ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 635 : นิทานเกินจริง!
มิใช่เพียงเพราะเรื่องของตระกูลอวี้ แต่ยังเป็นเพราะมารดาของ
อวี้หลิงหลง ตามความคิดของเซียวฮั่น มีโอกาสอย่างมากที่มารดาของ
อวี้หลิงหลงจะถูกตระกูลซั่งกวนคุมขังไว้
ในขณะเดียวกันเซียวฮั่นก็เข้าใจว่าเหตุใดอวี้หลิงหลงจึงยอมใช้
เวลานับล้านปีในการปิดด่าน จนพลังสามารถก้าวมาถึงขั้นกึ่งเทพแห่ง
โลก ดูท่าแล้วนางคงต้องการทะลวงสู่ขั้นเทพแห่งโลกเพื่อกลับไปช่วย
มารดานาง
เพียงแต่การจะก้าวไปถึงขั้นนั้นช่างยากเย็นยิ่งนัก!
ขั้นเทพแห่งโลก มิใช่ขั้นที่เพียงเจ้าปิดด่านก็สามารถไปถึงได้ ไม่รู้
ว่ามียอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกตกตายตรงหน้าเส้นทางแห่งวิถีเต๋า
ของขั้นเทพแห่งโลกไปกี่ท่านแล้ว
เพียงแต่เซียวฮั่นเองก็ชื่นชมอวี้หลิงหลง แม้จะไม่ได้รับความ
ช่วยเหลือใดๆ นางก็สามารถเดินมาจนถึงขั้นนี้
แค่คิดก็รู้แล้วว่านางต้องผ่านความลำบากตรากตรำมากเพียงใด
อีกทั้งยังต้องแบกรับความโดดเดี่ยวและเดียวดายที่ไร้สิ้นสุด
ไม่ต้องเอ่ยถึงอย่างอื่น แค่เพียงยามที่ทะลวงสู่ขั้นเทพแท้จริงแห่ง
โลก ทัณฑ์สวรรค์ที่จำเป็นต้องข้ามผ่านไปให้ได้ในแต่ละครั้งก็ล้วนคล้าย
กับเดินอยู่ตรงหน้าประตูผีสำหรับอวี้หลิงหลงแล้ว
หากนางไม่กัดฟันข้ามผ่านมันไปด้วยความแน่วแน่ เกรงว่านางคง
ตกตายไปนานแล้ว
เมื่อออกจากลานต่อสู้แห่งเทพ เซียวฮั่นก็ฉีกมิติกลับมายังเขตกลาง
ในโลกหงเหมิง
ยามนี้บรรดายอดฝีมือของตระกูลอวี้ยังอยู่ภายใต้การนำทางของ
อวี้หลิงหลง มิได้ออกไปไหน
ราวกับว่าพวกเขากำลังรอคอยการกลับมาของเซียวฮั่นก็ไม่ปาน
เมื่ออวี้หลิงหลงเห็นเงาร่างของเซียวฮั่นเดินออกมาจากมิติที่แหลก
สลายอย่างปลอดภัย นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เพราะยอดฝีมือที่ปรากฏกายขึ้นในตอนสุดท้ายท่านนั้น ต้องเป็น
การดำรงอยู่ขั้นเทพแห่งโลกแน่นอน เมื่ออยู่ตรงหน้ายอดฝีมือระดับนั้น
นางผู้เป็นการดำรงอยู่ขั้นกึ่งเทพแห่งโลกก็ไม่ต่างอันใดจากมดปลวก
เพราะเหตุนี้เอง นางจึงกังวลเรื่องความปลอดภัยของเซียวฮั่น
อย่างไรเซียวฮั่นก็เข้ามาพัวพันกับปัญหานี้เพื่อตระกูลอวี้ อีกทั้งเซียวฮั่น
ยังเป็นสหายของบิดานาง นางไม่อยากเห็นเซียวฮั่นประสบเคราะห์ร้าย
“ที่นี่ไม่เหมาะจะอยู่นานนัก พวกเจ้าออกไปก่อน!”
เซียวฮั่นมองเหล่ายอดฝีมือของตระกูลอวี้ที่เพิ่งผ่านสงครามใหญ่
ก่อนจะเอ่ยพลางมุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย
เพราะเซียวฮั่นไม่รู้ว่าเผ่างูเหินจะส่งยอดฝีมือมาเมื่อใด อย่างที่
ทราบกันว่าเผ่างูเหินคือสิบเผ่าอันยิ่งใหญ่ บรรพบุรุษก็คือสัตว์เทพงูเหิน
และยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกของเผ่างูเหินย่อมมิได้มีเพียงท่านสอง
ท่านเป็นแน่แท้
เพื่อความปลอดภัย เซียวฮั่นจึงต้องให้ยอดฝีมือทุกท่านของ
ตระกูลอวี้และเมืองอวี้ซวีย้ายเข้าไปในจักรวาลต้นกำเนิดของอวี้หลิง
หลง แล้วจึงปิดผนึกจักรวาลต้นกำเนิดที่ว่าโดยสมบูรณ์
เว้นเสียแต่ยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกจะยอมจ่ายราคามหาศาลเพื่อ
ตามหาตำแหน่งของจักรวาลท่ามกลางมิติที่ไร้ขอบเขต มิเช่นนั้นก็ไม่มี
ผู้ใดสามารถหาที่ตั้งจักรวาลต้นกำเนิดของอวี้หลิงหลงเจอ
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เซียวฮั่นและอวี้หลิงหลงก็โล่งใจ
อย่างน้อยที่สุดตระกูลอวี้ก็รอดพ้นจากหายนะแล้ว และปัญหาของเซียว
ฮั่นก็จะไม่เกิดขึ้นอีกในช่วงเวลานี้
จากนั้นเซียวฮั่นและอวี้หลิงหลงก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว ทั้งยัง
หายไปพร้อมกับตระกูลอวี้และเมืองอวี้ซวีอันใหญ่โตมโหฬารนั้นด้วย
เพียงแต่เซียวฮั่นไม่รู้ว่า ยามนี้ชื่อเสียงของตนเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว
โลกหงเหมิงแล้ว อย่างน้อยที่สุดผู้ที่อยู่ในขั้นเทพแห่งโลกหรืออยู่ในขุม
อำนาจพิเศษต่างก็รู้ว่ามีการดำรงอยู่ที่เก่งกล้าสามารถอย่างเซียวฮั่น
แต่พวกเขากลับไม่รู้ฐานะของเซียวฮั่น หรือแม้แต่ชื่อเซียวฮั่นเองก็
ยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ รู้เพียงว่ามีการดำรงอยู่ที่เก่งกาจระดับพลิกสวรรค์
เขตซั่งกวนคือเขตควบคุมของตระกูลซั่งกวน ตระกูลซั่งกวนเป็น
หนึ่งตระกูลสองเทพ มียอดฝีมือขั้นเทพระดับกลางท่านหนึ่ง และขั้น
เทพระดับต˹าอีกท่านหนึ่ง ตระกูลดังกล่าวถือเป็นขุมอำนาจพิเศษ
ระดับกลางท่ามกลางขุมอำนาจพิเศษทั้งหมดในเขตกลาง
แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับสำนักเจิ้นเทียน ตระกูลซั่งกวนยังห่างชั้น
จากขุมอำนาจพิเศษระดับสูงสุดนี้อยู่มาก นอกเสียจากว่าจะมียอดฝีมือ
ขั้นเทพระดับสูงท่านหนึ่งปรากฏกายขึ้นในตระกูล
อย่ามองเพียงว่าสำนักเจิ้นเทียนมีเทพทรราชเจิ้นเทียนท่านเดียว
ทว่าสำนักเจิ้นเทียนกลับสามารถเป็นหนึ่งสำนักในขุมอำนาจพิเศษอัน
ยิ่งใหญ่ทั้งสิบ หากเป็นเพียงเพราะยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกท่านเดียว
คงมิอาจทำเช่นนี้ได้โดยสิ้นเชิง
กระทั่งยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกของขุมอำนาจพิเศษจำนวนมากก็
ยังไม่รู้ มนุษย์โลกรู้เพียงว่าสำนักเจิ้นเทียนมีเทพทรราชเจิ้นเทียน แต่
กลับไม่รู้ว่าสำนักเจิ้นเทียนมียอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกกี่ท่าน
อย่างน้อยที่สุดก็มีเพียงไม่กี่คนนักที่จะรู้ว่ามีเทพทรราชจิ่วโยวผู้
เป็นศิษย์ใหญ่ของเทพทรราชเจิ้นเทียนอยู่ ในความทรงจำของมนุษย์
โลก เทพทรราชจิ่วโยวยังติดอยู่เพียงขั้นกึ่งเทพแห่งโลก
แม้แต่เทพทรราชจิ่วโยวก็ยังเป็นเช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงยอดฝีมือ
ขั้นเทพแห่งโลกที่ไม่เผยตนเหล่านั้น
ขุมอำนาจพิเศษอันยิ่งใหญ่ทั้งสิบในเขตกลางก็คือผู้มีอิทธิพลที่
ปกครองอาณาเขตนั้น เป็นสิบขุมอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่แข็งแกร่งที่สุดใน
เผ่ามนุษย์ เส้นสนกลในและไพ่ตายที่ซ่อนอยู่ล้วนแต่มิใช่สิ่งที่มนุษย์โลก
สามารถจินตนาการถึง
อย่ามองเพียงว่าตระกูลซั่งกวนเป็นหนึ่งตระกูลสองเทพ แต่เมื่อ
เทียบกับยักษ์ใหญ่ไร้เทียมทานอย่างเทพทรราชเจิ้นเทียน ก็ยังถือว่าดู
แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากเซียวฮั่นและอวี้หลิงหลงออกมา เซียวฮั่นก็รู้สถานการณ์
ของมารดานางจากปากของนาง
มารดาของอวี้หลิงหลงคือซั่งกวนเยว่ผู้เป็นบุตรสาวของซั่งกวน
หลง และเป็นคุณหนูใหญ่หัวแก้วหัวแหวนของตระกูลซั่งกวน
ทว่าซั่งกวนหลงและเจ้าสำนักของขุมอำนาจพิเศษอีกขุมนั้นต่าง
เป็นพี่น้องร่วมสาบานต่อกัน พวกเขาได้สัญญาก่อนที่บุตรทั้งสองคนจะ
เกิดว่า หากเกิดมาคนละเพศก็จะได้แต่งงานกันเป็นสามีภรรยา หากแต่
เป็นเพศเดียวกันก็จะกลายเป็นพี่น้อง
ตระกูลซั่งกวนให้กำเนิดซั่งกวนเยว่ ส่วนเจ้าสำนักของขุมอำนาจ
พิเศษนั้นให้กำเนิดบุตรชาย ด้วยเหตุนี้ทั้งสองฝ่ายจึงทำการหมั้นหมาย
บุตรที่ยังอยู่ในครรภ์
เพียงแต่เพราะเหตุนี้ ซั่งกวนเยว่มีนิสัยดื้อรั้นแต่กำเนิดจึงไม่ยอม
ทำตามการจัดแจงของบิดาตน แต่กลับลอบหลบหนีเข้าไปในจักรวาล
ระดับเทพแท้จริงจักรวาลหนึ่งแทน
ก่อนที่นางจะพบรักกับอวี้ซวีจื่อ และกำเนิดบุตรสาวนามว่าอวี้หลิง
หลงในที่สุด
ในตอนนั้นที่ซั่งกวนหลงมาจับตัวบุตรสาวของตนกลับไป พอพบว่า
บุตรสาวนั้นกำลังตั้งครรภ์ก็เกิดโทสะขึ้นมาทันที เพราะการทำตามใจ
ตนเองของซั่งกวนเยว่จึงส่งผลให้ตระกูลซั่งกวนสูญเสียเกียรติและ
ชื่อเสียงในเขตกลาง ทั้งยังทำให้ซั่งกวนหลงหรือเทพทรราชเทียนหลง
ไร้ความน่าเชื่อถือไปโดยปริยาย
และเพราะความโกรธของซั่งกวนหลงในตอนนั้น เขาจึงกักขังซั่ง
กวนเยว่ไว้ในคุกเป็นเวลานับหมื่นปี ทั้งยังออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด ว่ามิ
ให้นางออกจากคุกแห่งนั้นแม้เพียงครึ่งก้าวตลอดกาล
ส่วนอวี้หลิงหลงก็ถูกขับไล่ออกจากตระกูลซั่งกวนเพราะความ
โกรธ นางอาศัยพลังสายโลหิตของตนทะลวงขอบเขตไปทีละก้าว จาก
ขั้นนักรบแห่งโลกจนมาถึงขั้นราชันแห่งโลกและขั้นเทพแท้จริงแห่งโลก
กระทั่งก่อตั้งตระกูลอวี้ขึ้นเองในภายหลัง จนกลายเป็นบรรพบุรุษของ
ตระกูลอวี้ในท้ายที่สุด
ที่อวี้หลิงหลงพยายามฝึกตนและปิดด่านอย่างสุดกำลังเช่นนี้ ก็เพื่อ
ว่าหากวันใดวันหนึ่งที่นางสามารถทะลวงสู่ขั้นเทพแห่งโลก นางจะได้
ช่วยชีวิตมารดาของนาง
หลังจากเซียวฮั่นได้ฟังคำอธิบายจากอวี้หลิงหลง เขาก็พบว่าความ
ซับซ้อนของเรื่องนั้น คนธรรมดาย่อมไม่มีทางจินตนาการได้ อีกทั้ง
นิทานเรื่องนี้ก็ช่างไร้สาระเกินบรรยาย โบราณคร˹าครึถึงที่สุด กล่าวได้
เพียงว่าทั้งเกินจริงและซับซ้อนยิ่งนัก
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะชะตาฟ้าลิขิต ซั่งกวนหลงจะโทษผู้ใดก็มิได้
ใครใช้ให้เขาหมั้นหมายบุตรผู้ยังอยู่ในครรภ์ ความขมขื่นในตอนสุดท้าย
นั้น เขากลับทำได้เพียงกลืนมันลงไปเอง
แต่สิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเซียวฮั่นคือตระกูลที่ซั่ง
กวนหลงเกี่ยวดองด้วยในยามนั้นคือตระกูลฉาย
เมื่อเอ่ยถึงตระกูลฉาย เซียวฮั่นก็นึกถึงฉายเฉินขึ้นมา เขาเดินทาง
มาถึงเขตกลางนานถึงเพียงนี้แล้ว กลับยังมิได้ไปพบฉายเฉินและพรรค
พวก ฉายเฉิน หยางฮ่าวเทียน และม่อเซี๋ย เกรงว่ารุ่นน้องเหล่านั้นคง
เป็นอัจฉริยะในเขตกลางกันไปหมดแล้ว
แต่พวกเขาก็ถูกยอมรับว่าเป็นเพียงอัจฉริยะ ยังไม่สามารถถูก
เรียกว่าเป็นบุคคลร้ายกาจ คนที่ร้ายกาจอย่างแท้จริง อย่างน้อยที่สุดก็
ต้องอยู่ในระดับเดียวกับตี้ถูเท่านั้น
ส่วนเซียวฮั่นนั้นเหนือกว่าคนร้ายกาจไปแล้ว มีเพียงคำว่าคน
ประหลาดและพลิกสวรรค์เท่านั้นที่สามารถใช้บรรยายตัวเขาได้
เมื่อได้ฟังคำอธิบายจากอวี้หลิงหลง เซียวฮั่นรู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างยาก
จะจัดการนัก จะบอกว่ายุ่งยากก็ยุ่งยาก จะบอกว่าไม่ยุ่งยากก็ไม่ยุ่งยาก
หากเซียวฮั่นต้องการสอดมือเข้าไปแทรกก็ยังขาดฐานะไป เพราะ
นี่คือเรื่องของตระกูลซั่งกวน เขามิอาจแทรกแซงอย่างไม่มีเหุตผล
ดังนั้นหลังจากปรึกษากับอวี้หลิงหลง หากต้องการช่วยซั่งกวนเยว่
เซียวฮั่นทำได้เพียงทำหน้าที่เป็นบุตรเขยของซั่งกวนเยว่ชั่วคราว
แน่นอนว่านี่คือการปลอมตัว ด้วยฐานะบุตรเขยของซั่งกวนเยว่
เซียวฮั่นก็จะมีเหตุผลที่จะสอดมือเข้าไปในเรื่องนี้ กระทั่งอาจถึงขั้น
สามารถออกมือช่วยอย่างโจ่งแจ้ง ก็ใครใช้ให้ซั่งกวนเยว่เป็นแม่ยายของ
เขากัน
เซียวฮั่นจึงเปลี่ยนโฉมหน้าของตนเองเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ เพราะ
เขาเคยต่อสู้กับซั่งกวนอิงไปแล้ว เซียวฮั่นอาศัยรูปลักษณ์ภายนอกของ
กู่เยว่เกออีกครั้ง และครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สอง
เมื่อเทียบกับเซียวฮั่น กู่เยว่เกอจะดูเหมือนองค์ชายที่มีความสง่า
งามกว่าเล็กน้อย แต่พอเทียบกับความหล่อเหลาของเซียวฮั่น กู่เยว่เกอ
ก็ดูเหมือนองค์ชายทั่วๆ ไป
พอมองโฉมหน้าที่เปลี่ยนไปของเซียวฮั่น แววในดวงตาของอวี้หลิง
หลงก็เปล่งประกายระยิบระยับอย่างห้ามไม่ได้ ดวงตาสุกใสจับจ้องไปที่
เซียวฮั่น กึ้นบึ้งหัวใจของนางกลับเกิดความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
ความรู้สึกเช่นนี้ช่างน่าประหลาดนัก เป็นความรู้สึกที่อวี้หลิงหลง
ไม่เคยมีมาก่อน อวี้หลิงหลงคิดว่าเซียวฮั่นเป็นเพียงสหายของบิดาตน
นางจึงนับถือเป็นญาติคนหนึ่งของตนเท่านั้น
เพียงแต่การปรากฏกายของเซียวฮั่นกลับทำให้ความรู้สึกนาง
เปลี่ยนไป ทั้งลึกลับและทรงพลัง เรื่องทะลวงนภากาศออกมานั้นไม่
ต้องเอ่ยถึง เซียวฮั่นยังนำของที่บิดานางทิ้งไว้มาด้วย พอรวมทุกสิ่งเข้า
ด้วยกันจะมิให้นางสนใจเลยก็คงเป็นเรื่องยาก
“ไปกันเถิด พวกเราไปเยี่ยมเยียนตระกูลซั่งกวนเสียหน่อย ถือ
โอกาสสืบข่าวไปด้วย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือช่วยมารดาของเจ้าก่อน”
เซียวฮั่นเปลี่ยนมาสวมชุดคลุมสีขาว ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
เซียวฮั่นในตอนนี้ดูเป็นมิตรยิ่งนัก ใบหน้าคมคาย ท่าทางเด่นเป็น
สง่า ทว่าภายใต้โฉมหน้านี้กลับมีร่างที่เปี่ยมด้วยพลังทำลายสวรรค์ดับ
พสุธา
เซียวฮั่นในเวลานี้ เพียงชูฝ่ามือก็สามารถสังหารยอดฝีมือขั้นกึ่ง
เทพแห่งโลกท่านหนึ่งได้อย่างง่ายดาย หากว่ากันตามความแข็งแกร่ง
เพียงอย่างเดียว เซียวฮั่นแทบไม่ต่างจากการดำรงอยู่ขั้นเทพระดับต˹า
กระทั่งยอดฝีมือขั้นเทพระดับต˹าทั่วไปก็ยังมิใช่คู่มือของเซียวฮั่น
และนี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากขอบเขตยกระดับขึ้น ยิ่ง
ขอบเขตเพิ่มสูงขึ้น ความเข้าใจในวิถีเต๋าก็จะยิ่งสำคัญสำหรับผู้ฝึกตน
มากกว่าพลังและความแข็งแกร่ง
บางคนก็เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ฝึกตนจนกลายเป็นเทพ
เหตุใดยอดฝีมือขั้นเต๋าแห่งโลกที่ยิ่งใหญ่ทั้งสิบท่านจึงแข็งแกร่ง ไย
จึงสามารถสังหารยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกอย่างง่ายดาย นั่นมิใช่เพราะ
พวกเขาควบคุมวิถีเต๋าลึกซึ้งยิ่งกว่าและมีความเข้าใจในวิถีเต๋าที่สูงกว่า
หรอกหรือ
เมื่อมาถึงขั้นเทพแห่งโลก ความเข้าใจในวิถีเต๋าก็จะอยู่เหนือพลัง
นี่คือสาเหตุที่จ้านตี้ฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณเทพขึ้นมาเพียงห้าส่วน ก็
สามารถเอาชนะเทพทรราชไท่ขุยได้โดยง่ายแล้ว
ความเข้าใจในวิถีเต๋าของคนทั้งสองมิได้อยู่ในระดับเดียวกันโดย
สิ้นเชิง สำหรับความเข้าใจในวิถีการรบของจ้านตี้นั้น ขาดอีกเพียงก้าว
เดียวก็สามารถบรรลุสู่ขอบเขตของวิถีเต๋า
ทว่าความเข้าใจในวิถีเยือกเย็นของเทพทรราชไท่ขุยกลับยังหยุด
อยู่ที่ขอบเขตเล็กเท่านั้น เมื่อเทียบกับจ้านตี้ก็ย่อมด้อยกว่ามาก
ด้วยขอบเขตที่ต่างกัน ระดับความเข้าใจจึงไม่เหมือนกัน และการ
ใช้พลังวิถีเต๋าก็ย่อมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ขนาดสิ่งทั่วๆ ไปผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็อาจก่อให้เกิดความ
เสียหายมหาศาล ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการฝึกตน
หลังจากขอบเขตของวิถีกระบี่เพิ่มสูงขึ้น ความแข็งแกร่งของเซียว
ฮั่นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เขาในเวลานี้ หากไม่นับพลังที่ยัง
สู้ยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกมิได้ อย่างอื่นก็ล้วนสูสีกับยอดฝีมือขั้นเทพ
แห่งโลกแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นร่างอมตะหรือการใช้งานพลังแห่งวิถีเต๋า ไปจนถึง
ความเข้าใจในวิถีเต๋า เซียวฮั่นไม่ด้อยกว่ายอดฝีมือขั้นเทพระดับต˹า
แม้แต่นิดเดียว
เพียงไม่นานเซียวฮั่นและอวี้หลิงหลงก็ก้าวเข้ามาในเขตซั่งกวน
เพียงแต่คนทั้งสองมิได้รีบไปเยี่ยมเยียนตระกูลซั่งกวน พวกเขาต้องทำ
ไปทีละขั้น มิอาจทำอะไรอย่างหุนหันพลันแล่น!