ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 732 : หลอกคนอย่างไม่คิดชีวิต!
คนมองจักรพรรดิแห่งภูติสองตน เซียวฮั่นไม่ได้คิดจะไป
ประจันหน้า ทว่าเพลิงวิญญาณเก้าทมิฬบนร่างกลับกลอกกลิ้ง จากนั้น
เพลิงวิญญาณเก้าทมิฬสองกลุ่มก็พุ่งกระโจนไปยังจักรพรรดิแห่งภูติ
สองตนนั้น
ทั้งนี้เมื่อเซียวฮั่นและจักรพรรดิแห่งภูติสองตนประมือกัน เฉิน
เสวียนที่ตั้งใจจะชมการแสดงอันน่าสนุก เส้นขนทั่วร่างของเขากลับตั้ง
ชันกะทันหัน จากนั้นสายตาสีแดงฉานดุจโลหิตอันน่าหวาดผวาคู่หนึ่งก็
ทอประกายออกมาจากความมืด
ภายใต้สายตาของเฉินเสวียน เห็นสัตว์ปีศาจลักษณะคล้ายมังกร
วารีตัวหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าตน มังกรวารีตัวนี้ตกตายแล้วตกตายเลย
แต่เพราะเดิมทีอีกฝ่ายเป็นมังกรวารีที่มีพลังขั้นนักรบแห่งเต๋า เมื่อตก
ตายในถ˺าหมื่นภูติแห่งนี้จึงสามารถแปรเปลี่ยนมาอยู่ในขั้นนักรบแห่ง
ภูติเฉกเช่นในเวลานี้
“ก๊าซซซ!!!”
มังกรวารีส่งเสียงคำรามกึกก้อง ก่อนที่สายตาสีแดงดุจโลหิตจะตก
ลงบนร่างของเฉินเสวียนในทันใด ทว่ายามนี้เฉินเสวียนกำลังมองเซียว
ฮั่นจัดการกับจักรพรรดิแห่งภูติสองตนนั้น เขาจึงทำได้เพียงลอบสบถ
หนึ่งเสียง จากนั้นจึงปลุกเร้าพลังแห่งวิถีเต๋า ต่อมาสายฟ้าก็ปรากฏขึ้น
กลางฝ่ามือและบนร่างของเขาทีละสาย
“ตูมมม!”
เมื่อสายฟ้าแต่ละสายปรากฏบนร่างของเฉินเสวียน มังกรวารีก็อ้า
ปากกว้างแล้วจึงพ่นปราณมังกรออกมา เพียงแต่ปราณมังกรที่ว่าคือ
ลมปราณที่รวบรวมขึ้นจากไอภูติและกลิ่นอายมรณะ
ปราณมังกรสายเดียว ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิแห่งเต๋า
โดยทั่วไปยังต้องถูกไอภูติและกลิ่นอายมรณะดูดกลืนจนกลายเป็น
ปีศาจภูติ ปราณมังกรกลุ่มนี้สามารถกัดกร่อนและดูดกลืนได้กระทั่ง
พลังแห่งวิถีเต๋า
“แกรก!!!”
ทั้งนี้เฉินเสวียนก็โยนสายฟ้าที่รวบรวมขึ้นจากพลังแห่งวิถีสายฟ้า
ในมือออกไป ทว่าเมื่ออยู่ภายใต้ลมปราณแห่งมังกรนั้น สายฟ้าของตน
สายนั้นกลับไม่ได้สาดกระเซ็นขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว ราวกับเป็นหยดน˺า
ที่ตกลงไปในแม่น˺าก็ไม่ปาน
“หมื่นอัสนีบาต!”
เมื่อเห็นภาพนี้ เฉินเสวียนก็ขบฟันแน่น แล้วจึงสะบัดฝ่ามือ
จากนั้นสายฟ้าแต่ละสายก็ปรากฏขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะพุ่งไป
โจมตีปราณมังกรสายนั้น
ภายใต้การจู่โจมของสายฟ้านับหมื่นสาย ปราณมังกรกลุ่มนั้นถูก
ทำลายในที่สุด เพียงแต่ครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง มังกรวารีเบื้อง
หน้าคือการดำรงอยู่ขั้นนักรบแห่งภูติ และถึงขั้นทัดเทียมกับยอดฝีมือ
ขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าของที่นี่
“ก๊าซซซ!”
เมื่อปราณมังกรกลุ่มแรกถูกทำลาย มังกรวารีก็ส่งเสียงคำรามลั่น
อีกครั้ง บัดนี้ปราณมังกรที่แข็งแกร่งกว่าเดิมไม่น้อยกว่าสิบเท่ารวมตัว
ขึ้นมา ก่อนจะโจมตีออกมาจากปากของมัน
“แย่แล้ว!”
เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้น เฉินเสวียนก็หน้าเปลี่ยนสีพลางสบถหนึ่ง
เสียงในทันใด ปราณมังกรกลุ่มนี้ทัดเทียมกับการโจมตีสุดกำลังของยอด
ฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋า หากตกลงบนร่างของเขา เพียงไม่นานเขาก็
จะถูกกลิ่นอายมรณะและไอภูติกัดกิน จากนั้นจึงกลายเป็นการดำรงอยู่
แบบเดียวกับจักรพรรดิแห่งภูติสองตนนั้น
ตอนนี้สีหน้าของเฉินเสวียนไม่น่ามองอย่างยิ่ง เมื่อนึกถึงจักรพรรดิ
แห่งภูติสองตนนั้น เขาก็นึกถึงเซียวฮั่นทันที จากนั้นจึงหันหลังกลับไป
มองแวบหนึ่ง เขาเกือบกระอักโลหิตออกมา
เห็นเพียงจักรพรรดิแห่งภูติสองตนนั้นถูกแผดเผาอย่างดุเดือด
ภายใต้เพลิงวิญญาณเก้าทมิฬ แม้แต่ศพยังถูกเพลิงวิญญาณเก้าทมิฬ
เผาไหม้ทีละนิด อีกไม่นานเกรงว่าจักรพรรดิแห่งภูติสองตนนี้ต้อง
สิ้นชีวิตเป็นแน่แท้
ส่วนเซียวฮั่น ยามนี้กลับไม่แยแสสิ่งใด ไม่มีความคิดจะเข้ามาช่วย
ตนแม้แต่น้อย เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เฉินเสวียนจึงรู้สึกเพียงว่าตนคง
เป็นคนผู้นั้นที่ถูกฝัง
แต่ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้ก็สายเกินไปที่จะเสียใจแล้ว บัดนี้ตนถูก
นักรบแห่งภูติจับจ้องเสียแล้ว ทำได้เพียงอดทนจนกว่าเซียวฮั่นจะกำจัด
จักรพรรดิแห่งภูติสองตนนั้นได้ แล้วจึงมาช่วยตน ส่วนยามนี้เขาทำได้
เพียงพึ่งตัวเองไปก่อน
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินเสวียนก็อดไม่ได้ที่จะขบฟัน คนสะบัดฝ่ามือ
จากนั้นธงสีม่วงที่เปล่งประกายสายฟ้าก็ปรากฏในมือของเขา
ธงสายฟ้าสวรรค์สามารถอัญเชิญสายฟ้าลงทัณฑ์นับพันนับหมื่น
เป็นศาสตราเต๋าระดับนักรบชิ้นหนึ่ง!
เมื่อธงสายฟ้าสวรรค์อยู่ในมือ เฉินเสวียนก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาก
เขาสะบัดฝ่ามือหนึ่งคราทันใด พอธงสายฟ้าสวรรค์ปลิวสะบัด สายฟ้า
ลงทัณฑ์แต่ละสายก็รวมตัวกันกลางธงสายฟ้าสวรรค์นั้น ก่อนจะ
กลายเป็นมังกรสายฟ้าตัวหนึ่งในท้ายที่สุด
“เปรี้ยง!!!”
เสียงสายฟ้าคำรามกึกก้อง จากนั้นมังกรสายฟ้าก็ส่งเสียงกรีดร้อง
พลางพุ่งไปยังมังกรวารีตัวนั้น ทั้งนี้มังกรสายฟ้าที่ว่ายังไม่ด้อยไปกว่า
การดำรงอยู่ขั้นนักรบแห่งเต๋าท่านหนึ่ง แต่ทันทีที่มังกรวารีพ่นปราณ
มังกรกลุ่มนั้นออกมา
มังกรสายฟ้าก็ถูกปราณมังกรอันน่าพรั่นพรึงแทงทะลุทะลวง กลิ่น
อายมรณะและไอภูติอันน่าหวาดผวาทำให้มังกรสายฟ้าที่ประกอบขึ้น
จากสายฟ้าลงทัณฑ์อันตรธานหายไปในทันใด เพียงแต่อานุภาพของ
ปราณมังกรกลุ่มนั้นก็ลดน้อยลงมหาศาล
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินเสวียนก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่าง
อดไม่ได้ แต่พอเขาหันหลังกลับไปมอง แล้วพบว่าเซียวฮั่นยังยืนอย่าง
ไม่ทุกข์ร้อนอยู่ตรงนั้น เฉินเสวียนรู้สึกเพียงไม่ชอบใจ เกิดความคิด
อยากจะด่าสาดเสียเทเสีย
ทว่ายามนี้เขากลับไม่อาจล่วงเกินเซียวฮั่น เพราะมังกรวารีตัวนั้น
เพ่งเล็งเขาแล้ว หากเซียวฮั่นพลิกตัวหลบหนีเอาชีวิตรอดในช่วงเวลานี้
เช่นนั้นเขาจะตกอยู่ในอันตราย
ด้วยเหตุนี้เขาจึงทำได้เพียงรอจนกว่าเซียวฮั่นจะเก็บกวาด
จักรพรรดิแห่งภูติสองตนนั้นเสร็จแล้วจึงมาช่วยตน เมื่อถึงยามนั้นเขา
จะปลีกตัวออกมา ยกนักรบแห่งภูติตนนี้ให้เซียวฮั่นจัดการ
อย่างที่รู้กันว่านักรบแห่งภูติตนนี้ทัดเทียมกับการดำรงอยู่ขั้นเทพ
แท้จริงแห่งเต๋า ความแข็งแกร่งเหนือกว่าพวกเขาสองคนอย่างมาก
ความต่างของความแข็งแกร่งอย่างน้อยก็กว่าสิบเท่า
ยามนี้ต่อให้เฉินเสวียนอาศัยศาสตราเต๋าระดับนักรบอันเป็น
ศาสตรานักษัตรของตน ยังต้องต่อสู้ด้วยความยากลำบาก กระทั่งว่า
เพื่อฝืนยืนหยัด เขาต้องจ่ายราคาออกไปไม่น้อย
ทว่าเซียวฮั่นกลับไม่แยแสโดยสิ้นเชิง หลังจากควบคุมเพลิง
วิญญาณเก้าทมิฬให้แผดเผาศพของจักรพรรดิแห่งภูติสองตนไม่ขาด
สาย จากนั้นก็เริ่มเผาทำลายจิตวิญญาณทมิฬของจักรพรรดิแห่งภูติ
สองตน
ส่วนเฉินเสวียนทำได้เพียงลอบก่นด่าในใจพลางปลุกเร้าพลังแห่ง
วิถีเต๋าของตนและธงสายฟ้าสวรรค์ เพื่อปลดปล่อยสายฟ้าลงทัณฑ์แต่
ละสายด้วยความเจ็บปวดเกินบรรยายให้มังกรวารีหมดหนทางต่อสู้
ทว่ามังกรวารีตัวนั้นคล้ายกับมีปราณมังกรที่ดูดกลืนเข้าไปอย่างไร
ก็ไม่มีที่สิ้นสุด ปราณมังกรอันน่าหวาดกลัวพุ่งโจมตีเฉินเสวียนกลุ่มแล้ว
กลุ่มเล่า หากไม่ระวังเพียงนิดเดียวพลาดท่าตกลงไปอยู่ท่ามกลาง
ปราณมังกร เฉินเสวียนก็จะกลายเป็นปีศาจภูติไปโดยปริยาย
และสถานที่ที่เต็มไปด้วยไอภูติและกลิ่นอายมรณะอันมากมายล้น
หลามเช่นนี้ พลังของมังกรวารีจึงไม่มีทางแห้งเหือด ทว่าเฉินเสวียนนั้น
แตกต่าง ปลุกเร้าธงสายฟ้าสวรรค์เพียงไม่กี่หน เขาก็รู้สึกว่าพลังแห่งวิถี
เต๋าในร่างของตนสูญหายไปกว่าหกสิบส่วนแล้ว
ต่อให้เป็นประกายสายฟ้าที่จรัสแสงสีม่วงบนธงสายฟ้าสวรรค์
ยามนี้ก็ยังอ่อนจางลงไปไม่น้อย
ระหว่างที่เฉินเสวียนสบถด่าในใจไม่มีหยุด พลางใช้ธงสายฟ้า
สวรรค์สกัดกั้นมังกรวารีตัวนั้น ในที่สุดเซียวฮั่นก็แผดเผาจักรพรรดิแห่ง
ภูติสองตนนั้นโดยสมบูรณ์
ทั้งนี้หลังจากกลืนกินจิตวิญญาณทมิฬของจักรพรรดิแห่งภูติสอง
ตนเข้าไป เซียวฮั่นก็รับรู้ได้ว่าพลังจิตวิญญาณของตนแข็งแกร่งขึ้นมา
ไม่น้อย หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานเขาอาจสามารถก้าวสู่ขั้นนักรบ
แห่งเต๋าก็เป็นได้
“มาช่วยข้าเร็วเข้า!”
เมื่อเห็นว่าในที่สุดเซียวฮั่นก็สังหารจักรพรรดิแห่งภูติสองตนนั้น
สำเร็จ เฉินเสวียนก็ตะโกนทันที ระหว่างที่กล่าวเขาก็ลองเสี่ยงใช้ธง
สายฟ้าสวรรค์อัญเชิญมังกรสายฟ้าตัวหนึ่งออกมาอีกครา เพื่อหักล้าง
กับปราณมังกรของมังกรวารีตัวนี้
“มาแล้ว!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวฮั่นก็ตอบกลับในทันใด ทั้งนี้พอได้ยินเสียง
ของเซียวฮั่น เฉินเสวียนก็เบาใจลงไป ขอเพียงแต่เซียวฮั่นสามารถ
ดึงดูดความสนใจจากนักรบแห่งภูติตนนี้ได้ เขาเฉินเสวียนก็จะไม่รอช้า
หันหลังวิ่งหนีไปทันที หากเขาออกจากถ˺าหมื่นภูติที่น่าตายแห่งนี้ไปได้
เขาจะไม่ย˹ากรายเข้าไปในนั้นอีกเลย
ระหว่างที่เฉินเสวียนตัดสินใจจะหันหลังวิ่งหนี เขาก็รู้สึกหน้ามืด
ขึ้นมากะทันหัน จากนั้นก็เห็นเงาร่างของเซียวฮั่นหายตรงเข้าไปในปาก
ขนาดยักษ์ของมังกรวารีตัวนั้น
เมื่ออยู่ตรงหน้ายักษ์ใหญ่ไร้เทียมทานเช่นมังกรวารี เซียวฮั่นก็
เปรียบดังมดปลวก แม้ว่าจะเข้าไปในปากของมันแล้ว มังกรวารีที่
กลายเป็นปีศาจภูติไปแล้วตัวนี้ยังไม่รู้สึกอะไรแม้แต่นิดเดียว
พอเห็นภาพเบื้องหน้า เฉินเสวียนก็เผยสีหน้างุนงงออกมาอย่าง
ฉับพลัน
พอเฉินเสวียนได้สติ เขาก็ตะโกนด่าสาดเสียเทเสียทันใดว่า “ข้าจะ
บอกบรรพบุรุษเจ้า เจ้าจะรนหาที่ตาย แต่เหตุใดจึงลากบิดาไปเกี่ยว
ด้วย! บิดาถูกเจ้าเล่นงานเสียจนน่าสังเวช…”
เพียงแต่ยามนี้เซียวฮั่นไม่ได้ยินเฉินเสวียนสบถด่าตนโดยสิ้นเชิง
ทั้งนี้หลังจากเฉินเสวียนสบถเสร็จ เขาก็หันหลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดโดย
ไม่เอ่ยพล่ามอะไรทันที
ทว่านักรบแห่งภูติตนนั้นเพ่งเล็งเฉินเสวียนแล้ว ไหนเลยจะปล่อย
เฉินเสวียนไปโดยง่าย ดังนั้นเฉินเสวียนเพิ่งวิ่งหนีออกไปได้ไม่ไกลนัก
ปราณมังกรสายหนึ่งก็พุ่งมาจากด้านหลังของเฉินเสวียน ก่อนจะตกลงสู่
ร่างของเขา
อีกทั้งเฉินเสวียนในยามนี้ ใบหน้าซีดขาวเกินบรรยาย ในใจก็ก่นด่า
เซียวฮั่นว่าเป็นคนโง่วิปริต เจ้าบอกว่าจะรนหาที่ตาย เขาไม่มีทางห้าม
แน่ แต่จะดีจะร้ายอย่างไร ก่อนตายก็ขัดขวางนักรบแห่งภูติตนนี้ให้ข้า
ดึงดูดความสนใจของอีกฝ่ายไปด้วยก็ดี
ทว่ายามนี้กลับโชคดีนักไม่ต้องเอ่ยสิ่งใดก็สังหารตนเองเสียแล้ว
เหลือเพียงแค่ตนที่ถูกนักรบแห่งภูติล่าสังหาร กระทั่งว่าอีกไม่นาน ตน
อาจกลายเป็นจักรพรรดิแห่งภูติที่ไร้ซึ่งจิตรับรู้อันใดตนหนึ่งก็เป็นได้
พอคิดมาถึงตรงนี้ ภายในใจของเฉินเสวียนก็เต็มไปด้วยความสิ้น
หวัง
“ข้าเฉินเสวียนทำบาปกรรมอันใดไว้ เจอใครไม่เจอ ดันมาเจอจอม
หลอกลวงนี้ ยามนี้ดียิ่งนัก ข้าพลอยถูกหลอกไปด้วยอีก ช่างคิดถึงข้าผู้
เป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งนิกายจื่อเซียวที่สง่างามเสียจริง”
ตอนนี้สีหน้าของเฉินเสวียนเปี่ยมด้วยความสิ้นหวัง กระทั่งเขายัง
คิดไม่ถึงว่าตนที่หลอกลวงผู้อื่นมาตลอดทั้งชีวิต บัดนี้กลับถูกคนหลอก
เสียแล้ว บางทีนี่อาจเป็นกรรมตามสนองก็เป็นได้
“เอาล่ะ ต่อให้บิดาต้องตกตาย ก็ต้องตายแบบสมศักดิ์ศรี!”
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เฉินเสวียนก็ขบฟันแน่น จากนั้นธงสายฟ้า
สวรรค์ในมือก็ปลิวไสวอย่างรุนแรง ชั่วขณะนี้พลังแห่งวิถีเต๋าบนกาย
เนื้อกวาดล้างออกมาจนหมด สายฟ้าอันน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงกลอก
กลิ้งรอบกายเฉินเสวียน เฉินเสวียนในเวลานี้เปรียบดั่งเทพแห่งสายฟ้า
ลงมาเยือนโลกหล้าก็ไม่ปาน
“สายฟ้าสวรรค์พินาศ!”
ธงสายฟ้าสวรรค์กลอกกลิ้งอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นสายฟ้าอันน่า
หวาดผวาแต่ละสายบนนั้นก็ส่งเสียงคำรามกึกก้อง ระหว่างที่สายฟ้าอัน
น่าหวาดกลัวเหล่านั้นกลอกกลิ้ง ถ˺าหมื่นภูติก็สั่นสะท้านไปทั้งถ˺า
ประหนึ่งว่าเมื่ออยู่ภายใต้การโจมตีดังกล่าว ก็เพียงพอจะทำลายสวรรค์
ดับพสุธา
ส่วนเซียวฮั่นที่สาวเท้าเข้าไปในปากของมังกรวารี ย่อมมิใช่การ
รนหาที่ตาย ตอนนี้เขาถูกเพลิงวิญญาณเก้าทมิฬโอบล้อมเอาไว้ กลิ่น
อายมรณะและไอภูติเหล่านั้นจึงทำอะไรเขาไม่ได้ จากนั้นเขาก็ย่างกราย
จากปากของมังกรวารีตรงเข้าไปในโลกจิตวิญญาณเทพของมังกรวารี
เพื่อเผชิญหน้ากับต้นเหตุของปัญหาโดยตรง
เพียงแต่มังกรวารีตกตายแล้ว โลกจิตวิญญาณเทพท่วมท้นไปด้วย
จิตอาฆาต ไอภูติ และความตายที่ไร้ขอบเขต ทว่าเมื่อจิตวิญญาณทมิฬ
ของมังกรวารีเห็นเซียวฮั่นบุกเข้ามาในโลกจิตวิญญาณของตนโดยไม่ได้
รับเชิญ มันก็ส่งเสียงคำรามลั่นไม่ขาดสาย
แต่ภพก่อนมังกรวารีตัวนี้คือการดำรงอยู่ขั้นนักรบแห่งเต๋า ถึงแม้
จะกลายเป็นนักรบแห่งภูติหลังจากตกตาย ก็ยังมีสัญชาตญาณของมัน
อยู่ มันจึงรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอันตรายอันน่าหวาดกลัวที่มาพร้อมกับ
เพลิงวิญญาณเก้าทมิฬบนร่างของเซียวฮั่น ความรู้สึกอันตรายที่ว่าคือ
สิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ
ความรู้สึกเช่นนี้คล้ายกับพบเจอดาววิบัติก็ไม่ปาน
ที่จริงแล้วเพลิงวิญญาณเก้าทมิฬไม่เพียงแต่เป็นดาววิบัติสำหรับ
จิตวิญญาณเทพทุกดวง ทว่ายังเป็นดาววิบัติสำหรับจิตวิญญาณทมิฬนี้
ด้วย
เพลิงวิญญาณเก้าทมิฬเกิดขึ้นในส่วนลึกของอเวจีเก้าขุม เป็นกลุ่ม
เพลิงจิตวิญญาณโดยกำเนิดที่ประกอบขึ้นมาจากพลังแห่งจิตวิญญาณ
มากมายนับไม่ถ้วน ตั้งแต่หงเหมิงเบิกฟ้าเบิกดินก็มีเพลิงกลุ่มนี้เกิดขึ้น
มาแล้ว
กล่าวได้ว่าเพลิงวิญญาณเก้าทมิฬคือดาววิบัติสำหรับจิตวิญญาณ
เทพทุกดวงในใต้หล้าแน่นอน ทั้งยังเป็นดาววิบัติมรณะอันดับหนึ่งของ
จิตวิญญาณทมิฬนี้
หากมังกรวารีตัวนี้ยังมีชีวิตอยู่ เซียวฮั่นย่อมไม่สามารถบุกเข้ามา
ในโลกจิตวิญญาณของมังกรวารีตัวนี้อย่างง่ายดาย เพียงแต่เสียดายที่
มังกรวารีตัวนี้ตกตาย จิตรับรู้สูญสลายไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงจิต
วิญญาณทมิฬที่อาศัยสัญชาตญานในการทำสิ่งต่างๆ สายหนึ่งเท่านั้น
“ไม่เลว ใช้เจ้าเป็นจิตวิญญาณหลักของหุ่นกระบอกแห่งจิต
วิญญาณแล้วกัน คงจะพอใช้ได้”
คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่นมองจิตวิญญาณทมิฬของมังกรวารีเบื้องหน้า
มุมปากกระตุกเล็กน้อยอย่างหักห้ามไม่ได้ คนสะบัดฝ่ามือหนึ่งครา
จากนั้นกระจกอเวจีก็ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือของตน
ทั้งนี้ภายในกระจกอเวจี หุ่นกระบอกแห่งจิตวิญญาณยังอยู่ในนั้น
อย่างเชื่อฟัง เพียงแต่ด้วยสายตาของเซียวฮั่นในยามนี้เห็นว่า หุ่น
กระบอกแห่งจิตวิญญาณตัวนี้อ่อนแอเกินไปแล้ว ช่วยอะไรเขาไม่ได้
แม้แต่น้อย
หากสามารถทำให้จิตวิญญาณทมิฬของมังกรวารีเบื้องหน้า
กลายเป็นจิตวิญญาณหลักของหุ่นกระบอกแห่งจิตวิญญาณ เช่นนั้น
สถานการณ์ก็จะเปลี่ยนไป เมื่อถึงยามนั้นเกรงว่าแม้แต่ยอดฝีมือขั้น
เทพแท้จริงแห่งเต๋าก็ยังต้องหวั่นเกรงหุ่นกระบอกแห่งจิตวิญญาณของ
เขา!