ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 754 : หอหยุนไห่!
หอหยุนไห่ ขุมอำนาจระดับนักรบ เพิ่งดำรงอยู่ได้ไม่นานนัก ก่อตั้ง
ได้เพียงราวแสนปี บรรพบุรุษก็คือหยุนกานเต๋าหวง เจ้าสำนักหอหยุน
ไห่คนก่อน มีความแข็งแกร่งในขั้นนักรบแห่งเต๋า
และเจ้าสำนักหอหยุนไห่คนปัจจุบันก็คือบุตรชายของหยุนกานเต๋า
หวง นามว่าหยุนไห่ เป็นการดำรงอยู่ขั้นจักรพรรดิแห่งเต๋าระดับสูงสุด
แน่นอนว่าหอหยุนไห่ก็เหมือนกับขุมอำนาจระดับนักรบอื่นๆ ที่ทำ
ได้เพียงอยู่ใต้อาณัติของขุมอำนาจระดับเทพแท้จริง อีกทั้งขุมอำนาจ
ระดับเทพแท้จริงที่พวกเขาอยู่ใต้อาณัติก็คือตระกูลฉิน
ทั้งนี้ตระกูลฉินไม่ได้เป็นแค่ขุมอำนาจระดับเทพแท้จริง ทว่ายัง
เป็นขุมอำนาจระดับเทพแท้จริงอันเก่าแก่ยิ่งขุมหนึ่ง มีขุมอำนาจระดับ
นักรบอยู่ใต้อาณัติไม่น้อยกว่าหลายสิบขุม นอกจากนี้ตระกูลฉินยังเป็น
หนึ่งในขุมอำนาจระดับเทพแท้จริงที่สำนักคูหรงขุมอำนาจระดับเทพ
ศักดิ์สิทธิ์ให้ความสำคัญเป็นที่สุด
และสำนักคูหรงคือสำนักที่เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงก่อตั้งขึ้นมา
ความเก่าแก่ไม่มีทางจินตนาการได้ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องก่อตั้งขึ้นเมื่อ
พันล้านปีก่อน เส้นสนกลในย่อมไม่ต้องเอ่ยมาก เพียงแค่ยอดฝีมือที่
เหนือกว่าขั้นจักรพรรดิแห่งเต๋าก็ไม่น้อยกว่าหลายแสนท่านแล้ว
อย่างไรเมื่ออยู่ตรงหน้าขุมอำนาจที่เก่าแก่ระดับนี้ การจะสร้างยอด
ฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าและขั้นนักรบแห่งเต๋าจำนวนมากย่อมมิใช่
เรื่องง่าย
ทั้งนี้หอหยุนไห่เพิ่งก่อตั้งได้ราวแสนปี ยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิแห่ง
เต๋าก็มีเพียงสิบท่าน ยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งเต๋ายิ่งมีเพียงท่านเดียว อย่า
ว่าแต่เทียบกับสำนักคูหรง ต่อให้เทียบกับตระกูลฉินยังเป็นการดำรงอยู่
ที่อ่อนด้อยเกินบรรยาย
ด้วยเหตุนี้หอหยุนไห่จึงทำได้เพียงอยู่ใต้อำนาจของตระกูลฉิน
ยอมตกเป็นสำนักใต้อาณัติ
ทั้งนี้ท่ามกลางขุมอำนาจระดับนักรบ หอหยุนไห่ไม่เพียงแต่มีเส้น
สนกลในอ่อนแอที่สุด ความแข็งแกร่งยังด้อยที่สุดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น
จำนวนของยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งเต๋าหรือจักรพรรดิแห่งเต๋าก็ล้วนแต่มี
น้อยที่สุดแน่นอน
แต่ยังดีที่หอหยุนไห่อยู่ใต้อาณัติของตระกูลฉินอันเป็นขุมอำนาจ
ระดับเทพแท้จริง จึงมิได้ถูกขุมอำนาจระดับนักรบอื่นใดฮุบกลืน
เพียงแต่นี่มิได้หมายความว่าความเป็นไปของหอหยุนไห่จะดำเนินอย่าง
ราบรื่น
เพราะขุมอำนาจระดับนักรบที่อยู่ใต้อาณัติของตระกูลฉินมีหลาย
สิบขุม บ้างก็เกิดการขับไล่กันเอง หรือกระทั่งเกิดการฮุบกลืนกันเอง
ตระกูลฉินทำได้เพียงปิดหูปิดตากับเรื่องนี้ สำหรับตระกูลฉิน ขุม
อำนาจระดับนักรบกี่ขุมก็ไม่มีความสำคัญอะไร ตราบใดที่ขุมอำนาจ
ระดับนักรบเหล่านี้ยอมสวามิภักดิ์พวกเขาเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
กระทั่งว่าในความคิดของตระกูลฉิน การแข่งขันเช่นนี้กลับเป็น
เรื่องดีเสียด้วยซ˺าไป มีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นขุมอำนาจระดับนักรบแต่ละขุม
ถึงจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนของยอดฝีมือก็เพิ่มมากขึ้นตาม
ไปด้วย
ตระกูลฉินถึงขั้นจัดการประชุมถกเต๋าทุกแสนปี ผู้ที่อยู่อันดับต้นไม่
เพียงแต่สามารถได้รับประโยชน์มหาศาล ทว่ายังสามารถอาศัยสิ่งนี้
ขยายอาณาเขตของตน
แน่นอนว่าผู้ที่อยู่อันดับท้ายต้องตกเป็นผู้โชคร้าย เมื่อถึงเวลาไม่
เพียงแต่ต้องจ่ายราคามหาศาล
ทว่ายังต้องสูญเสียอาณาเขตที่สำนักของตนควบคุม กระทั่งสายแร่
ก็ยังถูกช่วงชิงไปด้วย
หอหยุนไห่อยู่ในฐานะของขุมอำนาจระดับนักรบที่อ่อนแอที่สุดขุม
หนึ่ง สถานการณ์จึงไม่สู้ดีนัก หลังจากเข้าร่วมกับตระกูลฉิน อาณาเขต
ของหอหยุนไห่ก็หายไปสองในสามส่วน สายแร่ที่แต่เดิมเป็นของพวก
เขาก็ถูกช่วงชิงไปทีละสาย
หอหยุนไห่ในเวลานี้เหลือเพียงถิ่นฐานเดิม หากสูญเสียถิ่นฐานเดิม
ไปอีก ก็หมายความว่าหอหยุนไห่ต้องถูกลบชื่อแล้ว
อีกทั้งเพราะสาเหตุนี้เอง บัดนี้หอหยุนไห่จึงไม่เพียงแต่ขาดแคลน
อัจฉริยะ ทว่าจำนวนของศิษย์ก็ลดน้อยลงไปอย่างมาก เดิมทีหอหยุนไห่
มีศิษย์กว่าแสนคน ยามนี้กลับเหลือเพียงกว่าหมื่นคนเท่านั้น
หลังจากเวลาล่วงเลยไป จำนวนศิษย์ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง จนหอ
หยุนไห่เกือบถูกฮุบกลืนโดยสมบูรณ์
หยุนไห่ผู้อยู่ในฐานะของเจ้าสำนักหอหยุนไห่ย่อมไม่อยากเห็น
สถานการณ์เช่นนี้ ทว่าเขากลับไร้ความสามารถที่จะช่วยเหลืออะไรได้
และถึงขั้นจนปัญญาเสียด้วยซ˺า
การประชุมถกเต๋าที่จัดขึ้นทุกหมื่นปี หอหยุนไห่จัดอยู่ในอันดับ
สุดท้ายมาโดยตลอด สาเหตุที่แท้จริงคือเส้นสนกลในและความ
แข็งแกร่งของหอหยุนไห่นั้นอ่อนแอเกินไป
เพียงแต่ท่ามกลางขุมอำนาจระดับนักรบ ทิวทัศน์ของหอหยุนไห่
เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างเอ่ยชมแน่นอน ยอดฝีมือไม่น้อยล้วน
คิดว่าหอหยุนไห่เลือกสถานที่ได้มหัศจรรย์ยิ่งนัก
หอหยุนไห่แบ่งออกเป็นสำนักฝ่ายในและสำนักฝ่ายนอก ซึ่งแบ่ง
ตามศิษย์สายในและศิษย์สายนอก
ศิษย์สายนอกพำนักใต้เขาหยุนไห่ ส่วนศิษย์สายในพำนักในเขา
หยุนไห่
ทั้งนี้เขาหยุนไห่ก็เหมือนกับชื่อของมันไม่มีผิด เขาหยุนไห่ทั้งลูก
ล้วนแต่ถูกปกคลุมไปด้วยทะเลเมฆ
เขาหยุนไห่ คลื่นลมเงียบสงบ เมฆขาวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ยอด
เขามากมายนับไม่ถ้วนถูกเมฆขาวปกคลุม เหลือเพียงวิหารที่ตั้งอยู่
ท่ามกลางเมฆขาวที่แผ่คลุมเหล่านั้น ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความลึกลับอัน
เลือนรางเกินบรรยาย
ทั้งนี้เมื่อทะเลเมฆกลอกกลิ้ง แสงสุริยันในยามรุ่งอรุณสาดส่อง
ทะเลเมฆก็ปรากฏให้เห็นเป็นสีสันอันสวยสดงดงาม พอแสงสุริยันสีทอง
บนท้องนภาทอประกายลงมา ทิวเขาก็ราวกับถูกปกคลุมไปด้วยสีสัน
สุกสกาวพร่างพราว เปลี่ยนแปลงไปสุดจะหยั่งคาดในชั่วเสี้ยวอึดใจ
กล่าวได้ว่าหอหยุนไห่ต้องเป็นแดนสวรรค์สำหรับมนุษย์แน่นอน
แต่ละวันต่างมีทิวทัศน์อันงดงามไม่ซ˺ากัน ขณะที่ทะเลเมฆปกคลุมอย่าง
แน่นิ่ง หอหยุนไห่ดูลึกลับเกินบรรยายอย่างเห็นได้ชัด
และเมื่อกระโจนเข้าไปท่ามกลางกลุ่มเมฆที่มีแสงสุริยันสาดส่อง ก็
ส่งผลให้ผู้คนรู้สึกราวกับจิตใจโบยบิน ท่องไปในห้วงจินตนาการของตน
ประหนึ่งว่าก้าวเข้าสู่โลกแห่งความฝัน ยิ่งเมื่ออยู่ภายใต้แสงสุริยันอัน
เจิดจรัส ทะเลเมฆปรากฏวับวาบ ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงแดนสวรรค์อันเลือน
ราง
นอกจากนี้เมื่อลมพัดเมฆเคลื่อน หอหยุนไห่เกิดการเปลี่ยนแปลง
อย่างต่อเนื่อง ทะเลเมฆลอยล่องไปตามสายลม บางครั้งก็ลอยขึ้น
บางครั้งก็คล้อยต˹าลง บางครั้งก็ลอยวนเวียนไปมา บางครั้งก็แผ่ขยาย
ออกไป ก่อตัวเป็นทะเลเมฆที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างอย่างแปลกประหลาด
ในตอนนั้นหยุนกานเต๋าหวงเองก็เห็นทิวทัศน์อันงดงามอย่าง
มหัศจรรย์นี้ถึงตัดสินใจก่อตั้งหอหยุนไห่ขึ้นที่นี่ ชื่อของหอหยุนไห่ก็มา
จากหอที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลเมฆ และถึงขนาดที่หยุนกานเต๋าหวงยัง
ตั้งชื่อบุตรชายของตนว่าหยุนไห่เพราะเหตุนี้เสียด้วยซ˺า
แน่นอนว่าถึงทัศนียภาพของหอหยุนไห่จะงดงาม ทว่าพลังของวิถี
เต๋าแห่งโลกและสวรรค์กลับไม่เข้มข้นเท่าใดนัก แทบไม่ต่างจากถิ่นฐาน
เดิมที่ขุมอำนาจระดับจักรพรรดิโดยทั่วไปยึดครองสักนิด
ดังนั้นเขาหยุนไห่แห่งนี้จึงไม่เคยมีขุมอำนาจใดเข้ายึดครอง
จนกระทั่งหลายแสนปีก่อน หยุนกานเต๋าหวงเข้ายึดครองที่นี่และก่อตั้ง
หอหยุนไห่ขึ้นมา
เย่เฉิน ศิษย์นอกสำนักของหอหยุนไห่ แน่นอนว่าศิษย์นอกสำนัก
เป็นเพียงการพูดให้น่าฟัง หากจะกล่าวให้ชัดๆ เย่เฉินก็คือนักการของ
หอหยุนไห่ รับผิดชอบงานทำความสะอาดโดยเฉพาะ
ทั้งนี้บุคคลที่พวกเขาต้องปรนนิบัติก็คือศิษย์สายในเหล่านั้น
ศิษย์สายนอกจะกล่าวว่ามากก็ไม่มาก กล่าวว่าน้อยก็ไม่น้อย โดย
ส่วนใหญ่แล้วถ้าไม่เป็นคนธรรมดาที่ไม่มีฐานะหรือภูมิหลังอะไร ก็ต้อง
เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมา
เย่เฉินเองก็ไม่เว้น เขาคือเด็กที่ถูกผู้ดูแลสายนอกเก็บมาเลี้ยงคน
หนึ่ง ใช้ชีวิตในหอหยุนไห่ตั้งแต่เล็กจนโต แต่ไม่มีพรสวรรค์ด้านการฝึก
ตนอันใด แม้ว่าอายุจวนยี่สิบแล้ว ทว่าความแข็งแกร่งกลับอยู่เพียงขั้น
นักรบ แม้กระทั่งความแข็งแกร่งขั้นราชันก็หามีไม่
อย่างที่รู้กันว่าในโลกหงเหมิง ต่อให้เป็นคนธรรมดา เมื่อเติบใหญ่
แล้วต่างก็มีความแข็งแกร่งขั้นราชัน ทว่าเย่เฉิน แม้จะเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ความแข็งแกร่งกลับอยู่เพียงขั้นนักรบ แค่คิดก็รู้แล้วว่าพรสวรรค์ด้าน
การฝึกตนของเขาอ่อนด้อยเพียงใด
ต่อให้เป็นศิษย์สายนอกของหอหยุนไห่ โดยส่วนมากก็มักอยู่ในขั้น
ราชัน แตกต่างจากเย่เฉินที่ตั้งแต่เล็กตราบจนบัดนี้ยังอยู่เพียงขั้นนักรบ
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการจะกลายเป็นศิษย์สายในหรือมีความแข็งแกร่ง
ขั้นเทพแท้จริง
หอหยุนไห่แบ่งออกเป็นศิษย์สายในและศิษย์สายนอก ขอเพียงแต่
ศิษย์สายนอกสามารถทะลวงสู่ขั้นเทพแท้จริง ก็สามารถเป็นศิษย์
สายในได้ แต่ถ้าหากศิษย์สายในทะลวงขอบเขตจนความแข็งแกร่งไป
ถึงขั้นเทพ เช่นนั้นก็สามารถกลายเป็นศิษย์หลัก
ทั้งนี้ศิษย์หลักของหอหยุนไห่ก็มีเพียงร้อยท่านเท่านั้น ทว่าศิษย์
สายในกลับไม่น้อยกว่าหลายหมื่นท่าน
หากได้กลายเป็นศิษย์หลัก ตำแหน่งและฐานะก็จะแตกต่างไปโดย
สิ้นเชิง กระทั่งหากว่ากันตามฐานะอย่างเดียว ตำแหน่งแทบไม่ด้อยไป
กว่าผู้ดูแลหอหยุนไห่
ศิษย์หลักมีฐานะต˹ากว่าผู้อาวุโสหอหยุนไห่เพียงเล็กน้อย
อีกทั้งผู้อาวุโสของหอหยุนไห่มิได้มีมากมายหลายท่าน เพียงกว่า
สิบท่าน และแต่ละท่านต่างเป็นการดำรงอยู่ขั้นจักรพรรดิแห่งเต๋า
ยามนี้เย่เฉินนั่งอยู่บนยอดเขาลูกหนึ่งของหอหยุนไห่ ทอดมอง
ทิวทัศน์ทะเลเมฆเบื้องหน้า เขายังคงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชื่นชมความ
งดงาม เขาอยู่ในฐานะศิษย์ของหอหยุนไห่ เห็นทัศนียภาพตรงหน้ามา
ไม่รู้กี่ครั้งกี่หน ทว่าทุกครั้งที่ได้เห็นก็ต้องเอ่ยชมอย่างอดไม่ได้เสียทุก
ครั้งไป
ตอนนี้เขายืนอยู่บนยอดเขา เห็นมวลเมฆไร้ขอบเขตโอบล้อมฟ้า
ดินของหอหยุนไห่นั้น ราวกับประจันหน้ากับริมฝั่งทะเล เสียงลมดังหวีด
หวิว ทันใดนั้นคลื่นทะเลเมฆก็ทะลักขึ้นมา ราวกับคลื่นทะเลสาด
กระทบฝั่งอย่างบ้าคลั่ง
“หากมีสักวันที่ข้ากลายเป็นศิษย์สายในก็คงจะดี”
คนหันกลับไปมองสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งตระหง่านข้างหลังด้วยความ
อิจฉาแวบหนึ่ง เย่เฉินถอนหายใจออกมาอย่างห้ามมิได้
แต่เขารู้ว่านี่คือเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้ เกรงว่าชีวิตนี้ทั้งชีวิต เขา
คงไม่อาจกลายเป็นศิษย์สายในของหอหยุนไห่
เพราะพรสวรรค์ของเขา ตนย่อมรู้ดี แม้แต่คำว่าแย่อย่างถึงที่สุดก็
ยังไม่สามารถใช้บรรยายได้ กล่าวได้เพียงว่าแม้แต่เทพและมารยังตก
ตะลึง เกรงว่าในใต้หล้าคงหาคนที่พรสวรรค์แย่กว่าเขาเป็นคนที่สอง
ไม่ได้แล้ว
หลังจากเย่เฉินช่วยศิษย์พี่สายในท่านหนึ่งทำความสะอาดหอจน
เสร็จตามปกติ เขาก็ต้องกลับไปยังตีนเขาของตน เพราะยอดเขาลูกนี้มี
เพียงศิษย์สายในเหล่านั้นที่สามารถพำนักได้
“นั่นอะไร?”
ฉับพลันนั้นระหว่างที่เย่เฉินกำลังมองทะเลเมฆเบื้องหน้า จู่ๆ รัศมี
สีเขียวสายหนึ่งก็ทอประกายพร่างพราวท่ามกลางทะเลเมฆที่ว่า
อีกทั้งรัศมีสีเขียวสายนี้ยังใกล้ตัวเขาเข้ามาเรื่อยๆ จนไข่มุกสีเขียว
เม็ดหนึ่งปรากฏตรงหน้าเย่เฉินในที่สุด
คนทอดมองไข่มุกสีเขียวตรงหน้า จิตใจของเย่เฉินสั่นไหวขึ้นมา
อย่างรุนแรง เพราะต่อให้เขาจะโง่อย่างไรก็มองออกว่า ไข่มุกตรงหน้า
เม็ดนี้ต้องเป็นสมบัติล˺าค่าอย่างแน่นอน
พอคิดมาถึงตรงนี้ เย่เฉินก็ชะเง้อซ้ายทีขวาที หลังจากพบว่ารอบ
กายไม่มีผู้ใด เขาก็รีบยื่นมือออกไป คว้าไข่มุกสีเขียวเม็ดนี้มาไว้ในมือ
จากนั้นจึงรีบนำไข่มุกดังกล่าววางไว้ในอ้อมอกของตน แล้วจึงหัน
หลังออกไปจากที่ตรงนี้ในทันใด
ตีนเขาคือที่อยู่อาศัยของบรรดาศิษย์สายนอก และบริเวณนี้เปรียบ
ได้กับเมืองเมืองหนึ่ง เย่เฉินอยู่ในฐานะของศิษย์สายนอกย่อมมีที่พำนัก
ของตน
เพียงแต่ที่พำนักของเขามิได้ตั้งอยู่ภายในเมืองดังกล่าว ทว่ากลับ
เป็นเรือนไม้เล็กๆ ตั้งอยู่ตรงมุมอันห่างไกลจากเมือง
เรือนไม้ขนาดเล็กหลังนี้ มองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าเย่เฉินสร้างขึ้น
เอง อันที่จริงบุคคลที่เรียกว่าศิษย์สายนอกไม่นับเป็นศิษย์ของหอหยุน
ไห่ด้วยซ˺า
กระทั่งว่าหากพวกเขาต้องการออกจากหอหยุนไห่ก็หาได้มีผู้ใด
ห้ามพวกเขาไม่ แน่นอนว่าการได้เป็นศิษย์สายนอกของหอหยุนไห่ก็มี
ข้อดีอยู่บ้าง หลังจากช่วยศิษย์สายในเหล่านั้นทำความสะอาดหอ ศิษย์
สายในเหล่านั้นก็จะมอบสิ่งของที่ตนใช้ประโยชน์ไม่ได้ให้เล็กน้อย
อย่างเช่นเคล็ดวิชาหรือโอสถระดับต˹า
เคล็ดวิชาและโอสถระดับต˹าเหล่านี้ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับ
ศิษย์สายใน ทว่ากลับเป็นสมบัติล˺าค่าที่แม้จะร้องขอก็ยังมิอาจได้มา
สำหรับศิษย์สายนอก
นี่ก็คือข้อดีเพียงอย่างเดียวในการเป็นศิษย์สายนอก ทั้งนี้เย่เฉินอยู่
ในฐานะของศิษย์สายนอก ทุกครั้งที่ช่วยศิษย์สายในทำความสะอาดหอ
ย่อมได้ศิลาแห่งเต๋ามาไม่น้อย ทั้งยังรวมไปถึงเคล็ดวิชาระดับต˹าที่สุด
ม้วนหนึ่ง
เพียงแต่เย่เฉินเองก็พอใจกับสิ่งเหล่านี้ยิ่งนัก
และไข่มุกซึ่งจรัสรัศมีสีเขียวระยิบระยับลอยคว้างตรงหน้าตนที่
ได้มาในวันนี้ ต้องเป็นสมบัติล˺าค่าอย่างแน่นอน
เพราะสมบัติล˺าค่าที่สามารถลอยกลางอากาศได้เอง เย่เฉินเคยเห็น
เพียงไม่กี่ชิ้น คล้ายว่ามีเพียงศาสตราเต๋าที่บรรดาผู้อาวุโสเหล่านั้น
ควบคุมถึงจะมีคุณสมบัติเช่นนี้!