คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 1003: กินอุ้งตีนหมี
ตอนที่ 1003 กินอุ้งตีนหมี
ประมาณ 2 ชั่วยามต่อมา ฉินห้าวตงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในแววตา
ของเขามีแสงเปล่งประกายระยิบระยับขึ้นมา
ขอบเขตต้าเฉิงขั้นต้น ตอนนี้เขาได้สัมผัสพลังถึงขอบเขตนี้แล้ว
เพียงแต่ว่าผลึกเซียนทั้ง 16 ก้อนเมื่อคู่นี้ได้กลายเป็นอากาศธาตุไป
เรียบร้อยแล้ว มันไม่เหลือแม้แต่ฝุ่นผงให้เห็นต่างหน้า ตอนนี้เขารู้สึกดี
ใจมาก โชคดีที่เขาเตรียมความพร้อมมาดี ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะทำ
อะไรเสียเปล่าได้
ทั้งสามสำเร็จขั้นพลังหมดทุกคนแล้ว ครั้งนี้ฉินห้าวตงไม่ต้องการ
การช่วยเหลือจากหนิวซุ่ยฮวาอีกต่อไป ถึงอย่างไรเขาก็สามารถปรุงยา
โอสถกำเนิดสายเลือดได้ด้วยตนเองแล้ว
นอกจากขนสัตว์วิญญาณสายเลือดปฐพีอีกผลหนึ่งที่เหลือไว้ให้
ปีศาจสาวน้อย อีก 3 ผลที่เหลือก็ถูกเขานำมาปรุงเป็นยาโอสถหมดแล้ว
เวลาผ่านไป 1 วัน ทั้ง 3 ออกมาจากเจดีย์ 7 ชั้นแล้วปรากฏตัวขึ้น
กลางหุบเขาเทียนเหลยเหมือนเดิม
หลังจากที่ทั้ง 3 ปรากฏตัวแล้ว ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของพวกเขา
ก็ทำให้พวกเขาตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะในตอนที่พวกเขามาตอนแรกหุบ
เขาแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวขจีและทิวทัศน์ที่งดงามราว
กับสวนสวรรค์ แต่ในเวลานี้บริเวณรอบด้านของหุบเขาเทียนเหลยกลับ
เต็มไปด้วยซากต้นไม้ที่ถูกทุบทำลาย นอกจากนี้บรรดาดอกไม้ใบหญ้าก็
ถูกเหยียบย˹าจนตายหมด แม้แต่พื้นที่ขนาดใหญ่ก็ยังถูกทุบทำลาย
เช่นเดียวกัน
“ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ ? ”
ในขณะที่พวกเขากำลังเกิดความสงสัยอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงคำราม
ด้วยความโกรธดังขึ้นมา จากนั้นเจ้าหมีตัวใหญ่ก็วิ่งกระโจนมาทางพวก
เขา
เดิมทีทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นฝีมือของเจ้าหมีตัวนี้นี่เอง หลังจากที่มัน
สูญเสียผลวิญญาณสายเลือดปฐพีไป มันก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งทันที
ถึงแม้ว่ามันจะระบายความโกรธโดยการสังหารคนของราชวงศ์ชิง
หลงไปบ้างแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นความโกรธภายในใจของมันก็ไม่ได้มีท่าที
ว่าจะลดน้อยลงแต่อย่างใด
“ เจ้าหมียักษ์ เจ้านี่มันไม่ดูตาม้าตาเรือเลย ในเมื่อเจ้าอยากจะเล่น
เช่นนั้นข้าก็จะเล่นกับเจ้าเอง ”
หนิวซุ่ยฮวาเพิ่งจะสำเร็จพลังขอบเขตต้าเฉิงขั้นปลาย หลังจากที่
สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของขอบเขตนี้ นางก็อยากจะหาใครสักคน
มาเป็นคู่ซ้อมให้นาง แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่มีคู่ซ้อมที่เหมาะสม แต่
ดูเหมือนฟ้าดินจะเป็นใจที่ส่งหมียักษ์ตัวนี้มาเป็นคู่ซ้อมให้นาง
ในดวงตาของหมียักษ์เป็นสีแดงเลือด มันยกอุ้งตีนขนาดใหญ่ขึ้น
มาแล้วตะปบออกไปอย่างรวดเร็ว ในความคิดของมันไม่จำเป็นต้อง
หวาดกลัวอะไรอีกต่อไป
หนิวซุ่ยฮวาไม่ได้หลบการโจมตีของมัน ลมปราณภายในร่างกาย
ของนางเพิ่มสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นนางก็ใช้ฝ่ามือตบสวนออกไป
เช่นเดียวกัน ในเวลานี้อุ้งตีนขนาดใหญ่ของเจ้าหมียักษ์ได้ปะทะเข้ากับ
ฝ่ามือที่เรียบเนียนราวกับหยกของหนิวซุ่ยฮวา
ดูเหมือนว่าคนและหมีจะมีความต่างชั้นกันมาก แต่เมื่อฝ่ามือทั้ง
สองปะทะเข้าด้วยกันแล้ว เจ้าหมีตัวใหญ่ก็กระเด็นออกไปราวกับเป็น
ลูกกระสุน จากนั้นร่างของมันก็ได้ตกไปบนพื้นทำเอาภูเขาทั้งลูกถึงกับ
สั่นไหวขึ้นมา
หนิวซุ่ยฮวาเพียงแค่ถอยออกไปสองก้าวเท่านั้น เธอดูฝ่ามือของ
ตัวเองแล้วพูดด้วยความดีใจว่า “ ยอดรัก เป็นอย่างไรบ้าง ? ยอดเยี่ยม
ไปเลยใช่ไหม ”
ฉินห้าวตงพยักหน้ารับ ดูเหมือนว่าเมื่อมาถึงขอบต้าเฉิงแล้ว พลัง
ในแต่ละช่วงดูเหมือนจะเก่งกาจเกินกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้
เมื่อวันก่อนหวางไห่หมิงที่เป็นถึงขอบเขตต้าเฉิงขั้นกลางได้ถูกอุ้ง
ตีนของเจ้าหมียักษ์ตัวนี้ตะปบจนกระเด็นออกไป ถึงขนาดที่สามารถฉีก
แขนของเขาได้
แต่ในเวลานี้หนิวซุ่ยฮวากลับสามารถจัดการเจ้าหมียักษ์ตัวนี้ได้
อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังได้เปรียบในเรื่องของพละกำลัง ซึ่ง 2 จุดนี้แสดง
ให้เห็นถึงความแตกต่างของยอดฝีมือทั้งสอง
“ โฮก…… ”
หมียักษ์มีพลังการป้องกันที่น่าทึ่ง ถึงแม้มันจะถูกทำร้ายจน
กระเด็นออกไปไกลหลายสิบเมตรแต่มันก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนัก
ตลอดเวลาที่ผ่านมามันเปรียบเสมือนกับราชาของพื้นแผ่นดินนี้ ไม่
ว่าสิ่งมีชีวิตใดก็ตามล้วนไม่กล้าเข้ามาใกล้มันทั้งสิ้น แต่จู่ ๆ ก็ถูกมนุษย์
สาวคนหนึ่งทำร้ายจนมีสภาพเป็นแบบนี้ได้ ทำให้มันรู้สึกโกรธจัดขึ้นมา
มันลุกขึ้นมาจากบนพื้น จากนั้นก็วิ่งกระโจนเข้ามาเหมือนกับลม
พายุคลั่งที่อ้าปากกว้างเผยให้เห็นถึงฟันแหลมคมของมัน
“ เจ้ายักษ์ตัวนี้ปากเหม็นจริง ”
หนิวซุ่ยฮวากระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า จากนั้นก็ใช้เท้าของนางเตะ
ไปที่กลางกระหม่อมของมัน จากนั้นทุกคนก็ได้ยินเสียงดังปัง เจ้าหมี
ยักษ์ตัวนี้ถูกเตะออกไปราวกับภูเขาลูกเล็ก
ครั้งนี้หนิวซุ่ยฮวาไม่ให้โอกาสมันได้หายใจแต่อย่างใด นางยังคง
ต่อสู้กับมันอย่างดุเดือดเหมือนเดิม
“ โฮก……โฮก……โฮก…… ”
ในเวลานี้ทั่วทั้งหุบเขาเต็มไปด้วยเสียงร้องคำรามของเจ้าหญิงยักษ์
บรรดาสัตว์วิญญาณน้อยใหญ่ที่อยู่รอบด้านต่างพากันตกใจจนวิ่ง
แตกตื่นไปคนละทิศละทาง ฝูงนกแต่ละฝูงต่างบินขึ้นฟ้าเพื่อออกไป
จากที่นี่
ในตอนแรกเจ้าหมียักษ์กำลังโกรธจัด ดังนั้นเวลามันตะโกนออกมา
จึงเต็มไปด้วยพละกำลัง ทว่าประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา ทำไมเสียงร้อง
ของมันถึงดูโหยหวนขนาดนั้นล่ะ
เจ้าหมียักษ์ไม่มีพละกำลังแข็งแกร่งเหมือนเมื่อก่อนตั้งแต่
เผชิญหน้ากับหนิวซุ่ยฮวา ดังนั้นมันจึงถูกนางไล่ต้อนจนสู้ไม่ได้
ถึงแม้ว่าพลังป้องกันของมันจะน่าทึ่งมาก แต่ก็ไม่อาจสกัดกั้นพลัง
ที่แข็งแกร่งของขอบเขตต้าเฉิงขั้นปลายได้
ตอนนี้มันมีสติสัมปชัญญะแล้ว มันรู้ว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีก
ฝ่าย ดังนั้นมันจึงนอนหมอบลงบนพื้นแล้วก้มหัวคำนับทั้งสามคนด้วยสี
หน้าและแววตาที่อ้อนวอน
หนิวซุ่ยฮวาปรบมือตัวเองอย่างพอใจ “ น้องชาย ให้พี่หญิงตัดอุ้ง
ตีนทั้งสองข้างของมันมาทำอาหารกินดีไหม ”
หลังจากที่ได้ยินประโยคนี้ เจ้าหมียักษ์ก็ยิ่งเกิดความรู้สึกหวาดกลัว
เข้าไปใหญ่ มันนอนหมอบลงบนพื้นตัวสั่นเทา ไม่กล้าที่จะตอบโต้แต่
อย่างใด
มันพยายามจะหลบหนีอยู่หลายครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกหญิง
คลั่งผู้นี้ไล่ทุบตีจนต้องวิ่งกลับมา ยิ่งไปกว่านั้นหญิงคลั่งผู้นี้ยังมีฝีมือ
โหดเหี้ยมอีกด้วย
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “อุ้งตีนใหญ่ขนาดนี้จะไปกินอย่างไรหมด ? ”
“ ถ้ากินไม่หมดก็เก็บไว้ได้นี่นา เราสามารถเอามาตุ๋น เอามาผัด
เปรี้ยวหวาน เอามาตากให้แห้งหรือไม่ก็เอาไปปิ้งย่างได้ ”
หนิวซุ่ยฮวาแสดงความสามารถเรื่องการกินของตัวเองออกมา นาง
พูดไปด้วยพร้อมกับน˺าลายไหลไปด้วย
แต่ว่าเจ้าหมียักษ์กับตกใจฉี่จนแทบราด ตอนนี้ตัวของมันสั่นเทา
ด้วยความกลัว
“ เรื่องนี้ช่างมันเถอะ มันไม่ง่ายเลยกว่าที่สัตว์อสูรจะฝึกตนมา
จนถึงระดับนี้ กินไปก็น่าเสียดายแย่ ” ฉินห้าวตงเดินมาตรงหน้าเจ้ามี
ยักษ์แล้วพูดกับมัน “ เจ้ายินดีจะเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณของข้าหรือไม่ ?
”
ในเวลานี้เจ้าหมียักษ์ไม่มีทางเลือกใดอีก มันรู้ว่ามีเพียงผู้ชายคนนี้
เท่านั้นที่สามารถช่วยชีวิตมันได้ มันจึงรีบพยักหน้ารับเพราะกลัวว่า
หากพลาดโอกาสนี้ไปก็จะถูกกิน
ฉินห้าวตงยิ้มแล้วยกมือขึ้นมาวาดเป็นรูปดาว 6 แฉก จากนั้นก็กรีด
นิ้วของตัวเองแล้วหยดเลือดเข้าไปในนั้น
ในไม่ช้าดาว 6 แฉกก็ได้กลืนกินหยดเลือดเข้าไป ก่อนจะหายเข้าไป
ในหน้าผากของเจ้าหมียักษ์ ในเวลานี้เขามีสัตว์เลี้ยงวิญญาณขอบเขต
ต้าเฉิงขั้นกลางเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตัวแล้ว
ฉินห้าวตงอัญเชิญให้มียักษ์กลับเข้าไปในกระเป๋าสัตว์วิญญาณของ
เขา จากนั้นทั้งสามก็เหาะขึ้นไปบนท้องฟ้า พวกเขายังไม่ได้รีบร้อนไป
ยังเมืองหลวงของอาณาจักรชิงหลงแต่อย่างใด แต่พวกเขาเลือกที่จะไป
เมืองเสี่ยวชิงหลงแทน
ครั้งนี้การที่พวกเขาได้ผลวิญญาณสายเลือดปฐพีมานั้นเป็นเพราะ
ข้อมูลจากลู่เซียวเหยา อีกครั้งชายชราผู้นี้ยังเป็นคนดี ครั้งที่แล้วยังให้
ผลึกเซียนระดับล่างกับเขาเพิ่มมาอีก 5 ก้อน ทำให้เขาสามารถสำเร็จ
พลังขอบเขตต้าเฉิงได้
แต่ไหนแต่ไรมาฉินห้าวตงเป็นคนที่มีบุญคุณต้องทดแทน มีแค้น
ต้องชำระ ในเมื่อตอนนี้เขาสามารถปรุงยาโอสถกำเนิดสายเลือดสำเร็จ
แล้ว ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ควรจะแบ่งปันน˺าใจให้กับชายชราผู้นี้สักหน่อย
หลังจากที่เขาเข้าเมืองมา เขาก็มาที่จวนของลู่เซียวเหยา หลังจาก
รายงานเข้าไปแล้วพวกเขาก็เดินเข้าไปในจวน
ตอนนี้จากระดับการฝึกตนของพวกเขา บรรดาผู้เฝ้าเวรยามที่อยู่
ภายในจวนไม่สามารถสกัดกั้นพวกเขาได้
ในเวลานี้เป็นช่วงเวลาพลบค˹า ลู่เซียวเหยาถือโคมไฟอยู่ในโถง
รับแขก นอกจากเขาแล้วก็ยังมีคนอีก 3 คนนั่งอยู่ตรงหน้าเขา ซึ่งทั้ง 3
คนนี้ก็คือองค์ชายใหญ่หลี่เจิ้นเห่งอาณาจักรชิงหลง องค์หญิงรองหลี่
เมิ่งเหยา และหวังหมิงไห่ ที่สูญเสียแขนไปข้างหนึ่ง
ฉินห้าวตงส่งสัญญาณให้พวกหนิวซุ่ยฮวาเผื่อยังไม่ให้เข้าไปตอนนี้
พวกเขาตั้งใจว่าจะดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยว่ากันอีก
ภายในโถงรับแขกนั้น ลู่เซียวเหยาเห็นทั้งสามคนก็ตกตะลึงก่อนใน
ตอนแรก จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ องค์ชายใหญ่ องค์หญิงรอง ที่จริง
พวกท่านต้องอยู่ที่หุบเขาเทียนเหลยเพื่อเฝ้าผลวิญญาณสายเลือดปฐพี
ไม่ใช่หรือ ? แล้วทำไมถึงมาที่จวนของข้าน้อยได้ ? ”
ถ้าว่ากันตามการคาดเดาก่อนหน้านี้ ผลวิญญาณสายเลือดปฐพี
น่าจะสุกในอีก 3 วันให้หลังและตอนนี้ดูเหมือนว่าจะยังไม่ถึงช่วงเวลาที่
ผลสุกงอม แล้ว 3 คนนี้จะมาเป็นแขกที่นี่ทำไม
“ ตอนนี้ผลวิญญาณสายเลือดปฐพีหายไปแล้ว ”
หลี่เจิ้นแสดงสีหน้าเคร่งขรึมออกมา ครั้งนี้เขาสูญเสียเป็นอย่าง
มาก เพราะแค่ชั่วพริบตาเดียวเขาก็สูญเสียยอดฝีมือขอบเขตต้าเฉิง
ขั้นต้นไปถึง 2 คน แถมหวางหมิงไห่ก็ยังได้รับบาดเจ็บภายในที่ต้องใช้
เวลาเต็มวันกว่าจะสามารถฟื้นฟูพลังลมปราณได้
แต่ตอนนี้เขากลับสูญเสียแขนอีกข้างหนึ่ง ในอนาคตพลังของเขา
จะต้องได้รับผลกระทบแน่นอน
แต่เรื่องราวพวกนี้ล้วนเป็นประเด็นรองทั้งนั้น ความเดือดเนื้อร้อน
ใจของเขาในตอนนี้ก็คือการที่ผลวิญญาณสายเลือดปฐพีถูกใครบางคน
ขโมยไป เขาอุตส่าห์พยายามอยู่นาน แต่สุดท้ายเขาก็คว้าน˺าเหลว
“ อะไรนะ ผลวิญญาณสายเลือดปฐพีหายไป ? ใครกันที่มีพลัง
พอที่จะสามารถขโมยผลวิญญาณสายเลือดปฐพีไปต่อหน้าต่อตาองค์
ชายใหญ่ได้ ? ยิ่งไปกว่านั้นที่แห่งนั้นยังมีหมียักษ์เฝ้าอยู่ จะว่าไปแล้วยัง
ไม่ถึงช่วงเวลาที่ผลวิญญาณสายเลือดปฐพีสุกงอมนี่นา ต่อให้ได้ไปแล้ว
มันจะมีประโยชน์อะไร ? ”
ลู่เซียวเหยาตกใจกับข่าวนี้มาก เขาถามออกมาด้วยความสงสัย
“ พวกเรายังไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริงเหมือนกัน แต่ถึงอย่างไร
พวกเราก็พยายามสกัดกั้นหมียักษ์จนสูญเสียไปไม่น้อย แต่ผลปรากฏว่า
คนอื่นกลับมาขโมยผลวิญญาณสายเลือดปฐพีไป ”
หลี่เจิ้นพูดกับลู่เซียวเหยาว่า “ หัวหน้าสมาพันธ์ลู่ ที่ข้ามาในครั้งนี้
เพื่อต้องการจะมาถามท่านว่าหลังจากที่เราเจอกันที่หุบเขาเทียนเหลย
แล้ว ท่านไปอยู่ที่ใด ? ”
ลู่เซียวเหยารีบพูดขึ้นว่า “ องค์ชายใหญ่คงไม่ได้กำลังสงสัยข้าอยู่
ใช่ไหม ? การที่ผลวิญญาณสายเลือดปฐพีหายไปไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
กับข้าเลยแม้แต่น้อย ข้าเห็นว่าองค์ชายใหญ่สนใจผลวิญญาณสายเลือด
ปฐพี แค่นี้ข้าก็ไม่อาจแย่งชิงกับองค์ชายใหญ่ได้แล้ว ในวันนั้นข้า
กลับมาที่เมืองเสี่ยวชิงหลง ถ้าหากท่านไม่เชื่อก็สามารถไปถามทหาร
ยามเฝ้ากำแพงเมืองได้ ”
สำหรับคำพูดของลู่เซียวเหยา หลี่เจิ้นไม่ได้เกิดความสงสัยแต่อย่าง
ใด เพราะเขารู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีความกล้าขนาดนั้น อีกทั้งยังไม่ได้
มีพลังมากพอเช่นนั้นด้วย
เขาจึงถามต่ออีกว่า “ ในตอนนั้นมีคนเดินทางไปที่หุบเขาเทียน
เหลยพร้อมกับท่านใช่หรือไม่ ? พวกเขาไปไหนแล้วล่ะ ? ”
หลังจากคิดใคร่ครวญอยู่หลายวัน เขาก็คิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูง
ที่คนพวกนั้นจะขโมยผลวิญญาณสายเลือดปฐพีไป
ลู่เซียวเหยาพูดขึ้นว่า “ ท่านพูดถึงพวกเขาหรือ ชายหนุ่มคนนั้นมี
นามว่าฉินห้าวตง ข้าเรียกเขาว่าหมอฉิน ก่อนหน้านี้เป็นเขาเองที่รักษา
อาการป่วยให้ข้าจนหายดี ส่วนแม่นางอีก 2 คนที่เหลือนั้นเป็นสหายรู้ใจ
ของเขา หลังจากที่ออกมาจากภูเขาเทียนเหลยพวกเราก็แยกย้ายกัน
และไม่ได้ติดต่อกันอีก ”
“ ฉินห้าวตง ที่แท้ก็เป็นไอ้สาระเลวคนนั้นนี่เอง ! ”หลี่เมิ่งเหยาเผย
แววตาเครียดแค้นชิงชังออกมา “ ท่านพี่ ไอ้สาระเลวคนนั้นจะต้องเป็น
คนขโมยผลวิญญาณสายเลือดปฐพีไปอย่างแน่นอน ”
ลู่เซียวเหยาพูดขึ้นอย่างปกติว่า “ เป็นไปไม่ได้ ข้าคิดว่าหมอฉิน
เป็นคนดีเลยที ”
หลี่เมิ่งเหยากัดฟันด้วยความแค้น “ เช่นนั้นท่านก็คงถูกเขาหลอก
แล้ว คนที่สมคบคิดกับนิกายราชาผีจะเป็นคนดีได้อย่างไร ! ”
“ เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสมคบคิดกับนิกายราชาผี ” ลู่เซียวเหยา
พูดขึ้นว่า “ เมื่อวันก่อนข้าได้ถูกผู้อาวุโสห้าและผู้อาวุโสหกแห่งนิกาย
ราชาผีโจมตี ในตอนนั้นข้าไม่สามารถสู้กับศัตรูได้ เมื่อเห็นว่าชีวิตของ
ข้ากำลังจะจบลง ในตอนนั้นหมอฉินเข้าช่วยเหลือข้าโดยสังหารผู้อาวุโส
ทั้งสองคนของนิกายราชาผี ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาถึงสามารถรักษา
ชีวิตของข้าเอาไว้ได้ ”
หลี่เจิ้นพูดขึ้นว่า “ หัวหน้าสมาพันธ์ลู่ ท่านถูกไอ้เด็กแซ่ฉินคนนั้น
หลอกเอาแล้ว นี่น่าจะเป็นกลยุทธ์ทุกข์กายที่นิกายราชาผีวางแผน
เอาไว้ เพื่อที่จะมาหลอกเอาความเชื่อใจจากท่าน ”
“ กลยุทธ์ทุกข์กาย มันจะเป็นไปได้หรือ ? ”
ลู่เซียวเหยาไม่อยากจะเชื่อ เพราะเขาเห็นมากับตาตัวเองว่าฉิน
ห้าวตงฆ่าผู้อาวุโสห้าและผู้อาวุโสหกแห่งนิกายราชาผี ถ้าหากนิกาย
ราชาผีคิดจะใช้กลยุทธ์ทุกข์กายจริง ก็คงไม่ยอมเสียสละคนของตัวเอง
แบบนี้หรอกจริงไหม ?
หลี่เมิ่งเหยาพูดขึ้นว่า “ ตอนที่ข้าอยู่ในอาณาจักรจูเชวี่ย ข้าเห็นมา
กับตาตัวเองว่าฉินห้าวตงอยู่กับผู้อาวุโสใหญ่แห่งนิกายราชาผี ยิ่งไป
กว่านั้นเพื่อที่จะช่วยเหลือนางมารคนนั้น เขายอมแม้กระทั่งสละชีวิต
ของตนเอง คนแบบนี้เจ้าคิดว่าถ้าไม่ได้สมคบคิดกับนิกายราชาผีแล้วจะ
เป็นอะไรไปได้ ? ”
เมื่อได้ยินคำพูดของคนพวกนี้ หนิวซุ่ยฮวาก็กระซิบที่ข้างหูฉินห้าว
ตง “ ดูเหมือนว่าท่านคงจะหนีไม่พ้นคำครหาที่ว่าสมคบคิดกับนางมาร
ของนิกายราชาผี ”
ฉินห้าวตงหัวเราะทันทีที่ได้ยิน “ ไม่เป็นไรหรอก จะหนีพ้นหรือไม่
นั้นก็ช่างมันเถอะ เพราะถึงอย่างไรข้าก็ไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว ”
เขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้จริง นิกายราชาผีก็ดี สี่อาณาจักรใหญ่ก็ช่าง
สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับเขาทั้งสิ้น เพราะสุดท้ายแล้ว
เป้าหมายเพียงอย่างเดียวของเขาก็คือการกลับไปยังโลกมนุษย์
จบตอน