ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 64 : รับอู๋อิงเป็นศิษย์!
เซียวฮั่นหยิบเสื้อคลุมสีขาวขึ้นมาสวมก่อนสะบัดฝ่ามือออกไปหนึ่ง
ครา แหวนวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนนิ้วนางของเขา
แหวนวงนั้นมีนามว่าแหวนฟ้าดิน ภายในแหวนบรรจุพลังฟ้าดิน
เอาไว้มหาศาล ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เกราะหรืออาวุธวิเศษอันใด แต่ระดับ
ของมันไม่เป็นรองศาสตราแห่งเทพแท้จริงเลยแม้แต่น้อย
อีกทั้งประโยชน์ของมันน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าศาสตราแห่งเทพ
แท้จริงเสียอีก เพราะแหวนพลังฟ้าดินนั้นแตกต่างจากแหวนธรรมดา
อย่างสิ้นเชิง แหวนฟ้าดินเป็นสิ่งที่เซียวฮั่นหลอมขึ้นมาให้เป็นโลกใบ
เล็กใบหนึ่ง เกรงว่าด้านในนั้นแม้แต่มนุษย์ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้
แน่นอนว่าเหล่านักพรตก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ด้านในได้ เพียงแต่
ไม่ได้เกิดประโยชน์มากสำหรับนักพรต โลกที่อยู่ภายในแหวนฟ้าดิน
ยังคงเป็นสิ่งที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมา ด้วยเหตุนั้นไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์
หรือวิถีของโลกล้วนไม่สมบูรณ์ทั้งสิ้น หากใช้ชีวิตอยู่ในนั้นคงยากที่จะ
เข้าใจกฎเกณฑ์วิถีทางของโลก และเป็นการยากที่จะเพิ่มพูนการ
บำเพ็ญเพียรด้วยเช่นกัน
ทั่วทั้งเก้ามหาทวีปมีแหวนฟ้าดินวงนี้เพียงวงเดียวเท่านั้น เพราะ
เป็นแหวนที่เซียวฮั่นอาศัยเมล็ดพันธุ์แห่งมิติหลอมมันขึ้นมา
re* https://www.novelgu.com
เมล็ดพันธุ์แห่งมิตินี้มีอยู่เพียงแค่หนึ่งเมล็ดต่อหนึ่งโลก และแหวน
ฟ้าดินวงนี้ก็คือโลกใบหนึ่ง นอกจากนี้มันยังสามารถเปลี่ยนแปลงเป็น
สิ่งใดก็ได้ตามใจนึกอีกด้วย ในบางครั้งแหวนฟ้าดินยังสามารถ
เปลี่ยนเป็นละอองธุลีเล็กจ้อยเม็ดหนึ่งได้
เรียกได้ว่าเซียวฮั่นอาศัยแหวนวงนี้เพื่อหลบซ่อนจากอันตราย
มากมายหลายครั้งจนเขาสามารถมีชีวิตรอดมาได้!
“ฟุบ!”
เพียงแค่เซียวฮั่นนึกคิดขึ้นมาแหวนฟ้าดินวงนั้นพลันสั่นสะท้าน
เล็กน้อย จากนั้นชั่วพริบตาศิลาวิญญาณระดับสูงและระดับล˺าเลิศ
จำนวนนับไม่ถ้วนทั้งหมดที่อยู่ภายในหอคอยก็ถูกดูดเข้ามาภายใน
แหวน
ศิลาวิญญาณระดับสูงและระดับล˺าเลิศเหล่านี้อยู่ในหอกระบี่มา
เนิ่นนานนับแสนปีแล้ว และพวกมันก็เป็นศิลาวิญญาณที่มีพลัง
เหนือกว่าศิลาวิญญาณของขุมอำนาจระดับหนึ่งเสียอีก
หากจะบอกว่าแม้นำเอาศิลาวิญญาณทั้งหมดในขุมอำนาจระดับ
หนึ่งมากองรวมก็ยังด้อยกว่าหนึ่งในสิบของศิลาวิญญาณที่อยู่ใน
หอคอยแห่งนี้
“อู๋อิง มานี่!”
re* https://www.novelgu.com
หลังจากสวมแหวนกลับเข้าไปอีกครั้งดวงตาของเซียวฮั่นจ้องมอง
ไปยังร่างของเจี้ยนอู๋อิง ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะเปลี่ยนเป็นสายตาลุ่มลึก
ขึ้นมา
“นายท่าน!”
เมื่อเห็นว่าเซียวฮั่นมีสีหน้าจริงจัง เจี้ยนอู๋อิงก็รีบร้อนเดินไป
ด้านหน้าแล้วโค้งคำนับพลางเอ่ยด้วยความเคารพ
“เจ้ารู้ว่าชั่วชีวิตนี้ข้าไม่รับศิษย์ แต่วันนี้ข้าจำต้องแหกกฎข้อนั้น
เช่นนั้นเจ้าจะยอมมาเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่?”
เซียวฮั่นมองไปยังท้องฟ้าด้านนอกหอคอย ดวงตาของเขาทอด
มองออกไปไกลแสนไกล ‘อาจารย์’ คำๆ นี้ช่างหนักอึ้งสำหรับเขา
เหลือเกิน
เขาถูกอาจารย์ที่ตนเองเคารพมากที่สุดที่เปรียบเสมือนบิดา
หลอกลวง เพราะอาจารย์ของเขา เซียวเฟิงและหงเหยียนศิษย์น้อง
หญิงของเขาถึงต้องมายังโลกใบนี้ หากไม่ใช่เพราะอาจารย์คนนั้น เกรง
ว่าตอนนี้เขาและศิษย์น้องหญิงคงได้จับมือร่วมหอลงโลง เคียงคู่กันไป
จนแก่เฒ่าแล้ว
แต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนแปลงไปจนคาดไม่ถึงเพียงเพราะอาจารย์
ของเขาเอง ดังนั้นมันจึงเป็นความตั้งใจอย่างหนึ่งของเซียวฮั่น และเป็น
re* https://www.novelgu.com
สาเหตุที่เขาตั้งมั่นว่าต่อไปจะไม่รับศิษย์หรือเคารพอาจารย์อีก แต่วันนี้
เขาคิดทำลายความตั้งใจของตัวเองลง
บางทีเซียวฮั่นอาจมองเห็นและสัมผัสได้ถึงความทุ่มเทของเจี้ยนอู๋
อิง ทำให้เขารับรู้ว่าความปรารถนาในชีวิตของเจี้ยนอู๋อิงคือเคารพตน
เป็นอาจารย์ ดังนั้นวันนี้เขาจึงยอมทำตามความปรารถนาของเจี้ยนอู๋อิง
เพื่อเป็นการตอบแทน
ในตอนแรกเจี้ยนอู๋อิงยังคิดว่าตนเองหูฝาดไป กระทั่งเมื่อได้สติ
น˺าตาอุ่นๆ พลันรินไหลลงมาในทันใด
เดิมทีแล้วเจี้ยนอู๋อิงคิดว่าชีวิตนี้เขาคงไม่สามารถทำความ
ปรารถนาให้สำเร็จได้เสียแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าเวลานี้จะกลับกลายเป็น
ความจริงขึ้นมา
“ตุบ!”
เข่าทั้งสองข้างกระแทกลงกับพื้น เจี้ยนอู๋อิงไม่ได้เอ่ยอันใดอีก เขา
มองไปที่เซียวฮั่นแล้วโขกศีรษะเสียงดังถึงสามครั้งก่อนจะเอ่ยออกมา
ด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพ
“ท่านอาจารย์ โปรดรับการคำนับจากศิษย์ด้วย!”
re* https://www.novelgu.com
เมื่อกล่าวจบเจี้ยนอู๋อิงพลันโค้งคำนับลงไป ตั้งแต่วันนี้ เขาได้เป็น
ศิษย์ของเซียวฮั่นอย่างเป็นทางการแล้ว ในที่สุดความปรารถนาหนึ่ง
เดียวในใจของเขาก็เป็นจริง
“อู๋อิง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าคือศิษย์ของข้าเซียวฮั่น ข้าจะมอบ
กระบี่เล่มนี้ให้เจ้าในฐานะอาจารย์ เมื่อเจ้าถือกระบี่เล่มนี้เปรียบเสมือน
มีข้าอยู่กับเจ้าด้วย”
เซียวฮั่นวางมือลงไปบนไหล่ของเจี้ยนอู๋อิงด้วยสีหน้าจริงจัง
กระบี่หลิงเทียนที่อยู่ด้านหลังเซียวฮั่นค่อยๆ ลอยขึ้นมาตรงหน้าของอู๋
อิงอย่างช้าๆ
“ขอบพระคุณอาจารย์!”
หลังจากคำนับลงไปอีกครั้ง เจี้ยนอู๋อิงพลันสูดหายใจเข้าไปลึกๆ
ก่อนรับกระบี่หลิงเทียนมาไว้ในมือด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและกำมันเอาไว้
ด้วยสีหน้าจริงจัง
“นี่คือโอสถหวนคืนสู่ความเยาว์วัย มันจะทำให้อายุขัยของเจ้า
กลับไปเป็นเหมือนก่อนได้อีกครั้ง!”
เซียวฮั่นสะบัดมือหนึ่งคราแหวนฟ้าดินพลันเปล่งแสงสว่างจ้า
ขึ้นมา จากนั้นโอสถสีเขียวที่แผ่กลิ่นอายของพลังชีวิตอันไร้ที่สิ้นสุดได้
นอนนิ่งอยู่ในฝ่ามือของเซียวฮั่น
re* https://www.novelgu.com
โอสถหวนคืนสู่ความเยาว์วัยเป็นโอสถเทพแท้จริง มันคือยา
อายุวัฒนะเม็ดหนึ่ง เพราะสามารถทำให้มนุษย์หวนคืนสู่ความเยาว์วัย
ได้อีกครั้ง หากคนที่มีพลังชีวิตแห้งเหือดกินโอสถหวนคืนสู่ความเยาว์วัย
เม็ดนี้จะทำให้เขากลับสู่ความเยาว์วัยและทำให้พลังชีวิตที่แห้งขอดฟื้น
คืนมาด้วย
โอสถเทพเช่นนี้ อย่าว่าแต่มนุษย์ที่กำลังก้าวเข้าไปสู่ขอบเขตเทพ
แท้จริงเลย แม้แต่ผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในขอบเขตเทพแท้จริง หากเห็นยานี้
เข้าคงอยากได้จนตาแดงก˹าเป็นแน่ เพราะแม้ผู้ฝึกตนที่มีพลังอยู่ใน
ขอบเขตแท้จริง ยามที่พลังชีวิตแห้งเหือดลงไป หากมีโอสถเช่นนี้อยู่ใน
มือพวกเขาจะสามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง!
โอสถนี้ต่อให้เป็นเซียวฮั่นก็ยังมีอยู่เพียงแค่สองเม็ดเท่านั้น อีกทั้ง
เขายังต้องจ่ายค่าตอบแทนและแรงกายแรงใจไปไม่น้อยกว่าจะได้มัน
มา โอสถทั้งสองเม็ดนี้เดิมทีเซียวฮั่นตั้งใจมอบให้อวี้ซวีจื่อ ส่วนอีกเม็ด
หนึ่งนั้นเซียวฮั่นตัดสินใจมอบให้อู๋อิง
แม้ว่าภายภาคหน้าอู๋อิงจะบำเพ็ญไปจนถึงขอบเขตเทพแท้จริงได้
แต่พลังชีวิตของเขาก็ยังมีขีดจำกัด นักพรตที่อยู่ในขอบเขตเทพแท้จริง
คนหนึ่งสามารถมีชีวิตยืนยาวได้มากที่สุดประมาณแสนปี แน่นอนว่า
หากมีโอสถยืดอายุจะทำให้มีชีวิตอยู่ได้ต่อไปอีกหลายแสนปีคงไม่ใช่
ปัญหาอันใด
re* https://www.novelgu.com
แต่เรื่องนี้มีข้อเสียใหญ่หลวงอยู่หนึ่งข้อ เพราะผู้ฝึกตนในขอบเขต
เทพแท้จริงถือว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่ทำให้ฟ้าดินต้องสั่นสะเทือน หากเขา
ปรากฏตัวขึ้นมาในเก้ามหาทวีปเกรงว่าอาจก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมจน
กลายเป็นทัณฑ์สวรรค์
หากเจี้ยนอู๋อิงไม่กลืนกินโอสถหวนคืนสู่ความเยาว์วัยไป การมีชีวิต
มาจนเกือบแสนปีก็คงถึงขีดจำกัดแล้ว หากไม่ยืดพลังชีวิตออกไปเขา
จะต้องเหือดแห้งจนตายอย่างแน่นอน
เรื่องแบบนี้แม้แต่เซียวฮั่นก็ยังไม่อาจหยุดยั้งได้ เหล่าเซียนล้วนมี
ข้อห้าม ทั้งห้าเซียนผู้ยิ่งใหญ่ก็ล้วนมีวันที่พลังชีวิตเหือดแห้งและต้อง
ดับสูญลงไปเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้เซียวฮั่นจึงมอบโอสถหวนคืนสู่ความเยาว์วัยให้อู๋อิงโดย
ไม่ลังเล นอกจากนี้อู๋อิงยังมีคุณสมบัติที่จะได้รับโอสถหวนคืนสู่ความ
เยาว์วัยเม็ดนี้อีกด้วย
“ขอบพระคุณอาจารย์!”
เจี้ยนอู๋อิงรับโอสถหวนคืนสู่ความเยาว์วัยพลันกลืนลงไปโดยไม่
ลังเล ถึงแม้โอสถเม็ดนี้จะเป็นยาพิษที่สามารถปลิดชีพเขาได้ในชั่ว
พริบตา เพราะนี่คือคำสั่งที่เซียวฮั่นมอบให้เขา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น
อย่างไรเขาจะทำมันแน่นอน
re* https://www.novelgu.com
ทันทีที่เจี้ยนอู๋อิงกลืนกินโอสถหวนคืนสู่ความเยาว์วัยลงไป พลัง
ชีวิตอันไร้ที่สิ้นสุดพลันแผ่กระจายออกมาจากร่าง เส้นผมสีขาวโพลน
และใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยับย่นราวกับคนแก่ใกล้ตาย ก็หวนกลับคืน
สู่ความเยาว์วัยในทันใด เส้นผมดำขลับงดงาม รอยยับย่นบนใบหน้า
หายไปโดยไม่หลงเหลือร่องรอย ใบหน้าที่ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
กลายเป็นใบหน้าของชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง
แม้ว่าเจี้ยนอู๋อิงยังคงสวมเสื้อคลุมสีเทาเก่าคร˹าครึ แต่ดวงหน้าของ
เขากลับแปรเปลี่ยนไปราวฟ้ากับดิน เส้นผมสีนิล ดวงตาลุ่มลึกเคร่งขรึม
ใบหน้าเย็นชาจนเห็นได้ชัดว่ามิใช่คนธรรมดา ร่างกายเหยียดตรงราว
กับกระบี่เล่มยาว ตอนนี้เขากลายเป็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งไปแล้ว
“ไม่เลว เช่นนี้ค่อยดูเหมือนศิษย์ของข้าหน่อย เปลี่ยนเป็นชุดคลุม
สีดำเถิด สีดำเหมาะกับเจ้ามากกว่า!”
เมื่อมองไปยังเจี้ยนอู๋อิงที่ประคองกระบี่เอาไว้สองมือด้วยใบหน้า
เย็นชา เซี่ยวฮั่นรู้สึกเหมือนได้เห็นตนเองยามเป็นเทพกระบี่ก็มิปาน
ณ ดินแดนแห่งสรรพสิ่ง เซียวฮั่นชอบเสื้อผ้าอยู่เพียงสองสีคือสี
ขาวและสีดำ เมื่ออยู่ต่อหน้าศิษย์น้องหญิงของตนเองเซียวฮั่นมักจะ
สวมใส่สีขาวอยู่เสมอ เพราะศิษย์น้องหญิงของเขาปรารถนาจะชมหิมะ
กล่าวได้ว่าอาภรณ์สีขาวนั้นเหนือกว่าหิมะเป็นไหนๆ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้า
คู่ต่อสู้ เซียวฮั่นจะสวมใส่ชุดคลุมสีดำทั่วทั้งร่างกลายเป็นเทพแห่งความ
re* https://www.novelgu.com
ตายผู้ไร้ความรู้สึกที่เพียงแค่ตวัดกระบี่ออกไปก็สามารถปลิดชีพคู่ต่อสู้
ได้!
“ขอรับ อาจารย์!”
เจี้ยนอู๋อิงพยักหน้าด้วยความเคารพและไม่ได้เอ่ยอันใด ตัวเขาเอง
ไม่ใช่คนช่างเจรจา คำที่เขาเอ่ยทั้งชีวิตเกรงว่าจะเป็นการเอ่ยกับเซียว
ฮั่นเสียทั้งหมดก็ว่าได้
สำหรับคนอื่นเจี้ยนอู๋อิงล้วนต้องการหลีกลี้หนีไปให้ไกลเป็นพันลี้
นอกจากนี้ วันเวลายาวนานที่เขามีชีวิตอยู่มาถึงแสนปีทำให้เขาเคยชิน
กับความสันโดษ ฉะนั้นเขาจึงเจรจาน้อยลงจนเป็นเรื่องปกติ
“การรอคอยและเตรียมการมาเนิ่นนานหลายปี ครั้งนี้ทุกอย่าง
จะต้องจบลงเสียที จะเป็นพระเจ้าหรือสรวงสวรรค์ก็ช่าง ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่
มีทางขัดขวางข้าได้!” เซียวฮั่นเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบน จากนั้น
เขาจึงพาเจี้ยนอู๋อิงไปจากหอคอย
ประตูใหญ่ของหอกระบี่อันเงียบสงบค่อยๆ เปิดออกอย่างน่า
อัศจรรย์ จากนั้นเงาร่างสองร่างก็เดินออกมาจากด้านใน คนหนึ่งสวม
เสื้อคลุมสีขาว รูปร่างของเขาสมบูรณ์แบบและสงบเยือกเย็นเหนือ
ปุถุชนธรรมดา อีกคนหนึ่งสวมชุดคลุมสีดำ ใบหน้าเย็นชา สองมือ
ประคองกระบี่เอาไว้และเดินตามร่างแรกมาราวกับเงาตามตัว
re* https://www.novelgu.com
“เมื่อจัดการเรื่องจุกจิกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าจะเดินทางไปหนาน
โจว ส่วนเจ้าก็อยู่ปกป้องสำนักกระบี่หลิงเทียนแล้วกัน ข้าเกรงว่ายังมี
บางคนที่ไม่ยอมเลิกรา!” เซียวฮั่นพลันหรี่ตาลงขณะที่ดวงตาทอ
ประกายอันเยือกเย็นออกมา
“อาจารย์หมายถึงวิหารสวรรค์หรือขอรับ?” เมื่อได้ยินดังนั้นอู๋อิงก็
เข้าใจว่าเซียวฮั่นหมายถึงใคร
“คนที่กล้าลงมือกับสำนักกระบี่หลิงเทียน ทั่วทั้งตงโจวคงมี
เพียงแต่วิหารสวรรค์เท่านั้น พวกหลวงจีนที่อยู่ในวัดหมื่นอรหันต์
นอกจากการศึกษาพระธรรมแล้วก็ไม่สนใจเรื่องทางโลกใดๆ ส่วนพวก
วิหารเทพสงครามยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ แต่วิหารสวรรค์มีพลังและ
โอกาสที่จะลงมือกับสำนักกระบี่หลิงเทียน บุญคุณความแค้นของข้า
และพวกเขาคงไม่อาจเอ่ยออกมาได้เพียงประโยคสองประโยค”
ขุมกำลังทั้งสามที่ออกจากปากเซียวฮั่นคือสามยักษ์ใหญ่ที่ซุ่มซ่อน
อยู่ในมหาทวีปตงโจว พวกเขาเป็นประมุขแห่งมหาทวีปตงโจวทั้งหมด
แม้แต่ขุมกำลังชั้นพิเศษ เมื่ออยู่ต่อหน้ามหาอำนาจทั้งสามเกรงว่าเป็น
เพียงสิ่งที่สามารถทำลายได้เพียงพลิกฝ่ามือเท่านั้น
เมื่อแสนปีก่อนเพราะการถือกำเนิดของจักรพรรดิกระบี่หลิงเทียน
สำนักกระบี่หลิงเทียนจึงถูกยกให้เทียบเท่ากับประมุขของมหาอำนาจ
ทั้งสาม แต่สำนักกระบี่หลิงเทียนกลับคงอยู่เพียงชั่วครู่เท่านั้น
re* https://www.novelgu.com
“เมื่อครั้งสงครามในอดีต ผู้ฝึกตนที่กำลังก้าวเข้าสู่ขอบเขตเทพ
แท้จริงไม่อาจทำสิ่งใดได้ ท่านอวี้ซวีจึงต้องลงมือด้วยตัวเอง ยามนั้น
ท่านอวี้ซวีและวิหารสวรรค์ทำข้อตกลงกันบางอย่างทำให้สำนักกระบี่ห
ลิงเทียนรอดพ้นจากการถูกทำลายล้างไปได้” เมื่อหวนคิดไปถึงสงคราม
ใหญ่ในครั้งนั้นเจี้ยนอู่อิงก็รู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปชั่วครู่หนึ่ง
สงครามในครั้งนั้นเรียกได้ว่าสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งฟ้าดิน ไม่ว่าจะ
เป็นวิหารสวรรค์หรือสำนักกระบี่หลิงเทียน ทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียยอด
ฝีมือเป็นจำนวนมหาศาล ในสงครามครั้งนั้นสรวงสวรรค์ล้วนถูกเหยียบ
ย˹า ดวงดาราถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ยอดฝีมือขอบเขตราชันล้วน
กลายเป็นเพียงฝุ่นธุลี ส่วนยอดฝีมือขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์และเทพ
แท้จริงทั้งสองฝ่ายต่างต้องลงมืออย่างน้อยสิบกว่าคน
ในสงครามครั้งนั้นท้ายที่สุดแล้วหากไม่ใช่อวี้ซวีจื่อลงมือจัดการจู่
โจมผู้ฝึกตนของวิหารสวรรค์ เกรงว่าสำนักกระบี่หลิงเทียนในตอนนั้น
คงไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้
แต่หลังจากสงคราม ไม่ว่าวิหารสวรรค์หรือสำนักกระบี่หลิงเทียน
ต่างก็ได้รับความเสียหายไม่น้อย ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงสำนักกระบี่หลิงเทียน
ที่ร่วงลงจากขุมกำลังหลักลงมาสู่ขุมกำลังไร้ระดับในขุมกำลังระดับสอง
แม้แต่ผู้ฝึกตนในขอบเขตราชันก็ยังไม่หลงเหลือแม้แต่คนเดียว
re* https://www.novelgu.com
ส่วนวิหารสวรรค์ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยคล้ายปลีกตัวออกจาก
โลกภายนอกเพื่อไปพักฟื้นจนผู้คนต่างไม่ได้พบเจอกับศิษย์ของวิหาร
สวรรค์ เพราะเหตุนั้นสำนักต่างๆ ที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดในมหาทวีป
ตงโจวจึงเกิดการแบ่งเป็นสิบขุมกำลังชั้นหนึ่งและร้อยขุมกำลังชั้นสอง
หากวิหารสวรรค์แฝงกำลังอยู่ในมหาทวีปตงโจว เกรงว่าคงไม่มีสิบขุม
กำลังชั้นหนึ่งเช่นในตอนนี้อย่างแน่นอน
“วิหารสวรรค์เป็นเพียงแค่สุนัขเร่ร่อน พวกมันไม่ควรค่าให้
หวาดกลัว ข้าจะหาเวลาไปถอดเขี้ยวเล็บของพวกมันด้วยตนเองเสีย!”
ดวงตาของเซียวฮั่นทอประกายเย็นเยียบขึ้นมาเล็กน้อย สำหรับเซียวฮั่น
แล้ว หากเขาอยากทำลายวิหารสวรรค์ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รีบร้อนที่จะลงมือ
ส่วนสำนักปาฮวงก็รนหาที่ตายจนกล้าหันปลายหอก ดังนั้นเซียว
ฮั่นจึงลงมืออย่างไร้ความเมตตา สำนักกระบี่หลิงเทียนไม่ใช่หมาแมวที่
จะสามารถรังแก ถึงแม้ว่าสำนักกระบี่หลิงเทียนในตอนนี้จะตกต˹า แต่
เกียรติยศของสำนักกระบี่หลิงเทียนก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้อื่นจะมาเหยียบย˹า
สำหรับเซียวฮั่นแล้ว สำนักกระบี่หลิงเทียนไม่ได้เป็นเพียงสำนัก
กระบี่ที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่สำนักกระบี่หลิงเทียนมี
ความหมายต่อเขามากกว่านั้น
re* https://www.novelgu.com
“หากอาจารย์ลงมือ ทั่วสวรรค์และโลกใบนี้คงไม่มีใครต่อกรได้!” อู๋
อิงพยักหน้าแล้วเอ่ยออกมาด้วยความสัตย์จริงโดยไม่คิดประจบสอพลอ
แม้แต่น้อย
“ฮ่าๆ หากไม่รู้ว่าเจ้ามีนิสัยอย่างไร ข้าคงคิดว่าเจ้ากำลังประจบข้า
เป็นแน่!”
เซียวฮั่นหัวเราะออกมาเสียงดังแล้วเอ่ยออกมาอย่างขบขัน หาก
หม่าเหลียงเฉินเป็นคนเอ่ยประโยคนี้ออกมา เกรงว่าคงเป็นการประจบ
สอพลอเป็นแน่ แต่อู๋อิงนั้นต่างออกไป เขาไม่รู้เลยว่าการประจบ
สอพลอคือสิ่งใด
“คำที่ศิษย์เอ่ยออกมาล้วนเป็นความจริง ด้วยพลังของอาจารย์แล้ว
อย่าว่าแต่เก้าสวรรค์สิบทวีปเลย แม้แต่บนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าคงต้อง
สั่นสะเทือนอยู่ใต้ฝ่าเท้าอาจารย์แน่นอน!” เจี้ยนอู๋อิงเอ่ยออกมาด้วยสี
หน้าจริงจัง
“หากเจ้ายังเอ่ยเช่นนี้ต่อไปแล้วอวี้ซวีจื่อได้ยินเข้า เกรงว่าเขาคง
หัวเราะเยาะข้าไปอีกนานเป็นแน่!” เซียวฮั่นหัวเราะพลางส่ายหน้าไป
มา จากนั้นเขาก็ก้าวเท้าเดินไปยังลานเล็กในสำนักกระบี่หลิงเทียน
ในลานเล็กแห่งนั้น ผู้อาวุโสใหญ่ ผู้อาวุโสหวังเฟิงและซุนลี่กำลังนั่ง
อยู่ด้วยกัน สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้แต่พวกเขาเองก็ยังรู้สึกเหมือนฝัน
re* https://www.novelgu.com
ไป โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงของเซียวฮั่นที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคน
ละคน
“อย่าได้คิดมากและไม่ต้องเดาอันใดอีกแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรความ
เปลี่ยนแปลงของเจ้าสำนักก็ล้วนก้าวหน้าในทางที่ดี ภายใต้การชี้นำ
ของเจ้าสำนัก การที่สำนักกระบี่หลิงเทียนได้ก้าวขึ้นมายืนอยู่ในที่สูงอีก
ครั้งกลายเป็นความจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้แล้ว!”
หลินหลันหัวเราะออกมาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าผ่องใส หลังจากที่
เขาได้รับกระบี่เงาวายุมา หลินหลันก็สำเร็จวิชาวายุของตนเองและก้าว
ขึ้นไปถึงขั้นสุดท้าย จนทำให้ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ฝึกตนในขอบเขต
ราชันไปแล้ว
“ภายใต้การชี้นำของท่านเจ้าสำนัก สำนักของเราจะต้องเติบโต
ยิ่งๆ ขึ้นไป ความรุ่งโรจน์ของสำนักจะหวนคืนมาอีกครา!”
ตอนนี้แม้แต่ซุนลี่ที่ไม่ค่อยเจรจาอะไรก็ยังต้องถอนหายใจออกมา
ดูเหมือนเขาจะมองเห็นอนาคตอันรุ่งโรจน์ของสำนักกระบี่หลิงเทียน
ด้วยตาตนเองขึ้นมาแล้ว!
……………….
re* https://www.novelgu.com