ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 745 : วิหารหมื่นภูติ!
พวกเขาออกเดินทางอีกครั้ง ทว่าตลอดการเดินทางครั้งนี้ยังไม่พบ
ปีศาจภูติแม้แต่ตนเดียว
จนกระทั่งวิหารหลังหนึ่งได้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเซียวฮั่นและเฉิน
เสวียน นั่นคือวิหารอันมิดมืดเกินบรรยายหลังหนึ่ง ถึงแม้ทั่วทั้งวิหารจะ
อยู่บริเวณที่ไกลมาก แต่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงลมปราณอันเข้มข้น
“วิหารหมื่นภูติสร้างขึ้นมาจากจิตวิญญาณทมิฬนับพันล้าน ช่างน่า
สะพรึงและโหดเหี้ยมยิ่งนัก!” เมื่อมองวิหารหมื่นภูติเบื้องหน้า สายตา
เซียวฮั่นก็กระเพื่อมขึ้นเล็กน้อย
วิหารหมื่นภูติแห่งนี้คือสิ่งที่เฒ่าภูติและศิษย์ทั้งสามร่วมมือกันสร้าง
ขึ้นมา เดิมทีเป็นสมบัติล˺าค่าสูงส่งที่ร้ายกาจชิ้นหนึ่ง สิ่งมีชีวิตที่ต˹ากว่า
ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ หากบังอาจเหยียบย่างเข้าไปในวิหารหมื่นภูติ
จะต้องตกตายอย่างไม่ต้องสงสัย
กระทั่งว่าต่อให้ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์บังอาจเข้าไป ก็มิ
อาจกลับออกมาได้เช่นกัน
วิหารหมื่นภูติตั้งอยู่บริเวณเขตใจกลางของโลกหมื่นภูติ บริเวณ
รอบนอกของวิหารหมื่นภูติคือเมืองหมื่นภูติ เพียงแต่เมืองหมื่นภูติใน
ปัจจุบันได้กลายเป็นซากปรักหักพังไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อมองไปก็ไม่พบ
สิ่งก่อสร้างที่สมบูรณ์แม้เพียงแห่งเดียว
ทั่วเมืองหมื่นภูติทั้งกว้างโล่งและเงียบสงัด ทั่วฟ้าดินเต็มไปด้วย
ลมปราณแห่งความตาย ไม่มีพลังชีวิตแม้แต่สายเดียว
มีเพียงความตายเท่านั้นที่เหมาะสมที่สุดในการบรรยายสถานที่
แห่งนี้
หลังจากที่เซียวฮั่นและเฉินเสวียนเข้าไปในเมืองหมื่นภูติ ก็พบว่า
ทั่วเมืองหมื่นภูติเต็มไปด้วยซากกระดูกที่แตกหักอย่างน่าสังเวช บาง
โครงกระดูกก็แหลกละเอียดและกระจายไปทั่วพื้น
เมื่อกวาดสายตามองหนึ่งครา ทุกหนแห่งล้วนแต่เต็มไปด้วยซาก
กระดูก ทั่วพื้นดินดุจดังถูกเลือดชำระล้างมาก่อน ทุกหนแห่งเต็มไปด้วย
รอยคราบเลือดสีน˺าตาล ราวกับว่าคราบเลือดเหล่านี้ดำรงอยู่มานานนับ
พันล้านปีและมิอาจสลายหายไป
ทั่วเมืองหมื่นภูติเต็มไปด้วยพลังอันเหี้ยมโหดที่ทำให้ผู้คนหยุด
หายใจ รวมทั้งลมปราณแห่งความตายอันมิมีประมาณ
เมื่อเข้ามาในเมืองหมื่นภูติ ไม่ว่าเซียวฮั่นหรือเฉินเสวียนต่างก็รู้สึก
ว่ามีสายตานับไม่ถ้วนจากทั่วทุกสารทิศมองมายังพวกเขา
แต่ทั่วทั้งเมืองหมื่นภูติกลับว่างเปล่า แม้แต่ปีศาจภูติตนเดียวก็หามี
ไม่
ทว่าความรู้สึกเช่นนี้น่าประหลาดยิ่งนัก ราวกับว่ามีสายตานับไม่
ถ้วนคอยจ้องมองพวกเขาอยู่ตลอดเวลา
ไม่เพียงแค่พวกเขา ไม่ว่าใครที่เข้ามาในเมืองหมื่นภูติต่างก็เกิด
ความรู้สึกนี้เช่นกัน
เมืองหมื่นภูติคือเขตพื้นที่ใจกลางของโลกหมื่นภูติในอดีต ที่แห่งนี้
เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าภูติ ทั้งเผ่าภูติ ผู้บำเพ็ญภูติและปีศาจ
ภูตินับไม่ถ้วนต่างมารวมตัวกันที่นี่ เมื่อทุกสิ่งแหลกเป็นเถ้าธุลี จิต
พยาบาทอันมิมีประมาณกลับยังคงดำรงอยู่มาเป็นเวลายาวนาน
จิตพยายาทเหล่านี้กลายเป็นสายตาเคียดแค้นอาฆาต และจับจ้อง
สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนที่เข้ามาในเมืองหมื่นภูติ จนกระทั่งสิ่งมีชีวิตที่เข้ามา
ได้ตกตายอยู่ในเมืองหมื่นภูติ และตกเป็นวิญญาณพยาบาท
เช่นเดียวกับพวกมัน
โลกหมื่นภูติ มีกุ่ยหุนเป็นผู้นำ ศิษย์ใหญ่ทั้งสามได้แก่ สื่อหุน เมี่ย
หุนและโยวหุน!
ส่วนเซียวฮั่นได้จัดการเมี่ยหุนและโยวหุนแล้ว เหลือเพียงสื่อหุน
เท่านั้นที่ยากจะกำจัด
สื่อหุนในฐานะศิษย์ส่วนตัวของเฒ่าภูติ ได้ควบคุมวิถีความตายที่
น่าพรั่นพรึงเป็นอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะวิถีความตายหงเหมิงถูกเจ้า
แห่งความตายควบคุม เช่นนั้นศิษย์ใหญ่ของเฒ่าภูติอย่างสื่อหุนก็คง
กลายเป็นการดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชันไปนานแล้ว
ถึงแม้สื่อหุนจะยังไม่กลายเป็นยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน แต่
การฝึกตนและความสามารถของเขาก็ห่างจากขอบเขตนั้นเพียงก้าว
เดียว สำหรับขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์แล้ว สื่อหุนย่อมเป็นการดำรงอยู่ที่
มีชื่อเสียงลือเลื่อง
เพราะเหตุนี้เอง เซียวฮั่นจึงรู้สึกปวดศีรษะในการรับมือ สื่อหุนต่าง
จากเมี่ยหุนและโยวหุน เพราะเขาควบคุมวิถีความตาย สำหรับเขาแล้ว
ความตายคือการเพิ่มพลังแห่งวิถีเต๋าของเขา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกหมื่นภูติที่ดำรงอยู่มายาวนานแห่งนี้ พลัง
แห่งความตายที่แฝงอยู่ในร่างของสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนที่ตกตายก็น่าพรั่น
พรึงมากแล้ว
ที่ถ˺าหมื่นภูติ อย่าว่าแต่การดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ แม้แต่
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน ก็ไม่กล้าบอกว่าตนจะสามารถสู้รบ
ชนะสื่อหุนได้
ถึงแม้เซียวฮั่นจะใช้ตะเกียงโบราณแห่งวิถีเต๋าและครอบครองเฒ่า
ภูติ แต่สำหรับสื่อหุนแล้ว เซียวฮั่นก็ไม่ค่อยมีความมั่นใจมากเท่าใดนัก
แต่เพื่อลวดลายเต๋าหมื่นวิถี เซียวฮั่นจะไม่เผชิญหน้ากับสื่อหุนก็คงไม่ได้
เบื้องหน้าของวิหารหมื่นภูติ คือลานอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งหนึ่ง
ยามนี้บนลานกว้างมีเงาร่างมากมายมารวมตัวกัน ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบ
พวกเขากลับไม่สามารถเข้าไปเหยียบย่างในวิหารหมื่นภูติได้
เพราะพวกเขาไม่มีกุญแจของวิหาร จึงย่อมเปิดวิหารหมื่นภูติไม่ได้
อย่างที่รู้ว่าวิหารหมื่นภูติคือสิ่งที่จิตวิญญาณทมิฬนับพันล้านและ
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ทั้งสี่ท่านต่างร่วมมือกันสร้างขึ้นมา
นอกจากเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ทั้งสี่ท่านของโลกหมื่นภูติแล้ว ต่อให้เป็น
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน ก็มิอาจเปิดประตูของวิหารหมื่นภูติ
เบื้องหน้านี้ได้
ถึงแม้จะไม่สามารถเข้าไปในวิหารหมื่นภูติ แต่ยอดฝีมือมากมาย
ต่างรวมตัวกันที่บริเวณหนึ่งของลานกว้าง
สถานที่อื่นของลานกว้างล้วนแต่กว้างใหญ่เกินบรรยาย ทว่าป้าย
ศิลาที่ตั้งตระหง่านสูงเทียมฟ้ากลับมีอยู่แค่เพียงบริเวณนี้
บนป้ายศิลาสลักอักษรเต๋าแน่นขนัด อักษรเต๋าเหล่านี้แฝงด้วย
ความเร้นลับแห่งเต๋า ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าทั่วไปก็ยังยากที่
อ่านให้เข้าใจได้
“ป้ายแห่งเต๋า!”
เซียวฮั่นและเฉินเสวียนก็มาถึงลานกว้างแล้วเช่นกัน เมื่อพวกเขา
เห็นตัวอักษรสามตัวที่สลักอยู่บนป้าย ต่างก็อดอ่านออกเสียงไม่ได้
“เฒ่าภูติ นี่คือป้ายแห่งเต๋าหรือ?”
เซียวฮั่นใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์เอ่ยถามเฒ่าภูติในโลกแห่งจิตวิญญาณ
“ป้ายแห่งเต๋านับว่าเป็นสมบัติล˺าค่าชิ้นหนึ่งของโลกหมื่นภูติใน
อดีต ตราประทับที่หลอมอยู่ในนั้นได้มาจากประสบการณ์การรู้แจ้งแห่ง
เต๋าของข้าและศิษย์ทั้งสามของข้า อักษรเต๋าบนนั้น ล้วนแต่วิวัฒนาการ
มาจากการรู้แจ้งแห่งเต๋าทั้งสิ้น หากสามารถรู้แจ้งอักษรเต๋าหนึ่งในสาม
ส่วนบนป้ายแห่งเต๋านี้ก็จะสามารถเบิกโลกเต๋า ควบคุมวิถีเต๋า และก้าว
สู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ได้”
เฒ่าภูติราวกับนึกสิ่งใดออกจึงเอ่ยขึ้นมาทันที ในอดีตหลังจากที่
เขากลายเป็นยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์และเบิกโลกหมื่นภูติขึ้นมา ก็ได้
สร้างวิหารหมื่นภูติและป้ายแห่งเต๋าป้ายนี้ ต่อมาจึงรับศิษย์ส่วนตัวทั้ง
สามคนเข้ามา
เดิมทีเฒ่าภูติคิดว่าโลกหมื่นภูติของตนจะดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์และ
ไม่ดับสูญชั่วกาล หารู้ไม่ว่าสุดท้ายแล้วก็ต้องล่มสลาย ทุกสิ่งอย่างแหลก
สลายเป็นเถ้าธุลีภายในชั่วข้ามคืน โลกหมื่นภูติมิอาจดำรงอยู่ต่อได้
เหลือเพียงถ˺าหมื่นภูติซึ่งเป็นสถานที่แห่งความตายดังเช่นทุกวันนี้
“เมื่อเป็นเช่นนี้ ป้ายแห่งเต๋าก็คงไม่ด้อยไปกว่าสมบัติล˺าค่าสูงส่ง
หลังยุคเบิกฟ้าชิ้นหนึ่ง หากกล่าวถึงเพียงมูลค่าก็นับว่าเป็นสมบัติที่มิ
อาจประเมินค่าได้ จะต้องเป็นรากฐานแห่งความรู้สำหรับการสร้าง
ตำหนักก่อตั้งสำนักอย่างแน่นอน”
เมื่อมองป้ายแห่งเต๋าเบื้องหน้า เซียวฮั่นก็นึกถึงลวดลายเต๋าหมื่น
วิถีขึ้นมา
สมบัติล˺าค่าเช่นนี้ ไม่ได้นำมาใช้เพื่อการสู้รบ แต่กลับเหมาะที่จะ
นำมาใช้เป็นการสร้างตำหนักก่อตั้งสำนัก ซึ่งเป็นสมบัติสูงส่งสำหรับ
การถ่ายทอดวิชาความรู้
กระทั่งว่าต่อให้ไม่ได้นำมาใช้เป็นสมบัติสำหรับถ่ายทอดวิชา
ความรู้ ก็สามารถนำมาช่วยให้ตนรู้แจ้งความลับแห่งเต๋าได้เช่นกัน
เพราะป้ายแห่งเต๋าแฝงด้วยการรู้แจ้งแห่งเต๋าของเทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์สี่ท่าน หากผู้ใดได้ครอบครองป้ายแห่งเต๋าและอาศัยป้ายแห่งเต๋า
นี้ ย่อมทำให้ตนเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างมหาศาลได้ตลอดชีวิต
หากเป็นดังที่เฒ่าภูติกล่าว ผู้ใดที่สามารถรู้แจ้งอักษรเต๋าหนึ่งใน
สามส่วนบนป้ายแห่งเต๋านี้ เช่นนั้นเขาก็จะกลายเป็นการดำรงอยู่ขั้น
เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์
ข้อนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แม้แต่เซียวฮั่นในตอนนี้ สายตาก็ตกลงบน
ป้ายแห่งเต๋าเบื้องหน้าเช่นกัน อักษรเต๋ามากมายบนนั้น เขาล้วนอ่านไม่
ออก เห็นได้ชัดว่าการรู้แจ้งแห่งเต๋าสำหรับเขาแล้ว ยังห่างไกลจากขั้น
เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์มากนัก
ไม่เพียงแค่เซียวฮั่น แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋า
มากมายต่างก็รายล้อมและเอ่ยชื่นชมป้ายแห่งเต๋าอย่างห้ามไม่อยู่
แน่นอนว่าพวกเขารู้ว่ามูลค่าของป้ายแห่งเต๋าเบื้องหน้าไม่ด้อยไปกว่า
การที่มียอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ท่านหนึ่งกำลังอธิบายเต๋าให้ฟัง
อีกทั้งยอดฝีมือขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ที่อธิบายเต๋าย่อมมี
เวลาที่หยุดลง แต่ป้ายแห่งเต๋าเบื้องหน้ากลับไม่หยุด จะรู้แจ้งมากเท่าใด
ก็ขึ้นอยู่กับทักษะของเจ้าเอง
ดังนั้นยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าจำนวนไม่น้อยจึงอยากได้
ป้ายแห่งเต๋านี้มา เสียดายที่ป้ายแห่งเต๋าถูกเฒ่าภูติใช้อภินิหารอัน
ยิ่งใหญ่นำมันผสานรวมเข้ากับวิหารหมื่นภูติตั้งแต่ตอนเริ่มต้น
ขอเพียงวิหารหมื่นภูติดำรงอยู่ ป้ายแห่งเต๋าก็จะไม่ถูกคนช่วงชิงไป
กระทั่งว่าแม้แต่ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชันก็มิอาจช่วงชิงป้าย
แห่งเต๋านี้ไปได้ แต่ถึงแม้จะไม่สามารถชิงป้ายแห่งเต๋านี้ไปได้ แต่ก็
สามารถทำลายมันได้
ส่วนยอดฝีมือขั้นต˹ากว่าเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้น
เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ก็ยากที่จะทำลายป้ายแห่งเต๋านี้
ดังนั้นเมื่อฝูงชนเผชิญหน้ากับป้ายแห่งเต๋า ทุกคนต่างก็เกิด
ความรู้สึกเหมือนมีภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกหนึ่งขวางกั้นอยู่ ทว่าตั้งแต่ต้นจน
จบกลับไม่สามารถทำสิ่งใดได้เลย
นี่คือสถานการณ์ที่ฝูงชนต้องเผชิญในตอนนี้ ไม่เพียงเข้าไปใน
วิหารหมื่นภูติไม่ได้ แต่พวกเขายังไม่สามารถนำป้ายแห่งเต๋ามาได้อีก
ด้วย
แต่พวกเขากลับไม่อยากล้มเลิกโดยง่ายดาย เพราะตอนที่พวกเขา
เข้ามาที่นี่ต่างก็ผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาแล้ว อีกทั้งเมื่อเข้า
มาแล้วย่อมไม่ควรกลับไปมือเปล่า
กระทั่งว่ายอดฝีมือจำนวนไม่น้อยต่างลอบตัดสินใจว่า หากไม่
สามารถเปิดวิหารหมื่นภูติออกได้ เช่นนั้นพวกเขาก็จะทำการรู้แจ้ง
อักษรเหล่านี้ ทั้งที่ยังคงอยู่ต่อหน้าป้ายแห่งเต๋าให้รู้แล้วรู้รอด
ป้ายแห่งเต๋าตั้งสูงตระหง่าน อักษรบนป้ายแน่นขนัด แต่ละตัวแฝง
ไปด้วยคติแห่งเต๋าอันเข้มข้น ขอเพียงสามารถรู้แจ้งอักษรบนป้าย ก็จะ
สามารถยกระดับการรู้แจ้งและความเข้าใจที่ตนมีต่อวิถีเต๋า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าระดับสูงสุด
รุ่นอาวุโส เมื่อพบป้ายแห่งเต๋าเบื้องหน้าก็ราวกับว่าได้พบกับสมบัติล˺า
ค่าสูงส่งแห่งยุคก่อนเบิกฟ้าชิ้นหนึ่ง
วินาทีนี้รอบด้านป้ายแห่งเต๋ามียอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋า
จำนวนไม่น้อยนั่งขัดสมาธิเต็มไปหมด ในบรรดาคนเหล่านั้นล้วนแต่เป็น
ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในโลกหงเหมิง ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเต๋า
เหล่านั้นเป็นการดำรงอยู่ระดับบรรพบุรุษผู้สร้างตำหนักก่อตั้งสำนัก
ทั้งสิ้น
การมาถึงของเซียวฮั่นและเฉินเสวียน ดึงดูดสายตาของผู้คนไม่
น้อย แต่ส่วนใหญ่ทุกคนกลับพุ่งความสนใจไปที่เซียวฮั่น เพราะการฝึก
ตนของเซียวฮั่นคือการดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าระดับสูงสุด ทว่า
เฉินเสวียนเป็นเพียงการดำรงอยู่ขั้นนักรบแห่งเต๋าระดับสูงสุดเท่านั้น
คนที่รู้จักเซียวฮั่นไม่มีแม้แต่คนเดียว ทว่าคนที่รู้จักเฉินเสวียนกลับ
มีอยู่หลายคน เพราะเฉินเสวียนคือรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งแห่งนิกายจื่อ
เซียว จึงมีชื่อเสียงไม่น้อยที่โลกหงเหมิงเช่นกัน
“วิหารหมื่นภูติเบื้องหน้า ไม่ธรรมดาเลย!”
หลังจากที่เซียวฮั่นกวาดตามองป้ายแห่งเต๋าหลายครา สายตาจึง
ร่วงลงยังเบื้องหน้าของวิหารหมื่นภูติ
เมื่อมองวิหารหมื่นภูติอันมืดสนิทเบื้องหน้า สายตาของเซียวฮั่นก็
อดกระเพื่อมไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด วิหารหมื่นภูติเบื้องหน้านี้ทำให้
เซียวฮั่นรู้สึกเหมือนเผชิญหน้ากับสัตว์ดุร้ายตนหนึ่ง ราวกับว่าวิหาร
หมื่นภูติเบื้องหน้าสามารถอ้าปากดูดกลืนเขาเข้าไปได้ตลอดเวลา
“เป็นวิหารที่ประหลาดยิ่งนัก เฒ่าภูติ ความลับของวิหารนี้เจ้า
พอจะรู้อะไรบ้าง?” เซียวฮั่นเอ่ยถามเฒ่าภูติผ่านสัมผัสศักดิ์สิทธิ์
ดูเหมือนว่าสายตาของเฒ่าภูติก็ร่วงลงบนวิหารหมื่นภูติเช่นกัน
จากนั้นเขาก็หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เป็นไปไม่ได้ วิหารหมื่นภูติตอนนี้ไม่ใช่วิหารภูติในอดีตแล้ว”
“คำพูดนี้หมายความว่าอย่างไร?”
ได้ยินเช่นนั้น เซียวฮั่นก็มีสีหน้าเคร่งขรึม ในอดีตเฒ่าภูติเป็น
ผู้สร้างวิหารหมื่นภูติขึ้นมา จึงไม่มีผู้ใดรู้จักวิหารหมื่นภูติเบื้องหน้านี้ดี
เท่าเขา
“มันมีชีวิตแล้ว วิหารหมื่นภูติก่อนหน้านี้ถึงแม้จะร้ายกาจเกิน
บรรยาย และถูกสร้างขึ้นจากการรวมจิตวิญญาณทมิฬนับพันล้าน แต่
สุดท้ายแล้วมันก็คือปีศาจแห่งความตายตนหนึ่ง ทว่าตอนนี้มันกลับมี
ชีวิตขึ้นมา มันมีชีวิตและจิตวิญญาณเป็นของตนเองแล้ว นายท่าน…
ท่านสามารถมองมันเป็นปีศาจภูติที่มีสติปัญญาตนหนึ่งได้เลย”
เฒ่าภูติเผยสีหน้าเคร่งขรึมพลางมองวิหารหมื่นภูติเบื้องหน้าแล้ว
เอ่ยออกมาอย่างเนิบช้า ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ววิหารหมื่นภูติ
เกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็รู้ว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับวิหารหมื่นภูติเบื้องหน้านี้
เกรงว่าคงเกี่ยวข้องกับศิษย์ทั้งสามของตน
เพราะในอดีตผู้ที่เฝ้าวิหารหมื่นภูติคือ สื่อหุนศิษย์ใหญ่ของตน ทว่า
เขากลับนำศิษย์สองและศิษย์สามออกไปสู้รบกับการดำรงอยู่สูงส่งผู้นั้น
“มิน่าเล่า!”
คนพยักหน้า ในที่สุดเซียวฮั่นก็รู้ว่าเพราะเหตุใดวิหารหมื่นภูติเบื้อง
หน้าจึงมอบความรู้สึกที่แตกต่างออกไป เพราะความรู้สึกนี้ประหลาด
เกินบรรยาย ราวกับเป็นปีศาจมีชีวิตตนหนึ่งที่กำลังจ้องมองเขาและ
เตรียมจะดูดกลืนเขาตลอดเวลาก็มิปาน!