ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 830 : ปิดด่าน!
“วิ้ง!”
เซียวฮั่นเคลื่อนความคิดหนึ่งครา แผ่นหยกนำโชคก็ปรากฏขึ้น
เหนือศีรษะของตน
เมื่อแผ่นหยกนำโชคกลอกกลิ้ง วิถีเต๋าสามพันวิถีก็ปรากฏขึ้นมา
ขณะที่แสงแห่งเต๋าแผ่ปกคลุมรอบกายเซียวฮั่น วิถีเต๋าสามพันวิถีก็ราย
ล้อมรอบกายเซียวฮั่นเช่นกัน วิถีคูหรงของเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงจึง
มิอาจสร้างภัยคุกคามอันใดให้แก่เซียวฮั่นได้
ทันทีที่แผ่นหยกนำโชคปรากฏ สายตาของเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คู
หรงก็แปรเปลี่ยนทันใด
เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงใช่ว่าจะเป็นการดำรงอยู่ที่โง่เขลา เพียง
มองคราเดียวเขาก็ดูออกว่า แผ่นหยกนำโชคเหนือศีรษะของเซียวฮั่น
จะต้องเป็นสมบัติล˺าค่าไร้เทียมทานที่มิอาจจินตนาการได้ชิ้นหนึ่ง ถึง
ขั้นว่าสมบัติล˺าค่าเช่นนี้เขาเองก็ยังไม่เคยพบเห็นมาก่อน
อย่าว่าแต่ไม่เคยพบมาก่อน แม้แต่ชื่อเกรงว่าเขาก็ยังไม่เคยได้ยิน
มาก่อนด้วยซ˺า
สมบัติล˺าค่าหนึ่งชิ้นซึ่งแฝงด้วยวิถีเต๋าสามพันวิถี ข้อนี้ก็ทำให้ผู้คน
มิอาจจินตนาการได้แล้ว
ทว่าฉากต่อมาต่างหากที่ทำให้เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงสัมผัสได้
ถึงสิ่งที่เรียกว่าคาดไม่ถึง
เห็นเพียงเซียวฮั่นกุมฝ่ามือหนึ่งครา ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีก็
กลายเป็นกระบี่หมื่นเต๋าเล่มหนึ่ง
อานุภาพเต๋าบนกระบี่หมื่นเต๋ากลอกกลิ้ง ราวกับว่าวิถีหมื่นเทพ
ปรากฏขึ้นในมือของเซียวฮั่น
บัดนี้เซียวฮั่นคือผู้ถือครองวิถีเต๋าไร้เทียมทานที่ควบคุมวิถีหมื่น
เทพ เมื่อกระบี่สะบั้นออกมา เต๋าหมื่นวิถีก็ปรากฏตามมา ภายใต้กระบี่
เล่มนี้สามารถทำลายสวรรค์ให้ดับสูญ และสะบั้นทุกสิ่งให้แหลกสลาย
เมื่อเห็นลวดลายเต๋าหมื่นวิถีในมือและแผ่นหยกนำโชคเหนือศีรษะ
ของเซียวฮั่น มุมปากของเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ก็กระตุกขึ้นมาอย่างมิอาจ
หักห้ามได้ เพราะสงครามครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเปิดศึก เขาก็รู้อยู่แล้วว่า
จุดจบจะเป็นเช่นไร
ยามนี้เซียวฮั่นมิอาจใช้คำว่าไร้คู่ต่อกรมาบรรยายได้ เพราะหาก
เขาพบเทพก็สังหารเทพ พบอรหันต์ก็สังหารอรหันต์!
เพราะเหตุนี้ เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงจึงได้เข้าใจว่าเซียวฮั่นซึ่ง
เป็นเพียงยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับเต๋าแห่งโลก เหตุใดจึง
อาจหาญที่จะต่อสู้กับเขาได้อย่างมั่นใจ
เซียวฮั่นซึ่งครอบครองลวดลายเต๋าหมื่นวิถีและแผ่นหยกนำโชค
คือการดำรงอยู่ที่น่าหวาดผวายิ่งนัก ต่อให้เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงอยู่
ในขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน ก็มิอาจเป็นคู่ต่อกรของเซียวฮั่นได้
“ข้ายอมแพ้!”
ในที่สุดเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงก็ยอมแพ้ เพราะเขารู้ว่าการต่อสู้
ครั้งนี้ต่อให้ดำเนินต่อไป เขาก็ต่อสู้โดยเปล่าประโยชน์ สู้เขายอมแพ้ให้รู้
แล้วรู้รอดเสียดีกว่า
“ใต้เท้าช่างรู้สถานการณ์ดียิ่งนัก!” ได้ยินเช่นนั้น เซียวฮั่นจึงเอ่ย
พลางยิ้ม
เมื่อเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงได้ยิน มุมปากก็กระตุกอีกครั้งอย่าง
อดไม่ได้ เขาจะไม่รู้สถานการณ์ได้อย่างไร ไม่ว่าแผ่นหยกนำโชคหรือ
ลวดลายเต๋าหมื่นวิถี ล้วนแต่เป็นสมบัติล˺าค่าที่อยู่เหนือสมบัติล˺าค่า
สูงส่งทั้งสิ้น
ทั้งสองสิ่งนี้ขอเพียงเซียวฮั่นครอบครองแค่อย่างเดียว เขาเองก็มิ
อาจเป็นคู่ต่อกรได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงสถานการณ์ที่สมบัติทั้งสองชิ้นนี้
อยู่ในมือของเซียวฮั่น
“วิ้ง!”
เมื่อพลังแห่งเต๋ากลอกกลิ้ง เซียวฮั่นจึงเก็บแผ่นหยกนำโชคและ
ลวดลายเต๋าหมื่นวิถีลง
ส่วนเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงก็เก็บพลังแห่งเต๋าของตนกลับ
เช่นกัน นับแต่บัดนี้เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงยอมศิโรราบแก่เซียวฮั่น
และยินดีทำตามคำสั่งของเขาทุกอย่าง
“พอดีเลย พวกเจ้าจงทำความรู้จักกันเสียหน่อย”
คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่นสะบัดฝ่ามือหนึ่งครา เงาร่างของเฒ่าภูติก็
ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรง
เมื่อเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงทอดมองเงาร่างของเฒ่าภูติ รูม่านตา
ของเขาก็หดเล็กลงอีกครั้ง
ในฐานะการดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คู
หรงย่อมสามารถสัมผัสได้ถึงความน่าพรั่นพรึงของเฒ่าภูติ
กระทั่งว่าเขาสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกคุกคามที่เฒ่าภูตินำมา
ให้อย่างชัดเจน สิ่งนี้มีความหมายโดยนัยว่าเฒ่าภูติจะต้องเป็นการดำรง
อยู่อันน่าหวาดผวาที่ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชันมิอาจต่อกรได้
“นี่คือเฒ่าภูติ เป็นคนของข้าเช่นกัน นับแต่นี้ไป พวกเจ้าทั้งสองคือ
สหายกัน”
เซียวฮั่นเอ่ยขึ้นกับเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงพลางแย้มยิ้ม
เมื่อมีเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงมาเข้าร่วม เช่นนั้นเซียวฮั่นก็จะ
ครอบครองการดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชันถึงสองท่าน
“ทะ…ท่านคือผู้อาวุโสว่านกุ่ยหรือขอรับ”
ทันใดนั้นในสมองของเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงก็ได้ปรากฏความ
ทรงจำเก่าแก่ขึ้นมา จากนั้นก็มองเงาร่างเบื้องหน้าด้วยความตื่นตกใจ
เกินบรรยาย
“ที่แท้ก็ยังมีคนรู้จักข้าอยู่ด้วยหรือ?”
ได้ยินเช่นนั้น เฒ่าภูติจึงอดตกตะลึงไม่ได้ อย่างที่รู้ว่าเขาตกตายมา
เป็นเวลานับพันล้านปีแล้ว โลกหมื่นภูติได้กลายเป็นถ˺าหมื่นภูติ และ
เป็นเรื่องราวที่ผ่านมายาวนานแล้ว
“เป็นท่านผู้อาวุโสจริงๆ! ตอนที่ข้ายังเล็ก ข้าเคยได้ยินท่าน
บรรยายเต๋าและส่งมอบเต๋ามาก่อน”
ได้ยินเช่นนั้น เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงก็หัวเราะขมขื่นอย่างอด
ไม่ได้ เขารู้สึกกระจ่างขึ้นมาทันที บางทีการพ่ายแพ้ของตนในครั้งนี้คง
ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว อีกทั้งเขายังมองออกเช่นกันว่า เซียวฮั่นจะต้องเป็น
การดำรงอยู่ที่สวรรค์ลิขิตและมีโชคชะตาที่สูงส่งอย่างแน่นอน
อนาคตของเซียวฮั่น จะต้องเป็นการดำรงอยู่ที่เหนือจินตนาการ
ของทุกคน
ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องอื่น แค่เพียงลวดลายเต๋าหมื่นวิถีและแผ่นหยก
นำโชค เซียวฮั่นก็สามารถเอาชนะการดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน
ทั้งหมดได้แล้ว
ความจริงแล้วเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงก็เป็นการดำรงอยู่ที่เก่าแก่
เกินบรรยายท่านหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับเฒ่าภูติแล้ว เขานับว่าเป็นเพียง
คนรุ่นหลังเท่านั้น
ในตอนที่โลกหมื่นภูติยังไม่ล่มสลาย และมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว
โลกหงเหมิง เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงยังเป็นเพียงการดำรงอยู่ขั้นเทพ
แท้จริงแห่งเต๋า
ตอนนั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงได้มีโอกาสฟังเฒ่าภูติบรรยาย
และส่งมอบเต๋าครั้งหนึ่ง ดังนั้นความทรงจำที่เขามีต่อเฒ่าภูติจึงลึกซึ้ง
ยิ่งนัก เพราะนั่นคือครั้งแรกในที่ชีวิตที่เขาได้ฟังการบรรยายเต๋าและส่ง
มอบเต๋า ซึ่งส่งผลกระทบต่อเขาอย่างลึกซึ้งและยาวไกล
เพียงแต่เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงกลับนึกไม่ถึงว่า จะมีวันที่เขาได้
พบกับเฒ่าภูติซึ่งเป็นการดำรงอยู่สูงส่งที่ตนคอยแหงนหน้ามอง
อีกทั้งการดำรงอยู่สูงส่งผู้นี้ ยังกลายเป็นคนของเซียวฮั่น ดูจาก
ท่าทางของเฒ่าภูติน่าจะเป็นระดับทาสรับใช้
“อย่างนี้นี่เอง เรื่องราวในอดีตก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถิด โลกหมื่นภู
ติมิอาจดำรงอยู่ต่อได้แล้ว เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ว่านกุ่ยไม่ได้ดำรงอยู่แล้ว
เช่นกัน ตอนนี้ข้าเป็นเพียงเฒ่าภูติ และเป็นทาสรับใช้ของนายท่าน”
ได้ยินเช่นนั้น เฒ่าภูติกลับแย้มยิ้ม แล้วเอ่ยขึ้นพลางสะบัดมืออย่าง
ไม่แยแส
เรื่องราวทั้งหมดผ่านมายาวนานแล้ว เฒ่าภูติเองก็ไม่ใช่เทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ว่านกุ่ยผู้นั้นอีกต่อไป เขาในยามนี้เป็นเพียงจิตวิญญาณ
ตะเกียงโบราณแห่งวิถีเต๋า และเป็นทาสรับใช้ของเซียวฮั่นเท่านั้น
“ท่าน…”
ได้ยินเช่นนั้น เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงจึงหัวเราะขมขื่นออกมา
ทันใดนั้นก็มองเซียวฮั่นซ˺าอีกหนึ่งครา
การที่เซียวฮั่นให้เฒ่าภูติปรากฏตัวต่อหน้าเขา อาจเพราะต้องการ
ให้เขาสยบยอม และไม่เกิดความคิดต่อต้านขึ้นมาในใจก็เป็นได้
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การต่อสู้ระหว่างเทพศักดิ์สิทธ์มนุษย์คูหรง
และเซียวฮั่นได้ปิดฉากลงแล้ว นับแต่นี้ไป เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรง
จะต้องทำตามคำสั่งของเซียวฮั่นเพียงคนเดียวเท่านั้น
ถึงแม้เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงอาจรู้สึกไม่เต็มใจนัก แต่เทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงก็พอจะสัมผัสได้อย่างเลือนรางว่า การติดตาม
เซียวฮั่นอาจเปลี่ยนแปลงอนาคตของเขาก็เป็นได้
“ข้าทิ้งจิตรับรู้แห่งเทพสายหนึ่งไว้ในความทรงจำของเจ้า หากมี
ธุระข้าจะติดต่อเจ้าผ่านทางสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ ส่วนเวลาอื่นๆ ข้าจะไม่ยุ่ง
กับอิสระของเจ้า”
คนคลี่ยิ้ม เซียวฮั่นไม่ได้บังคับให้เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงต้อง
ติดตามเขาตลอดเวลา
เหตุผลที่เซียวฮั่นต้องการให้เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงยอมศิโรราบ
เพื่อว่าสงครามในอนาคต เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงจะช่วยเป็นแรง
เสริมให้อีกแรงหนึ่ง
ไม่นานเซียวฮั่นและเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงก็กลับมายังโลกคู
หรง ป้ายแห่งเต๋าได้กลับคืนสู่มือของเซียวฮั่นอีกครั้ง
ส่วนเย่ฉางเฟิงก็ถูกช่วยออกมาจากในป้ายแห่งเต๋าอย่างปลอดภัย
หลังจากที่ออกมาจากป้ายแห่งเต๋า เย่ฉางเฟิงได้พูดคุยกับเซียวฮั่น
อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาจึงตัดสินใจฝึกฝนตนเองที่โลกหงเหมิง มีเพียงวิธี
นี้เท่านั้น เขาจึงจะสามารถก้าวไปอีกหนึ่งขั้น เพื่อกลายเป็นการดำรงอยู่
ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์อย่างแท้จริง
เย่ฉางเฟิงในตอนนี้ได้รู้แจ้งถึงวิถีเต๋าคืนสภาพอย่างถึงที่สุดแล้ว
สำหรับเขาขาดเพียงโอกาสที่จะทะลวงสู่ขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์
เท่านั้น
และโอกาสนี้เย่ฉางเฟิงจะต้องเป็นผู้แสวงหาเอง สิ่งที่เซียวฮั่นทำ
ให้เขาได้คงมีเพียงเท่านี้
เมื่อเย่ฉางเฟิงจากไป เขาได้ฝากฝังให้เซียวฮั่นช่วยดูแลซืออิน
เพราะการไปฝึกตนครั้งนี้ คือการฝึกฝนที่อยู่ระหว่างเขตแดนของความ
เป็นและความตาย
ดังนั้นเย่ฉางเฟิงจึงไม่สามารถพาซืออินติดตามไปด้วยได้ ยิ่งไปกว่า
นั้นโลกแห่งวิถีเต๋าของเซียวฮั่น ก็นับว่าเป็นสถานที่ที่ช่วยคุ้มครองความ
ปลอดภัยของนางได้มากที่สุด
เมื่อเย่ฉางเฟิงจากไป เซียวฮั่นก็ออกจากสำนักคูหรง
หลังจากที่ต่อสู้กับเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์คูหรงระยะหนึ่ง เซียวฮั่น
กลับรู้อย่างลึกซึ้งว่าความสามารถของตนในตอนนี้ยังไม่เพียงพอ
หากมีลวดลายเต๋าหมื่นวิถีและแผ่นหยกนำโชค เขาคงแข็งแกร่ง
กว่ายอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธ์มนุษย์ระดับเต๋าแห่งโลกทั่วไปเพียง
เล็กน้อยเท่านั้น และคงไม่แข็งแกร่งมากไปกว่านี้แล้ว
เมื่ออยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีสมบัติล˺าค่าทั้งสองชิ้น เขาก็มิอาจ
เป็นคู่ต่อกรของยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชันได้เลย
สิ่งนี้มีความหมายว่า เซียวฮั่นจะต้องยกระดับความสามารถของ
ตนเอง แต่หลังจากที่มาถึงขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ หากคิดจะ
ยกระดับความสามารถของตนภายในระยะเวลาอันสั้น เกรงว่าคงไม่ใช่
เรื่องที่ทำได้ง่ายนัก
สำหรับเซียวฮั่น สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้ก็คือการรวบรวมร่างเวท
ทั้งสอง เพื่อให้ตนกลายเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับร่างจำแลง
เสียก่อน จากนั้นจึงค่อยหาโอกาสยกระดับให้กลายเป็นการดำรงอยู่ขั้น
เทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน
ทั้งหมดนี้เซียวฮั่นจะต้องใช้เวลายาวนานนัก เพราะความจริงแล้ว
นับตั้งแต่ขอบเขตเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์เป็นต้นไป หากต้องการทางลัด
ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
หลังจากที่มีบทเรียนครั้งก่อน ในที่สุดเซียวฮั่นก็ไม่คิดจะสร้าง
สำนักหลิงเทียนไว้ที่โลกหงเหมิงอีก
เซียวฮั่นสร้างสำนักหลิงเทียนไว้ในโลกแห่งวิถีเต๋าของตน
เช่นเดียวกับสำนักคูหรงแทน
เขาได้นำป้ายแห่งเต๋าไปตั้งไว้ที่แดนมาตุภูมิของสำนักหลิงเทียน
แล้วรับสมัครศิษย์แห่งสำนักหลิงเทียนอีกครั้ง
ในโลกแห่งวิถีเต๋าของเซียวฮั่น ฐานะของสำนักหลิงเทียน ย่อมไม่
ต้องเอ่ยให้มากความ
เพียงไม่นาน สำนักหลิงเทียนของเซียวฮั่นก็รับสมัครศิษย์ได้เป็น
จำนวนนับล้านคน ศิษย์เหล่านี้ล้วนแต่เป็นอัจฉริยะระดับแนวหน้า
ทั้งสิ้น พรสวรรค์ของพวกเขาย่อมไม่ต้องเอ่ยถึง
ครั้งนี้เซียวฮั่นยังคงบรรยายเต๋าอยู่ที่สำนักหลิงเทียนต่อ
ขณะที่บรรยายเต๋า ได้มีน˺าพุสีทองผุดขึ้นมาจากผืนดิน บุปผา
สวรรค์ร่วงลงกลาดเกลื่อน จารึกแห่งเต๋ากลอกกลิ้ง แสงแห่งเต๋าแผ่ปก
คลุมไปทั่วโลกแห่งวิถีเต๋า
การบรรยายเต๋าครั้งนี้ เซียวฮั่นได้ใช้เวลาบรรยายถึงสามปีเต็ม
ช่วงระยะเวลาสามปี เซียวฮั่นดุจผสานเข้าไปในวิถีเต๋า เมื่อเสียง
แห่งเต๋ากลอกกลิ้ง สิ่งมีชีวิตทั่วทั้งโลกแห่งวิถีเต๋า ต่างได้รับ
ผลประโยชน์กันถ้วนหน้า
หลังจากที่บรรยายเต๋าครบสามปี เซียวฮั่นก็เริ่มปิดด่านอีกครั้ง
การปิดด่านครั้งนี้ เซียวฮั่นตั้งใจรวบรวมร่างเวทแห่งบารมีและร่าง
เวทแห่งศรัทธาอย่างเต็มที่
นอกจากนี้เซียวฮั่นยังต้องการรู้แจ้งถึงวิถีหมื่นเทพในลวดลายเต๋า
หมื่นวิถีในระดับที่ลึกซึ้งขึ้น เพราะเขาสัมผัสได้ว่า บางทีอนาคต เขา
อาจจะต้องเผชิญหน้ากับเจ้าแห่งการดูดกลืนโดยตรง
นี่คือจุดจบที่เปลี่ยนแปลงทั่วทั้งโลกหงเหมิง ถึงขั้นเปลี่ยนแปลง
การต่อสู้อันน่าพรั่นพรึงของโลกหงเหมิงในอนาคต
เซียวฮั่นในยามนี้ พอจะคาดเดาได้แล้วว่าเจ้าแห่งการดูดกลืนกำลัง
วางแผนสิ่งใด เขาต้องการที่จะดูดกลืนทั่วทั้งโลกหงเหมิงและคิดที่จะ
กลายเป็นการดำรงอยู่ไร้เทียมทานที่อยู่เหนือเทพศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษ
ดังนั้นการปิดด่านครั้งนี้ เขาจึงใช้เวลาค่อนข้างยาวนาน
สำหรับเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ เวลาหลายแสนหลายล้านปี นับเป็น
เวลาเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ที่
ครอบครองกาลเวลานับไม่ถ้วน เวลาเพียงหนึ่งล้านปี ก็เป็นเพียงน˺า
หนึ่งหยดในมหาสมุทร
เมื่อเริ่มปิดด่าน เซียวฮั่นก็ผสานรวมเข้าไปในลวดลายเต๋าหมื่นวิถี
เขาไม่รู้เลยว่าโลกภายนอกผ่านไปเป็นเวลานานเท่าใดแล้ว
โลกแห่งวิถีเต๋าในตอนนี้ ทุกสิ่งต่างเข้าที่เข้าทางอย่างถูกต้อง เซียว
ฮั่นได้ทิ้งร่างเวทแห่งศรัทธาและบารมีเพื่อคอยปกปักษ์รักษาสำนักหลิง
เทียน ส่วนตนก็ได้ปิดด่านฝึกตนอยู่ในโลกแห่งวิถีเต๋า
โลกภายนอก เวลาได้ผ่านไปหนึ่งร้อยปี หนึ่งพันปี หนึ่งหมื่นปีและ
หนึ่งล้านปี!
เวลาของโลกหงเหมิงผ่านไปหลายล้านปี เซียวฮั่นกลับยังคงปิด
ด่านฝึกตนอยู่ในโลกแห่งวิถีเต๋า ส่วนร่างเวททั้งสองของเซียวฮั่น เมื่อสั่ง
สมเป็นเวลาหลายล้านปี ร่างเวทแห่งศรัทธาและบารมีก็ได้บรรลุถึง
ขอบเขตใหญ่ในที่สุด
ร่างเวทขอบเขตใหญ่ทั้งสองร่างนี้มีความหมายโดยนัยว่า เซียวฮั่น
ได้กลายเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับร่างจำแลงแล้ว แต่เซียวฮั่นกลับ
ยังคงไม่ออกจากด่านฝึกตน
เซียวฮั่นในยามนี้ ได้ผสานรวมเข้าไปในลวดลายเต๋าหมื่นวิถีอย่าง
ถึงขีดสุด เขาจึงรู้แจ้งในวิถีหมื่นเทพ และควบคุมพลังอันมิมีประมาณ
ของวิถีหมื่นเทพได้
การปิดด่านในครั้งนี้ สำหรับเซียวฮั่นนับว่าเป็นเวลาอันยาวนาน
เกินบรรยาย
โลกหงเหมิงยังคงเหมือนเดิม แต่โลกแห่งวิถีเต๋ากลับรุ่งเรืองจนถึง
ขั้นที่มิอาจจินตนาการ
สำนักหลิงเทียนที่เริ่มก่อตั้งจากจุดเริ่มต้นที่ไร้ซึ่งสรรพสิ่ง บัดนี้ได้มี
เส้นสนกลในที่ไม่ด้อยไปกว่าสำนักคูหรงเลยแม้แต่น้อย!