ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 696 : ปรับตัว!
“สหายเซียว ข้าเริ่มรู้สึกเสียใจที่เข้ามาแล้วล่ะ!”
ฉายเฉินเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกเสียใจเล็กน้อย หากเขารู้ว่าในวิหาร
หงเหมิงคือสถานที่บ้าๆ เช่นนี้ เขาคงไม่มีทางเข้ามาเด็ดขาด
“เมื่อมาถึงแล้วก็ควรทำใจให้สงบ การเข้ามาในโลกแห่งนี้ไม่ใช่
เรื่องเลวร้ายอันใด อย่างน้อยโลกแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยพลังแห่งเต๋าอัน
บริสุทธิ์อย่างยิ่ง อีกทั้งภายใต้แรงถ่วงพันล้านเท่านี้ ความสามารถของ
พวกเราอาจยกระดับขึ้นไม่หยุด หากพวกเราปรับตัวให้เข้ากับแรงถ่วงนี้
ได้ เช่นนั้นความสามารถของพวกเราก็จะได้รับการยกระดับขึ้นอย่าง
รวดเร็ว”
คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่นไม่รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องเลวร้าย ภายใต้
สภาพแวดล้อมเช่นนี้ นับว่าเป็นสถานที่สำหรับฝึกเกลาอันสมบูรณ์แบบ
แห่งหนึ่ง
สถานที่แห่งนี้ ทุกคนต่างต้องเผชิญหน้ากับการคุกคามแห่งความ
ตายอย่างแท้จริง ความสามารถอาจยกระดับขึ้นมาจากการฝึกฝนได้
อย่างต่อเนื่อง
เมื่ออยู่ในโลกใบนี้เป็นเวลานาน หากสามารถรอดชีวิตออกไปได้
ถึงตอนนั้นความสามารถของพวกเขา เมื่ออยู่ในโลกภายนอก ก็จะ
สามารถทัดเทียมได้กับการดำรงอยู่ในขั้นเทพจักรพรรดิ กระทั่งอาจ
แข็งแกร่งกว่าด้วยซ˺า
แน่นอนว่าจังหวะและวิกฤตคือสิ่งที่ดำรงอยู่คู่กัน หากไม่ระวังเพียง
นิดเดียว พวกเขาอาจถึงขั้นเอาชีวิตมาทิ้งในโลกนี้
สถานที่ที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้ หากกายเนื้อแหลกสลายและ
ต้องการฟื้นสภาพกลับคืนมานับเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เรื่องหนึ่ง
ภายใต้แรงถ่วงนับพันล้านเท่า ร่างที่แหลกสลายก็จะถูกกดข่มจน
กลายเป็นฝุ่นผง หากจิตวิญญาณเทพระเบิดภายใต้แรงถ่วงพันล้านเท่า
ก็จะถูกแรงถ่วงอันน่าพรั่นพรึงนี้สังหารภายในชั่วพริบตา
สถานที่ประเภทนี้ ไม่ต่างจากการต่อสู้กับยอดฝีมือขั้นเทพระดับสูง
ที่ควบคุมกฎแรงถ่วงพันล้านเท่าท่านหนึ่ง
รอจนกระทั่งพวกเขาสามารถปรับตัวให้เข้ากับแรงถ่วง
ความสามารถของพวกเขาก็ไม่ต่างจากการดำรงอยู่ขั้นเทพระดับสูง
แม้แต่น้อย
ขณะที่ผลาญพลังแห่งเต๋าทั้งหมด เซียวฮั่นก็สามารถสัมผัสได้
เช่นกันว่า พลังแห่งเต๋าอันบริสุทธิ์ได้หลั่งไหลเข้ามาในร่างไม่หยุด พลัง
แห่งเต๋าอันบริสุทธิ์สายนี้ได้ชำระล้างโลหิตทั่วร่าง ทำให้ร่างกายของเขา
แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เซียวฮั่นเชื่อว่าเมื่ออยู่ในโลกนี้เป็นเวลานาน ต่อให้การฝึกตนยังไม่
บรรลุถึงขั้นเทพระดับสูง แต่ก็สามารถรวบรวมร่างเต๋าอมตะของตน
ขึ้นมาได้ก่อนล่วงหน้า
“ฟ่อ…ฟ่อ…”
ขณะที่เซียวฮั่นและฉายเฉินกำลังพยายามเดินสำรวจ ทันใดนั้นก็มี
เสียงขู่ดังขึ้นมา ภายใต้สายตาของทั้งสอง งูดำขนาดหลายแสนจั้งกำลัง
แลบลิ้นอันน่าพรั่นพรึงออกมา ดวงตาสามเหลี่ยมของมันจ้องไปยัง
เซียวฮั่นและฉายเฉินที่อยู่เบื้องหน้า
“แย่แล้ว!”
เมื่อเห็นงูดำตัวนี้ ฉายเฉินก็รู้เพียงว่าด้านหน้ามืดมิดมองไม่เห็น
หนทางที่จะหลบหนี เกรงว่าเขาและเซียวฮั่นอาจต้องรับมืออย่างเลี่ยง
ไม่ได้เสียแล้ว
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เซียวฮั่นและฉายเฉินไม่สามารถแสดง
พลังที่แท้จริงของตนออกมาได้ แต่การรับรู้ของพวกเขาไม่ผิดพลาด
แน่นอน งูดำที่อยู่เบื้องหน้าตัวนี้ หากเอ่ยถึงเพียงความสามารถ ต้องไม่
ด้อยไปกว่าการดำรงอยู่ขั้นเทพระดับกลาง
ถึงขั้นที่ว่า ความสามารถของงูดำเบื้องหน้าอาจแข็งแกร่งกว่ายอด
ฝีมือขั้นเทพระดับกลางมากนัก มันไม่ได้รับผลกระทบจากแรงถ่วงของ
โลกใบนี้ เพราะมันอยู่ที่นี่ตั้งแต่เล็กจนโต
แต่เซียวฮั่นและฉายเฉินกลับแตกต่าง พวกเขาไม่คุ้นชินกับแรงถ่วง
ของที่นี่แม้แต่น้อย
ต่อให้งูดำเบื้องหน้านี้ มีความสามารถไม่ต่างจากพวกเขา แต่กลับ
เพียงพอที่จะพรากชีวิตของพวกเขาไปได้อย่างไม่ยากเย็น
งูดำตัวนี้เมื่ออยู่ในโลกอันลึกลับแห่งเทพ ก็เป็นเพียงงูธรรมดาตัว
หนึ่ง กระทั่งไม่นับว่าเป็นสัตว์ปีศาจเสียด้วยซ˺า
และในยามนี้ งูดำก็กำลังออกหาอาหารพอดี ทว่ามันกลับมองเห็น
เซียวฮั่นและฉายเฉิน ถึงแม้งูดำจะไม่มีสติปัญญา แต่สัญชาตญาณของ
มันก็สามารถสัมผัสได้ว่าอาหารเบื้องหน้าต้องมีรสชาติที่ดีอย่างแน่นอน
“สหายเซียว รีบคิดหาวิธีเข้า ข้าไม่อยากเข้าไปในท้องของงูตัวนี้”
ฉายเฉินรีบส่งเสียงร้องออกมา เมื่อมองงูดำที่เริ่มคืบคลานเข้ามา
ใกล้ ฉายเฉินไม่อยากคิดเลยว่าตนจะต้องมาตายเช่นนี้
“อย่ารีบร้อน!”
ถึงแม้เซียวฮั่นเองจะรู้ว่าการปรากฏตัวของงูดำ สำหรับพวกเขา
แล้วเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นทำให้พวกเขาตกอยู่ใน
สถานการณ์เลวร้าย
“ไป!”
สัมผัสศักดิ์สิทธิ์เคลื่อนโคจร กระจกจารึกโลกาในโลกแห่งจิต
วิญญาณเทพเปล่งประกายขึ้นมา ทันใดนั้นแสงอันน่าสะพรึงสายหนึ่งก็
สาดส่องลงบนตัวของงูดำ เมื่อกระจกจารึกโลกาบิดเบี้ยว ก็กลายร่าง
เป็นงูดำอีกตัวหนึ่งที่เหมือนกันกับงูดำเบื้องหน้าทุกประการ
ในแดนลึกลับหงเหมิง สมบัติล˺าค่าส่วนใหญ่ที่เซียวฮั่นค้นพบ ล้วน
แต่นำมาฟื้นฟูกระจกจารึกโลกา เพราะเหตุนี้กระจกจารึกโลกา
ในตอนนี้จึงฟื้นฟูอานุภาพได้เจ็ดถึงแปดส่วน ถึงแม้จะยังฟื้นฟูได้ไม่ถึง
ที่สุด แต่ก็เทียบได้กับศาสตราเทพระดับสูงชิ้นหนึ่ง
กระทั่งว่าแม้แต่วิญญาณแห่งศาสตราของกระจกจารึกโลกาก็ถือ
กำเนิดขึ้นมาใหม่
ดังนั้นกระจกจารึกโลกาจึงกลายเป็นงูดำได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็
ปะทะกันกับงูดำตัวนั้น เมื่อเทียบกับงูดำที่มีทักษะจากสัญชาตญาณตัว
นั้นแล้ว กระจกจารึกโลกามีปัญญาที่สูงกว่ามาก
เพียงแค่คิดก็สามารถรู้ผลลัพธ์ได้แล้ว ภายใต้การปะทะกัน ในที่สุด
งูดำตัวนั้นก็สู้กระจกจารึกไม่ได้ สุดท้ายก็ถูกงูดำแห่งร่างจำแลงจาก
กระจกจารึกโลกากัดคอจนขาด ทันใดนั้นมันก็ส่งเสียงร้องขอชีวิต โลหิต
สาดกระเซ็นไปทั่วกิ่งของต้นไม้ใหญ่
“ยังดี!”
เมื่อเห็นฉากนี้ เซียวฮั่นก็อดโล่งใจไม่ได้ ถึงแม้กระจกจารึกโลกาจะ
ได้รับผลกระทบจากแรงถ่วงพันล้านเท่าซึ่งไม่ต่างจากพวกเขา แต่
ความสามารถของมันกลับไม่ได้ลดน้อยลง หลังจากที่กลายร่างเป็นงูดำ
มันก็ปรับตัวให้เข้ากับแรงถ่วงของโลกใบนี้ได้ทันที
โชคดีที่เซียวฮั่นยังมีกระจกจารึกโลกา มิเช่นนั้นเซียวฮั่นและฉาย
เฉิน คงต้องเข้าไปในท้องของงูดำตัวนี้แล้ว
หลังจากที่สังหารงูดำ เซียวฮั่นและฉายเฉินก็ไม่สามารถทำอะไรกับ
ศพของงูดำเบื้องหน้านี้ได้ เพราะงูดำเบื้องหน้านี้มีน˺าหนักตัวมหาศาล
เมื่ออยู่ภายใต้แรงถ่วง
แต่สำหรับเซียวฮั่นแล้วงูดำเบื้องหน้านี้ กลับคลี่คลายความลำบาก
ให้พวกเขาในตอนนี้
“ไป ออกจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
เมื่อเคลื่อนจิตสัมผัส งูดำที่กลายร่างมาจากกระจกจารึกโลกาก็รีบ
บรรทุกเซียวฮั่นและฉายเฉินแล้วเลื้อยหายไปจากบนกิ่งของต้นไม้ต้นนี้
ไม่นานภายใต้การนำทางของงูดำที่บรรทุกเซียวฮั่นและฉายเฉิน
พวกเขาก็เริ่มเข้าใจเกี่ยวกับโลกใบนี้ที่ตนกำลังอาศัยอยู่ เมื่องูดำทะลุ
ผ่านต้นไม้สูงเทียมฟ้าแต่ละต้น พวกเขาก็ได้มองเห็นผู้ยิ่งใหญ่มากมาย
ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ มีร่างดุจภูผา ความสามารถของพวกเขามิอาจ
จินตนาการได้ เมื่ออยู่ในโลกภายนอกคงเป็นการดำรงอยู่ที่ทัดเทียมได้
กับยอดฝีมือขั้นเทพระดับสูง
สัตว์ปีศาจและสัตว์ป่าขั้นเทพระดับกลางและระดับสูงล้วนพบเห็น
ได้ทั่วไป แม้แต่มดปลวกหนึ่งตัว ก็มีความสามารถในขั้นเทพแห่งโลก
นี่คือสิ่งที่ทำให้ฉายเฉินตกใจยิ่งนัก แม้แต่เซียวฮั่นก็มิอาจ
จินตนาการได้ว่าโลกที่พวกเขาผ่านมานี้เป็นโลกในระดับใด
เมื่อเทียบกับโลกใบนี้แล้ว พวกเขารู้สึกว่าโลกหงเหมิงเล็กเพียงนิด
เดียว สิ่งมีชีวิตในที่แห่งนี้เมื่อเริ่มถือกำเนิดขึ้นมา ก็เป็นการดำรงอยู่ใน
ขั้นเทพระดับต˹าแล้ว สัตว์ป่าบางตัวก็มีความสามารถในขั้นเทพ
ระดับกลาง ส่วนสัตว์ปีศาจพวกเซียวฮั่นยังคงไม่พบเจอ
แต่เซียวฮั่นรู้ว่าหากพบกับสัตว์ปีศาจ เกรงว่าหนึ่งในนั้นอาจมีสัตว์
ปีศาจระดับเทพจักรพรรดิปรากฏอยู่ด้วย
ต่อให้พวกเขาไม่รู้ว่าโลกใบนี้ มีการดำรงอยู่ของสัตว์ร้ายที่
ความสามารถเทียบเท่ากับยอดฝีมือขั้นเต๋าแห่งโลกหรือไม่ แต่ไม่ว่า
เซียวฮั่นหรือฉายเฉินต่างก็กลายเป็นการดำรงอยู่ระดับมดปลวกเท่านั้น
หากนึกย้อนถึงคำกล่าวของพยัคฆ์ขาว พวกเขาจึงได้รู้ว่าการเข้า
มาในวิหารหงเหมิง สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่ใช่เรื่องดีอันใดเลย
แต่ทุกเรื่องย่อมมีสองด้าน หากพวกเขาสามารถยืนหยัดอยู่บนโลก
นี้ได้อย่างมั่นคง พวกเขาก็จะสามารถอาศัยโลกอันพิเศษนี้ ทำให้
ความสามารถของตนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าทลายดิน
คนทั้งหมดที่เข้ามาในโลกนี้ ต่างเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า นี่คือ
โอกาสที่ดำรงอยู่คู่กับวิกฤตอย่างแท้จริง
สิ่งแรกที่พวกเขาต้องทำคือการมีชีวิตรอดจนกว่าจะปรับตัวให้เข้า
กับแรงถ่วงของโลกใบนี้ จากนั้นก็พยายามยกระดับความสามารถและ
การฝึกตนให้สูงยิ่งขึ้น
การปรับตัวให้เข้ากับแรงถ่วงพันล้านเท่าภายในระยะเวลาอันสั้น
ไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก แต่ดีตรงที่พวกเขาต่างก็ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
ถึงแม้การปรับตัวให้เข้ากับแรงถ่วงจะเป็นเรื่องลำบาก แต่ขอเพียงมี
เวลาให้พวกเขา การปรับตัวให้เข้ากับแรงถ่วงของฟ้าดินแห่งนี้ก็ไม่ใช่
เรื่องยากแต่อย่างใด
หลังจากที่งูดำบรรทุกเซียวฮั่นและฉายเฉินจนพบกับถ˺าที่ปลอดภัย
บริเวณหน้าผาแห่งหนึ่ง เซียวฮั่นและฉายเฉินก็เริ่มคุ้นชินกับแรงถ่วงอัน
น่าพรั่นพรึงของฟ้าดินแห่งนี้แล้ว
ช่วงเริ่มต้นพวกเขายังต้องอาศัยพลังแห่งเต๋าเพื่อปรับตัวอย่าง
ต่อเนื่อง นานวันเข้าพวกเขาก็ไม่ต้องอาศัยพลังแห่งเต๋า และค่อยๆ
ปรับตัวให้เข้ากับแรงถ่วงพันล้านเท่านี้ได้ทีละน้อย
อีกทั้งภายใต้การชำระล้างของพลังแห่งเต๋าอันบริสุทธิ์ ร่างอมตะ
ของพวกเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเป็นร่างเต๋าอมตะ
หากสามารถกลายเป็นร่างเต๋าอมตะได้สำเร็จ เช่นนั้นพวกเขาก็จะ
สามารถกระตุ้นพลังแห่งเต๋าในโลกนี้ได้ง่ายขึ้น ถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะ
มีความสามารถในการป้องกันตัวเอง
ภูเขาแห่งนี้ ไร้วันเวลา เซียวฮั่นและฉายเฉินมาถึงถ˺าของภูเขาแห่ง
นี้โดยที่ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ทั้งสองในตอนนี้ได้คุ้นชินกับแรง
ถ่วงของฟ้าดินแห่งนี้โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังแห่งเต๋าอีกต่อไป
พวกเขาไม่ต้องก้าวเดินอย่างยากลำบากดังเดิม กระทั่งว่าเมื่อ
อาศัยพลังแห่งเต๋า พวกเขาก็สามารถลอยตัวกลางอากาศในระยะสั้นได้
แล้ว
“ตุบ!”
เห็นเพียงพลังแห่งวิถีจิตวิญญาณของเซียวฮั่นกลอกกลิ้ง หอกแห่ง
จิตวิญญาณที่รวมตัวขึ้นมาจากพลังแห่งเต๋าได้โจมตีศิลาก้อนหนึ่ง ศิลา
ขนาดเท่ามนุษย์ก้อนนั้นแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ระดับความแข็ง
ของศิลาก้อนนี้ทัดเทียมได้กับทองคำหงเหมิง
เมื่อเห็นฉากนี้ เซียวฮั่นจึงเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ตอนนี้เขา
เริ่มปรับตัวให้เข้ากับแรงถ่วงแห่งฟ้าดินผืนนี้ได้แล้ว
อย่างน้อยพลังแห่งจิตวิญญาณของเขาก็สามารถต้านทานแรงถ่วง
พันล้านเท่าและไม่ถูกแรงถ่วงสังหารจนดับสูญ
ส่วนการฝึกตนยังคงอยู่ในระดับเดิม ทว่าความสามารถกลับได้รับ
การยกระดับขึ้นอย่างมาก อย่ามองว่าพวกเขาเข้ามาในโลกนี้ได้เพียงไม่
นาน เมื่อเทียบกับตอนที่เข้ามาในแดนลึกลับหงเหมิงแล้ว อย่างน้อย
ความสามารถของพวกเขาก็ยกระดับขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่า
กระทั่งว่าพวกเขาต่างรวบรวมร่างเต๋าอมตะได้เกือบสมบูรณ์ ทั้งที่
ก่อนหน้านี้นี่คือเรื่องที่พวกเขาไม่กล้าจินตนาการโดยสิ้นเชิง
“ฮ่าๆ ในที่สุดข้าก็สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วแล้ว!”
อีกด้านหนึ่ง เงาร่างของฉายเฉินที่ลอยขึ้นกลางอากาศก็หายลับไป
จากนั้นจึงปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเซียวฮั่น
หลังจากที่คุ้นชินกับแรงถ่วงของโลกใบนี้แล้ว ภายใต้ความ
ช่วยเหลือของพลังแห่งวิถีความเร็วและวิถีวายุของฉายเฉิน เขาก็
สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วเพียงชั่วพริบตา
เมื่อเทียบกับตอนที่เพิ่งเข้ามาในโลกใบนี้ ไม่ว่าเซียวฮั่นหรือฉาย
เฉิน ความสามารถของพวกเขาต่างก็ได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมาก
อย่างน้อยสัตว์ดุร้ายขั้นเทพระดับกลางจนถึงระดับสูงที่พวกเขาพบเจอ
พวกเขาก็ไม่ต้องมัวยืนจ้องอย่างนิ่งเฉยแล้ว
“สหายเซียวช่างมีสายตาที่แหลมคมนัก ข้าสามารถสัมผัสได้ว่า อีก
ไม่นานเจ้าก็จะสามารถรวมร่างเต๋าอมตะได้แล้ว!” ฉายเฉินหัวเราะ
พลางเอ่ยขึ้นกับเซียวฮั่น
เห็นเพียงเขาสะบัดฝ่ามือหนึ่งครา พลังแห่งวิถีวายุก็กลอกกลิ้งไป
ทั่วมิติกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นอันน่าหวาดกลัว พายุไต้ฝุ่นฉีกทำลายทุก
สรรพสิ่ง ขณะที่พลังที่เกิดจากพายุกลอกกลิ้ง แม้แต่ต้นไม้ใหญ่สูงเทียม
ฟ้าก็ถูกฉีกทำลายจนแหลกละเอียด
“เอาล่ะ ตอนนี้เป็นเวลาที่พวกเราต้องไปตามหาคนอื่นแล้ว ไม่รู้ว่า
พวกเขาอยู่ที่ใดบ้าง และสถานการณ์เป็นเช่นไร”
เมื่อคำนวณเวลาดู เซียวฮั่นและพรรคพวกก็เข้ามายังโลกนี้เป็น
เวลาหนึ่งเดือนแล้ว พวกเขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าสถานการณ์ของคนอื่น
ในตอนนี้จะเป็นเช่นไร
หลังจากที่พวกเขาต่างปรับตัวให้เข้ากับแรงถ่วงของฟ้าดินแห่งนี้
และมีความสามารถในการป้องกันตัวเอง จึงควรออกตามหาที่อยู่ของ
คนอื่นดูเสียหน่อย
ในโลกที่น่าพรั่นพรึงเช่นนี้ หากพวกเขารวมกลุ่มกัน อันตรายก็จะ
ยิ่งลดน้อยลงไปหลายส่วน!