถูกทำลาย
จนเกิดเป็นรูขนาดใหญ่
ชั่วขณะนี้ดวงดาวนับล้านถึงสิบล้านดวงมืดสลัวลงไปฉับพลัน
หลังจากนั้นสุดขอบโลกก็ปรากฏภาพที่น่าหวาดกลัวซึ่งเป็นระยะ
สุดท้ายของประวัติศาสตร์
ดวงดาวนับไม่ถ้วนพังทลาย ท้องนภากลายเป็นโลกสีแดงฉาน
เปลวเพลิงของดวงดาวที่ไร้สิ้นสุดลุกโชนไปทั่วโลก ทำให้ท้องนภาของ
โลกหงเหมิงกลายเป็นสีแดงฉานประหนึ่งโลหิตไปทั้งใบ
ราวกับว่าภาพนี้เกิดขึ้นเพราะทวยเทพพิโรธก็ไม่ปาน ไม่รู้ว่าตอนนี้
มีสิ่งมีชีวิตหมอบคลานลงกับพื้นดินมากเพียงใด เสียงภาวนาอ้อนวอน
ของสิ่งมีชีวิตดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
รัศมีกระบี่หายไปแล้ว หงเหมิงก็หายไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นร่างของ
เซียวฮั่นหรือตี้ถูต่างก็แตกละเอียด พลังทั้งหมดที่มีสลายหายไปจน
เกลี้ยง
ทันใดนั้น ทั้งลมปราณเซียวฮั่นและตี้ถูก็ลดต˹าลงจนถึงขั้นที่น่ากลัว
กะทันหัน
ตอนนี้ลมปราณของคนทั้งสองเทียบกับยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิแห่ง
โลกโดยทั่วไปก็ยังไม่ได้
“ฮ่าๆ! สุขใจนัก! มิได้ต่อสู้สุดกำลังโดยมีความสุขถึงเพียงนี้มานาน
แล้ว”
ตี้ถูหัวเราะเสียงดัง ยามนี้เขาที่อาศัยพลังอมตะสร้างกายหยาบขึ้น
ใหม่เอ่ยพลางหัวเราะด้วยความเบิกบานใจ
ด้านเซียวฮั่นก็ก่อกายหยาบขึ้นอีกครั้งเช่นเดียวกัน ยามนี้เขาเองก็
เผยรอยยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เขาไม่เพียงแต่เข้าใจความแข็งแกร่ง
ทั้งหมดของตนจากการประลองครั้งนี้ เขายังมีความเข้าใจใหม่ๆ ในวิถี
จักรพรรดิและวิชาเทพอมตะนิรันดร์
สำหรับเซียวฮั่น ไม่ว่าจะวิถีจักรพรรดิหรือวิชาเทพอมตะนิรันด์ก็
นับเป็นเพียงเส้นทางถูกต้องที่เขาต้องก้าวเดินด้วยความยากลำบาก
ภายในนั้นมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาจำเป็นต้องค่อยๆ สืบเสาะ
ค้นหา
ในภายภาคหน้า เคล็ดวิชาอันยิ่งใหญ่ทั้งสองชนิดนี้จะเป็นไพ่ตายที่
สำคัญที่สุดสำหรับเซียวฮั่น และจะเป็นหนึ่งในความมั่นใจว่าเขาจะ
สามารถประจันหน้ากับยอดฝีมือขั้นเต๋าแห่งโลก
แต่สิ่งที่จะไม่กล่าวไม่ได้ก็คือ ตี้ถูนั้นน่าหวาดกลัวจริงๆ เซียวฮั่น
ต้องใช้เคล็ดวิชาอันยิ่งใหญ่ถึงสองวิชา จึงสามารถต่อสู้กับตี้ถูได้อย่าง
ทัดเทียม ทว่าตี้ถูอาศัยความแข็งแกร่งและฝีมือของตนเท่านั้น นี่จึงเป็น
สิ่งที่น่าหวั่นเกรงที่สุดของตี้ถู
ในอนาคตตี้ถูจะสามารถก้าวข้ามบันไดขั้นนั้น และกลายเป็นบุรุษ
ดุจทวยเทพอย่างแน่นอน
ส่วนเซียวฮั่นก็ไม่สามารถดูถูกได้ เขาก้าวข้ามขั้นเทพแห่งโลกไป
แล้วเช่นกัน เพราะสุดท้ายแล้วอนาคตของเขามิอาจหยุดไว้เพียงเท่านี้
“ข้าจำเจ้าได้แล้ว เซียวฮั่น! ครั้งหน้าข้าจะประลองกับเจ้าสักตั้ง!”
ตี้ถูมองเซียวฮั่นอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง จิตใจของเขารู้สึกดีอย่างไม่
เคยเป็นมาก่อน
เพียงแต่เป็นเพราะการต่อสู้กับเซียวฮั่นในครั้งนี้จึงทำให้ตี้ถูได้
คลายปมในใจแล้ว ดังนั้นเขาก็ควรกลับไปได้แล้ว เขายังต้องจัดการกับ
อีกหลายอย่าง และเขาก็เสียเวลาไปมากพอสมควรแล้ว ตอนนี้เขาต้อง
ตามล่าคนเหล่านั้นอีกครั้ง มิฉะนั้นเขาอาจถูกกำจัด
อันที่จริงบุคคลร้ายกาจที่แท้จริงในโลกหงเหมิงนั้นมีไม่น้อย
เพียงแต่พวกเขาต่างจากสิ่งที่เรียกว่าอัจฉริยะผู้ร้ายกาจที่คุยโวโอ้อวด
ชื่อเสียงของตนไปทุกหนแห่ง ป่าวประกาศความแข็งแกร่งและความ
โด่งดังของตนเองให้เป็นที่รู้จัก
พลังขอบเขตและความแข็งแกร่งของร่างตนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
สำหรับพวกเขา เป้าหมายอย่างเดียวของพวกเขาคือพิสูจน์วิถีเต๋า ก้าว
เข้าสู่ขั้นเทพแห่งโลก บากบั่นไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และอยู่เหนือ
จุดสูงสุดของวิถีเต๋า
ทว่าสำหรับคนที่อัจฉริยะอย่างแท้จริง พวกเขาไม่เคยปรากฏกาย
ให้เป็นที่รู้จัก ไม่เคยโอ้อวดความแข็งแกร่งและขอบเขตของตน ชื่อเสียง
มิใช่สิ่งสำคัญสำหรับชีวิตของพวกเขาโดยสิ้นเชิง
ก็เหมือนกับตี้ถู ความแข็งแกร่งและพรสวรรค์เช่นนี้ แต่กลับมีการ
ดำรงอยู่เพียงไม่กี่ท่านเท่านั้นที่รู้จักเขา และบุคคลร้ายกาจที่ดำรงอยู่
อย่างตี้ถู ก็มิได้มีเพียงตี้ถูผู้เดียวเท่านั้น
ถึงอย่างไรโลกหงเหมิงก็มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลและดำรงอยู่มา
นานมากแล้วจริงๆ นานวันเข้า สิ่งมีชีวิตก็ถือกำเนิดขึ้นในพื้นที่ไร้สิ้นสุด
ไม่รู้เท่าใด และไม่รู้ว่ามีบุคคลอัจฉริยะแห่งโลกหล้าปรากฏกายขึ้นมากี่
ท่าน
ต้องก้าวเข้าสู่ระดับเดียวกับตี้ถู และกลายเป็นบุคคลอัจฉริยะแห่ง
โลกหล้าที่แท้จริงเท่านั้น ถึงจะสามารถสัมผัสกับการดำรงอยู่ที่อยู่ในวง
โคจรนี้ได้อย่างแท้จริง
และเซียวฮั่นเองก็เพิ่งจะรู้ได้ไม่นานว่า บุคคลร้ายกาจที่แท้จริงใน
โลกหงเหมิงนั้นมีมากมาย โลกใบนี้ไม่เคยขาดแคลนสิ่งที่เรียกว่า
อัจฉริยะแห่งโลกหล้า เพียงแต่อัจฉริยะแห่งโลกหล้าที่แท้จริงจำนวน
มากล้วนแต่อยู่อย่างเงียบๆ ไม่คุยโวโอ้อวด
พอสิ้นเสียงของตี้ถู เงาร่างของเขาก็หายไปท่ามกลางกลุ่มดวงดาว
เขามิได้มีความอาลัยอาวรณ์กับเขตตงไป่ และเขาเองก็ไม่เคยทุ่มเทสิ่ง
ใดให้กับสำนักตี้ถูอยู่แล้ว
สำหรับเขา สำนักตี้ถูเป็นเพียงของเล่นในมือของเด็กน้อยเท่านั้น
เป็นสิ่งที่ไม่มีความสำคัญอันใด
หากยอดฝีมือของสำนักตี้ถูรู้ความคิดของตี้ถู เกรงว่าพวกเขาคงไม่
รู้ว่าควรกล่าวสิ่งใดดี สำหรับตี้ถูนั้น สำนักตี้ถูทั้งสำนักไม่นับเป็นอันใด
สำหรับเขาจริงๆ
มิใช่เพียงแค่สำนักตี้ถู ต่อให้เป็นเขตบูรพา เกรงว่าคงมีแค่สำนัก
เต๋าหงเหมิงเท่านั้นที่สามารถสะดุดตาเขา ส่วนสิ่งอื่นๆ ที่เรียกว่าขุม
อำนาจระดับหนึ่งล้วนเป็นการดำรงอยู่ที่ไม่ควรค่าแม้เพียงการโจมตี
เดียวในสายตาของเขา
สำหรับขุมอำนาจพิเศษที่แท้จริงและเขตกลางของโลกหงเหมิง
เขตบูรพาถือเป็นเพียงดินแดนทุรกันดารและดินแดนด่านหน้าเท่านั้น
ขุมอำนาจของเขตบูรพาหยิ่งผยอง และคิดไปเองว่าเขตบูรพาเป็นรอง
เพียงเขตกลาง
แต่เมื่อเข้ามาในเขตกลาง เจ้าถึงจะรู้ว่าสิ่งที่เรียกว่าขุมอำนาจ
ระดับหนึ่งในเขตบูรพาไม่นับเป็นอันใดจริงๆ หากมาอยู่ในเขตกลางก็
เป็นได้เพียงขุมอำนาจทั่วๆ ไปเท่านั้น
เขตกลางถึงจะถือได้ว่าเป็นโลกหงเหมิงและโลกแห่งการฝึกตนที่
สุกสกาวอย่างแท้จริง
ฐานทัพของขุมอำนาจจำนวนมากล้วนตั้งอยู่ในเขตกลาง อย่างเช่น
ฐานทัพของหอหมื่นสมบัติ วิหารโอสถและศาสตราที่อยู่เบื้องหลัง
สำนักฉีเป่าหลิวหลี ไปจนถึงตระกูลเย่ของเย่ฉางเฟิง พวกเขาล้วนเป็น
ยักษ์ใหญ่ผู้มีอิทธิพลในเขตกลาง
และไม่ว่าขุมอำนาจใดในขุมอำนาจเหล่านี้มาอยู่ในเขตบูรพา ก็จะ
กลายเป็นการดำรงอยู่ที่ขุมอำนาจอื่นไม่มีทางจินตนาการได้ สิ่งที่
เรียกว่าตระกูลฉิวซึ่งเป็นขุมอำนาจเจ้ายุทธจักรในเขตบูรพาหรือขุม
อำนาจระดับหนึ่ง เมื่ออยู่ตรงหน้าสิ่งที่เหนือกว่าเจ้ายุทธจักรเหล่านี้ ก็
ไม่ต่างอันใดจากมดปลวก
และการต่อสู้กับตี้ถูก็ทำให้เซียวฮั่นเข้าใจในหลายๆ อย่าง โลกใบนี้
สุกสกาวเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก
ต้องก้าวเข้าไปในเขตกลางถึงจะถือว่ามาถึงโลกหงเหมิง และมาถึง
โลกแห่งการฝึกตนอันกว้างใหญ่ที่สดใสอย่างแท้จริง!