คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 121: คนดำกับช็อคโกแลตสีดำ
ตอนที่ 121 คนดำกับช็อคโกแลตสีดำ
จูหลินหลินรีบวิ่งเข้าไปถามด้วยความร้อนใจ “ กานัวร์ ลูกเป็น
อะไร? ”
“ ต้องโทษเธอ! โทษเธอคนเดียว ! ”
เด็กน้อยผิวดำชี้ที่ถังถังพลางโวยวาย
แม่หนูน้อยอธิบายด้วยสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ “ คุณน้าคะ อย่าโทษ
หนูนะคะ หนูแค่แบ่งช็อคโกแลตให้เขากิน แต่เขากัดมือของตัวเอง ”
ตอนแรกเด็กทั้งสองคนเล่นด้วยกันอย่างสนุกสนาน ถังถังจึง
หยิบช็อคโกแลตออกมาจากในกระเป๋าเสื้อสองชิ้น ตัวเองกินไปหนึ่งชิ้น
อีกหนึ่งชิ้นแบ่งให้กานัวร์ เด็กน้อยผิวดำคนนั้น
เด็กน้อยผิวดำไม่เคยกินช็อคโกแลตมาก่อน เขาคิดว่ามันอร่อยมาก
ดังนั้นพอกินไปได้สองคำสุดท้ายเขาก็กัดเข้ากับมือของตัวเอง
ที่ประเทศจีน เคยมีเรื่องเล่าขำขันที่ว่าเด็กผิวดำไม่สามารถกินช็อค
โกแลตได้ เพราะพวกเขาจะกัดนิ้วมือของตัวเองเอาได้ง่ายๆ แต่วันนี้ไม่
มีใครคาดคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ ดังนั้นหลังจากฟังแม่หนูน้อย
เล่าจบ พวกเขาก็เข้าใจทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นทุกคนจึงพากัน
หัวเราะออกมา
หม่าเหวินโจวดูจะหัวเราะดังกว่าใคร เขาพูดขึ้น “ ตลกสุดๆ ฉัน
หยุดขำไม่ได้จริงๆ ฟันเด็กนั่นคมจริงๆ กัดจนตัวเองเลือดออกเลย ”
เมื่อจูหลินหลินเห็นลูกชายของเธอกัดตัวเองจนเลือดออก เธอทั้ง
สงสารลูกทั้งโมโห ดังนั้นเธอจึงหันไปตะคอกใส่แม่หนูน้อย “ ใครใช้ให้
เธอเอาช็อคโกแลตมาให้ลูกฉันกิน ปกติพวกเราจะไม่ซื้อให้เขากิน ทำไม
เธอต้องเอาให้เขากินด้วย ! ”
หม่าเหวินโจวเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้น “จูหลินหลิน ทำไมเธอเป็นคน
แบบนี้ ถังถังแบ่งช็อคโกแลตให้กินเพราะเป็นการแสดงความรักแบบ
เพื่อน เธอยังจะกล้ามาว่าแม่หนูน้อยอีกเหรอ ถ้าจะโทษต้องโทษที่ลูก
ชายของเธอนู่น เขาแยกไม่ออกเองว่าอันไหนมืออันไหนช็อคโกแลต ”
หลังจากที่เขาพูดจบ เพื่อนนักเรียนที่อยู่รอบด้านต่างแย่งกันพูด
แต่ทุกคนต่างพูดไปในทำนองเดียวกันว่าเรื่องนี้จะโทษแม่หนูน้อยไม่ได้
“ จะส่งเสียงดังทำตัวน่ารำคาญกันไปทำไม ! ” จูหลินหลินตะโกน
ขึ้นด้วยความโกรธ จากนั้นเธอยังพูดต่ออีกว่า “ เห็นว่าพวกเขามีเงิน
หน่อยไม่ได้เลยนะ รีบประจบประแจงกันซะเหลือเกิน ! ”
“ หลินหลิน ทำไมเธอพูดแบบนี้ ? ทุกคนกำลังพูดกับเธอด้วย
เหตุผลอยู่นะ มันเกี่ยวอะไรกับการประจบประแจง ? ”
“จูหลินหลิน เธอมันคนไม่มีเหตุผล พวกเราทุกคนต่างก็เป็นเพื่อน
ร่วมชั้นกัน จำเป็นต้องพูดว่ากันแบบนี้ไหม ? ”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดอธิบายกับจูหลินหลินอยู่นั้น เด็กน้อยผิวดำดู
เหมือนจะรับรู้อารมณ์ของแม่ตัวเองได้ ดังนั้นเขาจึงคลั่งตามเธอ แล้ว
พุ่งเข้าใส่แม่หนูน้อยโดยใช้หัวสีดำเมี่ยมของเขาวิ่งพุ่งเข้าใส่หน้าแม่หนู
น้อยเต็มแรง
ผู้คนที่อยู่โดยรอบกรีดร้องด้วยความตกใจ แม้ว่าพวกเขาจะยังเป็น
เด็ก แต่ถ้าชนโดนล่ะก็ มีหวังใบหน้าสุดน่ารักของหนูน้อยถังถังจะต้อง
ได้รับบาดเจ็บแน่ ดีไม่ดีอาจชนโดนจมูกเข้าก็ได้
แต่เรื่องนี้มันเกิดขึ้นอย่างฉับพลันเกินไป รอบข้างของเด็กสองคนนี้
ไม่มีผู้ใหญ่ยืนอยู่เลยสักคน ถ้าจะเข้าไปขวางไว้คงไม่ทันแน่ ขณะที่ทุก
คนกำลังเป็นกังวลว่าแม่หนูน้อยจะได้รับบาดเจ็บอยู่นั้น อยู่ๆ ถังถังก็
เอี้ยวตัวหลบไปด้านข้าง เธอสามารถหลบการชนของกานัวร์ได้อย่าง
รวดเร็ว
แต่หลังจากที่เธอเอี้ยวตัวหลบ เนื่องจากกานัวร์พุ่งเข้ามาอย่างแรง
ดังนั้นเขาจึงหยุดไม่ทัน พริบตาเดียวเขาก็ชนเข้ากับมุมขอบโต๊ะที่อยู่
ด้านข้างจนหน้าผากแตกเลือดไหลออกมา
“ แง…… ” เด็กน้อยผิวดำไม่ได้ชนเข้ากับแม่หนูน้อย แถมตัวเองยัง
ต้องมาหัวแตกอีก เขาจึงรู้สึกเสียใจมาก ดังนั้นจึงร้องไห้จ้าละหวั่น
“ เธอ……ต้องโทษเธอคนเดียว ทำร้ายลูกชายฉันอีกแล้ว ” จูหลิน
หลินโบ้ยความผิดทั้งหมดให้กับแม่หนูน้อย
“ อย่ามาโทษหนูนะ เขาจะมาชนหนูเอง ”
แม่หนูน้อยเสียใจมาก เธอพยายามอธิบายให้จูหลินหลินเข้าใจ
แต่ในตอนนี้เอง อยู่ๆ ก็มีฝ่ามือสีดำขนาดใหญ่กำลังจะฟาดตรงไป
ที่หน้าอกของแม่หนูน้อย ที่ไหนได้กาฟูที่ยืนอยู่ด้านข้างกำลังโกรธจัด
เขาโทษถังถังว่าทำให้ลูกชายของเขาต้องมาได้รับบาดเจ็บ
แม้สมรรถภาพทางกายของแม่หนูน้อยจะดีกว่าเด็กวัยเดียวกัน แต่
เธอยังฝึกฝนตำราเทพยดาซู่หนี่น้อยไป เธอจึงไม่สามารถสู้กับผู้ใหญ่ได้
เมื่อเห็นว่าฝ่ามือขนาดใหญ่ของกาฟูกำลังจะฟาดลงหน้าอกของแม่หนู
น้อย ในเวลานี้มีฝ่ามืออีกฝ่ามือหนึ่งคว้าข้อมือของกาฟูไว้แน่น
มือของฉินห้าวตงเล็กกว่ามือของกาฟูมาก และไม่ได้มีกล้ามเนื้อ
แข็งแรงเท่ากาฟู แต่เขาสามารถคว้ามือของกาฟูไว้ได้อย่างง่ายดาย
โดยที่กาฟูไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้
“ ไอ้คนจีน แกรนหาที่ตายเหรอ ”
กาฟูตะโกนด้วยความเดือดจัด เขาให้มืออีกข้างหนึ่งฟาดไปที่หน้า
ของฉินห้าวตง
ฉินห้าวตงใช้มืออีกข้างคว้าฝ่ามือของกาฟูไว้ กาฟูคิดอยากจะขัด
ขืน เขาพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีมาขืนแรงของฉินห้าวตง แต่มันก็ไม่
ได้ผล ราวกับว่าเขาถูกแผ่นเหล็กทับไว้
“ไอ้มืด ครั้งนี้ฉันจะปล่อยแกไปเพราะเห็นว่าเป็นงานเลี้ยงรุ่นของ
พวกเพื่อนๆ ฉัน แต่ถ้าครั้งต่อไปแกยังกล้าทำอะไรลูกสาวฉันอีกล่ะก็
ฉันจะหักกระดูกของแก ! ”
ฉินห้าวตงพูดจบ จากนั้นออกแรงผลักสองมือออกไป ทำให้กาฟูที่
หนักถึง 200 ปอนด์ลอยไปชนเข้ากับเก้าอี้อยู่หลายตัวแล้วกลิ้งตลบอยู่
บนพื้น ในที่สุดก็อัดเข้ากับผนังเต็มแรง
ทุกคนในห้อง VIP ต่างพากันตกใจกลัว คิดไม่ถึงเลยว่าฉินห้าวตงที่
ดูอ้อนแอ้นไม่แข็งแรง บัดนี้กลับจัดการชายร่างกำยำอย่างกาฟูได้อย่าง
ง่ายดาย
ฉินห้าวตงอุ้มแม่หนูน้อยเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ถังถังพูดขึ้นอย่าง
เสียใจ “ ป่าป๊า อย่าโทษหนูนะ หนูก็แค่อยากแบ่งช็อคโกแลตให้เขากิน
”
“ พ่อรู้แล้ว พ่อไม่โทษถังถังหรอก ถังถังเป็นเด็กดีขนาดนี้ ” ฉิน
ห้าวตงพูดปลอบลูกสาว
จูหลินหลินเพิ่งจะพยุงลูกชายขึ้นมา เธอคิดไม่ถึงเลยว่าสามี
กลับมาถูกทำร้ายจนล้มไปกองกับพื้นทำข้าวของระเนระนาดหมด
ดังนั้นเธอจึงโวยวายใส่ฉินห้าวตง “ ฉินห้าวตง นายจะทำอะไร ? ”
“ ไม่ใช่ว่าฉันจะทำอะไร แต่ครอบครัวเธอนั่นแหละคิดจะทำอะไร
? ”
สีหน้าของฉินห้าวตงดูเย็นชาขึ้น เมื่อครู่นี้เขาไม่ได้สนใจต่อท่าที
เหน็บแนมของจูหลินหลินเลยสักนิด เพราะอย่างน้อยก็เป็นเพื่อนร่วม
ชั้นกัน แต่ตอนนี้ไอ้มืดนั่นกลับกล้าคิดจะมาทำร้ายลูกสาวของเขา ซึ่ง
เขาไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด
“ เป็นเพราะพวกนายสอนลูกไม่ดีต่างหาก ลูกสาวนายทำลูกชาย
ฉันบาดเจ็บหนักขนาดนี้ นายต้องให้ลูกสาวของนายมาขอโทษพวกเรา
แล้วชดใช้ค่ารักษาให้ด้วย ”
หม่าเหวินโจวพูดด้วยความโกรธ “ จูหลินหลิน เธอนี่มันหน้าไม่
อายเลยนะ เห็นกันอยู่ว่าลูกชายของเธอเหมือนเด็กที่ไม่ได้รับการอบรม
กัดมือตัวเองแท้ๆ แต่กลับมาพุ่งหัวใส่ถังถัง ที่เขาล้มก็เป็นความผิดของ
ตัวเองทั้งนั้น ยังจะมาโทษว่าคนอื่นผิดอีกเหรอ ? ”
จางเซียวฮุ่ยเป็นพวกเดียวกับจูหลินหลิน ดังนั้นเธอจึงช่วยพูดแก้
ต่างให้ “ ไม่ว่ายังไง สามีและลูกชายของหลินหลินก็ได้รับบาดเจ็บ ต้อง
ขอโทษและชดใช้ค่ารักษาให้เธอเดี๋ยวนี้ ”
ฉินห้าวตงพูดเยาะเย้ย “ ถ้าจะให้ฉันจ่ายค่ารักษาพยาบาลอันน้อย
นิดให้ ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ฉันยินดีจ่าย แต่ฉันไม่ยอมให้ลูก
สาวของฉันไปขอโทษเด็ดขาด เพราะเธอไม่ผิด ”
ในตอนนี้อู๋เหวินชิงพูดเสริมขึ้น “ ทุกคนเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น เรื่อง
ในวันนี้ก็เกิดขึ้นเพราะอุบัติเหตุ เรื่องชดใช้ค่ารักษาพยาบาลนั่นไว้ค่อย
คุยกันทีหลังดีกว่าไหม ตอนนี้รีบพาลูกไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ ”
จูหลินหลินยังคงยืนกรานคำเดิม “ ไม่ได้ ฉินห้าวตงทำร้ายลูกชาย
และสามีของฉัน วันนี้เขาต้องขอโทษและชดใช้เงินให้พวกเรา ”
ในเวลานี้กาฟูเพิ่งลุกขึ้นมาจากพื้น แต่ในครั้งนี้เขารู้ถึงความ
เก่งกาจของฉินห้าวตงแล้ว จึงไม่กล้าลงไม้ลงมืออีก แต่กลับยืน
โหวกเหวกโวยวายอยู่ข้างจูหลินหลินแทน “ แกกล้าทำร้ายฉัน ฉันเป็น
ถึงพลเมืองของสหรัฐอเมริกาเชียวนะ ฉันจะฟ้องร้องไปที่สถานทูต
พลเมืองของสหรัฐอเมริกาเป็นถึงพลเมืองชั้นหนึ่งของโลก แกต้องได้
ชดใช้อย่างสาสมแน่ แต่ถ้าแกไม่อยากให้ฉันฟ้องร้อง แกต้องเอาหยกสี
เขียวนั่นมาชดใช้ให้ฉันแทน ”
หลังจากที่เขาพูดจบ ทุกคนในห้อง VIP ต่างมองไปที่กาฟูด้วย
สายตาตกตะลึง หมอนี่มันละโมบโลภมากจริงๆ หยกเขียวจักรพรรดิ
ของฉินห้าวตงมีมูลค่าถึงหนึ่งร้อยล้าน ยังจะกล้าให้เขาเอามาเป็นของ
ชดใช้เพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้อีก ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิดแท้ๆ
หม่าเหวินโจวตะโกนสวน “ ไอ้ดำ นี่น่ะเหรอพลเมืองชั้นนำของ
โลก ไปลงนรกซะ ! แกอยากจะไปฟ้องร้องอะไรก็เชิญ ตอนนี้ประเทศ
จีนไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้คนจีนอย่างพวกเราไม่กลัวพวก
แกหรอก ”
“ ใช่ คิดว่าจะรังแกคนจีนอย่างพวกเราได้ง่ายๆ เหรอ ? รีบไสหัว
ออกไปเลย ที่นี่ไม่ต้อนรับแก ”
คำพูดของกาฟูทำให้ทุกคนโกรธจัด ดังนั้นทุกคนจึงพากันด่าทอขับ
ไล่เขา
“ พวกแกจะทำอะไร คนที่ได้รับบาดเจ็บคือสามีและลูกชายของ
ฉันนะ ถ้าพวกแกยังเป็นแบบนี้อีก ฉันจะแจ้งตำรวจ ”
จูหลินหลินตะโกนขู่ เห็นได้ชัดว่าเธอทำเป็นเก่งไปแบบนั้นแหละ
แต่ที่จริงเธอกลับรู้สึกหวาดกลัวอยู่เหมือนกัน
“ อยากแจ้งตำรวจก็เชิญ พวกเราจะเป็นพยานให้ฉินห้าวตง ลูก
ของเธอต้องโทษตัวเองที่ได้รับบาดเจ็บเอง ส่วนไอ้มืดนั่นบาดเจ็บเพราะ
ตัวเองทำซ่าแท้ๆ…… ”
“จูหลินหลิน เธอแต่งงานกับคนนิสัยแบบนี้ จนมีนิสัยเหมือนเขาไป
แล้วเหรอ เธอออกไปเถอะ พวกเราไม่ต้อนรับเธอ…… ”
“ ใช่แล้ว ต่อไปอย่าบอกใครนะว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นของพวกเรา
ขายขี้หน้าชะมัด……”
เมื่อเห็นทุกคนกำลังด่าทอและขับไล่ จูหลินหลินรู้สึกอับอายขึ้นมา
ทันที แน่นอนว่าเธอไม่มีทางแจ้งตำรวจเด็ดขาด เพราะเธอรู้ว่าแจ้ง
ตำรวจไปก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อพวกเธอเป็นฝ่ายผิด
จางเซียวฮุ่ยเห็นท่าไม่ดีจึงกระซิบข้างหูเธอ “หลินหลิน เธอรีบพา
ลูกไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ เรื่องทางนี้ปล่อยให้ฉันจัดการเอง เดี๋ยวไม่
นานลูกพี่ลูกน้องของฉันก็มาแล้ว ฉันจะต้องจัดการฉินห้าวตงเพื่อแก้
แค้นแทนเธอให้ได้ ”
หัวหน้าห้องสมัยมัธยมของพวกเขาคือคนที่จัดงานเลี้ยงรุ่นครั้งนี้
ขึ้นมา เขามีชื่อว่าเกิงหมิงฮุย เขาเป็นลูกชายของน้าเธอ แม้ว่าทั้งสอง
คนจะอายุเท่ากัน แต่เกิงหมิงฮุยแก่กว่าเธออยู่ไม่กี่เดือน
“ งั้นก็ได้ ฉันจะไปโรงพยาบาลก่อน เธอต้องให้หัวหน้าห้องสั่งสอน
ไอ้บ้านี้ให้หนักๆ เลยนะ ”
จูหลินหลินพูดจบก็หันไปจ้องฉินห้าวตงเขม็ง จากนั้นเธอรีบอุ้มลูก
ชายแล้วพากาฟูเดินออกไปจากห้อง VIP
หลังจากที่พวกเขาออกไปแล้ว หม่าเหวินโจวจึงพูดขึ้น “ ในที่สุดก็
ไปกันสักที เห็นพวกเขาแล้วฉันรู้สึกขัดหูขัดตายังไงก็ไม่รู้ ฉันไม่เข้าใจ
จริงๆ ว่าเป็นคนจีนอยู่ดีๆ ทำไมต้องไปหาผู้ชายต่างชาติแบบนั้นมาเป็น
แฟนด้วย ”
ในตอนนี้จางเซียวฮุ่ยเริ่มหมดความอดทน เธอจึงตะโกนขึ้น “ นาย
หมายความว่าอะไร ? หรือว่าคนจีนต้องหาแฟนเป็นคนจีนด้วยกัน
เท่านั้น ? แต่งงานกับชาวต่างชาติมันเป็นความผิดมากงั้นเหรอ ? ”
หม่าเหวินโจวพูดสวน “ ฉันบอกตอนไหนว่ามันเป็นความผิด ? จะ
แต่งงานกับชาวต่างชาติก็ได้ แต่ก็หาคนที่มันดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไง เธอ
ดูพวกเธอสองคนสิ คนหนึ่งได้แฟนเป็นไอ้มืดนิสัยไม่ดี อีกคนหนึ่งได้
แฟนเป็นไอ้เตี้ยขาโก่งชาวญี่ปุ่น มันทำให้คนจีนขายขี้หน้าไหมล่ะ ? ”
เมื่อโดนซ˺าเติมอีกครั้ง จางเซียวฮุ่ยจึงกรีดร้องด้วยความไม่พอใจ
“หม่าเหวินโจว นายบอกฉันมาให้ชัดเลยนะ ใครทำคนจีนขายหน้า ! ”
ในตอนนี้เอง ที่หน้าประตูห้องมีผู้ชายสองคนเดินเข้ามา คนที่เดิน
นำมาด้านหน้าสวมสูทผูกเนคไทและสวมแว่นตา ดูสุภาพและเป็นผู้ดี
มาก ส่วนคนที่เดินตามมาด้านหลังไว้ผมทรงสกินเฮด สวมสร้อยทอง
เส้นใหญ่หนาเป็นนิ้ว ที่มือของเขาสวมแหวนทองวงใหญ่เปล่งแสงสะดุด
ตา ดูแล้วน่าจะเป็นพวกคนรวย
ชายที่สวมแว่นตาคือคนที่จัดงานเลี้ยงรุ่นในวันนี้ เขาคือหัวหน้า
ห้องชื่อว่าเกิงหมิงฮุย หลังจากเดินเข้ามาแล้ว เขาจึงหันมาถามจางเซียว
ฮุ่ย “ เสี่ยวฮุ่ย วันนี้เป็นงานเลี้ยงรุ่นของเพื่อนๆ เรา ทำไมเธอถึงก่อเรื่อง
อีกแล้วล่ะ ? ”
“ พี่มาพอดีเลย ฉันถูกทุกคนรังแก ”
จางเซียวฮุ่ยดึงเกิงหมิงฮุยไปที่มุมหนึ่ง จากนั้นเธอชี้ไม้ชี้มือมาทาง
หม่าเหวินโจวกับฉินห้าวตงอยู่หลายครั้ง แม้ว่าจะฟังไม่รู้เรื่องว่าพวก
เขาคุยอะไรกัน แต่ใครก็มองออกว่า เธอกำลังพูดถึงฉินห้าวตงในแง่ไม่ดี
หลินโม่โม่หน้านิ่ว เธอหันไปกระซิบฉินห้าวตง “ สองคนนี้เป็น
เพื่อนร่วมชั้นของคุณเหรอ ? ”
“ ใช่แล้ว คนที่สวมแว่นตาคือหัวหน้าห้องของเราชื่อว่าเกิงหมิงฮุย
คนที่สวมสร้อยทองชื่อว่าผางเฉิง ธุรกิจของครอบครัวเขาใหญ่มาก
ทำไมเหรอ ? คุณรู้จักพวกเขาเหรอ ? ” ฉินห้าวตงถาม
“ ฉันเพิ่งเจอพวกเขาที่งานประมูลที่ดิน เกิงหมิงฮุยเป็นเลขาของ
นายอำเภอ ผางเฉิงเป็นตัวแทนจากผางชื่อกรุ๊ปเข้าร่วมการประมูลด้วย
พวกเขาต้องเพิ่งกลับมาจากงานประมูลที่ดินด้วยกันแน่นอน ดู
เหมือนว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไม่เลวเลย ” หลินโม่โม่พูดต่ออีก
ว่า “ ดูเหมือนว่าผางชื่อกรุ๊ปจะมีเส้นสายเหนียวแน่นอยู่ในเขตอู่เฟิง
ดังนั้นฉันเลยคิดว่าเราอาจมีหวังไม่มากในงานประมูลที่ดินครั้งนี้ ”
ฉินห้าวตงพูดด้วยรอยยิ้ม “ ไม่เป็นไร มีผมอยู่ทั้งคน คุณไม่ต้อง
กังวลอะไรทั้งนั้น ต่อให้พวกเขามีเส้นสายแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ ”
ในตอนนี้เอง ในที่สุดจางเซียวฮุ่ยก็ฟ้องเสร็จ จากนั้นเกิงหมิงฮุยจึง
หมุนตัวเดินมาทางด้านนี้
จบตอน