ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 820 : สงครามโกลาหล!
“ทุกท่าน จงสู้สุดชีวิต!”
เซียวฮั่นเคลื่อนสัมผัสศักดิ์สิทธิ์หนึ่งครา เงาร่างทั้งหมดในแผ่น
หยกนำโชคต่างปรากฏขึ้นท่ามกลางกองทัพดวงดาวอีกครั้ง
“สังหาร!!!”
ทันทีที่เงาร่างทั้งหมดปรากฏ พลังแห่งเต๋าอันน่าพรั่นพรึงก็แผ่ปก
คลุมขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ปู้สิ่ว เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ไท่อี เทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์ชิงเฟิง เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์พั่วซา และหลิ่วม่อฝานต่างพุ่งไป
หมายสังหารวิหารดวงดาว
เมื่อเซียวฮั่นกระตุ้นตะเกียงโบราณแห่งวิถีเต๋า เฒ่าภูติได้ปรากฏตัว
แล้วพุ่งไปปะทะกับวิหารดวงดาวของซิงซื่อ ส่วนเซียวฮั่นได้ให้ร่าง
จำแลงแห่งจิตวิญญาณเต๋าของตนซึ่งกลายร่างมาจากกระจกจารึกโลกา
เผชิญหน้ากับวิหารดวงดาวอีกหลังหนึ่ง
ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋า ขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์และ
เทพศักดิ์สิทธิ์จำแลงที่เหลือ ต่างก็รวบรวมพลังแห่งเต๋าเข้าด้วยกัน แล้ว
พุ่งไปโจมตีวิหารดวงดาวของยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์
พลังแห่งเต๋าแผดเสียงคำรามก้อง พร้อมกลอกกลิ้งและทำลายทุก
สรรพสิ่งอย่างบ้าคลั่ง กาลเวลาและมิติมิอาจดำรงอยู่ต่อไปได้ มีเพียง
พลังแห่งเต๋าที่ทำลายทุกสิ่งอย่างต่อเนื่อง
“ครืน!!!”
พลังแห่งเต๋าทั้งตะโกนคำราม ทั้งร้องเศร้าโศก และทำลายทุก
สรรพสิ่งในคราเดียวกัน
เมื่อพลังอันน่าพรั่นพรึงแสดงออกมา การดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์ยังพอต้านรับไหว พวกเขาได้กระตุ้นพลังแห่งเต๋าอย่างเดือดดาล
จนร่างเต๋าปลดปล่อยอานุภาพอันมิมีประมาณออกมา แต่ละคนดุจเทพ
เจ้าและเข้าปะทะกับเสาแห่งดวงดาว
ทว่าการดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋ากลับน่าสังเวชยิ่งนัก เมื่อ
พลังแห่งเต๋าปะทะกับพลังทำลายล้างอันน่าพรั่นพรึงที่แผ่ปกคลุม
ออกมา ก็ทำให้การดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าเหล่านั้น กลายเป็น
ความว่างเปล่าโดยที่ไม่มีแม้แต่โอกาสส่งเสียงร้องออกมา
“หนึ่งกระบี่ฝังเต๋า!”
เซียวฮั่นถือกระบี่แห่งเต๋าไว้ในมือ แล้วกลายร่างเป็นกระบี่แห่งเต๋า
ไร้เทียมทาน แผ่นหยกนำโชค ลวดลายเต๋าหมื่นวิถี และวิถีสวรรค์ได้
ปรากฏขึ้น ยามนี้เซียวฮั่นคือผู้ถือครองเต๋าหมื่นวิถี วิถีเต๋าทั้งหมดราว
กับปรากฏขึ้นบนร่างของเขา
เมื่อกระบี่แห่งเต๋ากลอกกลิ้ง หนึ่งกระบี่ฝังเต๋าเล่มนี้ก็เปล่งประกาย
รัศมีกระบี่ แล้วฝังทุกสรรพสิ่งจนดับสูญ
“ครืน!”
ทันทีที่รัศมีกระบี่สะบั้นออกมา กระบี่เล่มนี้สามารถทำลายสวรรค์
ดับพสุธา หนึ่งกระบี่ซึ่งรวบรวมพลังจากแผ่นหยกนำโชคและลวดลาย
เต๋าหมื่นวิถี เพียงพอที่จะสังหารยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ท่าน
หนึ่งจนดับสูญ กระทั่งว่าแม้แต่การดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน ต่าง
ก็ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสภายใต้กระบี่เล่มนี้
เสาแห่งดวงดาวที่พุ่งออกมาจากวิหารดวงดาว ต่างถูกกระบี่ของ
เซียวฮั่นสะบั้นจนว่างเปล่า รัศมีกระบี่อันน่าพรั่นพรึงปลดปล่อยรัศมี
แห่งเต๋าอันมิมีประมาณออกมา
“เร็วเข้า!”
ผู้ควบคุมที่อยู่บนวิหารดวงดาว ก็คือเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์อู๋ฉิงที่
เซียวฮั่นเคยประมือมาก่อนหน้านี้ ยามนี้สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนอย่าง
มาก กระบี่เล่มนี้ของเซียวฮั่นมีอานุภาพน่าพรั่นพรึงเกินไป นี่ไม่ใช่ครั้ง
แรกที่เขาสัมผัสได้ถึงความน่าพรั่นพรึงของกระบี่เล่มนี้
ทว่าต้นกำเนิดของพลังแห่งกองทัพดวงดาวได้ถูกร่างจำแลงอีกร่าง
ของเซียวฮั่นสะบั้นทิ้งไปแล้ว
บัดนี้อานุภาพของกองทัพดวงดาวได้ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง สิ่งที่
เลวร้ายที่สุดคือหากไร้ซึ่งพลังต้นกำเนิด เสาแห่งดวงดาวก็ไม่สามารถ
รวมตัวกันอย่างรวดเร็วได้ กระทั่งว่าต้องให้ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์และเทพแท้จริงแห่งเต๋านำพลังของตนมาใช้ จึงสามารถรวมตัว
เป็นเสาแห่งดวงดาวอันใหม่
“แย่แล้ว!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงตรงจุดนี้ ไม่เพียงเทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์อู๋ฉิง แต่ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์แห่งวิหารดวงดาวคนอื่น
ยามนี้ต่างก็มีสีหน้าแปรเปลี่ยน
เซียวฮั่นได้กระตุ้นกระบี่ฝังเต๋าที่สามารถฝังทุกสรรพสิ่งขึ้นมา เมื่อ
รัศมีกระบี่กลอกกลิ้ง ก็พุ่งทะลวงไปยังวิหารดวงดาวทันที
ที่โลกภายนอก ร่างจำแลงอีกร่างได้กระตุ้นเคล็ดดวงดาวโบราณ
ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้เขาได้รวบรวมพลังแห่งเต๋าจากทั่วทั้งเขตแดน
ดวงดาว
พลังแห่งเต๋าที่พวยพุ่งออกมาแตกต่างกับก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
พลังแห่งเต๋าครั้งนี้ได้นำมาใช้เพื่อทำลายกองทัพดวงดาว
“ดวงดาวดับสลาย!”
ร่างจำแลงอีกร่างสะบัดฝ่ามือหนึ่งครา พลังแห่งเต๋าอันมิมี
ประมาณราวกับกลายเป็นดวงดาวทั่วเวหาทันที ทันใดนั้นดุจมีดวงดาว
นับพันล้านดวงโจมตีลงบนกองทัพดวงดาว
“ครืน!”
ดวงดาวนับพันล้านดวงดับสลายลง มิติอันว่างเปล่าที่ปกคลุม
กองทัพดวงดาวถูกฉีกขาดจนแหลกละเอียด พลังอันน่าพรั่นพรึงนี้
สามารถทำลายสวรรค์ดับพสุธาได้
ไม่เพียงแค่กองทัพดวงดาวเท่านั้น ทั่วทั้งวิหารดวงดาวต่างได้รับ
ผลกระทบ วิหารแต่ละหลังพังพินาศย่อยยับลงอย่างง่ายดาย ภูผาและ
ธาราต่างแหลกเป็นผุยผง
ตำหนักแต่ละหลังของวิหารดวงดาวถูกทำลายจนราบเป็นหน้า
กลอง กระทั่งว่าเทือกเขาทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่นับสิบล้านลี้ต่างถูกกวาด
ทำลายจนราบเรียบ
บนพื้นดินมีรอยร้าวอันน่าสะพรึงขนาดใหญ่ปรากฎขึ้น ราวกับว่า
พื้นดินถูกฟ้าผ่าลงมาอย่างบ้าคลั่ง
กองทัพดวงดาวถูกทำลายลงทันตา วิหารแห่งดวงดาวทั้งสิบหลัง
ได้ปรากฏขึ้นท่ามกลางนภากาศ
“ครืน!”
ทันทีที่กองทัพดวงดาวถูกทำลาย รัศมีกระบี่อันน่าพรั่นพรึงของ
เซียวฮั่นได้นำพาพลังแห่งการฝังสรรพสิ่งอันน่าพรั่นพรึงโจมตีลงบน
วิหารดวงดาว
เมื่อวิหารดวงดาวแหลกสลาย รัศมีกระบี่อันน่าพรั่นพรึงก็ฝังยอด
ฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋านับแสนทันที มีเพียงเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์อู๋ฉิ
งที่กระตุ้นพลังแห่งวิถีไร้ปรานีเข้าปะทะกับรัศมีกระบี่สูงส่งที่สามารถ
ฝังทุกสรรพสิ่งให้ดับสูญ
เมื่อรัศมีกระบี่ทะลวงออกมา มิติก็ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน
ร่างเต๋าของเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์อู๋ฉิง ยามนี้ได้ถูกแบ่งออกเป็นสอง
ส่วนเช่นกัน กระบี่เล่มนี้ทำให้เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์อู๋ฉิงได้รับบาดเจ็บ
สาหัส
อีกทั้งกระบี่เล่มนี้ยังหักล้างเสาแห่งดวงดาวและโจมตีวิหาร
ดวงดาวจนแหลกสลาย ทั้งยังมีอานุภาพสังหารยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริง
แห่งเต๋านับแสนจนดับสูญได้
หากกระบี่เล่มนี้อยู่ในจุดสูงสุด ภายใต้กระบี่เล่มเดียวคงเพียง
พอที่จะสังหารเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์อู๋ฉิงอย่างไม่ยากเย็น
เพราะเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์อู๋ฉิงเป็นเพียงเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับ
เต๋าแห่งโลกเท่านั้น
โชคดีที่อานุภาพของกระบี่เล่มนี้ลดลงไปบ้างแล้ว มิเช่นนั้นเทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์อู๋ฉิงในยามนี้คงไม่เพียงถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน แต่คง
ถูกฝังจนร่างแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี
บาดแผลที่กระบี่เล่มนี้สร้างขึ้น ต่อให้เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์อู๋ฉิงเป็น
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ ก็คงมิอาจเยียวยาได้ภายในระยะเวลา
อันสั้น ไม่เพียงแค่ร่างเต๋าแห่งเทพศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่จิตวิญญาณแห่ง
เต๋าของเขาก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
หลังจากที่กองทัพดวงดาวถูกกำจัด ขีดจำกัดของกองทัพก็ไม่มีอีก
ต่อไป เซียวฮั่นและเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ทั้งสี่ท่านต่างกระตุ้นพลังแห่ง
เต๋าของเขตแดนดวงดาวขึ้นมาทันที วิหารดวงดาวเหล่านั้นต่างถูกโจมตี
จนแหลกละเอียด
เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ซิงซื่อถูกเฒ่าภูติกระตุ้นเพลิงแห่งเต๋ามากดข่ม
สีหน้าของเขาเคร่งขรึมจนถึงขั้นมิอาจจินตนาการได้ เพราะเขาคิดไม่ถึง
ว่ากองทัพดวงดาวจะถูกทำลาย
ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋า ขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ เทพ
ศักดิ์สิทธิ์จำแลงรวมถึงเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์นับไม่ถ้วน ต่างต่อสู้กันอย่าง
ดุเดือด
พลังแห่งเต๋าที่แผดร้องอย่างบ้าคลั่งทำให้ทั่วทั้งเขตแดนดวงดาว
สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ภาพปรากฏการณ์อันน่าพรั่นพรึงที่ฉีกแยกฟ้า
ดิน ทำให้ทั่วทั้งเขตแดนดวงดาวดุจวันสิ้นโลกก็มิปาน
มิติแหลกละเอียด ฟ้าดินไร้ซึ่งแสงสว่าง สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนต่างถูก
พลังทำลายล้างดูดกลืน
บนท้องนภาแสงโลหิตกระจายไปทั่วทั้งสี่ทิศแปดทาง ฟ้าดินเกิดมี
ฝนโลหิตตกลงมาอีกครั้ง
ยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าตกตายราวกับมดปลวก แม้แต่
ยอดฝีมือขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์และเทพศักดิ์สิทธิ์จำแลง ก็เป็น
เพียงทหารที่ส่งมาตายกลางสนามรบเช่นกัน
มีเพียงสงครามระหว่างเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์เท่านั้น จึงจะตัดสินแพ้
ชนะของสงครามครั้งนี้ได้
ในบรรดายอดฝีมือเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ทั้งเก้าท่าน เทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์อู๋ฉิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ความสามารถของเขาถูกลดทอนไป
อย่างมาก จนมิอาจสร้างภัยคุกคามใดๆ ให้แก่พวกเซียวฮั่นได้แล้ว
ส่วนเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ทั้งแปดท่านที่เหลือ ได้แก่เทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์ซิงซื่อก็ถูกเฒ่าภูติกดข่มไว้ เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับร่างจำแลง
เช่นเขาจึงมิอาจหนีพ้นได้ชั่วคราว
นอกจากนี้เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ปู้สิ่วก็ได้ต่อสู้กับเทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์ซิงเหอ ส่วนเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์พั่วซาและเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์
ไท่อีกลับตกเป็นรอง
เพราะวิหารดวงดาวมีเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับเต๋าแห่งโลกห้า
ท่าน นอกจากเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ซิงเหอแล้ว ยังมียอดฝีมืออีกสี่ท่าน
โชคดีที่ร่างจำแลงแห่งจิตวิญญาณเต๋าของเซียวฮั่นและกระจกจารึก
โลการับมือเอาไว้ได้ ส่วนที่เหลืออีกสองท่าน คงได้เพียงให้เทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์ไท่อีและเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์พั่วซารับมือ
แต่โดยภาพรวมแล้วทางฝั่งของเซียวฮั่นกลับได้เปรียบมากกว่า
เพราะความสามารถของเซียวฮั่นอยู่เหนือขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์
ระดับวิถีเต๋า นอกจากนี้เซียวฮั่นยังมีร่างจำแลงคอยช่วยเหลือ
การต่อสู้ในครั้งนี้ หากไม่อยู่เหนือความคาดหมาย ผู้ที่ได้รับชัยชนะ
เกรงว่าคงเป็นพวกเซียวฮั่น ไม่ช้าก็เร็ววิหารดวงดาวก็คงจะเป็นฝ่าย
พ่ายแพ้
“ข้าจัดการเขาเอง เจ้าไปรับมือกับเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์อู๋ฉิง!”
เซียวฮั่นเอ่ยขึ้นกับเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ไท่อี เงาร่างของเขาเปล่ง
ประกายวาบ เมื่อพลังแห่งเต๋ากลอกกลิ้ง หนึ่งกระบี่ก็สะบั้นไปยังเทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับเต๋าแห่งโลกในวิหารดวงดาว
ส่วนเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ไท่อีก็กำลังรับมือเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์อู๋ฉิง
บัดนี้ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ทั้งหมดต่างต่อสู้กัน ไม่มีผู้ใด
ที่คอยนิ่งดูดาย มีเพียงร่างจำแลงอีกร่างของเซียวฮั่นที่ยังคงยืนนิ่งไม่
ไหวติง เพราะร่างจำแลงของเขาสามารถกระตุ้นพลังแห่งเต๋าจากเขต
แดนดวงดาวได้ตามใจ
ร่างจำแลงอีกร่างของเซียวฮั่น ยังไม่ถึงเวลาออกมือ
การต่อสู้เริ่มโกลาหลขึ้นเรื่อยๆ เหล่ายอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์ต่างหลีกเลี่ยงการทำลายเขตแดนดวงดาว จึงควบคุมพลังแห่ง
เต๋าของตนอย่างถึงที่สุด
มิเช่นนั้นการปะทะกันแต่ละครั้ง เกรงว่าคงเพียงพอที่จะทำลายฟ้า
ดินนับพันล้านลี้ สงครามอันยิ่งใหญ่ที่มียอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์
มากมายเช่นนี้ หากไม่ควบคุมพลังให้ดี ภายใต้การปะทะหลายครา เขต
แดนดวงดาวจะต้องพังทลายลงอย่างแน่นอน
กระทั่งว่าเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขตแดนดวงดาวถูกทำลายลง เหล่า
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์จึงหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปในกระแสมิติ
อันมิมีประมาณ
เซียวฮั่นและเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์พั่วซา รับมือกับเทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์ระดับเต๋าแห่งโลกของวิหารดวงดาวอีกสองท่าน และคู่ต่อกรของ
เซียวฮั่นคือเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับเต๋าแห่งโลกที่ควบคุมวิถีโกลาหล
วิถีโกลาหลทำให้ทุกสิ่งโกลาหลวุ่นวาย ทำความเป็นตายให้กลับ
ตาลปัตร นับได้ว่าเป็นศัตรูที่รับมือได้ยากท่านหนึ่ง โชคดีที่เซียวฮั่น
อาศัยแผ่นหยกนำโชคและลวดลายเต๋าหมื่นวิถี จึงเพียงพอที่จะกดข่ม
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ท่านนี้ลงได้
ทว่าเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์พั่วซากลับตกเป็นรอง เพราะเขาเป็น
เพียงเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับวิถีเต๋า ทว่าคู่ต่อกรของเขา คือการดำรง
อยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับเต๋าแห่งโลก ความแตกต่างเพียงหนึ่ง
ระดับจึงมิใช่เรื่องง่ายดายแต่อย่างใด
คนหนึ่งได้เพียงอาศัยพลังเต๋าของตนเอง อีกคนกลับสามารถอาศัย
พลังจากโลกแห่งวิถีเต๋าของตน ผู้ใดอ่อนแอ ผู้ใดเข้มแข็ง เพียงคิดก็รู้ได้
แล้ว
กล่าวได้ว่าการปะทะกันแต่ละครั้ง เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์พั่วซาล้วน
แต่เป็นฝ่ายถูกกดข่ม บางทีอีกไม่นาน เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์พั่วซาอาจ
ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนพ่ายแพ้
“หนึ่งกระบี่ไร้เต๋า!”
เมื่อกระบี่เก้าเต๋าแสดงออกมา พลังแห่งเต๋าต่างกลอกกลิ้ง
ถึงแม้ว่าเซียวฮั่นจะมีลวดลายเต๋าหมื่นวิถีและแผ่นหยกนำโชคคอย
ช่วยเหลือ แต่ติดอยู่ข้อหนึ่งคือเขาไม่ใช่เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์แห่งเขต
แดนดวงดาว เขาจึงถูกจำกัดความสามารถ
ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถผลาญพลังแห่งเต๋าตามอำเภอใจได้เหมือน
กระบี่ฝังเต๋า พลังแห่งเต๋าที่สูญเสียจนหมดนั้นน่าหวาดกลัวเกินไป เซียว
ฮั่นจึงมิอาจนำมาใช้ได้ตามใจตลอดเวลา
มิเช่นนั้นยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับเต๋าแห่งโลกเบื้อง
หน้านี้ คงมิอาจแบกรับกระบี่ของเซียวฮั่นได้
เพราะอานุภาพของกระบี่ฝังเต๋าน่าพรั่นพรึงจนมิอาจจินตนาการ
แต่พลังที่ถูกผลาญไปก็มิอาจจินตนาการได้เช่นกัน ไม่เพียงแค่พลังแห่ง
เต๋าของเซียวฮั่นเท่านั้น แต่ยังมีลวดลายเต๋าหมื่นวิถีและแผ่นหยกนำ
โชคที่สูญเสียพลังแห่งเต๋าไปอย่างมากเช่นกัน
ก่อนที่วินาทีสุดท้ายจะมาถึง เซียวฮั่นจะต้องไม่ทุ่มพลังแห่งเต๋า
ทั้งหมดของตนออกไปอย่างสูญเปล่า!