ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 663 : มังกรดินสีเงิน!
พื้นที่ราบแห่งสัตว์ปีศาจมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต เซียว
ฮั่นและหานซั่วต่างเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
เหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นที่นี่ได้ทุกเมื่อ หากไม่ระวัง
เซียวฮั่นและหานซั่วอาจต้องติดอยู่ที่นี่
ตอนนี้เซียวฮั่นและหานซั่วมิได้รีบออกเดินทาง หลังจากพักฟื้น
เป็นเวลาครึ่งวัน บรรดาร่างจำแลงอันยิ่งใหญ่ของเซียวฮั่นก็ตามมาถึง
ในที่สุด
“น้องเซียว พวกเขาคือใครกัน?”
ยามนี้สายตาของหานซั่วจับจ้องไปที่เหล่าร่างจำแลงอันยิ่งใหญ่
ของเซียวฮั่น ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าหวาดกลัวเกินบรรยาย เขาสามารถ
รับรู้ได้ถึงความน่ากลัวของคนเหล่านี้ ไม่มีผู้ใดเรียบง่ายแม้เพียงคน
เดียว
“พี่ใหญ่หาน พวกเขาคือสหายของข้า ท่านวางใจได้!” เซียวฮั่น
หัวเราะ ก่อนจะเอ่ยกับหานซั่ว
“พวกเจ้าคือสหายของน้องเซียว เช่นนั้นก็เป็นสหายข้าด้วย! ข้า
นามว่าหานซั่ว ยินดีที่ได้รู้จักพวกเจ้า!”
คนยิ้มมุมปาก จากนั้นจึงเอ่ยกับร่างจำแลงทั้งหมดของเซียวฮั่น
อย่างจริงใจ พอสิ้นเสียงนั้น หานซั่วก็เบาใจ เพราะในความคิดของเขา
ผู้ที่สามารถเป็นสหายของเซียวฮั่นก็น่าจะเป็นคนที่เชื่อถือได้
และเหล่าร่างจำแลงอันยิ่งใหญ่ของเซียวฮั่นก็ยิ้มตอบหานซั่วด้วย
ความสุภาพ แน่นอนว่าพวกเขาแสร้งทำ หานซั่วย่อมมองความสัมพันธ์
ระหว่างพวกเขาและเซียวฮั่นไม่ออก
อันที่จริงอย่าว่าแต่หานซั่ว ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกก็ยัง
ไม่มีทางมองร่างจำแลงเหล่านี้ออก เพราะพวกเขาเป็นทั้งร่างจำแลง
ของเซียวฮั่น และเป็นร่างอิสระด้วย
ครั้งนี้ร่างจำแลงอันยิ่งใหญ่ทั้งห้า ประกอบด้วยวิญญาณแห่ง
สวรรค์ วิญญาณแห่งชีวิต วิญญาณแห่งความตาย ร่างสวรรค์ รวมถึง
ร่างคุณธรรมล้วนเดินทางมาเข้าร่วมการประลองหงเหมิง
และเซียวฮั่นก็วางแผนทั้งหมดไว้แล้ว มิเช่นนั้น เขาคงไม่ปล่อยให้
ร่างจำแลงเหล่านี้เข้าร่วมการประลองหงเหมิง
“ในเมื่อมากันครบแล้ว พวกเราก็ควรออกเดินทางกันเสียที!”
หลังจากลองคำนวนเวลาแล้ว เซียวฮั่นก็รู้ว่าเวลาของพวกเขาเหลือไม่
มากนัก
ทว่าพอมีร่างจำแลงอันยิ่งใหญ่ทั้งห้าเสริมเข้ามา กองทัพของเซียว
ฮั่นจึงนับว่ายิ่งใหญ่อย่างถึงที่สุด ตราบใดที่ไม่เจอกับฝูงสัตว์ปีศาจ
จำนวนมหาศาล กองทัพของเซียวฮั่นก็สามารถเดินทางผ่านพื้นที่ราบ
แห่งสัตว์ปีศาจไปได้อย่างปลอดภัย
เมื่อมีร่างจำแลงอันยิ่งใหญ่ทั้งห้าเสริมทัพ ความกังวลของเซียวฮั่น
และหานซั่วก็ลดน้อยลงไปมาก ด้วยเหตุนี้ระดับความเร็วของพวกเขา
ในการเดินทางไปในพื้นที่ราบจึงกลายเป็นรวดเร็วขึ้นมา
“ก๊าซซซ!”
กลุ่มคนเพิ่งเข้ามาในพื้นที่ราบได้เพียงไม่นาน เสียงคำรามสายหนึ่ง
ก็ดังสะท้านฟ้าดิน สัตว์ปีศาจอันน่าพรั่นพรึงที่ร่างสูงดุจภูเขาตัวหนึ่ง
กำลังใช้สองตาขนาดยักษ์จดจ้องไปที่เซียวฮั่นและพวก
“ลมปราณน่ากลัวนัก คงมีความแข็งแกร่งในขั้นเทพแท้จริงแห่ง
โลกระดับสูงสุด!”
หลังจากรับรู้ถึงลมปราณอันน่าพรั่นพรึงของร่างยักษ์ดังกล่าว สี
หน้าของเซียวฮั่นก็นิ่งชะงักไปเล็กน้อย
ร่างยักษ์ตรงหน้าเปรียบได้กับเทือกเขาที่ทอดยาวไร้สิ้นสุด
ด้านหลังของมันมีรัศมีโลหะสีเงินทอประกายวับวาว ภายใต้รัศมี
ดังกล่าวก็คือเกล็ดสีเงินเรียงเป็นแผ่น
อีกทั้งมือและเท้าทั้งสี่ยังเปรียบดั่งเสาค˺าสวรรค์สี่ต้นที่ตั้งตระหง่าน
บนผืนพสุธา เศียรของสัตว์ร่างยักษ์ก็มีลักษณะเหมือนเศียรมังกร
“น้องเซียวและพี่น้องทั้งหลายระวังตัวด้วย นี่คือมังกรดินสีเงินที่
เรียนรู้กฎควบคุมปฐพีและกฎควบคุมสีทอง ในโลกภายนอก สัตว์ปีศาจ
ตัวนี้ขึ้นชื่อเป็นสัตว์ปีศาจที่มีพลังตั้งรับน่าพรั่นพรึงอันดับหนึ่ง! คิดไม่ถึง
ว่าจะได้เจอสัตว์ปีศาจในร่างของมังกรดินสีเงินตัวนี้ที่นี่!”
ยามนี้หานซั่วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง ในฐานะของการดำรงอยู่ที่
เรียนรู้กฎควบคุมปฐพี เขาจึงมองเห็นความน่ากลัวของมังกรดินสีเงิน
ตรงหน้าได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
เห็นได้ชัดว่าสัตว์ปีศาจในโลกจิตวิญญาณแห่งนี้ ส่วนใหญ่แล้วล้วน
แต่ลอกเลียนเอกลักษณ์สัตว์ร้ายของโลกภายนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อเทียบกับมังกรดินสีเงินเบื้องหน้า เกรงว่าคงไม่ต่างอันใดจาก
มังกรดินสีเงินที่แท้จริง
มังกรดินสีเงิน เข้าใจกฎควบคุมปฐพีและกฎควบคุมสีทอง กฎทั้ง
สองชนิดนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการตั้งรับ
ภายใต้การผนวกร่วมกันของกฎคู่ อย่ามองว่ามังกรดินสีเงินตัวนี้มี
พลังอยู่เพียงขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับสูงสุด เกรงว่าต่อให้เป็นยอด
ฝีมือขั้นกึ่งเทพแห่งโลกโดยทั่วไปก็ยังไม่มีทางทะลวงการตั้งรับของมัน
ได้
หากร่างจริงของพวกเขาอยู่ที่นี่ ย่อมสามารถสังหารมังกรดินสีเงิน
ตรงหน้าตัวนี้ได้ไม่ยาก ทว่ายามนี้พวกเขาต่างเป็นเพียงร่างจำแลงที่
รวบรวมขึ้นจากจิตวิญญาณเทพสายหนึ่งเท่านั้น
ทั้งนี้พลังของพวกเขาก็อยู่เพียงขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่เจ็ด
ด้วยความแข็งแกร่งและพลังของพวกเขาในเวลานี้ เกรงว่าคงยากจะ
กำจัดมังกรดินสีเงินตรงหน้า
แต่ในเมื่อพวกเขาต้องการเดินทางผ่านพื้นที่เบื้องหน้านี้ไปให้ได้ ก็
จำเป็นต้องสังหารมังกรดินสีเงินตัวนี้เสียก่อน
“ข้าจัดการเอง!”
เสียงเรียบเฉยของวิญญาณแห่งความตายดังขึ้น ก่อนที่เขาจะก้าว
เท้า จากนั้นเงาร่างก็ลอยคว้างกลางอากาศ
เมื่อเทียบเงาร่างของวิญญาณแห่งความตายกับมังกรดินสีเงินเบื้อง
หน้า ก็ไม่ต่างอันใดจากมดปลวก กระทั่งว่านับเป็นเพียงเศษฝุ่นเม็ด
เดียวเท่านั้น ทว่ายามนี้มังกรดินสีเงินกลับจ้องไปที่เงาร่างของวิญญาณ
แห่งความตายตาเขม็ง
จากร่างของวิญญาณแห่งความตาย มังกรดินสีเงินรับรู้ถึงภัย
คุกคามที่น่าหวาดกลัวได้อย่างลึกซึ้ง นี่คือความรู้สึกโดยสัญชาติญาณ
ประหนึ่งว่าตราประทับความตายกำลังใกล้เข้ามาอย่างไรอย่างนั้น
“ครืน!!!”
เห็นเพียงวิญญาณแห่งความตายชูฝ่ามือขึ้น จากนั้นธารามรณะ
สายหนึ่งก็ซัดกระหน˹าออกมาจากร่างของเขา ก่อนที่เขาจะแปลงกาย
เป็นการดำรงอยู่ดุจเทพแห่งความตาย พลังของกฎความตายรอบกาย
พุ่งทะยานขึ้นสู่มวลเมฆ เมื่ออยู่ภายใต้พลังกฎความตายสายนี้ ทุกสิ่ง
ล้วนมัวหมองไร้สีสัน
“ตาย!”
วิญญาณแห่งความตายมิได้กระทำสิ่งใดมากนัก สีเทาในสองตา
ของเขาเปล่งประกายวาบ ก่อนที่เสียงแห่งความตายสายหนึ่งจะดังขึ้น
บัดนี้กฎความตายได้กลอกกลิ้งแล้ว ฟ้าดินในเวลานี้ต่างสูญเสียสีสันไป
จนหมดสิ้น
ความตายร่วงหล่นจากสวรรค์! แย่งชิงพลังชีวิตทั้งหมด!
ระหว่างที่วิญญาณแห่งความตายชี้นิ้วไปในอากาศ สายธารา
มรณะก็พุ่งกวาดล้างมังกรดินสีเงินพลางส่งเสียงคำรามกึกก้อง
ส่วนมังกรดินสีเงิน แม้ว่าตอนนี้จะอัญเชิญกฎควบคุมปฐพีและกฎ
ควบคุมสีทองออกมา แต่กลับหยุดความตายที่ใกล้เข้ามามิได้โดยสิ้นเชิง
พลังชีวิตมลายหายไปจนสิ้นภายใต้ความตาย! ถึงมังกรดินสีเงินจะ
ขึ้นชื่อว่าการตั้งรับเป็นหนึ่ง ทว่าเมื่ออยู่ตรงหน้าความตาย
ความสามารถดังกล่าวก็เปล่าประโยชน์
“ก๊าซซซ!”
มังกรดินสีเงินส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่สีเทา
ประหนึ่งขี้เถ้าจะปรากฏในสองตาขนาดยักษ์ ชั่วขณะนี้ร่างยักษ์ของ
มังกรดินสีเงินถูกปกคลุมด้วยความตาย พลังชีวิตสลายหายไปจนเกลี้ยง
ในชั่วพริบตา
“ครืน!”
หลังจากมังกรดินสีเงินตกตายโดยสมบูรณ์ ร่างขนาดมหึมาของมัน
ก็สลายหายไปทันที ก่อนจะกลายเป็นกลุ่มพลังบริสุทธิ์ลอยไปทาง
วิญญาณแห่งความตาย
ส่วนหานซั่ว เมื่อเห็นภาพตรงหน้า สายตาก็มองลงบนร่างของ
วิญญาณแห่งความตาย ใบหน้าของเขาในเวลานี้เผยความหวาดกลัว
“ต้นกำเนิดความตาย! น้องเซียว เกรงว่าสหายผู้นี้ของเจ้าคง
ควบคุมพลังของวิถีความตายโดยสมบูรณ์เสียแล้วกระมัง!”
หานซั่วเอ่ยกับเซียวฮั่นด้วยความตกตะลึงเกินบรรยาย ไม่ว่า
อย่างไรเขาก็คือผู้สืบทอดขุมอำนาจพิเศษ สายตาย่อมต้องเฉียบคมอยู่
บ้าง
วิญญาณแห่งความตายตรงหน้าต้องควบคุมพลังของวิถีความตาย
แน่นอน และกล่าวได้ว่า หากอิงตามขอบเขตของวิถีเต๋า วิญญาณแห่ง
ความตายก็คือการดำรงอยู่ที่เข้าสู่เต๋าแล้ว
การดำรงอยู่เช่นนี้แทบไม่ต่างจากยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกที่
แท้จริง เกรงว่าความต่างเพียงอย่างเดียวคงเป็นพลังที่ยังไม่ก้าวสู่ขั้น
เทพแห่งโลกจริงๆ เท่านั้น
ในความเป็นจริง มิใช่แค่เพียงวิญญาณแห่งความตาย ยามนี้
บรรดาร่างจำแลงอันยิ่งใหญ่ของเซียวฮั่นล้วนแต่อยู่ในขอบเขตเข้าสู่เต๋า
แล้ว หากมิใช่เพราะร่างจริงของเซียวฮั่นยังไม่ทะลวงสู่ขั้นเทพแห่งโลก
พวกเขาคงทะลวงสู่ขั้นเทพแห่งโลกไปนานแล้ว
ถึงร่างจำแลงจะสามารถมีความแข็งแกร่งและขอบเขตเหมือนกับ
ร่างจริง ทว่าสุดท้ายแล้วร่างจำแลงก็ไม่มีทางอยู่เหนือร่างจริง นี่คือ
ข้อเสียเพียงข้อเดียวของร่างจำแลง
“ไปกันเถิด! เวลาของพวกเราเหลือไม่มากแล้ว!”
คนหัวเราะ เซียวฮั่นมิได้กล่าวสิ่งใดมากนัก วิญญาณแห่งความตาย
ก็คือร่างจำแลงของเขา เขาย่อมรู้ความแข็งแกร่งของวิญญาณแห่ง
ความตายดีที่สุด
เมื่อหานซั่วได้ยินดังนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเหล่าสหาย
ของเซียวฮั่นแวบหนึ่ง ฉับพลันนั้นหานซั่วก็รู้สึกว่าเซียวฮั่นที่อยู่ตรงหน้า
ตนแปรเปลี่ยนเป็นบุคคลที่ลึกลับเกินบรรยายไปในทันที
เพียงแต่หานซั่วเองก็มิได้โง่เขลา เมื่อเซียวฮั่นไม่บอก เขาจึงไม่ถาม
สิ่งใดต่ออีก อย่างไรแต่ละคนก็มีความลับของตน การซักไซ้ไล่เลียงมิใช่
เรื่องดีแต่อย่างใด ทั้งนี้นี่ก็มิใช่นิสัยของหานซั่ว
แต่ความสงสัยยังคงอยู่ภายในใจอย่างแน่นอน เขาสงสัยฐานะของ
เซียวฮั่นและฐานะของสหายกลุ่มนี้ที่เซียวฮั่นเอ่ยถึงเป็นอย่างยิ่ง เพราะ
ก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยได้ยินชื่อของเซียวฮั่นและพวกมาก่อน คล้ายกับ
ว่าคนกลุ่มนี้ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไร้ร่องรอยก็ไม่ปาน
หลังจากรับเอาพลังจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์กลุ่มนั้นเข้ามา พลังของ
วิญญาณแห่งความตายก็ก้าวสู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่แปด
สำเร็จ และหลังจากคนทั้งหมดออกเดินทางอีกครั้ง ระหว่างทางพวก
เขาก็พบกับมังกรดินสีเงินจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
เพิ่งเริ่มออกเดินทางก็พบสัตว์ปีศาจสองสามถึงสี่ห้าตัวแล้ว แต่
พวกมันก็ถูกวิญญาณแห่งความตายสังหารทีละตัว และกลายเป็นพลังที่
ไร้มลทินที่สุดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและพลังของคนทั้งหมด
ทว่าต่อมามังกรดินสีเงินกลับเริ่มอยู่รวมกันเป็นฝูง ในพื้นที่ราบ
แห่งสัตว์ปีศาจที่พวกเขากำลังเดินทางอยู่ในยามนี้ อย่างน้อยที่สุดก็มี
มังกรดินสีเงินกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนพื้นดินหลายสิบตัวแล้ว
ซ˺าร้ายสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ท่ามกลางมังกรดินสีเงินฝูงนี้มีมังกรดิน
สีทองปรากฏขึ้นมาหนึ่งตัว
มังกรดินสีทองคือเจ้าแห่งเผ่ามังกรดินสีเงิน ความแข็งแกร่ง
ทัดเทียมกับการดำรงอยู่ขั้นเทพแห่งโลก!
ยังดีที่มังกรดินสีทองตรงหน้า ถึงร่างโดยส่วนใหญ่จะกลายเป็นสี
ทอง แต่ยังคงปรากฏสีเงินให้เห็นอยู่หนึ่งส่วน
นี่หมายความว่ามังกรดินสีทองตรงหน้ายังมิได้ก้าวสู่ขั้นเทพแห่ง
โลกอย่างแท้จริง เพียงแค่พอสูสีกับยอดฝีมือขั้นกึ่งเทพแห่งโลกเท่านั้น!
“น้องเซียว เราจะทำอย่างไรกันดี?”
หานซั่วมองฝูงมังกรดินสีเงินและมังกรดินสีทองหนึ่งตัวตรงหน้า
ก่อนจะเอ่ยถามพลางเกาศีรษะของตนอย่างอดไม่ได้ เพราะด้วยความ
แข็งแกร่งของเขาในเวลานี้ จัดการมังกรดินสีเงินหนึ่งถึงสองตัวได้อย่าง
ถูๆ ไถๆ ก็นับว่าเป็นขีดจำกัดสูงสุดแล้ว
กระทั่งว่าต่อให้เป็นร่างจริงของเขาเผชิญหน้ากับมังกรดินสีเงินฝูง
นี้ ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์ขึ้นมาแต่อย่างใด
อย่างที่รู้กันว่าแค่มังกรดินสีทองตัวนั้นก็เพียงพอจะจัดการเขาแล้ว
นั่นคือการดำรงอยู่พิสดารที่แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเทพแห่งโลกก็ยากจะ
ทำลายการตั้งรับ
“เหลือเวลาไม่มากแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเราคงสามารถสังหารทีละ
ตัว! แต่ตอนนี้เวลาไม่เคยคอยใคร พวกเราทำได้เพียงออกมือพร้อม
กัน!”
เซียวฮั่นมองฝูงมังกรดินสีเงินเบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้า
เคร่งเครียด
และพอสิ้นเสียงของเซียวฮั่น หานซั่วก็มองเขาราวกับมองคน
ประหลาดอย่างไรอย่างนั้น เป็นที่รู้กันว่าตรงหน้าคือมังกรดินสีเงินที่
ทัดเทียมกับขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับสูงสุดหลายสิบตัว ไม่เพียง
เท่านี้ ยังมีมังกรดินสีทองที่เทียบเคียงกับขั้นกึ่งเทพแห่งโลกอีกตัว
และในหมู่พวกเขา ยามนี้พลังของวิญญาณแห่งความตายสูงที่สุด
แต่ก็เพิ่งอยู่ในขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่เก้าเท่านั้น ส่วนคนที่เหลือ
ยามนี้อยู่เพียงขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่แปด
ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่แปดหกท่าน บวกกับยอด
ฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับที่เก้าอีกหนึ่งท่าน กลับระรานมังกร
ดินสีเงินที่ทัดเทียมกับขั้นเทพแท้จริงแห่งโลกระดับสูงสุดและขึ้นชื่อ
เรื่องการตั้งรับหลายสิบตัว กระทั่งว่าในนั้นยังมีมังกรดินสีทองอีกหนึ่ง
ตัว
เกรงว่าไม่จำเป็นต้องประจันหน้ากัน พวกเขาก็คงถูกมังกรดินสีเงิน
ฉีกทำลายร่างจนแหลกอย่างบ้าคลั่งแล้ว
แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีทางเลือกแล้ว เรียกได้ว่าหมดทางถอยหนี
ถ้าไม่ฝืนข้ามผ่านไปให้ได้ เช่นนั้นก็ต้องตกรอบเพราะอาณาเขตที่แคบ
ลง
เซียวฮั่นวางแผนการต่อสู้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มังกรดินสีทองที่
แข็งแกร่งที่สุดตัวนั้น เขายกให้เป็นหน้าที่ของวิญญาณแห่งความตาย
ส่วนสัตว์ปีศาจหลายสิบตัวที่เหลือ เซียวฮั่นและร่างจำแลงอันยิ่งใหญ่
อีกร่างจะจัดการคนละห้าถึงหกตัว!