คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 124: สะใภ้มาแล้ว
ตอนที่ 124 สะใภ้มาแล้ว
“ รีบไสหัวไป ตอนนี้ยังไม่สายเกินไป ” ฉินห้าวตงไม่ได้มีท่าที
หวาดหวั่นอย่างที่กาฟูคิดไว้ ในทางตรงกันข้ามเขากลับมีสีหน้าเรียบ
เฉยมาก “ ฉันจะบอกแกให้นะ นี่คือประเทศจีน ไม่ใช่สถานที่ให้คน
อย่างพวกนายจะมาทำอวดเบ่งได้ ”
“ ประเทศกระจอก ! แกคิดว่าแค่ต่อสู้ได้นิดหน่อยแล้วฉันจะทำ
อะไรแกไม่ได้งั้นเหรอ ต่อให้แกเก่ง ก็เอาชนะพวกฉันที่มีพวกมากกว่า
ไม่ได้หรอก ” กาฟูพูดจบจึงโบกมือ “ เฮ้พวก! ฆ่าพวกมัน แล้วชิงเอา
หยกเม็ดนั้นมาให้ได้ พวกเราจะรวยแล้ว ”
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนสั่งของเขา ชายผิวดำพวกนั้นต่างพากันทำสี
หน้ากระหายการสู้ มีสองคนที่เห็นว่าหลินโม่โม่มีรูปร่างดีหน้าตาสวย จึง
เผยสีหน้าหื่นกระหายออกมา พวกเขาทุกคนต่างมีร่างกายกำยำ ดังนั้น
จึงไม่สนใจฉินห้าวตงที่มีรูปร่างผอมแห้ง
ฉินห้าวตงกวาดตามองพวกเขา จากนั้นพูดขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง “ ไม่
รู้จักความตายกันซะแล้ว ฉันเตือนพวกแกแล้วนะว่าที่นี่คือประเทศจีน
ไม่ใช่สถานที่ที่ให้พวกแกมาทำตัวต˹าๆ แบบนี้ได้ ”
ฉินห้าวตงปรบมือพลางกะโกนขึ้น “ จัดการ จัดการไอ้ดำพวกนี้ให้
สิ้นซาก ”
หลังจากได้ยินเสียงของฉินห้าวตง พวกคนผิวดำที่กำลังจะพุ่งเข้า
หาเขาในตอนแรกหยุดฝีเท้าลง แล้วหันไปมอง จากนั้นพวกเขาก็เห็นว่า
มีชายหกคนปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหลังของพวกเขา อย่างไร้ซุ่มไร้เสียง
ฉางเตามองกาฟูพลางหัวเราะเยาะ “ พวกแกนี่มันไม่มีสมองจริงๆ
กล้าคิดทำร้ายเถ้าแก่ของพวกเรา วันนี้พวกแกต้องตาย ! ”
กาฟูเองก็ตกใจเช่นกันที่เห็นคนทั้งหกคนนี้มาอย่างไม่ให้ซุ่มไม่ให้
เสียง อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้สนใจมากมาย เพราะคนของเขามี
มากกว่า อีกอย่างในมือของพวกเขายังมีอาวุธครบทุกคน
ดังนั้นเขาจึงสั่งลูกน้องอีกครั้ง “ เฮ้พวก! รีบลงมือ ฆ่าไอ้พวกคนจีน
กระจอกนี่ให้ตายไปพร้อมกันเลย ”
เมื่อได้ยินคำสั่งของเขา พวกลูกน้องผิวดำจึงรีบลงมือทันที ชายผิว
ดำสูงเกือบสองเมตรคนหนึ่งง้างมีดสั้นเงาวับในมือขึ้น แล้วแทงไปที่
หน้าอกของฉางเตาเต็มแรง
ฉางเตาหลบมีดสั้นได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเขาชกหน้าอกของชาย
ผิวดำสวนไปอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงดัง ‘พลั่ก!’
“ กร็อบ! ” จากนั้นเสียงกระดูกหักดังขึ้น ชายผิวดำคนนั้นถูกชกจน
ตัวปลิวออกไปกระแทกเข้ากับขอบสะพานไม้เต็มแรง
ในขณะเดียวกันคนอื่นจากกองกำลังเฉินปิงต่างพากันเริ่มลงมือ
พวกเขาต่างเคยเป็นยอดฝีมือในสนามรบมาก่อน แต่คนผิวดำพวกนี้ก็
แค่มีรูปร่างกำยำเท่านั้น จะมาเทียบกับพวกเขาได้อย่างไร พวกนั้นไม่มี
โอกาสแม้แต่จะตอบโต้พวกเขาด้วยซ˺า ไม่ทันไรชายผิวดำทั้งหมดก็ถูก
ทุบตีจนนอนหมอบไปกับพื้น เหลือเพียงกาฟูคนเดียวเท่านั้นที่ยังยืนอยู่
กาฟูตกใจกลัวมาก คิดไม่ถึงเลยว่าคนของฉินห้าวตงจะเก่งขนาด
ที่ว่าล้มคนของเขาได้อย่างง่ายดาย
“ อย่าขยับ ไม่อย่างนั้นฉันจะยิงเขา ”
ในที่สุดกาฟูก็คว้าเอาปืนที่เขาพกมาจ่อไปที่ฉินห้าวตง เขาคิดว่า
ฉินห้าวตงคือหัวหน้าของคนพวกนี้ ตราบใดที่ฉินห้าวตงถูกจับเป็นตัว
ประกัน พวกของฉางเตาจะไม่สามารถทำอะไรเขาได้
แต่ใครจะรู้ล่ะว่า อยู่ๆ ก็มีแส้ยาวสีดำเมี่ยมตวัดออกมาจากความ
มืดมิดฟาดเข้ากับมือขวาของเขาเต็มแรงจนปืนของเขาไถลออกไปไกล
“ ไอ้ดำ เถ้าแก่ของฉันเตือนแกแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่ที่จะให้แกมาทำตัว
ต˹าๆ ได้ ! ”
คนที่ลงมือเมื่อครู่นี้คือฉางเปียน หลังจากที่เขาตวัดแส้ฟาดจนปืน
ของกาฟูไถลไปกับพื้นแล้ว จากนั้นเขายกขาขึ้นมาถีบท้องกาฟูเต็มแรง
จนกลิ้งไปบนพื้นหลายตลบ
คนมีฝีมือก็มีฝีมืออยู่วันยังค˹า ส่วนคนธรรมดาอย่างพวกของกาฟู
ต่อให้เอาปืนออกมา ก็ยังสู้พวกเขาไม่ได้
ในเวลานี้ฉางเตาพูดขึ้นว่า “ เถ้าแก่ จะให้จัดการพวกนี้ยังไง ? ฆ่า
พวกเขาทิ้งเลยดีกว่า ! ”
ไอ้ดำที่ไม่รู้จักที่ตายพวกนี้กล้ามาอวดเบ่งใส่เถ้าแก่ของพวกเขาถึง
ประเทศจีน ทำให้ฉางเตาโกรธแค้นเป็นอย่างมาก
ฉางเตาอยู่ในโลกของทหารรับจ้างมาหลายปี เรียกได้ว่าฆ่าคนตาย
มานับไม่ถ้วน แน่นอนว่าเขาต้องมีรังสีอำมหิตหนาแน่นเป็นเรื่อง
ธรรมดา กาฟูกลัวจนฉี่ราดกางเกง เขารีบพูดขึ้นด้วยความกลัวว่า “ ไม่
เอา อย่าฆ่าฉันเลย ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่เอาหยกนั่นแล้ว ”
เขากลัวความตายขึ้นมาทันที ไอ้เด็กนี่มันโหดเหี้ยมขนาดนี้ แถม
เขายังจะคิดชิงเอาของคนอื่นอีก นี่มันไม่ต่างจากการรนหาที่ตายเลย !
หลินโม่โม่จับแขนของฉินห้าวตงไว้อย่างกังวลพลางพูดขึ้น “ ห้าว
ตง อย่าฆ่ากันเลย ฆ่าคนตายในประเทศจีนจะทำให้เกิดเรื่องใหญ่เอาได้
”
แม้ว่าที่แห่งนี้จะค่อนข้างอยู่ห่างไกล แต่เหตุกาณ์ตรงนี้กลับดึงดูด
สายตาของผู้ที่มาเดินผ่านไปผ่านมาได้ไม่น้อย มีบางคนที่กล้าขึ้นมา
หน่อยถึงกับแอบเดินเข้ามาดูใกล้ๆ เพราะอยากดูความวุ่นวาย แต่ใน
สถานการณ์แบบนี้ ถ้าเขาฆ่ากาฟูขึ้นมาจริงๆ อาจจะเกิดเรื่องใหญ่ได้
ฉินห้าวตงจึงหันไปพูดกับฉางเตา “ จับพวกเขามัดไว้แล้วส่งตัวให้
ตำรวจจัดการ ”
จากนั้นเขากดโทรหาฉือโค่วไห่ แล้วเล่าเรื่องนี้ให้ฟังคร่าวๆ ฉือโค่ว
ไห่จึงตอบรับเขา “ วางใจเถอะ เดี๋ยวฉันจะส่งคนไปจัดการให้ คนพวกนี้
มาทำกร่างในประเทศจีนโดยไม่เกรงกลัวกฏหมาย ฉันจะต้องลงโทษ
เขาอย่างสาสม ”
เนื่องจากผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจสันติบาลเข้ามาดูแลเรื่องนี้
ด้วยตัวเอง ดังนั้นตำรวจจึงทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพมากจนน่า
ตกใจ ไม่ถึงสิบนาที ก็มีรถตำรวจสี่คันขับมาทางฉินห้าวตง จากนั้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวกาฟูและพรรคพวกเข้าไปในรถตำรวจทันที
คนพวกนี้ใช้อาวุธจี้ปล้นและทำร้ายผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนกาฟูยังมี
อาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดเหล่านี้ล้วนเป็น
ความผิดร้ายแรงในประเทศจีน ถึงแม้จะไม่ได้รับโทษประหารชีวิต แต่ก็
ต้องติดคุกอยู่หลายปี
หลังจากจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จ เวลาก็ล่วงเลยมาจนดึกมากแล้ว
ฉินห้าวตงไปส่งหลินโม่โม่กับแม่หนูน้อยกลับโรงแรม จากนั้นตัวเองขับ
รถกลับมาที่คลินิก
เช้าวันต่อมา จั่วหลานจือรีบปลุกฉินห้าวตงแต่เช้า ทั้งครอบครัว
ต่างเตรียมตัวรอต้อนรับหลานสะใภ้อย่างตื่นเต้น
“เสี่ยวตง ทำไมเธอยังไม่มาล่ะ ? ” จั่วหลานจือมองไปนอก
หน้าต่างไม่หยุด
“ ย่าครับ นี่เพิ่งกี่โมงเอง เขาอาจจะไม่ได้ตื่นเช้าแบบพวกเราก็ได้ ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นอย่างเหนื่อยหน่าย ย่าของเขานี่นะ พระอาทิตย์ยังไม่
ทันขึ้นดีก็ปลุกเขาซะแล้ว
“ เสี่ยวตง หลานไม่ได้หลอกย่าใช่ไหม ? ” จั่วหลานจือจ้องฉินห้าว
ตงเขม็ง
“ เปล่าครับ ผมไม่ได้หลอก นี่มันเรื่องใหญ่นะย่า ผมจะหลอกย่าได้
ยังไง ”
ฉินห้าวตงรีบอธิบายทันควัน เพราะเขากลัวว่าย่าของเขาจะลาก
เขาออกไปดูตัวอีก
หลี่ซูหลานพูดขึ้น “ เสี่ยวตง หลานมีรูปของหลานสะใภ้หรือเปล่า
เอามาให้พวกเราดูหน่อย พอถึงตอนนั้นพวกเราจะได้เตรียมตัวถูก ”
“ มีครับ เพิ่งถ่ายเมื่อวานนี้เอง ” ฉินห้าวตงพูดพลางหยิบ
โทรศัพท์มือถือขึ้นมา จากนั้นเปิดภาพที่ถ่ายไว้เมื่อคืนให้ทุกคนดู
ย่าของเขาแย่งโทรศัพท์มือถือมาดูก่อนใครพวก หลังจากที่เห็น
ความงามของหลินโม่โม่แล้ว เธอก็ตกตะลึงไปพักหนึ่ง จากนั้นถามขึ้น
ด้วยความสงสัย “ เสี่ยวตง หลานไม่ได้เอารูปดารามาหลอกย่าใช่ไหม ?
”
ฉินห้าวตงพูดด้วยรอยยิ้ม “ ย่าครับ ทำไมย่าไม่เชื่อผมสักทีเนี่ย นี่
ไม่ใช่รูปดารา ดาราจะมาสวยเท่าหลานสะใภ้ของย่าได้ไง ! ”
จั่วหลานจือหัวเราะอย่างมีความสุขอีกครั้ง เธอหัวเราะจนเห็นรอย
ตีนกาอย่างชัดเจน “ เยี่ยมไปเลย หลานสะใภ้คนนี้สวยจริงๆ หลานดู
บั้นท้ายของเธอสิ จะต้องคลอดลูกชายได้อย่างแน่นอน ”
ฉินห้าวตงหมดคำบรรยาย ย่าของเขามีวิธีชื่นชมความงามที่ล˺า
หน้ากว่าคนอื่น คนอื่นเขาจะมองหน้าก่อน แต่ย่าของเขาดันมอง
บั้นท้ายก่อน
ทันใดนั้นย่าของเขาก็เลื่อนไปดูรูปอื่น หลังจากดูรูปครอบครัวของ
ฉินห้าวตงแล้ว เธอก็หัวเราะชอบใจ “ ไอ้หยา สาวน้อยคนนี้สวยจัง เธอ
เป็นลูกบ้านไหนเนี่ย ทำไมถึงน่ารักขนาดนี้ ”
ย่าของเขาพูดจบ หลังจากนั้นไม่ถึงเสี้ยววินาที รอยยิ้มบนใบหน้า
ของเธอก็หายไปทันที ก่อนจะหันไปถามฉินห้าวตงเสียงเข้ม “ เสี่ยวตง
เด็กคนนี้เป็นลูกใคร ? ไม่ใช่ว่าหลานไปคว้าสาวหม้ายมานะ ? ”
ฉินห้าวตงได้คิดคำอธิบายเกี่วกับเรื่องของแม่หนูน้อยไว้เรียบร้อย
แล้ว “ ย่าครับ นี่คือถังถัง ลูกสาวของผม เหลนของย่าไงครับ ! ”
“ เดี๋ยวก่อนนะ ! เดี๋ยวก่อน ! ” จั่วหลานจือกุมขมับตัวเองแล้วพูด
ขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “ หลานอย่าคิดนะว่าย่าแก่แล้วหลานจะหลอกย่า
ได้ เด็กคนนี้น่าจะอายุสามสี่ขวบแล้ว จะเป็นลูกสาวของหลานได้ยังไง ?
”
“ เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับย่า …… ” ฉินห้าวตงอธิบายเรื่องราวเมื่อ
ชาติที่แล้วของเขากับหลินโม่โม่ให้ทุกคนฟังตั้งแต่ต้นจนจบ เพียงแต่ว่า
เขาเปลี่ยนช่วงเวลาให้เป็นตอนที่เขาเพิ่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนตัว
ละครก็เปลี่ยนจากชาติที่แล้วเป็นชาตินี้แทน
จั่วหลานจือและหลี่ซูหลานรวมถึงคนอื่นตกตะลึงอ้าปากค้าง ใน
เวลานี้หวางหรูปิงจึงถามด้วยความสงสัย “ น้องชาย ถ้าที่นายพูดมา
เป็นเรื่องจริงทั้งหมด ทำไมพวกเราไม่เคยได้ยินนายเล่าเรื่องนี้มาก่อน ?
”
“ ก็ตอนนั้นผมยังไม่รู้เรื่อง นึกว่าแค่คืนเดียวคงไม่ได้เจอเธออีก
แล้ว แต่ใครจะคิดล่ะว่าอยู่ๆ ก็กลับมาเจอกันจนได้ แถมยังเพิ่งรู้ด้วยว่า
มีลูกสาวโตขนาดนี้แล้ว…… ”
ฉินห้าวตงยังพูดต่ออีกว่า “ ย่าครับ น้าครับ แค่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ก็พอแล้ว พอโม่โม่มา อย่าพูดถึงเรื่องนี้ต่อหน้าเธอเด็ดขาด เธอเป็นคน
ขี้อาย เดี๋ยวเธอจะอายเอาครับ ”
“ ไม่พูดหรอก แบบนี้ดีเลย ฉันไม่ได้มีแค่หลานสะใภ้นะ แถมยังมี
เหลนแล้วด้วย ” ย่าของเขายิ้มอย่างมีความสุข แต่ก็ยังไม่วายหันไปพูด
กับฉินห้าวตง “ ตงจื่อ มีลูกสาวถือเป็นเรื่องดี แต่ยังไงหลานก็ต้องมีลูก
ชายด้วย ”
“ รู้แล้วครับย่า ”
ฉินห้าวตงรับคำไปงั้น ในตอนนี้เองมีเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นที่หน้า
บ้านของเขา รถหรูสามคันขับมาจอดที่หน้าประตูคลีนิค
“ ย่าครับ หลานสะใภ้มาแล้ว ” ฉินห้าวตงพูดขึ้น
แม้ว่าหลี่ซูหลานจะไม่เข้าใจเรื่องรถ แต่รถโรลส์รอยซ์คันนี้จะต้อง
ไม่ใช่ถูกๆ แน่นอน เธอจึงถามฉินห้าวตงด้วยความสงสัย “เสี่ยวตง แฟน
ของหลานทำงานอะไร ? ”
ในตอนนี้ทุกคนถึงเพิ่งจะนึกออกว่าคุยกันมาตั้งนานยังไม่รู้เลยว่า
แฟนของฉินห้าวตงทำงานอะไร
จั่วหลานจือถามตาม “ ใช่แล้ว เสี่ยวตง หลานยังไม่ได้บอกเลยว่า
แฟนของหลานชื่ออะไร ? ”
“ เธอคือประธานของหลินชื่อกรุ๊ป ชื่อว่าหลินโม่โม่ ” ฉินห้าวตง
ตอบ
พวกเขาคุยกันไปพลางเดินออกไปข้างนอกด้วย ในตอนนี้ประตู
ของรถโรลส์รอยซ์เปิดออก ท่อนขาขาวเรียวยาวสุดเซ็กซี่ก้าวออกมา
จากในรถ ผิวของเธอเปล่งปลั่งตัดกับสีดำของรถโรลส์รอยซ์ จากนั้น
รูปร่างที่มีส่วนโค้งเว้าอวบอึ๋มพร้อมด้วยใบหน้างดงามหมดจดราวกับ
นางฟ้า ปรากฏต่อหน้าสายตาของทุกคน
จะไม่พูดก็ไม่ได้ว่าหลินโม่โม่แต่งตัวอย่างพิถีพิถันจนทำให้
ภาพลักษณ์อันสวยงามของเธอแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น
ความเซ็กซี่ ความสง่างามและความสวยต่างผสมผสานกันอย่างลงตัว
ราวกับผลงานชิ้นเอกของพระเจ้า
เมื่ออยู่บริษัท เธอเป็นเหมือนราชินีหญิงผู้น่าเกรงขาม ซึ่งคนนอก
ไม่สามารถเข้าถึงความงามของเธอได้ แม้เธอจะเคยผ่านประสบการณ์
มามากมายในช่วงหลายปีนี้ แต่ในวันนี้เธอมาบ้านของฉินห้าวตงใน
ฐานะของแฟนสาว ดังนั้นเธอจึงรู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“ หม่าม๊า รอหนูด้วย ! ”
ในตอนนี้แม่หนูน้อยกระโดดลงมาจากรถ หลังจากที่เธอเห็นฉิน
ห้าวตงแล้ว เธอจึงโผเข้าหาอ้อมกอดของเขาทันที “ ป่าป๊า อุ้มหนูหน่อย
! ”
ฉินห้าวตงอุ้มแม่หนูน้อยมาไว้ในอ้อมแขน จากนั้นเดินไปจับมือ
หลินโม่โม่พามาแนะนำให้ทุกคนรู้จัก
“ หลานสะใภ้ของย่าสวยมาก ! สวยจริงๆ ”
จั่วหลานจือจับมือหลินโม่โม่แล้วพูดชมไม่หยุด ส่วนปู่หลี่ชิงซาน
เองก็พยักหน้าเห็นด้วยไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าพวกเขาพอใจหลานสะใภ้
คนนี้มาก
หลี่ซูหลานอุ้มแม่หนูน้อยมาจากอ้อมแขนของฉินห้าวตง “ ถังถัง
สวยจังเลย น่ารักมากด้วย ”
“ สวัสดีค่ะคุณป้า ” แม่หนูน้อยพูดเสียงอ้อน
“ถังถัง เรียกคุณป้าไม่ได้นะลูก หนูต้องเรียกว่าคุณย่า ” ฉินห้าวตง
รีบแก้ให้แม่หนูน้อยทันที
“ ทำไมเรียกไม่ได้ล่ะคะ ? ก็เห็นกันอยู่ว่าเป็นคุณป้า ? คุณครูบอก
ว่าคุณป้าจะเด็กกว่าคุณย่า ” ถังถังพูดอย่างจริงจัง
หลังจากแม่หนูน้อยพูดจบ ทุกคนก็หัวเราะออกมาทันที แม้ว่าหลี่ซู
หลานจะอายุเกือบห้าสิบปีแล้ว แต่เพราะเธอดูแลตัวเองดี จึงทำให้ดู
เหมือนอายุสามสิบกว่าๆ ไม่แปลกใจเลยทำไมแม่หนูน้อยแยกไม่ออก
“ อย่ามัวคุยกันอยู่ตรงนี้เลย เข้าบ้านกันดีกว่า ”
จั่วหลานจือจับมือหลินโม่โม่ หลี่ซูหลานอุ้มแม่หนูน้อยไว้ ทุกคน
กำลังเตรียมเข้าไปในบ้าน แต่ในตอนนี้เอง อยู่ๆ ที่หน้าประตูบ้านก็มีคน
ตะโกนเรียกฉินห้าวตง “ ฉินห้าวตง ออกมานี่หน่อยได้ไหม ? ”
ฉินห้าวตงหันไปมอง คนที่ยืนเรียกเขาอยู่หน้าประตูบ้านคือจูหลิน
หลินเพื่อนสมัยมัธยมของเขา
จบตอน