ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 828 : แทรกซึมสู่สำนักคูหรง!
วิธีเข้ามายังโลกคูหรง มีเพียงทั่วป๋าตี้เท่านั้นที่รู้ อีกทั้งหากต้องการ
เข้าไปในโลกคูหรง จะต้องมีเหตุผลที่สมควรเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้
มิเช่นนั้นแม้แต่ทั่วป๋าตี้ก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปในโลกคูหรงได้ตาม
อำเภอใจ เพราะโลกคูหรงคือสถานที่สำคัญ และเกี่ยวเนื่องถึงความ
ปลอดภัยของสำนักคูหรง
ทุกครั้งที่เข้ามายังโลกคูหรง จะต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด
ทว่าครั้งนี้บังเอิญว่าขุมอำนาจระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ได้ส่งทูตมาเยี่ยม
เยียนสำนักคูหรงพอดี ซึ่งในยามปกติจะหาโอกาสเช่นนี้ได้ยากนัก
กล่าวได้ว่าเซียวฮั่นบังเอิญได้พบกับโอกาสที่หาได้ยากยิ่งนี้ หากช้า
ไปเพียงไม่กี่วัน เกรงว่าเขาคงไม่ได้พบกับโอกาสนี้
เซียวฮั่นซึ่งควบคุมวิถีจิตวิญญาณ ไม่นานก็ควบคุมความทรงจำ
ทั้งหมดของทั่วป๋าตี้ได้อย่างง่ายดาย ถึงขั้นว่าทุกสิ่งในสำนักคูหรงส่วน
ใหญ่ล้วนถูกเซียวฮั่นควบคุมจากความทรงจำของทั่วป๋าตี้
ความจริงแล้วทักษะการควบคุมวิถีจิตวิญญาณของเซียวฮั่น น่า
พรั่นพรึงกว่าที่จินตนาการหลายเท่านัก เซียวฮั่นแค่เพียงไม่ยินดีที่จะใช้
พลังแห่งวิถีจิตวิญญาณเท่านั้น
แต่เซียวฮั่นกลับหลีกเลี่ยงมิได้ เพราะเขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไร
ขึ้น
เพราะเหตุนี้เอง ในสมองของเซียวฮั่นจึงเกิดแผนการใหญ่ขึ้นมา
แผนหนึ่ง เดิมทีเขาวางแผนว่าจะสร้างกองทัพขึ้นมา ซึ่งแผนการนี้เซียว
ฮั่นจะนำมาใช้กับสำนักคูหรง
เมื่ออาศัยความทรงจำของทั่วป๋าตี้ ไม่นานเซียวฮั่นก็นำทูตแห่งขุม
อำนาจระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เข้ามายังโลกคูหรง
แน่นอนว่าก่อนเข้ามาก็ได้ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด แม้แต่
ทั่วป๋าตี้ก็ถูกตรวจสอบอยู่หลายครั้ง ในที่สุดพวกเขาก็เข้ามายังโลกคู
หรงได้สำเร็จ
โลกคูหรงในฐานะที่เป็นโลกแห่งวิถีเต๋าของเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คู
หรง ไม่แตกต่างอะไรจากโลกแห่งวิถีเต๋าทั่วไป สำนักคูหรงในฐานะผู้ถือ
ครองโลกแห่งวิถีเต๋าใบนี้ ย่อมยึดครองพื้นที่ที่มีพลังแห่งเต๋าเข้มข้นที่สุด
ของโลกคูหรง
สิ่งก่อสร้างยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง ตำหนักและวิหารมากมายก่อสร้างยาว
เหยียดไปไกลนับสิบล้านลี้
เมื่อเทียบกับสำนักเทียนอินแล้ว เส้นสนกลในของสำนักคูหรงลึก
ล˺าอย่างมิอาจคาดคะเนได้
กระทั่งว่าเส้นสนกลในของสำนักคูหรง ไม่ด้อยไปกว่าวิหารดวงดาว
แห่งโลกดวงดาวแม้แต่น้อย
จากความทรงจำของทั่วป๋าตี้ เซียวฮั่นจึงรู้ว่าทั่วทั้งสำนักคูหรงมี
การดำรงอยู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าไม่ต˹ากว่าหลักแสน ขั้นกึ่งเทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์จำนวนหลักร้อย ส่วนขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์จำแลงมีจำนวน
หลักสิบ
ประกอบกับเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงซึ่งอยู่ในขอบเขตเทพ
ศักดิ์สิทธิ์ราชัน สำนักอื่นๆ จึงมิอาจเทียบกับสำนักคูหรงได้
ถึงแม้ภาพรวมอาจไม่เท่าวิหารดวงดาว แต่เมื่อเทียบกับวิหาร
ดวงดาวแล้ว สำนักคูหรงได้เปรียบกว่ามาก เพราะสำนักคูหรงไม่เพียงมี
สิ่งมีชีวิตของโลกแห่งวิถีเต๋าเป็นศิษย์ แต่ยังสามารถรับสมัครอัจฉริยะผู้
มีพรสวรรค์จากโลกหงเหมิงได้อีกด้วย
ทั่วป๋าตี้นำทางพาทูตแห่งขุมอำนาจระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ขุม
มายังแดนมาตุภูมิของสำนักคูหรงอย่างชำนาญเส้นทาง ตลอดการ
เดินทางล้วนแต่มีการดำรงอยู่ขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์มากมาย
ติดตามเป็นขบวนทัพ
อีกทั้งเมื่อทั่วป๋าตี้จากไป ก็มียอดฝีมือมาคอยดูแลโดยเฉพาะ ไม่มี
เวลาหรือโอกาสให้หยุดอยู่ที่นี่แม้แต่น้อย
สำหรับเซียวฮั่นเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เขาซึ่งควบคุมวิถีจิตวิญญาณ
จึงสามารถแทรกซึมเข้าไปในจิตวิญญาณเทพของยอดฝีมือแห่งสำนักคู
หรงท่านหนึ่งได้อย่างแนบเนียน
ดังนั้นเมื่อทั่วป๋าตี้จากไป เซียวฮั่นจึงได้อยู่ต่อ และสะกดการดำรง
อยู่ขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์อีกท่านเพื่อนำมาเป็นทาส
หลังจากที่ยอดฝีมือขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ผู้นี้ตกเป็นหุ่น
กระบอกแห่งจิตวิญญาณของตน เซียวฮั่นจึงพอจะมองเส้นสนกลใน
ของสำนักคูหรงออก
“หลบซ่อนได้ลึกล˺ายิ่งนัก เสียดายที่ซ่อนไปก็เปล่าประโยชน์”
คนกระตุกมุมปาก ใบหน้าของเซียวฮั่นปรากฏรอยยิ้มที่ทำให้ผู้คน
รู้สึกสั่นสะท้าน
สิ่งที่เซียวฮั่นต้องการทำในตอนนี้คือทำให้ระบบภายในพังพินาศ
ตอนที่เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงยังตั้งตัวไม่ทัน เซียวฮั่นจะทำให้ทั่วทั้ง
สำนักคูหรงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของตน
“วิ้ง!”
เมื่อสะกดการดำรงอยู่ขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ท่านหนึ่งให้เป็น
ทาส เซียวฮั่นก็เริ่มอาศัยความทรงจำของอีกฝ่ายและสะกดให้ยอดฝีมือ
แห่งสำนักคูหรงแต่ละคนกลายเป็นหุ่นกระบอกแห่งจิตวิญญาณของตน
ขณะที่เซียวฮั่นลงมืออย่างไร้สุ้มเสียง กลับไม่มีผู้ใดค้นพบเลยว่า
ยอดฝีมือแห่งสำนักคูหรงได้ตกเป็นหุ่นกระบอกแห่งจิตวิญญาณของ
เซียวฮั่นแล้ว
เริ่มตั้งแต่ยอดฝีมือขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์หลายสิบท่านที่
กลายเป็นทาสรับใช้ของเซียวฮั่นภายในระยะเวลาอันสั้น พวกเขาได้
กลายเป็นหุ่นกระบอกแห่งจิตวิญญาณของเซียวฮั่น และตกเป็นทาสที่
จงรักภักดีต่อเขามากที่สุด
ส่วนการดำรงอยู่ที่ต˹ากว่าขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ เซียวฮั่นใช้
เพียงร่างจำแลงแห่งจิตวิญญาณสายหนึ่งก็สามารถสะกดยอดฝีมือแห่ง
สำนักคูหรงเหล่านี้เป็นทาสรับใช้ได้แล้ว
เวลาที่ผ่านไปแต่ละวัน สำนักคูหรงยังคงเหมือนยามปกติไม่
เปลี่ยนแปลง แต่ไม่มีผู้ใดจินตนาการได้เลยว่า ช่วงเวลาหลายวันมานี้
การดำรงอยู่ขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์แห่งสำนักคูหรง ได้ถูกเซียวฮั่น
สะกดให้เป็นทาสรับใช้หมดแล้ว
อีกทั้งยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋า นักรบแห่งเต๋า และ
จักรพรรดิแห่งเต๋าของสำนักคูหรง ต่างกลายเป็นหุ่นกระบอกแห่งจิต
วิญญาณของเซียวฮั่นเช่นกัน
สิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุดของหุ่นกระบอกแห่งจิตวิญญาณก็คือ
สามารถสะกดยอดฝีมือแต่ละคนให้เป็นทาสรับใช้ได้อย่างแนบเนียน
เมื่อทำให้ยอดฝีมือเหล่านี้กลายเป็นหุ่นกระบอก พวกเขาก็จะตกเป็น
ลูกน้องที่จงรักภักดีมากที่สุด
นอกจากยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าแล้ว การดำรงอยู่ขั้นกึ่ง
เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์แปดถึงเก้าส่วนต่างถูกเซียวฮั่นสะกดให้เป็นทาสรับ
ใช้ ส่วนที่เหลือต่างกำลังปิดด่านฝึกตน ยอดฝีมือขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์
มนุษย์ที่ปิดด่านเหล่านี้ เซียวฮั่นไม่คิดที่จะแตะต้องพวกเขา เพราะไม่
อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น
นอกจากยอดฝีมือขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์แล้ว ยอดฝีมือขั้นเทพ
ศักดิ์สิทธิ์จำแลงก็ตกเป็นทาสรับใช้ของเซียวฮั่นถึงสามท่าน ทั้งสาม
ท่านนี้ล้วนแต่เป็นบรรพบุรุษเก่าแก่แห่งสำนักคูหรง
ระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน ทั่วทั้งสำนักคูหรงต่างถูกเซียวฮั่นควบคุมไว้
ในกำมือ รวมถึงทั่วป๋าเหยี่ยนเจ้าสำนักแห่งสำนักคูหรงด้วยเช่นกัน
จากทักษะของเซียวฮั่น หากต้องการทำสิ่งเหล่านี้ย่อมไม่ใช่เรื่อง
ยาก กระทั่งว่ายังทำได้อย่างแนบเนียน แม้แต่เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรง
ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด
เซียวฮั่นไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงก็สามารถควบคุมทั่วทั้งสำนักคู
หรงไว้ในมือได้
แต่สิ่งที่ทำให้เซียวฮั่นรู้สึกสงสัยคือเขาไม่เคยได้รับความทรงจำที่
เกี่ยวข้องกับร่องรอยของป้ายแห่งเต๋าเลยแม้แต่น้อย
รวมถึงทั่วป๋าเหยี่ยนซึ่งเป็นเจ้าสำนักแห่งสำนักคูหรง เขารู้เพียงว่า
ในตอนนั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์เทียนอินได้นำป้ายแห่งเต๋ามามอบให้
ต่อมาป้ายแห่งเต๋าก็ถูกเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงเก็บเอาไป
ส่วนเรื่องอื่น ทั่วป๋าเหยี่ยนเองก็ไม่รู้เช่นกัน
แต่เซียวฮั่นพอจะเดาได้ว่า เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงอาจค้นพบ
บทบาทสำคัญของป้ายแห่งเต๋าแล้ว
ส่วนที่อยู่ของเย่ฉางเฟิง เซียวฮั่นเองก็ยังไม่รู้แน่ชัด
หากกล่าวว่าเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงต้องการป้ายแห่งเต๋าในการ
สร้างขบวนทัพเทพศักดิ์สิทธิ์จริง เช่นนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเซียว
ฮั่น เพราะนี่คือโอกาสที่หาได้ยากยิ่งนัก
“เฒ่าภูติลองสัมผัสตำแหน่งป้ายแห่งเต๋าดูหน่อยเถิด!”
คนเคลื่อนสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ ตะเกียงโบราณแห่งวิถีเต๋าปรากฏขึ้นที่
เบื้องหน้า จากนั้นเซียวฮั่นจึงเอ่ยขึ้นกับเฒ่าภูติที่อยู่ในตะเกียง
ถึงแม้เฒ่าภูติจะได้รับร่างเต๋าของเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์เทียนอิน แต่
เขาก็ยังคงเป็นจิตวิญญาณของตะเกียงโบราณแห่งวิถีเต๋าเช่นเดิม หาก
ไม่ได้รับคำสั่งจากเซียวฮั่น เฒ่าภูติก็จะอยู่ได้เพียงในตะเกียงเท่านั้น
“นายท่าน ทางนี้ขอรับ!”
ได้ยินเช่นนั้น เฒ่าภูติจึงชี้ตำแหน่งออกมาอย่างไม่รีรอ ป้ายแห่ง
เต๋าคือสิ่งที่เฒ่าภูติสร้างขึ้นมา เขาย่อมสัมผัสถึงป้ายแห่งเต๋าได้
“หากโชคดี พวกเราอาจหลีกเลี่ยงสงครามอันโหดเหี้ยมครั้งนี้ได้!”
คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่นก้าวฝ่าเท้าหนึ่งคราแล้วหายลับไปจากจุดเดิม
โดยมีเฒ่าภูติตามมาติดๆ เมื่อเงาร่างบิดเบี้ยวคนทั้งสองจึงหายลับไป
ท่ามกลางความว่างเปล่า
ป้ายแห่งเต๋าครอบครองวิถีเต๋าคืนสภาพ ทำให้รู้แจ้งถึง
ปรากฏการณ์เต๋าสร้างโลก จึงช่วยรวบรวมตำแหน่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์
เพื่อพิสูจน์วิถีเต๋าสูงส่งแล้วกลายเป็นยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์
ได้
แต่ป้ายแห่งเต๋าก็มีขีดจำกัดที่แน่นอน หากเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คู
หรงต้องการสร้างเทพศักดิ์สิทธิ์ เขาต้องนำการรู้แจ้งแห่งเต๋าของตนทุ่ม
เข้าไปในป้ายแห่งเต๋าเสียก่อน เพื่อให้ยอดฝีมือในป้ายแห่งเต๋าสามารถรู้
แจ้งถึงวิถีเต๋าคืนสภาพที่สมบูรณ์
และช่วงเวลานี้เอง เจตนารมณ์ของเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงจะ
ถูกใส่เข้าไปในป้ายแห่งเต๋าจนหมด การตั้งรับของจิตวิญญาณเทพก็จะ
อ่อนแอลงอย่างถึงขีดสุด
เรื่องนี้สำหรับเซียวฮั่นนับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งนัก หาก
สามารถแทรกซึมเข้าไปในความทรงจำแห่งจิตวิญญาณเทพของเทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงได้ ต่อให้เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงเป็นการดำรง
อยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน เซียวฮั่นก็มีวิธีการมากมายที่จะทำให้เทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงยอมศิโรราบ
หากสามารถพบกับโอกาสเช่นนี้ เซียวฮั่นก็จะสามารถหลีกเลี่ยง
สงครามอันโหดเหี้ยม อีกทั้งไม่แน่ว่าเขาอาจจะได้ยอดฝีมือขั้นเทพ
ศักดิ์สิทธิ์ราชันที่มีความสามารถแข็งแกร่งเกินบรรยายเพิ่มมาอีกหนึ่ง
คน
โลกคูหรงคือโลกแห่งวิถีเต๋าของเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรง และ
เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงได้ปิดด่านอยู่ในโลกแห่งวิถีเต๋าของตนจึงต้อง
เลือกสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด
น่าเสียดายที่เขาคิดไม่ถึงว่าเซียวฮั่นจะแทรกซึมเข้ามายังโลกคูหร
งอย่างไร้สุ้มเสียง อีกทั้งสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือเฒ่าภูติสามารถสัมผัสได้ถึง
สถานที่ตั้งของป้ายแห่งเต๋า
ความจริงแล้วเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงในตอนนี้ ไม่ได้กำลังสร้าง
กองทัพเทพศักดิ์สิทธิ์ แต่เขากำลังหลอมป้ายแห่งเต๋า
นอกจากหลอมป้ายแห่งเต๋าแล้ว เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงยังนำเย่
ฉางเฟิงซึ่งอยู่ในป้ายแห่งเต๋ามาหลอมเป็นหุ่นกระบอกแห่งวิถีเต๋าของ
ตนเองอีกด้วย
เย่ฉางเฟิงได้กลายเป็นการดำรงอยู่ขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์แล้ว
อีกทั้งเนื่องจากเขาควบคุมวิถีมิติและกาลเวลา เมื่อเกิดวิกฤตอันตราย
ขึ้นมา เย่ฉางเฟิงก็จะปิดผนึกมิติของป้ายแห่งเต๋าลงได้
เพราะเหตุนี้เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงจึงต้องหลอมป้ายแห่งเต๋า
เสียก่อน จึงจะสามารถใช้เย่ฉางเฟิงซึ่งอยู่ในป้ายแห่งเต๋ามาหลอมเป็น
หุ่นกระบอกแห่งวิถีเต๋าของตน
แต่ป้ายแห่งเต๋าคือสิ่งที่เฒ่าภูติสร้างขึ้นมากับมือ อีกทั้งเฒ่าภูติยัง
เป็นการดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน ดังนั้นหากเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์
คูหรงต้องการหลอมป้ายแห่งเต๋า จึงต้องใช้เวลาไม่น้อย
เพราะเหตุนี้จึงทำให้เซียวฮั่นยังพอมีเวลาเหลือ
เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงยังไม่รู้ว่าวิกฤตกำลังคืบคลานเข้ามาแล้ว
เพราะเซียวฮั่นอาศัยแผ่นหยกนำโชคและลวดลายเต๋าหมื่นวิถีผนึกฟ้า
ดิน แล้วปิดล้อมสถานที่ที่เทพศักดิ์สิทธ์มนุษย์คูหรงปิดด่านฝึกตนเอาไว้
กล่าวได้ว่าต่อให้เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงมีทักษะพลิกสวรรค์ก็
ย่อมมิอาจหนีได้พ้น นอกเสียจากว่าเขาจะสามารถทำลายลวดลายเต๋า
หมื่นวิถีและแผ่นหยกนำโชคได้!