ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 782 : ยึดอักษรเต๋า!
สำหรับเซียวฮั่น การรู้แจ้งในอักษรเต๋าเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยากแม้แต่
น้อย อีกทั้งอักษรเต๋าก็ไม่ได้สร้างประโยชน์อันใดแก่เขาเช่นกัน สู้ให้เขา
ปิดด่านหนึ่งคราเพื่อรู้แจ้งในวิถีเต๋าจากลวดลายเต๋าหมื่นวิถีที่ได้มายัง
จะดีเสียกว่า
แต่การที่เซียวฮั่นทำความเข้าใจในอักษรเต๋าเหล่านี้กลับไม่ใช่เพื่อ
ตนเอง หลังจากที่อักษรเต๋าเหล่านี้หลั่งไหลเข้ามาในสมองของเซียวฮั่น
ก็ค่อยๆ รวมตัวเป็นเคล็ดวิชาเต๋าม้วนหนึ่งภายในจิตวิญญาณเทพของ
เขา
ใจความสำคัญของเคล็ดวิชาเต๋าม้วนนี้คืออักษรเต๋าที่เร้นลับที่สุด
ในหน้าผาแห่งเต๋า หากรู้แจ้งอักษรเต๋าเหล่านี้ได้ทั้งหมด ก็จะสามารถ
ช่วยให้คนกลายเป็นเต๋าและกลายเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ได้
เซียวฮั่นนั่งอยู่บนหน้าผาแห่งเต๋าโดยไม่ขยับเขยื้อน อักษรเต๋าที่
หน้าผาแห่งเต๋าค่อยๆ ถูกเขาช่วงชิงไป
แต่คนทั้งหลายกลับไม่มีผู้ใดพบความลับนี้ ดังนั้นเสียงเย้ยหยัน
ของผู้คนในที่แห่งนี้จึงดังขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งว่าผู้คนจำนวนมากต่างนั่งรอ
เพื่อเดิมพันความพ่ายแพ้ของเซียวฮั่น
อีกด้านหนึ่งสมบัติล˺าค่าเบื้องหน้าของฉายเฉินก็มากขึ้นเรื่อยๆ
กระทั่งว่าแม้แต่ศาสตราเต๋าระดับเทพแท้จริงที่นำมาวางเป็นเงินเดิม
พันก็ปรากฏขึ้นมาหลายชิ้น
ถึงแม้เซียวฮั่นจะไม่เคลื่อนไหว แต่ฉายเฉินกลับไม่กังวลใจแม้แต่
น้อย กล่าวได้ว่าตลอดระยะเวลาที่เขารู้จักกับเซียวฮั่นมาจนถึงตอนนี้
เซียวฮั่นคือร่างจำแลงแห่งปาฏิหารย์ บนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่เซียวฮั่นทำ
ไม่ได้
อย่ามองว่าตอนนี้เซียวฮั่นไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว แต่ฉายเฉินรู้ว่าอีก
สักพักก็จะถึงช่วงเวลาที่เซียวฮั่นทำให้คนทั้งหมดสั่นสะท้าน สำหรับ
เรื่องเช่นนี้เขาคุ้นชินจนเห็นเป็นเรื่องปกติแล้ว
อีกทั้งฉายเฉินก็ไม่กังวลว่าหากตนแพ้แล้วจะทำเช่นไร อย่างมาก
ตนก็แค่วิ่งหนี อย่างไรเสียเขาก็มีเซียวฮั่นผู้เป็นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คอย
ปกป้อง
“จงรอความตายเถิด!”
คนมองไปยังเซียวฮั่นที่นั่งอยู่บนหน้าผาแห่งเต๋า เวลาเคลื่อนผ่าน
ไปเรื่อยๆ ทว่าอักษรเต๋ากลับไม่ลดน้อยลง ซือเสียงกระตุกมุมปากแล้ว
หัวเราะเสียงเยียบเย็นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ส่วนคนอื่นต่างก็หัวเราะเยาะและกล่าวเสียดสีเซียวฮั่นที่ไม่รู้จัก
ประมาณตนเอง
สำหรับมุมมองของพวกเขา เซียวฮั่นก็คือคนกระจอกที่ไม่รู้จักฟ้า
สูงแผ่นดินต˹า
“คิดว่าจะเป็นการดำรงอยู่ที่แข็งแกร่ง ที่แท้ก็เป็นเพียงกบในกะลา
ดูท่าทางอย่าว่าแต่อักษรเต๋าทั้งหมดเลย ก่อนฟ้ามืด เกรงว่าก็คงรู้แจ้งใน
อักษรเต๋าไม่ได้สักตัว!”
เมื่อเห็นเซียวฮั่นนั่งมาหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่อักษรเต๋าก็ยังไม่ขยับ
เขยื้อน อัจฉริยะแห่งขุมอำนาจระดับเทพแท้จริงทั้งหลายต่างก็พากัน
เย้ยหยัน
“ก็แค่พวกไม่รู้ประสา คิดว่าเป็นอักษรเต๋าทั่วไปที่สามารถรู้แจ้งได้
ตามใจกระมัง ตอนนี้ดูเหมือนนิ่งดุจภูผา เกรงว่าในใจคงร้อนรนเกิน
บรรยายไปเรียบร้อยแล้ว”
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้น เงาร่างไม่น้อยต่างต่อว่าเซียวฮั่นอย่าง
โจ่งแจ้งโดยไม่ลังเล เพราะบนโลกนี้ย่อมมีคนที่ชอบซ˺าเติมและคอยก้าว
ข้ามคนที่ล้มลงเสมอ
แต่พวกเขากลับไม่ได้สังเกตเลยว่า จากกาลเวลาที่ผ่านไปแต่ละ
วินาที อักษรเต๋าที่ปรากฏอยู่บนหน้าผาแห่งเต๋าก็เริ่มลดน้อยลง กระทั่ง
ว่าอานุภาพแห่งเต๋าบนหน้าผาค่อยๆ อ่อนแอลง
หากสังเกตให้ละเอียด พวกเขาก็จะพบว่าบนหน้าผาแห่งเต๋า ถึงขั้น
ปรากฏรอยร้าวออกมาบ้างแล้ว
รอยร้าวเหล่านี้ถึงแม้จะไม่สะดุดตา แต่นี่คือหน้าผาแห่งเต๋าซึ่งเป็น
สถานที่รวบรวมอักษรเต๋ามากมายที่เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์เทียนอิน
บรรยายเต๋าไว้นับครั้งไม่ถ้วน
ในผนังของหน้าผาแห่งเต๋าคืออักษรเต๋าที่เรียงรายกันแน่นขนัด ต่อ
ให้ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าระดับสูงสุดโจมตีด้วยกำลังทั้งหมดก็
มิอาจทิ้งรอยร้าวไว้บนหน้าผาแห่งนี้ได้
แต่ตอนนี้ผนังของหน้าผาแห่งเต๋านี้ได้ปรากฏรอยร้าวแต่ละสาย
ออกมา ถึงแม้รอยร้าวจะเล็กแค่เพียงเส้นผม แต่มีประโยคหนึ่งกล่าวไว้
ว่ารังมดสามารถทำลายเขื่อนพันลี้ได้
เมื่อรอยร้าวเหล่านี้ปรากฏ หน้าผาแห่งเต๋าก็อาจพังทลายลงมา
ทว่าอักษรเต๋าบริเวณรอบนอกยังคงประคองหน้าผาแห่งเต๋าไว้อยู่
แต่หากอักษรเต๋าบริเวณรอบนอกหายไป เช่นนั้นหน้าผาแห่งเต๋าก็อาจ
ถล่มลงมาได้เช่นกัน นับแต่นี้ไปก็จะไม่มีหน้าผาแห่งเต๋าอีก
สิ่งนี้มีความโดยนัยว่าความลำบากของเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์เทียน
อินตลอดพันล้านปี ซึ่งบรรยายเต๋านับครั้งไม่ถ้วนเพื่อใช้อักษรเต๋ามา
รวบรวมเป็นหน้าผาแห่งเต๋าก็จะพังทลายลง
เซียวฮั่นยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อน คนอื่นก็ยังคงหัวเราะเยาะและ
กล่าวเย้ยหยันเซียวฮั่นอยู่เช่นเดิม ทว่าเซียวฮั่นกลับไม่มีการเคลื่อนไหว
แม้แต่น้อย
ในสมองของเซียวฮั่น อารัมภบทแห่งเต๋าบทหนึ่งเริ่มก่อตัวเป็นรูป
เป็นร่างขึ้น อารัมภบทแห่งเต๋าที่ปรากฎ คือการรวบรวมอักษรเต๋า
ทั้งหมดจากหน้าผาแห่งเต๋า
เนื่องจากหน้าผาแห่งเต๋ามีอักษรเต๋านับไม่ถ้วนจึงถูกเรียกว่าผา
หมื่นเต๋า ทว่านับแต่บัดนี้ไปอย่าว่าแต่ผาหมื่นเต๋า แม้แต่หน้าผาแห่งเต๋า
ก็จะไม่เห็นอักษรเต๋าแม้แต่ตัวเดียว
อารัมภบทแห่งเต๋าที่ปรากฏขึ้นในสมองของเซียวฮั่นเหมือนกันกับ
หน้าผาแห่งเต๋าเบื้องหน้า มีทั้งส่วนที่เป็นใจความสำคัญและส่วนที่ยาก
จะทำความเข้าใจมากที่สุด โดยเรียบเรียงจากตื้นไปลึกและจากง่ายไป
ยาก
เวลาเคลื่อนผ่านไปทีละวินาที จนตอนนี้ผ่านไปสองชั่วยามแล้ว
พระอาทิตย์ได้ร่วงลงทางฝั่งทิศตะวันตก ในที่สุดเซียวฮั่นก็ทำให้หน้าผา
แห่งเต๋าเริ่มเกิดการเคลื่อนไหว
“ครืน!”
อานุภาพแห่งเต๋าบนร่างเซียวฮั่นกลอกกลิ้ง แสงแห่งเต๋าแผ่ปกคลุม
ออกมาภายใต้สายตาตกตะลึงและคาดไม่ถึงมากมาย อักษรเต๋าซึ่งเดี๋ยว
ปรากฏเดี๋ยวดับบนหน้าผาแห่งเต๋าหลั่งไหลเข้าไปในร่างเซียวฮั่นอย่าง
บ้าคลั่ง
เวลาเพียงชั่วพริบตา บนหน้าผาแห่งเต๋าก็ไม่มีอักษรแห่งเต๋าอีก
ต่อไป ฉากนี้ทำให้ทุกคนต่างตะลึงงัน ส่วนซือเสียงก็เบิกตาโพลงทันที
ตัวคนราวกับเห็นผีก็มิปาน
ทุกคนในที่แห่งนี้ต่างอ้าปากค้าง ราวกับว่าในปากถูกยัดไข่หงส์ไว้
ฟองหนึ่ง จนมิอาจเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาได้
ส่วนคนที่กล่าวเย้ยหยันและซ˺าเติมเซียวฮั่นก่อนหน้านี้ ยามนี้รู้สึก
เพียงว่าตนโดนตบไปหนึ่งฉาด อีกทั้งการตบนี้ยังเสียงดังกังวานและ
ปวดแสบปวดร้อน เพราะพวกเขาเอาตัวเองไปให้คนตบเอง
“เป็นไปไม่ได้ จะต้องเป็นเรื่องเท็จและภาพลวงตาแน่นอน เจ้า
จะต้องใช้ทักษะอันใดมาหลอกทุกคนเป็นแน่”
คนมองเซียวฮั่น ซือเสียงเอ่ยขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง เขาไม่
เชื่อว่าจะเกิดฉากเบื้องหน้านี้ได้
แต่ภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย เซียวฮั่นไม่สามารถใช้ทักษะ
อะไรมาหลอกทุกคนได้ เพราะที่นี่มียอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋ารุ่น
อาวุโสจำนวนไม่น้อย
ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าเหล่านี้ ดุจเห็นผีก็มิปาน
ฉากเมื่อครู่นี้ อักษรเต๋านับไม่ถ้วนได้หลั่งไหลเข้าไปในหว่างคิ้วของ
เซียวฮั่นภายในชั่วพริบตา สิ่งนี้หมายความว่าอักษรเต๋าเหล่านี้ ได้ถูก
เซียวฮั่นควบคุมและรู้แจ้งเรียบร้อยแล้ว จึงจะเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ได้
มิเช่นนั้นเขาคงไม่ได้รับการยอมรับจากอักษรเต๋าเหล่านี้
นี่คือจุดที่ทำให้ผู้คนทั้งหลายในที่แห่งนี้คาดไม่ถึง เพราะพวกเขามิ
อาจจินตนาการได้เลยว่า แท้จริงแล้วเซียวฮั่นคือการดำรงอยู่ระดับใด
จึงสามารถรู้แจ้งจนควบคุมอักษรเต๋ามากมายเช่นนี้ได้
“เจ้าหนุ่มผู้นี้มิอาจดูแคลนได้เลย อนาคตเกรงว่าตำแหน่งเทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ จะต้องเป็นของเขาแน่นอน”
เมื่อมองเซียวฮั่น ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋ารุ่นอาวุโสไม่น้อย
ต่างใจกระเพื่อม ในมุมมองของพวกเขา ผู้มีพรสวรรค์ร้ายกาจอย่าง
เซียวฮั่น ขอเพียงไม่ตกตายตั้งแต่เยาว์วัย อนาคตที่จะกลายเป็นเทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ย่อมไม่ใช่ปัญหา
แน่นอนว่าพวกเขาไม่รู้เลยว่าเซียวฮั่นคือเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ท่าน
หนึ่งแล้ว ถึงขั้นว่าสำหรับการรู้แจ้งแห่งเต๋านั้น ขอบเขตของเซียวฮั่นอยู่
สูงกว่าเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์เทียนอินเสียอีก อักษรเต๋าที่เทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์เทียนอินรวบรวมขึ้นมาจากการบรรยายเต๋า สำหรับเซียวฮั่นแล้ว
ไม่ได้มีประโยชน์แต่อย่างใด
หลังจากที่อักษรเต๋าทั้งหมดได้หลั่งไหลเข้าไปในหว่างคิ้วของเซียว
ฮั่น ในที่สุดอารัมภบทแห่งเต๋าก็ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในสมองของ
เขา อารัมภบทแห่งเต๋าบทนี้ไม่ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาเต๋าที่เทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์ท่านหนึ่งทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างขึ้นมาม้วนหนึ่ง
กระทั่งว่าเมื่อเทียบกับเคล็ดวิชาเต๋า อารัมภบทแห่งเต๋านี้มี
ประโยชน์กว่ามาก เพราะมันสามารถทำให้ผู้คนรู้แจ้งถึงความเร้นลับที่
ลึกซึ้งที่สุดจนมิอาจประมาณได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้คนตกอยู่
ท่ามกลางห้วงแห่งเต๋า และรู้แจ้งถึงความลับสูงสุดแห่งเต๋า
“ครืน!”
หลังจากที่อักษรเต๋าทั้งหมดหายลับไปภายใต้สายตาตกตะลึงนับไม่
ถ้วน หน้าผาแห่งเต๋าก็เต็มไปด้วยรอยร้าวอันน่าพรั่นพรึงมากมาย
จากนั้นเสียงสนั่นหวั่นไหวได้ดังขึ้น ในที่สุดหน้าผาแห่งเต๋าก็ถล่มลงมา
ทันทีที่หน้าผาแห่งเต๋าถล่มลงมา ซือเสียงก็คุกเข่านั่งลงบนพื้นด้วย
ใบหน้าเซ่อซ่า วินาทีนี้ซือเสียงถึงกับตะลึงงัน ไม่เพียงเท่านั้นเขายัง
ตกใจจนทำสิ่งใดไม่ถูก
เพราะเขาไม่กล้าคิดว่าหลังจากที่สำนักเทียนอินได้สูญเสียหน้าผา
แห่งเต๋าไปแล้วจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ระดับใด อีกทั้งเขายังเดิมพันกับเซียว
ฮั่นไว้อีกด้วย
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือซือเสียงมิอาจกลับคำได้แล้ว อย่างที่รู้ว่านี่คือ
การเดิมพันต่อหน้าศิษย์แห่งขุมอำนาจระดับเทพแท้จริงและระดับ
นักรบนับไม่ถ้วน
เรื่องนี้แม้แต่สำนักเทียนอินคงได้เพียงกัดฟันจนหัก แล้วกลืนเข้า
ไปในท้อง พวกเขาหาเหตุผลที่จะไปตามอักษรเต๋ากลับมาไม่ได้ ผลลัพธ์
ในตอนสุดท้ายสำนักเทียนอินคงได้เพียงรู้สึกทุกข์ใจแต่ยากที่จะเอ่ย
ออกมา
“เป็นไปไม่ได้ ไม่จริง…ไม่จริง เจ้าต้องใช้กลลวงตาแน่นอน ข้าไม่
เชื่อ…”
คนตะโกนออกมา ดวงตาของซือเสียงเต็มไปด้วยเส้นเลือด ทันใด
นั้นก็มองไปที่เซียวฮั่นด้วยท่าทางเจ็บแค้นใจ
ทว่าคนเหล่านี้เพียงมองก็รู้ว่า ซือเสียงดูเหมือนจะรับผลลัพธ์ใน
ครั้งนี้ไม่ไหวจนทำให้เสียสติ
หลังจากที่เสียงตะโกนดังขึ้น ซือเสียงก็รวบรวมพลังแห่งเต๋าขึ้นมา
หมัดหนึ่งพุ่งไปหมายสังหารเซียวฮั่นทันที
หมัดนี้รวบรวมพลังแห่งเต๋าทั้งหมดของยอดฝีมือขั้นนักรบแห่งเต๋า
ระดับสูงสุด ภายใต้การโจมตีนี้ สามารถสังหารได้แม้กระทั่งยอดฝีมือขั้น
นักรบแห่งเต่าระดับต้นทั่วไป เพราะขอบเขตที่เซียวฮั่นแสดงออกมา
เป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นจักรพรรดิแห่งเต๋าระดับต้นเท่านั้น
ในสายตาของซือเสียง หมัดนี้ของตนสามารถสังหารเซียวฮั่นให้ดับ
สลายได้ ขอเพียงสังหารเซียวฮั่น เช่นนั้นกลลวงตาที่เซียวฮั่นใช้จะต้อง
หายไปอย่างแน่นอน
“ไสหัวไป!”
ขณะที่ซือเสียงออกมือ เซียวฮั่นกลับไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย มี
เพียงคำเอ่ยไล่เท่านั้น
ซือเสียงซึ่งเดิมทีพุ่งหมัดไปยังเซียวฮั่น เงาร่างของเขากลับกระเด็น
ออกไปภายใต้สายตานับไม่ถ้วน เลือดสาดกระเซ็นทั่วนภากาศ คนทั้ง
ร่างร่วงหล่นลงไปในเทือกเขาบริเวณไกล
“ช่างอันธพาลและน่าหวาดกลัวยิ่งนัก!”
ฉากนี้ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างมองเซียวฮั่นด้วยสีหน้ายำเกรง
ตอนนี้ไม่มีผู้ใดกล้ามองว่าเซียวฮั่นเป็นการดำรงอยู่ขั้นจักรพรรดิแห่ง
เต๋าระดับต้นอีกต่อไปแล้ว
การดำรงอยู่ขั้นจักรพรรดิแห่งเต๋าระดับต้นสามารถซัดการดำรงอยู่
ขั้นนักรบแห่งเต๋าระดับสูงสุดให้กระเด็นออกไปได้ เรื่องนี้หากกล่าว
ออกไป เกรงว่าคงถูกคนหัวเราะเยาะจนฟันร่วงแน่นอน
อย่างที่รู้ว่าเพียงคำเดียวที่เซียวฮั่นเอ่ยออกมาอย่างเรียบง่าย ยอด
ฝีมือมากมายในที่แห่งนี้ต่างก็สัมผัสได้ถึงวิถีฟ้าดินที่ก่อตัวขึ้นมาแล้ว
กลายเป็นพลังไร้รูปร่างอันน่าพรั่นพรึงสายหนึ่ง
พลังไร้รูปร่างอันน่าพรั่นพรึงสายนี้ ไม่เพียงซัดซือเสียงกระเด็น แต่
ยังซัดจนกระดูกของซือเสียงแหลกละเอียด เพียงหนึ่งคำก็ทำร้ายซื
อเสียงจนบาดเจ็บสาหัส ทักษะเช่นนี้แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่ง
เต๋าระดับสูงสุดรุ่นอาวุโสก็ไม่กล้าบอกว่าตนจะทำได้
สิ่งนี้มีเพียงการดำรงอยู่ที่รู้แจ้งในวิถีเต๋าอย่างลึกซึ้งแล้วเท่านั้น
อย่างน้อยก็ต้องเป็นการดำรงอยู่ขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ขึ้นไปจึงจะ
สามารถแสดงทักษะเช่นนี้ออกมาได้
อีกทั้งซือเสียงคือศิษย์คนสำคัญแห่งสำนักเทียนอิน แต่เซียวฮั่น
กลับไม่ออมมือแม้แต่น้อย และไม่คำนึงถึงหน้าตาของสำนักเทียนอิน
เช่นกัน
ประกอบกับทักษะที่เซียวฮั่นแสดงออกมา เมื่อผู้คนในที่แห่งนั้น
มองไปยังเซียวฮั่น ในสายตาของพวกเขา ที่มาของเซียวฮั่นจะต้อง
ยิ่งใหญ่จนน่าพรั่นพรึงอย่างแน่นอน กระทั่งว่าอาจเป็นศิษย์ส่วนตัวของ
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชันที่ออกมาฝึกฝนประสบการณ์ และ
บังเอิญแวะมาผสมโรงที่สำนักเทียนอินเท่านั้นเอง
มีเพียงความเป็นไปได้เช่นนี้เท่านั้น จึงจะสามารถอธิบายทุกสิ่งที่
เกิดขึ้นเบื้องหน้านี้ได้ ไม่ว่าอักษรเต๋าบนหน้าผาแห่งเต๋าที่เซียวฮั่นรู้แจ้ง
ทั้งหมด หรือการซัดซือเสียงให้กระเด็นเพียงหนึ่งคำพูด ล้วนอธิบายได้
แล้วว่าเซียวฮั่นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
อีกทั้งเมื่อมองเซียวฮั่นซึ่งยังดูเยาว์วัยอยู่ ผู้คนมากมายในที่แห่งนี้
ต่างคิดว่านี่คือบทสรุปเดียวที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด
“นี่คือศิษย์ส่วนตัวของเทพศักดิ์สิทธิ์ราชันงั้นหรือ? ช่างน่า
หวาดกลัวยิ่งนัก อัจฉริยะเลิศล˺าเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นหยุนจิงเทียนหรือ
คงอู๋ เมื่อเทียบกับเขาแล้ว ดูเหมือนจะไม่ใช่การดำรงอยู่ในระดับ
เดียวกันแม้แต่น้อย”
สายตาเคารพยำเกรงนับไม่ถ้วนต่างจ้องมองไปยังเซียวฮั่น เมื่อ
เทียบกับเสียงเย้ยหยันก่อนหน้านี้ ยามนี้ทุกคนราวกับกลายเป็นคนละ
คน
แต่เซียวฮั่นคุ้นชินจนเห็นเป็นเรื่องปกติแล้ว นี่คือโลกแห่งการฝึก
ตน เมื่อเจ้าอ่อนแอ ทุกคนก็จะพูดดูถูกและเหยียดหยามเจ้า กระทั่ง
ซ˺าเติมเจ้าอีกด้วย
แต่เมื่อเจ้าแสดงความสามารถที่ไร้คู่ต่อกรออกมา คนที่ดูถูกและ
เยาะเย้ยเจ้าก่อนหน้านี้ พวกเขาทำได้เพียงแสดงความหวั่นเกรงและยำ
เกรงต่อเจ้า
นี่คือกฎของโลกแห่งการฝึกตน ฟ้าดินไร้เมตตา ปฏิบัติดั่งสรรพสิ่ง
เป็นหุ่นฟาง ในโลกแห่งการฝึกตน กำปั้นและความแข็งแกร่งเท่านั้นที่
จะตัดสินทุกสิ่ง!