คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 118: เห่อของนอก
ตอนที่ 118 เห่อของนอก
เมื่อเห็นฉินห้าวตงตอบรับคำเชิญของตัวเอง จ้าวหยางจึงถอน
หายใจออกมา หลังจากกดวางสายแล้วเขารู้สึกอารมณ์ดีมาก เขาหยิบ
สมุดบันทึกเดินเข้าห้องประชุมที่อยู่ด้านข้างไป
ฉินห้าวตงเดินซื้อของเป็นเพื่อนจั่วหลานจือตลอดทั้งบ่าย เขาซื้อ
เสื้อผ้าชุดใหม่ให้หญิงชราหลายชุด นอกจากนี้ยังซื้อแหวนทองคำและ
ต่างหูทองคำให้อีกด้วย เปลี่ยนให้ใหม่ยกเซ็ตตั้งแต่หัวจรดเท้า
ตอนที่ไปส่งจั่วหลานจือที่บ้านเป็นเวลาใกล้จะหกโมงเย็นแล้ว เขา
จึงขับรถตรงไปยังโรงแรมฉือหลี่เซียง เมื่อคืนวานเขาเพิ่งกลับออกไป
จากที่นี่ วันนี้ก็กลับมาอีกแล้ว แต่ก็ไม่น่าแปลกใจหรอก เนื่องจากเขตอู่
เฟิงเป็นเขตเล็กๆ โรงแรมชั้นนำมีเพียงแห่งนี้แห่งเดียวเท่านั้น
เพิ่งขึ้นรถได้ไม่นาน โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง เป็น
สายจากหลินโม่โม่
“ ป่าป๊า ถังถังคิดถึงป่าป๊าแล้ว ”
ได้ยินเสียงแม่หนูน้อย ฉินห้าวตงก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา เขา
หัวเราะพลางพูดขึ้น “ พ่อก็คิดถึงถังถังเหมือนกัน ”
“ ป่าป๊ารีบบอกหนูมาเร็วว่าป่าป๊าอยู่ไหน หนูกับหม่าม๊าจะไปหา
ป่าป๊า ” แม่หนูน้อยพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
ฉินห้าวตงให้แม่หนูน้อยส่งโทรศัพท์มือถือคืนให้หลินโม่โม่ จากนั้น
เขาจึงพูดต่อ “ เดี๋ยวผมจะไปงานเลี้ยงรวมรุ่น คุณก็ไปด้วยกันสิ ”
“ ฉันไปมันจะเหมาะเหรอ ? ” หลินโม่โม่พูดขึ้นอย่างไม่มั่นใจ
“ เหมาะสิ พาลูกไปด้วย ถ้าพวกเพื่อนผมเห็นคุณสองคนแม่ลูกที่
ทั้งสวยและน่ารักขนาดนี้ จะต้องอิจฉาตาร้อนแน่ ”
หลินโม่โม่คิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบรับ “ งั้นก็ได้ คุณบอกที่อยู่ฉัน
มาแล้วกัน ตอนนี้ฉันจะพาถังถังไปหา ”
“ คุณไม่ชำนาญทาง เดี๋ยวรอให้ผมไปถึงก่อนแล้วค่อยส่งพิกัดให้
คุณดีกว่า ” ฉินห้าวตงถามขึ้นอีก “ ทั้งเช้าวันนี้คุณมัวยุ่งกับอะไรอยู่
เหรอ ? ”
“ หลินชื่อกรุ๊ปของเราต้องการสร้างฐานอุตสาหกรรมแปรรูปหยก
ในเขตอู่เฟิง พวกเราไปถูกใจที่ดินผืนหนึ่งเข้า เมื่อกี้ฉันเพิ่งไปเข้า
ร่วมงานประมูลที่ดินมา ”
“ ผลเป็นไงบ้าง ? ดูจากอำนาจทางการเงินของหลินชื่อกรุ๊ป ไม่น่า
มีปัญหาใช่ไหม? ” ฉินห้าวตงพูดขึ้น
“ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฉันคิดว่าผลไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด ” เมื่อพูด
มาถึงตรงนี้ น˺าเสียงของหลินโม่โม่ดูเครียดขึ้น
“ เป็นไปได้ยังไง ? หรือว่าเขตอู่เฟิงจะมีบริษัทที่มีอำนาจมากกว่า
หลินชื่อกรุ๊ป ? ”
“ เรื่องนี้คุณไม่รู้หรอก การทำธุรกิจเป็นอะไรที่ซับซ้อนมาก จะดู
แต่อำนาจของบริษัทก็ไม่ได้ มันยังมีปัจจัยอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ยกตัวอย่างเช่นเส้นสายอะไรพวกนั้น วันนี้คู่ปรับตัวฉกาจของเราคือ
ผางชื่อกรุ๊ปซึ่งเป็นบริษัทในท้องถิ่น แม้ว่าบริษัทของพวกเขาจะไม่ใช่
บริษัทขนาดใหญ่ แต่ก็ถือว่าเป็นบริษัทเจ้าถิ่นที่มีเส้นสายเหนียวแน่น
กับหน่วยงานทุกระดับชั้นของเขตอู่เฟิง ดังนั้นฉันจึงคิดว่าโอกาสที่เรา
จะประสบความสำเร็จมีน้อยมาก ”
ฉินห้าวตงได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยถาม “ ให้ผมช่วยคุณไหม ? ”
“ คุณช่วยเรื่องการแข่งขันทางธุรกิจแบบนี้ไม่ได้หรอก ให้ฉัน
จัดการเองดีกว่า ”
ในความคิดของหลินโม่โม่ แม้ว่าฉินห้าวตงจะเป็นคนในพื้นที่เขตอู่
เฟิง แต่เขาเป็นแค่นักศึกษาคนหนึ่งเท่านั้น ฐานะทางครอบครัวยังถือว่า
ธรรมดา จะมาช่วยเธอได้อย่างไร
ฉินห้าวตงยิ้มบาง แต่ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ “ เอาล่ะ ไว้เรา
เจอกันค่อยว่ากันอีกที ”
ภายในห้อง VIP ของโรงแรมฉือหลี่เซียง แม้ว่าจะยังไม่ใช่เวลาของ
งานเลี้ยงรุ่นอย่างเป็นทางการ แต่คนส่วนใหญ่เดินทางมาถึงที่นี่แล้ว
พวกเขาทั้งหมดเป็นเพื่อนสมัยมัธยมต้นของฉินห้าวตง ส่วนใหญ่
ไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย หลังจากเรียนจบมัธยมต้นแล้ว พวกเขาหา
ทำงานรับจ้างทันที รวมถึงหม่าเหวินโจวด้วย เขาทำงานสารพัดเพื่อหา
เลี้ยงชีพตัวเอง
ในเวลานี้ คนที่มาก่อนเริ่มจับกลุ่มพูดคุยกัน ส่วนคนที่นั่งอยู่ตรง
กลางวงเป็นครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก ผู้หญิงคือเพื่อนร่วมชั้นของฉิน
ห้าวตง มีชื่อว่าจูหลินหลิน ในเวลานี้เธอกำลังอุ้มเด็กผู้ชายอายุประมาณ
สามสี่ขวบไว้ แต่ที่ดูแปลกตาไปก็คือ ผิวของเด็กผู้ชายดำสนิท ผมหยิก
เป็นเด็กผิวสี
แต่พ่อของเด็กผู้ชายเป็นสามีของจูหลินหลินเช่นกัน เขาดำกว่า
เด็กผู้ชายมาก รูปร่างสูงประมาณ 190 เซนติเมตร ทั้งตัวเต็มไปด้วย
กล้ามเนื้อ ดูแล้วน่าจะแข็งแรงกำยำน่าดู
“ หลินหลิน ฉินล่ะอิจฉาเธอจังเลยที่หาแฟนต่างชาติได้ ”
คนที่พูดคือหญิงสาวคนหนึ่งที่มีรูปร่างอวบ เธอคือจางเซียวฮุ่ย
แฟนเก่าของหม่าเหวินโจว
“ ได้แต่งงานกับกาฟูเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของฉัน เขา
ดีกับฉันมาก และก็รวยมากเช่นกัน ” จูหลินหลินพูดในขณะที่ใบหน้า
ของเธอเต็มไปด้วยความภูมิใจ เธอจงใจโชว์แหวนเพชรเม็ดใหญ่บนมือ
ขวาขึ้นมา “ เสี่ยวฮุ่ย เธอเองก็ไม่เลวเลยนะ ได้ข่าวว่าเดี๋ยวก็จะแต่งงาน
กับหนุ่มญี่ปุ่นแล้วนี่ ”
จางเซียวฮุ่ยเริ่มดูสดใสขึ้นมา เธอพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “ ใช่แล้ว
แฟนของฉันเป็นวิศวกรก่อสร้างจากประเทศญี่ปุ่น เขากำลังเตรียมงาน
แต่ง ปีหน้าฉันจะแต่งงานแล้ว ”
“เห่อของนอก! ไม่รู้จริงๆ ว่าผู้หญิงอย่างพวกเธอคิดอะไรกันอยู่
ตอนนี้ประเทศจีนของพวกเราแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน แต่งงานกับ
ชาวต่างชาติมันดีขนาดนั้นเลยเหรอ ? ”
คนที่พูดคือหม่าเหวินโจว วันนี้เขามาเร็ว ตอนแรกเขานั่งเงียบอยู่
ด้านข้างมาโดยตลอด แต่ต่อมาเริ่มทนฟังไม่ไหว จึงหันไปพูดกับจาง
เซียวฮุ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ ต่อให้แต่งงานกับคนต่างชาติ แต่ก็ไม่ควร
หาแฟนชาวญี่ปุ่นนี่นา อย่างไอ้คาเมดะของเธอนั่น สูงยังไม่ถึง 150
เซนติเมตรด้วยซ˺า ตอนเดินยังขาโก่งอีก ได้ยินมาว่าพ่อแม่ของมันเลี้ยง
หมู หรือเธอเตรียมจะไปเลี้ยงหมูอยู่ที่นั่น ? ”
จางเซียวฮุ่ยโมโหราวกับถูกเหยียบหางเข้า เธอโวยวายขึ้นมาทันที
“ หม่าเหวินโจว นายพูดอะไร ? ตัวเตี้ยแล้วยังไง ? เลี้ยงหมูแล้วจะทำไม
? เขามีเงิน ถึงแม้ว่าแฟนของฉันจะไม่ได้รวยมากมาย แต่เขาก็ดีกว่า
นายเป็นหมื่นเท่า นายมันคนจนที่วันๆ ต้องหาทำงานสารพัด ! ฉันไม่น่า
ตาบอดที่คบนายเป็นแฟนในตอนแรกเลย ! ”
จูหลินหลินจ้องหม่าเหวินโจวเขม็ง เห็นได้ชัดว่าเธอไม่พอใจกับ
คำพูดที่ว่า ‘เห่อของนอก’ นั่น เธอจึงพูดเสริมขึ้นมา “ หม่าเหวินโจว ไม่
คิดเลยนะว่านายจะโกรธขนาดนี้ แต่ชาวต่างชาติเขาแข็งแกร่งกว่านาย
นี่นา ถ้านายมีความสามารถก็จะหาเงินได้เยอะเอง จะได้ไม่ต้องทำให้
พวกเราไปหาแฟนชาวต่างชาติ ดังนั้นฉันคิดว่าเสี่ยวฮุ่ยเลือกถูกแล้ว
พวกนายไม่มีความสามารถเอง อย่าไปอิจฉาคนอื่นสิ ”
พูดจบเธอก็หันไปซบคลอเคลียกับกาฟูด้วยท่าทีประมาณว่าอย่า
อิจฉาคนอื่นสิ
เมื่อจูหลินหลินพูดสนับสนุน สีหน้าของจางเซียวฮุ่ยจึงดูพอใจมาก
ยิ่งขึ้น เธอชี้หน้าด่าหม่าเหวินโจว “ แม้ว่าเขาจะตัวเตี้ย แต่เขามี
ความสามารถหาเงิน ต่อให้นายตัวสูงกว่าเขา แต่ทั้งชีวิตนี้นายก็เป็นได้
แค่คนจนๆ เท่านั้น ”
จากนั้นเธอยังหันไปพูดกับเพื่อนผู้หญิงที่อยู่ด้านข้างอีกหลายคน “
ผู้หญิงอย่างพวกเราเวลาหาแฟนอย่าโง่ อย่าตาบอด หลินหลินเป็น
ตัวอย่างที่ดีที่สุดของเรา ตอนที่เธอเรียน ทุกคนรู้นี่ว่าเธอเคยจีบฉินห้าว
ตง แต่ตอนนี้ทุกคนก็เห็นแล้วนี่นาว่าฉินห้าวตงหล่อ แต่หล่อแล้วทำ
อะไรได้ ? หล่อแล้วจะมีเงินใช้ไหม ? ถ้าตอนนั้นหลินหลินแต่งงานกับ
คนจนอย่างเขา เธอจะมีชีวิตที่สุขสบายแบบนี้ไหม ? ”
“ เธอ……เธอนี่มัน…… ” หม่าเหวินโจวโกรธจนตัวสั่น เขากระทืบ
เท้าอย่างแรงแล้วหมุนตัวเดินออกไป ไม่ว่าใครก็ห้ามไม่อยู่แล้ว
ตอนที่เขาเดินออกมา เจอกับฉินห้าวตงที่เดินเข้ามาพอดี
“ เสี่ยวหม่า นายมาเร็วจัง จะไปไหนเหรอ ? ”
หม่าเหวินโจวพูดขึ้นอย่างโกรธเคือง “ ตงจื่อ ที่นี่ไม่เหมาะที่จะให้
พวกเรามานั่งผ่อนคลาย ไปกันเถอะ ฉันจะเลี้ยงเหล้านาย ”
ฉินห้าวตงมองเห็นจางเซียวฮุ่ยที่กำลังยืนกอดอกอยู่ตรงประตู เขา
ก็เข้าใจในทันที ดังนั้นเขาจึงกระซิบถาม “ ทำไม ยังโกรธยัยทาสญี่ปุ่น
คนนั้นอยู่เหรอ ? ”
หม่าเหวินโจวได้ยินดังนั้น จึงพูดตอบอย่างขุ่นเคือง “ ตงจื่อ นายว่า
มาสิว่าทำไมผู้หญิงสมัยนี้ถึงหัวสูงกันนัก มันน่าโมโหจริงๆ ที่จริงฉัน
ไม่ได้สนใจเลยว่าจางเซียวฮุ่ยจะเลิกกับฉันหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าฉันลืมเธอ
ไม่ได้ เพียงแต่จะหาแฟนทั้งที ดันไปคว้าไอ้เตี้ยชาวญี่ปุ่นแถมยังขี้เหร่
อีก มันทำให้ฉันรับไม่ได้จริงๆ แถมยังมียัยจูหลินหลินที่ตามจีบนาย
เมื่อก่อนอีก เธอไปคว้าชายผิวดำมาเป็นสามี แถมยังคลอดลูกชายผิวดำ
ด้วย นายพูดมาสิ ว่ามันมีอะไรดี ? แค่เพราะคนมีเงินพวกนั้น ถึงกับต้อง
ยอมให้ลูกหลานตัวเองผิวดำเลยเหรอ ! ”
ฉินห้าวชะงักไป เขาพอจำจูหลินหลินได้อยู่ เธอรูปร่างหน้าตาใช้ได้
เธอตามจีบเขาเป็นปีตั้งแต่สมัยมัธยมต้น แต่เขาไม่ตอบตกลง คิดไม่ถึง
เลยว่าเธอจะมีสามีเป็นชาวผิวสี
จะไม่พูดก็ไม่ได้ว่ายีนของคนผิวสีเด่นมาก ไม่กว่าคนที่แต่งงานกับ
พวกเขาจะเป็นคนผิวขาวหรือคนผิวเหลือง ต่างก็ต้องให้กำเนิดลูกผิวสี
เหมือนกัน ซึ่งจุดนี้ต่อให้มีเงินมากมายก็ไม่สามารถแก้ไขได้
“ คิดซะว่าแต่ละคนมีความชอบไม่เหมือนกัน นายจะไปโกรธเธอ
ทำไม พวกเราจะไปทำอะไรได้ ถ้าเราไปแสดงว่าเราสนใจคำพูดของยัย
ทาสญี่ปุ่นนั่น พวกเรามางานเลี้ยงรุ่น แค่ไม่ต้องสนใจเธอก็จบเรื่องแล้ว
”
หม่าเหวินโจวเองก็คิดว่าถ้าหนีไปแบบนี้ต้องขายขี้หน้าแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงกลับเข้าไปใหม่
เมื่อเห็นหม่าเหวินโจวเดินกลับเข้ามาในห้อง VIP อีกครั้ง จางเซียว
ฮุ่ยจึงพูดจาเหน็บแนม “ ว่าไง เจอพี่น้องร่วมสาบานที่ลำบากมาด้วยกัน
แล้วเกิดมีความกล้าขึ้นมาเหรอ ? ”
ฉินห้าวตงเห็นดังนั้นจึงรีบพูดห้ามทัพ “ พอแล้วเซียวฮุ่ย ทุกคนมา
งานเลี้ยงรุ่นเหมือนกัน มาคุยเรื่องสนุกๆ กันดีกว่า ”
ตอนแรกเขาคิดอย่างจะมาช่วยระงับความขัดแย้งระหว่างหม่าเห
วินโจวกับจางเซียวฮุ่ย เพราะเรื่องนี้มันก็ผ่านมานานมากแล้ว
“ฉินห้าวตง นายจะมาเสแสร้งทำเป็นคนดีทำไม ? ใครหน้าไหนไม่รู้
บ้างว่านายกับหม่าเหวินโจวสมคบคิดกันทำเรื่องไม่ดีมาตั้งมากมาย แต่
ก็ยังมีจุดหนึ่งที่พวกนายเหมือนกันไม่มีผิด นั่นก็คือพวกนายมันจนยังไง
ล่ะ ”
ฉินห้าวตงหน้าตาบูดบึ้งทันที คิดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะไร้
เหตุผลเช่นนี้
หม่าเหวินโจวตะโกนขึ้นด้วยความโกรธ “ จางเซียวฮุ่ย เธอเป็น
หมาบ้าหรือไง ? เห็นใครเป็นต้องกัดเขาไปหมด ห้าวตงเขาไปพูดจาไม่ดี
กับเธอตอนไหน ? ”
“ นายจะทำไม ฉันพูดผิดหรือไง ? ” จางเซียวฮุ่ยชี้ไปที่จูหลินหลิน
ที่กำลังนั่งดูเรื่องสนุกอยู่ พลางพูดขึ้น “ นายดูหลินหลินตอนนี้ เธอสวม
แบรนด์เนมทั้งชุด นายดูแหวนเพชนเม็ดใหญ่บนมือเธอ ใหญ่กว่าไข่
ห่านเสียอีก ถ้าตอนนั้นเธอแต่งงานกับฉินห้าวตง เกรงว่าเธอคงต้อง
ออกไปทำงานข้างนอกอย่างยากลำบาก แล้วก็คงมีปัญญาใส่ได้แค่
เสื้อผ้าตามท้องตลาด ”
“ เสี่ยวฮุ่ย เธอจะพูดถึงเรื่องในอดีตทำไม ตอนนั้นพวกเรายังเป็น
เด็กไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ! โชคดีนะที่ฉันยังกลับตัวทัน ไม่ได้ทำพลาดไป
ตลอดชีวิต ” ขณะที่พูด เธอก็ยื่นแหวนเพชรในมือขวาออกมา พลางลูบ
แหวนเพชรนั่นก่อนจะพูดเหน็บแนม “ ที่จริงแหวนวงนี้ก็ไม่ได้แพง
เท่าไหร่ ราคาแค่ห้าแสนหยวนเอง ฉันว่าฉินห้าวตงน่าจะพอซื้อไหวอยู่
ทำงานสักแปดปีสิบปีก็ซื้อได้แล้ว ”
“ ตงจื่อ นายดูสิ พวกเธอมัน……”
หม่าเหวินโจวโกรธจนหน้าแดง เขาถูกหญิงสาวสองคนนี้ยั่วโมโห
จนแทบจะระเบิดแล้ว
ฉินห้าวตงมีประสบการณ์มากว่าห้าร้อยปี เขาไม่ค่อยสนใจเรื่อง
เล็กน้อยแบบนี้เท่าไหร่ ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้น “ ช่างมันเถอะ มันเป็นเรื่อง
ในอดีตไปแล้ว พวกเธออยากพูดอะไรก็ปล่อยพวกเธอไป ! ”
เขาไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด แต่จางเซียวฮุ่ยดูเหมือนจะ
ไม่ยอมแพ้ เพราะฉินห้าวตงสนิทกับหม่าเหวินโจวที่สุด ดังนั้นเธอจึง
เกลียดเขาด้วย เธอยังคงพูดจาแดกดันเขาต่อ “ ฟังจากคำพูดของนาย
ดูเหมือนจะไม่สนใจที่พวกเราพูด หรือว่าฉันพูดผิดงั้นเหรอ ? คนจน
อย่างพวกนายในตอนนั้นใช้หน้าตาหลอกสาวน้อยที่ไม่ประสีประสาไป
วันๆ แต่ตอนนี้ทุกคนโตแล้ว แล้วก็ไม่มีใครสนใจพวกนายเหมือน
เมื่อก่อนแล้วด้วย แล้วผลเป็นไงล่ะ ? พวกนายก็เป็นโสดจนถึงทุกวันนี้
ไง ไม่มีผู้หญิงโง่คนไหนมาสนใจพวกนายหรอก ดังนั้นจะบอกว่าหล่อไป
ก็ไม่มีประโยชน์ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีความสามารถหาเงินได้ ! ”
จูหลินหลินพุดสมทบ “ แม้ว่าเสี่ยวฮุ่ยจะพูดไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่
แต่มันก็เป็นแบบนั้นจริง พวกนายสองคนยังไม่มีปัญญาหาแฟนเลย ดู
อย่างพวกเราสิ เดี๋ยวเสี่ยวฮุ่ยก็จะแต่งงานแล้ว ลูกของฉันก็อายุสาม
ขวบแล้ว นายดูสิ เขาน่ารักจะตายไป ”
เธอพูดจบก็เอาลูกชายออกมาอวดทุกคน
หม่าเหวินโจวโกรธจรทนไม่ไหว เขาพูดขึ้น “ ผิวก็ดำ น่ารัก
ตรงไหน ? ฉันไม่เห็นถึงความน่ารักเลย ”
จูหลินหลินไม่พอใจทันที เธอตะคอกด้วยความโกรธ “ นายมันไอ้
คนจนกระจอก ! นายพูดอะไรของนาย ? ”
จางเซียวฮุ่ยพูดเสริมเช่นกัน “ หลินหลิน อย่าไปสนใจพวกคน
ธรรมดาเลย ขนาดเมียยังหาไม่ได้ แบบนี้ไงเลยชอบมาอิจฉาคนอื่น ”
จูหลินหลินส่งเสียงไม่พอใจ “ กินองุ่นไม่ได้ก็มาบอกว่าองุ่นเปรี้ยว (
หมายถึง ไม่มีปัญญาคว้าสิ่งนั้นมาครอบครองแต่กลับบอกว่ามันไม่ดี) มี
ปัญญาก็ทำลูกหน้าตาน่ารักออกมาสิ ! ”
ในตอนนี้เองที่หน้าประตูห้อง VIP มีเสียงหวานตะโกนแว่วมาแต่
ไกล “ป่าป๊า หนูมาแล้ว ! ”
จบตอน