ครองภพสยบนิรันดร์ - ตอนที่ 856 : สงครามอันน่าสังเวช!
หลังจากเย่ฉางเฟิงและพวกสังหารวิญญาณความตายขั้นเทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์สี่ตนนั้น พอมีพวกเขาเสริมทัพ การรบถึงจะนับว่า
ดำเนินไปอย่างมั่นคง
เมื่อยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์เก้าท่านออกมือ ทุกสิ่งก็ถูก
กวาดล้างจนราบเป็นหน้ากลอง กระทั่งว่าไม่จำเป็นต้องเก้าท่าน ขอ
แค่เย่ฉางเฟิง ไป๋จื้อไจ้ หรือหนอนอ้วนออกมือก็พอแล้ว
“ครืน!”
ระหว่างที่เย่ฉางเฟิงและพวกกำลังกวาดล้างวิญญาณความตาย
มิติอากาศก็สั่นสะท้านอย่างฉับพลัน ก่อนที่ตราประทับรอยมือดำทะมึน
อันน่าพรั่นพรึงข้างหนึ่งจะจู่โจมออกมาจากประตูแห่งความตายบาน
นั้น
ตราประทับรอยมือดำทะมึนที่มาพร้อมกับลมปราณมรณะมหึมา
เป็นลูกไม้ไร้เทียมทานของวิถีความตาย
แค่ตราประทับรอยมือมรณะดำทะมึนเพียงข้างเดียว แต่กลับเต็ม
ไปด้วยพลังแห่งวิถีเต๋าอันน่าหวาดผวาที่สามารถทำให้โลกใบหนึ่งดับ
สลาย
มือข้างเดียวก็เพียงพอจะสังหารการดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
ราชันได้ไม่ยาก
อีกทั้งเป้าหมายของฝ่ามือยักษ์ข้างนี้ก็คือเย่ฉางเฟิงและพรรคพวก
รวมถึงยอดฝีมือของกองทัพทั้งสิบ
“ความตาย จัดการข้าเสียสิ และไม่ต้องกลัวว่าจะถูกคนหัวเราะ
เยาะ ให้ข้าได้ปะทะเจ้าอีกครั้ง เพื่อดูว่าหลังผ่านมาพันล้านปี เจ้าได้
พัฒนาไปถึงขั้นใดแล้ว”
วินาทีที่ฝ่ามือมรณะปรากฏขึ้นมา จ้านตี้ก็เปล่งวาจาทันที จ้านตี้
สาวเท้าหนึ่งครา จากนั้นเงาร่างก็ปรากฏภายใต้ตราประทับรอยมือ
มรณะนั้น
“ครืนนน!”
พลังของวิถีแห่งการรบกลอกกลิ้ง จ้านตี้กำฝ่ามือ จากนั้นหอกรบไร้
เทียมทานเล่มหนึ่งก็ลอยคว้างกลางฝ่ามือของเขา
หอกเล่มเดียวในมือก็ไร้คู่ต่อกรในใต้หล้า!
บัดนี้จ้านตี้ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงท่วงท่าอันไร้คู่ต่อกร คล้ายว่าขอ
เพียงแต่จ้านตี้กุมหอกรบในมือ ก็ไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะเขาได้
จ้านตี้ดำรงชีวิตในโลกหงเหมิงมาอย่างยาวนาน เปรียบดังเทพผู้ไร้
พ่าย ถึงแม้ว่าตอนนั้นจะพ่ายแพ้ให้กับเจ้าแห่งความตายและเจ้าแห่ง
ความมืดมิด สาเหตุเป็นเพราะจ้านตี้ยังมิได้ทะลวงสู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
บรรพบุรุษ
ในโลกหงเหมิง จ้านตี้ก็คือตัวแทนของผู้ไร้คู่ต่อกรในขอบเขต
เดียวกัน จ้านตี้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับการดำรงอยู่ขอบเขตเดียวกันมา
ก่อน
จ้านตี้ถูกขนานนามว่าเป็นมือหนึ่งแห่งการรบผู้มิเคยแพ้พ่าย หรือ
กระทั่งเรียกได้ว่าเป็นเทพแห่งการรบ มีเพียงการดำรงอยู่ในยุคเดียวกับ
จ้านตี้เท่านั้นจึงจะรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของจ้านตี้
ช่วงวัยเยาว์ แม้ว่าจ้านตี้จะเพิ่งทะลวงสู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ แต่
กลับสามารถกวาดล้างโลกหงเหมิงมากกว่าครึ่งด้วยสองมือ และตอน
นั้นที่จ้านตี้เพิ่งทะลวงสู่ขั้นกึ่งเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ แต่ต่อให้เป็นเทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับร่างจำแลงกลับยังมิใช่คู่มือของจ้านตี้ กระทั่งว่า
ยามเมื่อประจันหน้ากับยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชัน จ้านตี้ยังมี
ความแข็งแกร่งในการต่อกร
ด้วยเหตุนี้จ้านตี้จึงเป็นการดำรงอยู่ดุจทวยเทพในยุคนั้นของตน
เขาคือคำนิยามของคำว่าไร้พ่าย นอกจากเขาก็ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ถูกเรียก
ขานว่าเทพแห่งการรบผู้ไร้พ่ายแล้ว
“ฉัวะ!”
หอกรบกวัดแกว่งแหวกทะลวงอากาศออกไป ส่งผลให้ตราประทับ
รอยมือมรณะที่ว่านั้นมลายหายเป็นความว่างเปล่าภายใต้หอกรบของ
จ้านตี้
จากนั้นจ้านตี้ก็สาวเท้าหนึ่งครา ทั้งคนและหอกต่างบุกสังหารจาก
ประตูแห่งความตายตรงไปยังโลกความตาย
ภาพอันทะนงองอาจนี้ มีเพียงจ้านตี้ผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถทำได้
อย่างที่รู้กันว่าศัตรูของเขาคือเจ้าแห่งความตาย และด้านหลังของ
ประตูแห่งความตายก็คือโลกความตาย
ทว่าจ้านตี้กลับหาได้หวาดหวั่นแม้เพียงนิดเดียว ต่อให้เป็นโลก
ความตายแล้วอย่างไร เขาในยามนี้คือการดำรงอยู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
บรรพบุรุษ ความแข็งแกร่งไม่ด้อยกว่าเจ้าแห่งความตายแม้แต่น้อย
สงครามในโลกความตาย ผู้ทนทุกข์ทรมานอาจเป็นเจ้าแห่งความ
ตาย เพราะเจ้าแห่งความตายจำเป็นต้องยอมรับว่า โลกความตาย
สามารถพังพินาศย่อยยับเพราะสงครามระหว่างยอดฝีมือขั้นเทพ
ศักดิ์สิทธิ์บรรพบุรุษสองท่านได้ทุกเมื่อ
ในขณะที่จ้านตี้บุกเข้าไปในประตูแห่งความตาย บัดนี้ประตูแห่ง
ความตายหลายสิบบานได้เปิดแล้ว
จากนั้นวิญญาณความตายดุจสายธารอันมิมีประมาณก็ไหลทะลัก
ออกมาจากสี่ทิศแปดทางของประตูแห่งความตาย
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเจ้าแห่งความตายยอมจ่ายทุกสิ่งโดยไม่
เสียดาย
ยามเมื่อประตูแห่งความตายหลายสิบบานปรากฏขึ้นมา วิญญาณ
ความตายนับพันล้านก็พรั่งพรูไปยังเรือรบดวงดาวอย่างบ้าคลั่ง
“เรือรบแต่ละลำอย่าได้ตื่นตระหนก ใช้ปืนใหญ่แห่งเต๋าโจมตีก่อน
ส่วนวิญญาณความตายขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ ให้ยอดฝีมือขั้นเทพ
ศักดิ์สิทธิ์มนุษย์จัดการ”
คนทอดมองวิญญาณความตายอันมิมีประมาณ แม่ทัพใหญ่ของ
เรือรบแต่ละลำมิได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด พวกเขาผู้อยู่ในฐานะของ
เทพศักดิ์สิทธิ์ราชันต่างเคยเห็นการดำรงอยู่กระหน˹าโจมตีมาแล้วนับไม่
ถ้วน
หลังจากสั่งการแล้ว ปืนใหญ่แห่งเต๋าก็กราดยิงอย่างดุเดือด การยิง
ของปืนใหญ่แห่งเต๋าแต่ละนัดล้วนเทียบเท่ากับการโจมตีสุดกำลังของ
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับวิถีเต๋าท่านหนึ่ง
เห็นเพียงลำแสงแห่งเต๋ากวาดล้าง จากนั้นพื้นที่สุญญากาศก็
ปรากฏขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่า
วิญญาณความตายดับสูญไปนับสิบล้านในนัดเดียว
แต่จำนวนของวิญญาณความตายนั้นไม่มีที่สิ้นสุด ถึงแม้ว่าปืนใหญ่
แห่งเต๋าจะกระหน˹ายิงออกไปอย่างบ้าคลั่ง ยังไม่มีทางหยุดวิญญาณ
ความตายอันมิมีประมาณนั้นได้
“สังหารรร!!!”
ในที่สุดยอดฝีมือกองทัพของเรือรบแต่ละลำก็ออกจากเรือรบ ยอด
ฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋ากว่าร้อยล้านคน บัดนี้ปะทะกับวิญญาณ
ความตายหลายพันล้านแล้ว
สนามรบแห่งดวงดาวกลายเป็นลานต่อสู้อันโกลาหลปนน่าสังเวช
เกินบรรยายในทันใด
มิติอากาศพังทลาย พายุมิติกวาดล้าง
ไม่ว่าจะเป็นยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าโดยทั่วไปหรือยอด
ฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ ยามนี้ต่างต่อสู้กันอย่างดุเดือด
จำนวนของวิญญาณความตายนั้นมากมายเกินไปจริงๆ ต่อให้เป็น
วิญญาณความตายขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ยังมีไม่น้อยกว่าร้อยตน
บัดนี้ศัตรูของพวกเขาคือวิญญาณความตายทั่วทั้งโลกความตาย
และวิญญาณความตายของโลกความตายเหล่านี้ กล่าวได้ว่ามากมาย
จนนับไม่หวาดไม่ไหว มิมีประมาณ
มิใช่แค่ยอดฝีมือของกองทัพที่ตกอยู่ท่ามกลางยุทธนาวี ยามนี้เรือ
รบดวงดาวก็ประสบกับการจู่โจมของวิญญาณความตายเช่นกัน
วิญญาณความตายเหล่านี้ยอมจ่ายทุกสิ่งโดยไม่เสียดาย ต่อให้ต้อง
ระเบิดเพลิงแห่งจิตวิญญาณของตน ก็จำเป็นต้องทำลายปราการพลัง
ของเรือรบดวงดาวให้ได้
เสียงดังก้องไปในสนามรบดวงดาวไม่ขาดสาย พลังแห่งวิถีเต๋าอัน
พลุ่งพล่านเกินจะเปรียบคล้ายกับเป็นดอกไม้ไฟสีสันพร่างพราวปะทุ
ท่ามกลางหมู่ดาวเป็นระยะ
บัดนี้สนามรบเกิดความโกลาหลวุ่นวายนานแล้ว
ยอดฝีมือทั้งกองทัพล้วนแต่ตาแดงก˹า
พลังแห่งวิถีเต๋ากลอกกลิ้ง แต่ละการโจมตีมีวิญญาณความตายดับ
สิ้นในมือของพวกเขานับแสน แต่สิ่งที่ตามมาในทันทีก็คือ วิญญาณ
ความตายจำนวนมากกว่าเดิมซึ่งล้อมจู่โจมจากสี่ทิศแปดทาง ราวกับว่า
ไม่มีที่สิ้นสุด ส่งผลให้ผู้คนรู้สึกสิ้นหวัง
ยามนี้สนามรบแห่งดวงดาวเปรียบดังหลุมดำอันน่าหวาดหวั่นพรั่น
พรึงดูดกลืนสิ่งมีชีวิตทั้งมวลเข้าไปหลุมหนึ่ง มิใช่แค่เพียงวิญญาณ
ความตาย แม้แต่จำนวนยอดฝีมือของกองทัพก็ยังลดฮวบอย่างฉับพลัน
กระทั่งว่ายิ่งเวลาล่วงเลยไป มียอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าตก
ตายหลายล้านท่าน แต่ก็มีวิญญาณความตายนับพันล้านหรือกระทั่ง
ประมาณมิได้กลายเป็นเถ้ากระดูกกระจายไปในนภากาศหรือไม่ก็สลาย
เป็นความว่างเปล่า
“หอกสังหารสามโจมตี ขจัดทุกข์!”
พลังแห่งวิถีเต๋าสั่นไหว หลังจากก้าวสู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าระดับ
ปลาย ในที่สุดหลงเฟิงก็สามารถปลดปล่อยการโจมตีที่สองของหอก
สังหารสามโจมตี ขจัดทุกข์
หลังจากปลดปล่อยการโจมตีออกไป พลังแห่งวิถีเต๋าก็ส่งเสียง
คำราม บัดนี้หลงเฟิงและหอกยาวในมือผนวกรวมเป็นหนึ่ง ยามเมื่อ
หอกกวัดแกว่งออกไป ฟ้าดินคล้ายกับหลุดพ้นจากห้วงความทุกข์
พอรัศมีหอกอันน่าพรั่นพรึงเกินจะเปรียบกวาดล้าง วิญญาณความ
ตายธรรมดาสามัญจำนวนหลายหมื่นก็ถูกเก็บจนเรียบ
เช่นเดียวกับหลงเฟิง ยอดฝีมือของกองทัพเทียนเฉวียนที่เหลืออยู่
หลายหมื่นคนนี้ ตอนนี้แรงต่อสู้ล้วนทรงพลังเกินบรรยาย ไม่หวั่นเกรง
ความตายโดยสิ้นเชิง
ทั้งกระบวนทัพเปรียบดั่งมีดคมเล่มหนึ่งเสียดแทงเข้าไปท่ามกลาง
หมู่วิญญาณความตาย
ทุกที่ที่มีดดังกล่าววาดผ่าน วิญญาณความตายก็ถูกสังหารนับไม่
ถ้วน
แต่วิญญาณความตายก็คือร่างแห่งความตาย เป็นร่างแห่งความ
ตายที่ประกอบสร้างจากวิถีความตาย ดังนั้นพวกมันจึงไม่หวาดกลัว
ความตาย อย่างไรพวกมันก็เป็นร่างแห่งความตายแล้ว ไร้ซึ่งสติปัญญา
อันใด สิ่งที่มีก็คือสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว
วิญญาณความตายอันมิมีประมาณแค่ยืนนิ่ง ปล่อยให้เจ้าเข่นฆ่า
สังหารจนหมดแรง ยิ่งไปกว่านั้นวิญญาณความตายเหล่านี้ล้วนมิใช่ร่าง
แห่งความตายธรรมดา ทว่าวิญญาณความตายเหล่านี้เป็นร่างแห่ง
ความตายขั้นจักรพรรดิแห่งเต๋า
และหลังจากสังหารยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋า พวกมันจะ
ดูดกลืนทุกสิ่งอย่างของยอดฝีมือขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋าท่านนี้เข้าไป
เพื่อทำให้ความแข็งแกร่งของตนยกระดับสู่ขั้นเทพแท้จริงแห่งเต๋า
ภายในเวลาอันรวดเร็ว
และนี่คือเรื่องที่ยากจะจัดการที่สุด วิญญาณความตายไม่เพียงแต่
ไม่ยิ่งสังหารยิ่งลดลง ทว่ายิ่งสังหาร พวกมันกลับยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น
ซ˺าร้ายยังแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ยิ่งยอดฝีมือของกองทัพตกตาย วิญญาณความตายเหล่านี้ก็น่า
หวาดผวาขึ้นเรื่อยๆ
ยังดีที่ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ฝั่งโลกหงเหมิงแข็งแกร่ง
กว่า โดยเฉพาะเย่ฉางเฟิง ไป๋จื้อไจ้ และหนอนอ้วน
สามคนนี้สามารถกดอัดวิญญาณความตายที่อยู่ในขอบเขต
เดียวกัน ด้วยเหตุนี้วิญญาณความตายขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์จำนวนไม่
น้อยจึงสูญหายไปด้วยฝีมือของคนทั้งสามอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้หนอนอ้วนยังกลืนกินวิญญาณความตายเข้าไปนับไม่ถ้วน
วิญญาณความตายเหล่านี้ พลังขั้นต˹าอยู่ที่จักรพรรดิแห่งเต๋า ใน
ความคิดของหนอนอ้วน นี่คืออาหารอันโอชะแห่งโลกหล้า
ขณะที่หนอนอ้วนปลดปล่อยการกลืนกิน ภาพอันน่าพรั่นพรึงของ
หนอนเทพอสรพิษก็ปรากฏขึ้นมา
หนอนอ้วนในเวลานี้เปรียบได้กับร่างจำแลงของเจ้าแห่งการ
ดูดกลืน ร่างทั้งร่างแปรเปลี่ยนเป็นหลุมดำดูดกลืน
วิญญาณความตายจำนวนสิบล้านเพิ่งโผล่ออกมาจากประตูแห่ง
ความตาย ก็ถูกหนอนอ้วนกลืนกินเข้าไปจนหมดสิ้นแล้ว
และหนอนอ้วนยังรับทุกสิ่งเข้ามาโดยไม่ปฏิเสธ กระทั่งว่าต่อให้
เป็นวิญญาณความตายขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ หนอนอ้วนยังสามารถ
กลืนกินเข้าไปในคำเดียว
เมื่อเห็นหนอนอ้วนสำแดงอานุภาพแห่งเทพ ยอดฝีมือของกองทัพ
จำนวนมากก็มีสีหน้าแข็งค้าง ความกังวลและหวาดกลัวก่อนหน้านี้ถูก
ทำลายไปในทันที
ไม่นานเย่ฉางเฟิงและไป๋จื้อไจ้เองก็ยื่นมือมาร่วมสงคราม ทั้งนี้ไม่
ว่าจะเป็นเย่ฉางเฟิงหรือไป๋จื้อไจ้ต่างก็สะบัดฝ่ามือ ถ้าวิญญาณความ
ตายจำนวนสิบล้านไม่หายไปอย่างไร้ร่องรอย ก็มีวิญญาณความตายนับ
สิบล้านถูกโจมตีจนกลายเป็นความว่างเปล่า
แต่ต่อให้เย่ฉางเฟิงและไป๋จื้อไจ้ออกมือแล้ว วิญญาณความตาย
เหล่านั้นกลับยังคงเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งเมื่อวิญญาณความตาย ยอดฝีมือกองทัพ และเรือรบดวงดาว
ตะลุมบอนกัน ถึงจะเป็นเย่ฉางเฟิงและไป๋จื้อไจ้ยังไม่มีทางปลุกเร้าพลัง
แห่งวิถีเต๋าขนาดมหึมาเพื่อโจมตีวิญญาณความตายเหล่านี้
กระทั่งต่อให้เป็นหนอนอ้วน ยามนี้ยังมิอาจกลืนกินวิญญาณความ
ตายเหล่านั้นเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
“ทำลายประตูแห่งความตาย!”
บัดนี้เพลิงแห่งวิถีเต๋าของเฒ่าภูติกลอกลิ้ง ตะเกียงโบราณแห่งวิถี
เต๋าในมือปะทุอานุภาพออกมาอย่างไร้สิ้นสุด หลังจากกดอัดวิญญาณ
พยาบาทที่ทัดเทียมกับยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ราชันท่านหนึ่ง เขาก็
สั่งการเย่ฉางเฟิงและไป๋จื้อไจ้ทันที
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไป๋จื้อไจ้และเย่ฉางเฟิงก็พยักหน้าตามๆ กัน
จากนั้นคนทั้งสองก็พุ่งจู่โจมไปที่ประตูแห่งความตายทันใด
ทว่าบริเวณใกล้กับที่เงาร่างของทั้งสองบุกเข้ายังประตูแห่งความ
ตาย บัดนี้พลังของวิถีแห่งความมืดมิดสั่นสะท้าน จากนั้นมังกรดำสอง
ตัวก็ขวางทางพวกเขาไว้
อีกทั้งบนร่างของมังกรดำสองตัวนี้ยังมีกองทัพแห่งความมืดมิด
สองกองทัพและหุ่นกระบอกของวิถีแห่งความมืดมิดของยอดฝีมือขั้น
เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์สองท่าน
เมื่อเห็นภาพที่ว่า สีหน้าของเย่ฉางเฟิงและไป๋จื้อไจ้ก็ผัน
เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันทีทันใด
กองทัพแห่งความมืดมิดแตกต่างจากวิญญาณความตายเหล่านั้น
วิญญาณความตายเหล่านั้นคือร่างแห่งความตาย อันที่จริงไม่มี
สติปัญญาอันใด
ทว่ากองทัพแห่งความมืดมิดนั้นต่างออกไป ถึงแม้ว่าพวกเขาจะ
เป็นหุ่นกระบอกแห่งวิถีเต๋า แต่ความตระหนักของพวกเขามิได้ถูกกำจัด
ไป ทั้งนี้ยอดฝีมือของกองทัพแห่งความมืดมิดยังแข็งแกร่งกว่าวิญญาณ
ความตายมากโข
ยอดฝีมือของกองทัพแห่งความมืดมิดล้วนสร้างโดยเจดีย์แห่ง
ความมืด เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์จำแลงจึงมีความแข็งแกร่งเทียบเทียมกับ
เทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับวิถีเต๋า และเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับวิถีเต๋าก็
มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าขอบเขตจริง กระทั่งว่าเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์
ระดับวิถีเต๋าของหุ่นกระบอกแห่งความมืดมิดสองท่านเบื้องหน้า ยังมี
ความแข็งแกร่งทัดเทียมกับเทพศักดิ์สิทธิ์มนุษย์ระดับร่างจำแลง
ต่อให้ไป๋จื้อไจ้และเย่ฉางเฟิงมีความแข็งแกร่งอันไร้คู่ต่อกรใน
ขอบเขตเดียวกัน ก็ยังมิอาจทำลายกองทัพแห่งความมืดมิดสองทัพ
ภายในเวลาอันสั้น
ทว่ายิ่งเวลาผ่านไป วิญญาณความตายกลับมีแต่เพิ่มมากขึ้น
เรื่อยๆ
และกองทัพแห่งความมืดมิดก็คือวิกฤตอันตรายที่แฝงอยู่อย่าง
แท้จริง ไม่มีผู้ใดรู้ว่ากองทัพแห่งความมืดมิดมีแผนการเช่นไร นี่คือ
สาเหตุที่กองทัพดวงดาวสะกดทัพไว้มิเคลื่อนไหวมาโดยตลอด หาก
กองทัพแห่งความมืดมิดไม่เผยเจตนาของตนจนหมดเปลือก กองทัพ
ดวงดาวก็จะไม่ออกมือ!