ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 798 : โลกดวงดาว!
“คงได้เพียงสู้ยิบตาแล้ว!”
คนขบฟันหนึ่งครา เซียวฮั่นเองก็รู้เช่นกันว่าตอนนี้ตนกำลังตกอยู่
ในสถานการณ์ลำบาก มีเพียงหนทางเดียวคือการสู้ยิบตา
“วิ้ง!”
คนเคลื่อนสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ ไม่เพียงแผ่นหยกนำโชคที่ปรากฏขึ้น
ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีก็ปรากฏรอบกายของเซียวฮั่นเช่นกัน
เมื่อลวดลายเต๋าหมื่นวิถีปรากฏขึ้นที่รอบกายเซียวฮั่น วิถีหมื่นเทพ
ก็ปรากฏตามมาด้วย
ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีเปล่งประกาย ราวกับกลายเป็นอาภรณ์แห่ง
เต๋าที่สวมใส่อยู่บนร่างของเขา
เมื่อลวดลายเต๋าหมื่นวิถีแทรกซึมเข้ามา ยามนี้เซียวฮั่นดุจมีวิถี
หมื่นเทพเข้ามารวมอยู่ในร่าง คนทั้งร่างราวกับได้วิถีหมื่นฟ้าดินมา
คุ้มครอง หมื่นกฎมิอาจรุกล˺า หมื่นภัยพิบัติมิอาจทำลาย
ท่ามกลางความมืดมิดอันมิมีประมาณ พลังแห่งวิถีเต๋าได้เข้าโจมตี
เซียวฮั่นอย่างต่อเนื่อง แต่เซียวฮั่นยังคงยืนนิ่งดังศิลาท่ามกลาง
มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ต่อให้คลื่นโหมซัดเช่นไรก็ไม่เกิดการ
เปลี่ยนแปลง
เซียวฮั่นอาศัยลวดลายเต๋าหมื่นวิถีและแผ่นหยกนำโชคในการ
ปะทะกับพลังแห่งวิถีเต๋าอันบ้าคลั่ง เขาต้องการทดสอบดูว่ามหาสมุทร
หรือศิลาที่จะพังทลายลงก่อนกัน
ภายใต้การโจมตีของพลังแห่งวิถีเต๋า ทุกสิ่งล้วนมิอาจดำรงอยู่ได้
เซียวฮั่นดุจเดินทางอยู่ท่ามกลางคลื่นโหมซัดโดยไร้ซึ่งกาลเวลาและมิติ
เขาเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน ว่าสถานการณ์เช่นนี้จะดำเนินไปได้นาน
เพียงใด
ทว่าภายใต้การต่อต้านครั้งนี้ เซียวฮั่นจึงเกิดความชำนาญในการ
ใช้ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีและแผ่นหยกนำโชคมากยิ่งขึ้น สำหรับการรู้แจ้ง
แห่งวิถีหมื่นเทพ เซียวฮั่นเองก็ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
เมื่อเต๋าหมื่นวิถีเกิดวิวัฒนาการ หมื่นกฎก็ปรากฏขึ้น ในโลกแห่งวิถี
เต๋า บางทีอาจเป็นเพราะเซียวฮั่นรู้แจ้งในวิถีหมื่นเทพลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ
โลกแห่งวิถีเต๋าจึงเริ่มสมบูรณ์
โลกแห่งวิถีเต๋าของเซียวฮั่นในตอนนี้เริ่มมีแนวโน้มที่จะสำเร็จโดย
สมบูรณ์แล้ว และไม่ด้อยไปกว่าโลกหงเหมิงที่เซียวฮั่น จ้านตี้และเย่ฉาง
เฟิงอาศัยอยู่แม้แต่น้อย
เมื่อได้รับการปกป้องจากแผ่นหยกนำโชคและลวดลายเต๋าหมื่นวิถี
เซียวฮั่นก็มุ่งหน้าไม่หยุด หลังจากที่กาลเวลาอันยาวนานผ่านพ้นไป
โลกแห่งวิถีเต๋าของเซียวฮั่นก็เสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ ขอบเขตของเซียวฮั่น
ได้ก้าวจากเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับวิถีเต๋าสู่ระดับเต๋าแห่งโลก
ในที่สุดเมื่อเดินทางท่ามกลางความมืดมิดอันมิมีประมาณ เซียวฮั่น
ก็ได้พบกับป้อมปราการโลกแห่งวิถีเต๋าของเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิง
เฉิน
ขอเพียงสามารถทำลายป้อมปราการโลกแห่งนี้ได้ เซียวฮั่นก็จะ
สามารถเข้าไปในโลกแห่งวิถีเต๋าที่เทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉินเบิก
ขึ้น
หากต้องการทำลายป้อมปราการแห่งนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อ
อาศัยลวดลายเต๋าหมื่นวิถีและแผ่นหยกนำโชค เซียวฮั่นก็สามารถโจมตี
ป้อมปราการโลกเบื้องหน้านี้ให้พังทลายลงได้ แต่หลังจากที่โจมตีป้อม
ปราการแล้ว เขาจะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากอีกอย่างหนึ่ง
เซียวฮั่นคือสิ่งมีชีวิตที่มาจากโลกหงเหมิง โลกแห่งวิถีเต๋าที่เทพ
ศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉินเบิกขึ้นมา ก็คือโลกอีกใบหนึ่ง
สิ่งนี้มีความหมายโดยนัยว่า หากเซียวฮั่นเข้าไปในโลกแห่งวิถีเต๋า
ของเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉิน ก็อาจถูกโลกแห่งวิถีเต๋าของเทพ
ศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉินกำจัดออก ถึงขั้นอาจถูกพลังของโลกแห่งวิถี
เต๋ากดข่ม
พลังทั้งหมดของเซียวฮั่นในโลกหงเหมิง เมื่ออยู่ในโลกของเทพ
ศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉิน ก็อาจจะใช้การไม่ได้
ข้อนี้ไม่ต้องสงสัยแต่อย่างใด แม้แต่ในโลกแห่งวิถีเต๋าของเซียวฮั่น
หากมียอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ท่านอื่นเข้ามา ก็อาจถูกพลังของ
โลกแห่งวิถีเต๋ากดข่มเช่นเดียวกัน
สิ่งนี้หมายความโดยนัยว่าเซียวฮั่นมิอาจใช้พลังแห่งวิถีเต๋าของตน
ในโลกแห่งวิถีเต๋าของเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉินได้ รวมถึงการใช้
สมบัติล˺าค่าอย่างกระจกจารึกโลกาหรือตะเกียงโบราณแห่งวิถีเต๋า
แม้แต่ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีหรือแผ่นหยกนำโชค เกรงว่าอาจได้รับการ
กดข่มอย่างมหาศาล
นี่คือปัญหาหนึ่งที่เซียวฮั่นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หากเขาเข้าไปใน
โลกแห่งวิถีเต๋าที่เทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉินเบิกขึ้นมา เขาจะต้อง
ถูกผนึกทุกสิ่งในร่างของตนไว้ชั่วคราว
“คงมีเพียงวิธีนี้แล้ว!”
คนหัวเราะอย่างขมขื่น เซียวฮั่นตัดสินใจบุกเข้าไปในโลกแห่งวิถี
เต๋าของเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉิน เขาจะต้องนำลวดลายเต๋าหมื่น
วิถีมาถึงมือให้ได้
“กระบี่จงมา!”
บัดนี้เซียวฮั่นได้ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าป้อมปราการ เมื่อเขา
ตะโกนและกุมฝ่ามือ พลังแห่งวิถีเต๋าทั้งหมดราวกับกลายเป็นกระบี่แห่ง
เต๋าในมือของเขา
ไม่เพียงแค่พลังแห่งวิถีเต๋าในตัวเซียวฮั่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพลัง
แห่งวิถีเต๋าที่พุ่งเข้ามาโจมตีเขาอย่างต่อเนื่องเหล่านั้นด้วย
พลังแห่งวิถีเต๋าแผดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง แผ่นหยกนำโชคที่อยู่
บนศีรษะและลวดลายเต๋าหมื่นวิถีที่อยู่บนร่างของเซียวฮั่นปลดปล่อย
แสงแห่งวิถีเต๋าอันมิมีประมาณออกมา
“เต๋าเก้ากระบี่ หนึ่งกระบี่มีเพียงเต๋า!”
เซียวฮั่นหายลับไป พลังแห่งวิถีเต๋าอันมิมีประมาณแผดเสียง
กึกก้องและกลายเป็นกระบี่แห่งเต๋าที่สามารถสะบั้นฟ้าดินเล่มหนึ่ง
ทันทีที่กระบี่แห่งเต๋าสะบั้นออกมา ทุกสรรพสิ่งล้วนมิอาจดำรงอยู่
ได้ ภายใต้กระบี่เล่มนี้วิถีแห่งเต๋าต่างดับสลาย มีเพียงรัศมีกระบี่สะท้าน
สวรรค์สายหนึ่งร่วงหล่นลงบนป้อมปราการของโลกแห่งวิถีเต๋า
เมื่อรัศมีกระบี่ร่วงหล่นลงบนป้อมปราการแห่งนี้ ป้อมปราการก็ถูก
สะบั้นออกเป็นช่องโหว่ ทันทีที่ช่องโหว่ปรากฏขึ้น เงาร่างของเซียวฮั่นก็
หายลับเข้าไปในช่องโหว่นี้
“ครืน!”
เซียวฮั่นสัมผัสได้ถึงพลังแห่งวิถีเต๋าอันน่าพรั่นพรึงที่กดข่มบนร่าง
ของเขาจากทั่วทุกสารทิศ
ทันใดนั้น เซียวฮั่นก็ถูกผนึกพลังแห่งวิถีเต๋าของตน จากยอดฝีมือ
ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับเต๋าแห่งโลกท่านหนึ่ง กลายมาเป็นมนุษย์
ธรรมดาสามัญที่ไร้ซึ่งพลังอันใด
เซียวฮั่นไม่เพียงกลายเป็นคนธรรมดาสามัญ แต่การติดต่อกับโลก
แห่งวิถีเต๋าของเขาก็ถูกตัดขาดลงเช่นกัน นอกจากนี้ตะเกียงโบราณแห่ง
วิถีเต๋า กระจกจารึกโลกา หรือแม้แต่ลวดลายเต๋าหมื่นวิถี เซียวฮั่นก็มิ
อาจอาศัยพลังของพวกมันได้
มีเพียงแผ่นหยกนำโชค ที่เขายังพอดึงดันที่จะอาศัยพลังแห่งวิถี
เต๋าได้บ้างเล็กน้อย แต่ก็นับว่ามีขีดจำกัด
ในโลกแห่งวิถีเต๋าของเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉิน ทุกอย่างของ
เซียวฮั่นต่างถูกผนึก ไม่เพียงรากฐานแห่งเต๋าเท่านั้น แม้แต่พลังแห่งวิถี
เต๋าก็ถูกผนึกไว้ในร่างเต๋าด้วยเช่นกัน
หากเซียวฮั่นใช้พลังแห่งวิถีเต๋าจากในร่างของตน ก็อาจถูกโลกแห่ง
วิถีเต๋าของเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉินกดข่มได้
สิ่งนี้มีความหมายโดยนัยว่า ในโลกแห่งวิถีเต๋าที่เทพศักดิ์สิทธิ์
บรรพบุรุษซิงเฉินเบิกขึ้นมา เซียวฮั่นคงทำได้เพียงเริ่มต้นใหม่
เมื่อเซียวฮั่นทำลายป้อมปราการและเข้ามาในโลกแห่งวิถีเต๋าของ
เทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉิน เขาก็ถูกผนึกพลังทั้งหมดเอาไว้แล้ว
หลังจากที่รอจนกระทั่งพลังทั้งหมดของเซียวฮั่นถูกผนึก พลังแห่ง
วิถีเต๋าที่กดข่มมาจากทั่วทุกสารทิศก็สลายหายตามไปด้วยเช่นกัน
ทว่าฉากต่อมากลับทำให้เซียวฮั่นมีสีหน้าค้างชะงัก เพราะตอนนี้
ร่างของเขาได้ปรากฏอยู่บนท้องนภาอันมิมีประมาณ
เนื่องจากพลังทั้งหมดได้สูญเสียไป เซียวฮั่นในตอนนี้ราวกับหิน
อุกกาบาตก็ที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องนภาอันกว้างใหญ่ด้วยความ
รวดเร็ว
ตัวคนยังคงอยู่บนนภากาศ และได้กลายเป็นกลุ่มเพลิงกลุ่มหนึ่ง
โชคยังดีที่แม้ว่าพลังของเซียวฮั่นจะถูกผนึก แต่ร่างเต๋าแห่งเทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ของเขากลับไม่สลายหายไปเพราะเหตุนี้
ถึงแม้พลังจะถูกปิดผนึก แต่ขอเพียงร่างเต๋าของเซียวฮั่นยังอยู่ เขา
ก็คือร่างวชิระอมตะที่ไม่ดับสูญ อย่างที่รู้ว่าเลือดเนื้อและกระดูกแห่ง
ร่างเต๋าของเขาล้วนแต่แข็งแกร่งทัดเทียมได้กับสมบัติล˺าค่าหงเหมิงชิ้น
หนึ่ง
เพราะไม่ว่าร่างเต๋าของยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ท่านใด
ล้วนแต่รวบรวมพลังแห่งวิถีเต๋าอันมิมีประมาณไว้ ร่างเต๋าแห่งเทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ เดิมทีย่อมทัดเทียมได้กับร่างวชิระอมตะ
ถึงแม้พลังของเซียวฮั่นจะถูกผนึก แต่ต่อให้การดำรงอยู่ขั้นเทพ
แท้จริงแห่งเต๋าระดับสูงสุดโจมตีด้วยพลังทั้งหมด ก็มิอาจทำอันตราย
เซียวฮั่นได้แม้แต่น้อย
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์แท้จริงแล้วก็คือเทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์ ต่อให้พลังถูกผนึกแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่มดปลวกจะสามารถแตะต้องได้
แน่นอนว่าภายใต้สถานการณ์ที่มิอาจใช้พลังแห่งวิถีเต๋า ถึงแม้
เซียวฮั่นจะครอบครองร่างเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเต๋าและสามารถหลีกเลี่ยง
การโจมตีของยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าระดับสูงสุดหรือแม้แต่
ยอดฝีมือขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์ แต่เขากลับมิอาจคุกคามยอดฝีมือขั้นเทพ
แท้จริงแห่งเต๋าได้เช่นกัน
ต่อให้เป็นเพียงยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิแห่งเต๋า ก็ไม่ใช่ผู้ที่เซียวฮั่น
จะสามารถเอาชนะโดยง่าย
เซียวฮั่นดุจแผ่นเหล็กที่มีอานุภาพเกรียงไกร ถึงแม้การตั้งรับจะไม่
เป็นสองรองผู้ใด แต่กลับไร้ซึ่งทักษะในการโจมตี
มีเพียงต้องรวบรวมพลังแห่งวิถีเต๋าขึ้นมาใหม่เท่านั้น แผ่นเหล็กอัน
เกรียงไกรเช่นเขาจึงจะกลายเป็นกระบี่อันล˺าค่าเกินบรรยายได้
ทว่าเซียวฮั่นคงสนใจอะไรได้ไม่มากนัก ยามนี้ตัวคนดุจอุกกาบาตที่
ถูกเผาไหม้แล้วร่วงหล่นลงมาจากนภากาศก้อนหนึ่ง
จากนั้นมิติราวกับถูกเปลวเพลิงทำให้บิดเบี้ยว ในที่สุดเซียวฮั่นก็พุ่ง
ลงไปอย่างรวดเร็วจนกระแทกลงบนเขาลูกใหญ่อย่างมิอาจต้านไหว
“โครม!”
เสียงสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น ภูเขาลูกใหญ่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
จากนั้นรอยหลุมลึกก็ได้ปรากฏขึ้นบนพื้นดิน
“อั่ก…อั่ก!”
หลังจากที่เซียวฮั่นสำลักโคลนออกมาหลายคำ เขาจึงคลานขึ้นมา
จากหลุมลึกดังกล่าว
“เกือบกลายเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ที่ตกตายอย่างไม่มีชิ้นดีแล้ว”
คนหัวเราะอย่างขมขื่น เซียวฮั่นปัดโคลนบนร่างของตนเอง
ความรู้สึกที่ร่วงลงมาสู่พื้นอย่างอิสระ ไม่ค่อยน่าประทับใจนัก
หลังจากที่ปีนขึ้นมาจากหลุมลึก เซียวฮั่นก็มองภาพปรากฏการณ์
เบื้องหน้า นี่คือภูเขาอันรกร้างลูกหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าภูเขาลูกนี้ไร้ซึ่ง
สิ่งมีชีวิต ส่วนพลังแห่งวิถีเต๋าก็นับว่าเบาบางมากทีเดียว
ยามนี้ เซียวฮั่นไม่เพียงถูกผนึกพลังแห่งวิถีเต๋าเท่านั้น แม้แต่จิต
รับรู้และสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกปิดผนึกไปด้วย กล่าวได้ว่านอกจากเซียว
ฮั่นจะครอบครองร่างเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเต๋าแล้ว ก็ไม่มีทักษะอื่นใดอีก
เลย
โชคดีที่ไม่ว่าอย่างไรเซียวฮั่นก็คือยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์
ถึงแม้พลังจะถูกปิดผนึกแต่ขอบเขตของเขายังคงอยู่ ดังนั้นไม่นานเซียว
ฮั่นก็ค่อยๆ ดูดซับพลังแห่งวิถีเต๋าบนโลกใบนี้
จากนั้นก็นำพลังแห่งวิถีเต๋าที่ดูดซับมากระตุ้น ชุดคลุมยาวสีขาวตัว
หนึ่งได้ปรากฎบนร่างของเขา
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว เซียวฮั่นจึงรู้สึกโล่งใจ หลังจากที่พลัง
แห่งวิถีเต๋าถูกผนึก อาภรณ์ที่เขาใช้พลังแห่งวิถีเต๋ากระตุ้นขึ้นมาก็สลาย
หายตามไปด้วย
ทันทีที่เซียวฮั่นดูดซับพลังแห่งวิถีเต๋า เขาจึงนำมารวบรวมเป็น
อาภรณ์ชุดใหม่ เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์ หากตัวเปลือยเปล่าคงไม่ใช่เรื่องที่มีเกียรติเท่าใดนัก
“ยังดีที่ข้าสามารถดูดซับพลังของโลกใบนี้ได้”
คนหัวเราะขมขื่น สำหรับขอบเขตของตน เซียวฮั่นคงไม่ถึงขนาด
เป็นกังวล ขอเพียงสามารถดูดซับพลังแห่งวิถีเต๋าและอาศัยพลังแห่งวิถี
เต๋าของโลกใบนี้ เขาก็จะฟื้นฟูความสามารถได้ในที่สุด
กล่าวได้ว่าการครอบครองพลังแห่งวิถีเต๋าที่มากเพียงพอ เขาก็จะ
สามารถฟื้นสภาพกลับคืนมาได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นฝึกตนใหม่
หากขอบเขตยังคงอยู่ รากฐานแห่งเต๋าและพลังที่ถูกผนึก สำหรับ
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ล้วนไม่ใช่เรื่องยากอันใด
โลกดวงดาวคือโลกแห่งวิถีเต๋าที่เทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉิน
เบิกขึ้นมา โลกดวงดาวและโลกหงเหมิงล้วนแต่เป็นหนึ่งในโลกหมื่นเทพ
มันคือโลกแห่งวิถีเต๋าที่สมบูรณ์แบบ ในโลกใบนี้ไม่ว่าวิวัฒนาการของ
เต๋าหมื่นวิถี วัฏจักรฟ้าดิน หรือเวรกรรมแห่งสรรพสิ่ง ลำดับขั้นของทุก
สิ่งล้วนบรรลุถึงขั้นที่สมบูรณ์แบบแล้ว
เช่นเดียวกันกับโลกหงเหมิง โลกดวงดาวก็มีผู้บำเพ็ญตนนับไม่ถ้วน
และมีการดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับวิถีเต๋าเช่นกัน ถึงขนาด
มีการดำรงอยู่ของยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชันอีกด้วย
แต่เมื่อเทียบกับโลกหงเหมิง โลกดวงดาวไม่นับว่าเก่าแก่เท่าใดนัก
เพราะเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉิน คือสิ่งมีชีวิตแห่งโลกหงเหมิง
ก่อนที่เทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษซิงเฉินจะถือกำเนิด โลกหงเหมิงก็ไม่รู้ว่า
ดำรงอยู่มาเป็นเวลานานเท่าใดแล้ว
โลกดวงดาวมีขนาดกว้างใหญ่ไพศาลไม่ต่างกัน สิ่งมีชีวิตมีมากมาย
นับไม่ถ้วน ดินแดนและสำนักล้วนแต่พบเห็นได้ทั่วไป
ในโลกดวงดาวมีผู้ถือครองเพียงหนึ่งเดียว ผู้ถือครองนี้ก็คือวิหาร
ดวงดาว
วิหารดวงดาวคือผู้ถือครองเพียงหนึ่งเดียวแห่งโลกดวงดาว ยอด
ฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์แห่งโลกดวงดาวส่วนใหญ่ล้วนแต่ถือกำเนิด
ขึ้นที่วิหารดวงดาว และวิหารดวงดาวคือสถานที่ที่เทพศักดิ์สิทธิ์บรรพ
บุรุษซิงเฉินก่อตั้งขึ้นมาด้วยตนเอง
ข้อนี้มีความคล้ายคลึงกับโลกแห่งวิถีเต๋าของเซียวฮั่น เพราะสำนัก
ที่เซียวฮั่นก่อตั้งในโลกแห่งวิถีเต๋าของตน เขาก็คือผู้ถือครองที่สิ่งมีชีวิต
ทั้งหมดต่างให้ความเคารพ
วิหารดวงดาวเองก็ไม่ยกเว้นเช่นกัน ต่อให้เทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษ
ซิงเฉินหายลับไปนานแล้ว แต่วิหารดวงดาวกลับยังคงดำรงอยู่มาเป็น
เวลาอันยาวนาน
และในโลกดวงดาวก็ไม่มีขุมอำนาจใดที่สามารถแตะต้องวิหาร
ดวงดาวได้แม้เพียงนิดเดียว!