คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 126: โหวตเปลี่ยนประธาน
ตอนที่ 126 โหวตเปลี่ยนประธาน
คนที่พูดอยู่คือชายแก่อายุประมาณหกสิบปีที่นั่งอยู่แถวหน้า เขา
คือผู้อำนวยการคณะผู้บริหารของหลินชื่อกรุ๊ป มีชื่อว่าจ้าวจงเฉิน ลูก
ชายของเขาคือจ้าวหงเม่า รองประธานที่เคยถูกหลินโม่โม่ไล่ออก
สองพ่อลูกตระกูลจ้าวถือครองหุ้นของหลินชื่อกรุ๊ปจำนวน 10%
ถือเป็นหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของคณะผู้บริหาร ซึ่งมีอำนาจในการ
พูดหรือตัดสินใจ
ขณะที่จ้าวจงเฉินกำลังพูดอย่างเดือดดาลจนน˺าลายแตกฟองอยู่
นั้น ทันใดนั้นประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกดัง ‘ปัง!’ หลินโม่โม่เดินเข้า
มาในห้องประชุมด้วยสีหน้าเย็นชา เมื่อเห็นประธานมาถึงแล้ว ในห้อง
ประชุมก็เงียบเสียงลงทันที รวมถึงจ้าวจงเฉินด้วย
หลินโม่โม่ไม่ได้พูดอะไร เธอกวาดสายตาเย็นชามองไปรอบห้อง
จากนั้นเดินตรงไปนั่งเก้าอี้ประธานซึ่งเป็นเก้าอี้ของเธอโดยเฉพาะ ส่วน
ฉินห้าวตงเดินยิ้มกว้างตามหลังเธอไป ก่อนจะลากเก้าอี้มาหนึ่งตัวนั่งลง
ข้างหลินโม่โม่
หลินโม่โม่มีสีหน้าเยือกเย็น มาดแห่งประธานสาวผู้เด็ดขาดถูก
แสดงออกมาอย่างเต็มที เธอใช้สายตาเย็นชาของเธอกวาดมองไปทั่ว
ห้อง ในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่จ้าวจงเฉิน จากนั้นเอ่ยถามด้วยน˺าเสียงเย็น
ชา “ ผู้อำนวยการจ้าว เมื่อครู่นี้เหมือนฉันจะได้ยินคุณพูดเรื่องอะไร
บางอย่าง แต่ฉันฟังไม่ค่อยชัด คุณพูดซ˺าอีกครั้งได้ไหม ? ”
จ้าวจงเฉินขยับแว่นตากรอบทองอย่างร้อนรน เห็นได้ชัดว่าที่จริง
แล้วเขาปอดแหกมาก แม้ว่าเขาจะถือครองหุ้นอยู่ 10% และแม้ว่าเขา
จะมีตำแหน่งใหญ่ในบริษัท แต่เขากลับไม่กล้าพอเมื่อเผชิญหน้า
โดยตรงกับหลินโม่โม่
เมื่อกี้เขากำลังยุยงคณะผู้บริหารคนอื่น กะว่าตอนที่โหวตจะ
ช่วยกันต่อต้านหลินโม่โม่ แต่หลินโม่โม่ดันมาเข้าจริงๆ เขาจึงไม่กล้าที่
จะพูดออกไปตามตรง
อย่างไรก็ตามจ้าวจงเฉินเองก็เป็นนักธุรกิจที่มีประสบการณ์ แทนที่
เขาจะตอบคำถามของหลินโม่โม่ เขากลับชี้ไปที่ฉินห้าวตงแทน “
ประธานหลิน ชายคนนี้เป็นใคร ? แม้ว่าฉันจะแก่จนตาฝ้าฟาง แต่ฉันก็
จำได้แม่นว่าเขาไม่ใช่หนึ่งในคณะผู้บริหารหลินชื่อกรุ๊ป ไม่มีคุณสมบัติ
พอที่จะเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ”
หลินโม่โม่ตอบ “ เขาชื่อฉินห้าวตง เป็นแพทย์สุขภาพประจำหลิน
ชื่อกรุ๊ปของเรา ฉันเป็นคนพาเขามาเข้าร่วมการประชุมเอง ”
“ อะไรนะ ? เขาเนี่ยนะคือฉินห้าวตง ? ”
จ้าวจงเฉินเบิกตากว้างทันที ทั้งหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
ฉินห้าวตงเคยสั่งสอนจ้าวหงเม่าเมื่อไม่นานมานี้ แถมยังทำให้เซียวลี่ลี่
ลูกสะใภ้ของเขากลายเป็นหญิงอัปลักษณ์อีก ต่อมาจ้าวหงเม่าก็พาลูก
สาวไปตรวจดีเอ็นเอ ผมก็คือเธอไม่ใช่ลูกสาวของตัวเอง ลูกชายของเขา
จึงรีบหย่าขาดกับเซียวลี่ลี่ทันที
ที่จริงฉินห้าวตงช่วยให้จ้าวหงเม่าหลุดพ้นจากการถูกสวมเขา สอง
พ่อลูกตระกูลจ้าวควรที่จะขอบคุณเขาด้วยซ˺า แต่ในทางตรงกันข้าม
พวกเขากับโทษทุกสิ่งว่าเป็นความผิดของฉินห้าวตงแล้วพากันเกลียด
ชังฉินห้าวตง
ไม่กี่วันก่อน จ้าวจงเฉินบังเอิญได้ยินมาว่าฉินห้าวตงเข้ามาทำงาน
ในหลินชื่อกรุ๊ปในฐานะแพทย์สุขภาพ เขาไม่กล้าไปถามหาเหตุผลจาก
หลินโม่โม่ จึงคิดอยากไปหาเรื่องฉินห้าวตงโดยตรง แต่ช่วงนี้ฉินห้าวตง
ก็ยุ่งเสียเหลือเกิน ไม่ยอมมาทำงาน เขาไปหาตั้งหลายครั้งก็ไม่เคยพบ
คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะมาพบกันที่นี่
ฉินห้าวตงมองเห็นสายตามุ่งร้ายของจ้าวจงเฉิน เขาก็รู้สึกหดหู่ใจ
ทันที ในใจได้แต่พร˹าบ่นว่า ‘ตาแก่นี่นะ ฉันอุตส่าช่วยลูกของคุณจาก
การถูกสวมเขา ยังจะมามองคาดโทษฉันอีก’
จ้าวจงเฉินจ้องฉินห้าวตงเขม็ง พลางพูดขึ้น “ ประธานหลิน แพทย์
สุขภาพต˹าต้อยคนหนึ่งมีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารตั้งแต่
เมื่อไหร่ ? มันไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบของบริษัทเลยสักนิด ”
“ คุณอยากจะหารือเรื่องกฎระเบียบของบริษัทกับฉันใช่ไหม ? งั้น
วันนี้เรามาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน ” หลินโม่โม่มองจ้าวจงเฉินด้วย
สายตาเย็นชาแล้วพูดขึ้น “ ตามระเบียบของบริษัท การโหวตเปลี่ยน
ตำแหน่งประธานจะต้องกระทำต่อหน้าผู้ถือหุ้นทุกคน ฉันขอถามคุณ
หน่อย ผู้อำนวยการจ้าว ฉันไม่อยู่ในห้องประชุม คุณพ่อกับคุณปู่ของฉัน
ก็ไม่อยู่ในห้องประชุม แต่ทำไมคุณถึงยังเสนอให้มีการเปลี่ยนตำแหน่ง
ประธานล่ะ ? ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบอย่างที่คุณว่าไว้ ตอนนี้ฉัน
จะให้ฉินห้าวตงกลับไปทันที และการประชุมในวันนี้ก็ไม่จำเป็นที่
จะต้องดำเนินการต่อไป ”
“ เอ่อ…… ” จ้าวจงเฉินคิดไม่ถึงเลยว่าคำพูดของหลินโม่โม่จะเฉียบ
คมจนทำเอาเขาพูดไม่ออกถึงเพียงนี้ เขาอยากไล่ฉินห้าวตงออกไปใจ
จะขาด แต่ก็ไม่ต้องการที่จะจบการประชุมในวันนี้
ในตอนนี้เองชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่แถวหน้าพูดขึ้นอีกว่า “ เอาล่ะ
ผู้อำนวยการจ้าว ก็แค่ให้มีคนเข้ามาร่วมประชุมเพิ่มอีกหนึ่งคน ไม่เห็น
ต้องจริงจังอะไรขนาดนั้น ”
คนที่พูดคือหลินจื่อเกา อารองของหลินโม่โม่ ด้านข้างเขายังมีชาย
หนุ่มคนหนึ่งนั่งหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ ชายคนนั้นคือหลินผิงเฉาซึ่งเป็น
ลูกชายของเขาเอง
จ้าวจงเฉินพูดคล้อยตาม “ งั้นก็ได้ ในเมื่อผู้อำนวยการหลินพูด
แล้ว มีคนเพิ่มมาอีกหนึ่งคนก็คงไม่เป็นอะไร แต่ในฐานะที่ฉันเป็นหนึ่ง
ในคณะผู้บริหารของหลินชื่อกรุ๊ป ฉันมีสิทธิ์ที่จะเสนอหัวข้อสำหรับการ
อภิปราย พวกเราจะมาพูดคุยกันก่อนว่าบุคคลนามสกุลฉินคนนี้มี
คุณสมบัติพอที่จะเข้าทำงานในหลินชื่อกรุ๊ปหรือไม่ ”
ในตอนนี้หลินโม่โม่พูดขึ้น “ ฉินห้าวตงเข้ามาทำงานในฐานะ
แพทย์สุขภาพของบริษัท ฉันเป็นคนคัดเลือกเขามาเป็นการส่วนตัว คุณ
ไม่จำเป็นต้องมาถามหาคุณสมบัติของเขา ”
จ้าวจงเฉินพูดแย้ง “ เท่าที่ฉันรู้มา เขายังเรียนไม่จบ ไม่มีแม้
ใบรับรองคุณวุฒิทางการแพทย์ เขาจะเข้ามาทำงานเป็นแพทย์สุขภาพ
ของหลินชื่อกรุ๊ปได้อย่างไร ? หรือเกณฑ์รับคนเข้าทำงานของบริษัทเรา
มันตกต˹าถึงเพียงนี้ ? ใครนึกอยากจะเข้ามาทำงานก็เข้ามาได้งั้นเหรอ ?
”
หลังจากเขาพูดจบ ผู้บริหารหลายคนที่อยู่ด้านข้างต่างพากันพยัก
หน้าเห็นด้วย ในฐานะที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ ไม่ว่าคนพวกนี้คิดจะ
คัดค้านหลินโม่โม่หรือไม่ก็ตาม แต่การรับคนเข้าทำงานควรเป็นไปตาม
ระเบียบของบริษัท
ถ้าฉินห้าวตงไม่มีใบรับรองคุณวุฒิทางการแพทย์จริงอย่างที่จ้าวจง
เฉินพูด งั้นเขาไม่ควรได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในหลินชื่อกรุ๊ปใน
ฐานะแพทย์สุขภาพ
อย่างไรก็ตามหลินโม่โม่เป็นผู้ดูแลบริษัทมานานหลายปี เธอไม่ใช่
สาวน้อยที่เพิ่งเข้ามาทำงาน แม้ว่าเธอจะถูกจ้าวจงเฉินโจมตีจุดอ่อนเข้า
เต็มแรง แต่สีหน้าของเธอยังคงสงบราบเรียบ หลังจากรอให้ผู้บริหาร
หลายคนกระซิบกระซาบกันเสร็จ เธอจึงตอกกลับไป “ ผู้อำนวยการ
จ้าว ตามระบบการจัดการของบริษัทเรา ข้อมูลพนักงานในแผนกบุคคล
ถือเป็นความลับทางการค้า นอกจากผู้จัดการแผนกบุคคลแล้ว ใน
บรรดาผู้ถือหุ้นทั้งหมดมีเพียงประธานบริษัทเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้า
ตรวจสอบข้อมูลได้ ฉันขอถามคุณหน่อย คุณรู้ได้ยังไงว่าฉินห้าวตงยัง
เรียนไม่จบ แล้วรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่มีใบรับรองคุณวุฒิทางการแพทย์ ”
“ เอ่อ…… ” เห็นได้ชัดว่าจ้าวจงเฉินไม่ใช่คู่ปรับของหลินโม่โม่ เขา
อึ้งใบ้กินอีกครั้ง ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าจ้าวจงเฉินมีคนสนิทอยู่ในแผนก
บุคคล แต่เขาไม่สามารถป่าวประกาศออกมาได้ เพราะเขารู้ว่าขืนเขา
พูดออกไป หลินโม่โม่จะต้องไล่ชายคนนั้นออกในฐานะที่เปิดเผยข้อมูล
บริษัทแน่ๆ
ในที่สุดจ้าวจงเฉินก็โบกไม้โบกมือพลางพูดว่า “ ฉันเดาเอา คุณดูสิ
เขายังหนุ่มขนาดนี้ ดูยังไงก็เหมือนคนที่ไม่มีใบรับรองคุณวุฒิทาง
การแพทย์ ”
หลินโม่โม่ยิ้มเยาะ “ ถ้าผู้อำนวยการจ้าวเดาเก่งขนาดนั้นล่ะก็ งั้น
ต่อไปเวลาบริษัทของเราจะรับคนเข้าทำงาน คงต้องให้คุณมานั่งเดา
เลือกคนให้ ฝ่ายบุคคลของเราจะได้ยุบแผนกสักที ”
จ้าวจงเฉินทั้งรู้สึกโกรธและอับอาย “ ประธานหลิน คุณไม่ต้องมา
แกล้งโง่หลอกคนอื่นหรอก คุณใช้อำนาจในทางที่ผิดเพื่อให้ฉินห้าวตง
เข้ามาทำงานในฐานะแพทย์สุขภาพของบริษัทนี้ ใครก็รู้ว่าเขาเป็นไอ้
หนุ่มหน้าขาว (คำเรียกผู้ชายขายตัวของคนจีน) ไม่ได้มีคุณสมบัติใน
การเป็นแพทย์สุขภาพ ”
ในเวลานี้ฉินห้าวตงเริ่มไม่พอใจแล้ว เขามองจ้าวจงเฉินพลางพูด
ขึ้น “ ตาแก่จ้าว คำว่า ‘หน้าขาว’ กับ ‘ไอ้หนุ่มหน้าขาว’ มันคนละ
ความหมายกันเลยนะ อย่าพูดจาซี๊ซั๊วสิ ”
“ ไอ้หนุ่ม นายปากเก่งนักเหรอ นายเรียกใครว่าตาแก่ ? ” จ้าวจง
เฉินพูดพลางถลึงตา
“ ทำไม หรือว่าผมพูดผิด ? งั้นก็ได้ ต่อไปผมจะเรียกคุณว่าเสี่ยว
จ้าวแล้วกัน ” ฉินห้าวตงหันไปพูดกับจ้าวจงเฉินด้วยรอยยิ้ม “ เสี่ยวจ้าว
ทักษะการแพทย์ไม่เกี่ยวข้องกับอายุ หรือคุณไม่เคยได้ยินว่าทักษะ
ทางการแพทย์ของผมยอดเยี่ยมแค่ไหน ? แม้ว่าผมจะเพิ่งเข้ามาทำงาน
ในบริษัทได้ไม่นาน แต่ผมรักษาคนไข้จนหายดีไปนับไม่ถ้วน ”
จ้าวจงเฉินเป็นคนนอกที่ถือครองหุ้นของหลินชื่อกรุ๊ปมากที่สุด
เรียกได้ว่ามีอำนาจในการตัดสินใจสูงพอควร แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะ
ถูกฉินห้าวตงท้าทายเช่นนี้ ทำเอาเขาแทบจะระเบิดออกมา เขาจึงพูด
ขึ้นด้วยความโกรธ “ ไอ้เด็กน้อย อย่ามาพูดจาไร้สาระ นายไม่มี
คุณสมบัติพอที่จะเป็นแพทย์สุขภาพของหลินชื่อกรุ๊ปหรอก ”
จากนั้นเขาหันไปพูดกัยหลินโม่โม่อีกว่า “ ประธานหลิน ฉันไม่คิด
ว่าชายคนนี้จะเหมาะเป็นแพทย์สุขภาพของบริษัท เขาควรถูกไล่ออก
ทันที ”
แน่นอนว่าหลินโม่โม่ต้องไม่เห็นด้วยเป็นธรรมดา เธอพูดขึ้น “
ไม่ได้ ฉินห้าวตงเป็นแพทย์สุขภาพที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของหลิน
ชื่อกรุ๊ป มีทักษะทางการแพทย์สูงกว่าคนอื่น ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลให้
ต้องไล่เขาออก ”
“ ฮ่าๆๆ เป็นแพทย์สุขภาพที่ดีที่สุด มีทักษะทางการแพทย์สูงมาก
งั้นเหรอ ? พระเจ้า ได้ยินมาว่าคุณกำลังตกหลุมรักไอ้หมอนี่อยู่ คงไม่ใช่
ถูกความรักบังตาใช่ไหม ? ”
ในเวลานี้หลินผิงเฉาที่นั่งเงียบมานานได้พูดขึ้น เขาเป็นผู้ริเริ่ม
วางแผนหลักในการจัดการโหวตตำแหน่งประธานในวันนี้ จ้าวจงเฉินก็
แค่คนที่เขาเอามาไว้เป็นไม้กันหมาเท่านั้น
แม้ว่าก่อนหน้านี้ฉินห้าวตงจะไม่ได้อยู่ในแผนมาก่อน แต่เขาอยาก
ใช้เรื่องนี้ทำลายศักดิ์ศรีของ หลินโม่โม่ และเขาชอบที่จะดูเธอถูก
ทำลาย
หลินโม่โม่หน้านิ่ว แน่นอนว่าเธอรู้ดีว่าหลินผิงเฉาอยากนั่งตำแหน่ง
ประธานของเธอ ดังนั้นเธอจึงพูดขึ้น “ นายพูดมาแบบนี้หมายความว่า
ไง ? จะบอกว่าฉันพูดโกหกงั้นเหรอ ? ”
หลินผิงเฉาพูดขึ้น “ พี่สาว ฉันไม่ได้บอกว่าพี่โกหกเลย แต่มีคน
บอกว่า IQ ของผู้หญิงจะลดลงเมื่อพวกเขากำลังตกหลุมรัก ฉันก็แค่คิด
ว่าคำพูดนี้เป็นเรื่องจริง ฉินห้าวตงเพิ่งจะอายุยี่สิบปี ไม่น่าจะมีทักษะ
ทางการแพทย์ดีขนาดนั้น ”
จ้าวจงเฉินยังพูดต่ออีกว่า “ ใช่ คนแบบนี้จะมีทักษะทางการแพทย์
สูงขนาดนั้นได้ยังไง ฉันว่าดูเหมือนท่านประธานจะแยกไม่ออกระหว่าง
ผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ส่วนตน ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ คุณก็
ไม่เหมาะสมที่จะนั่งตำแหน่งประธานแล้ว ”
ฉินห้าวตงห้ามหลินโม่โม่ที่กำลังจะระเบิดอารมณ์ จากนั้นมองไป
ยังหลินผิงเฉา แล้วมองไปที่จ้าวจงเฉิน ก่อนจะพูดขึ้น “ เพื่อพิสูจน์ว่า
ประธานไม่ได้พูดผิด ดูเหมือนว่าผมต้องพิสูจน์ตัวเองแล้ว ”
จ้าวจงเฉินพูดเย้ยหยัน “ ถ้านายแสดงทักษะทางการแพทย์ของ
ตัวเองออกมาจนทำให้เรานับถือได้ พวกเราในฐานะคณะผู้บริหาร ยินดี
จะยอมรับนายในฐานะแพทย์สุขภาพ ”
“ งั้นถ้าผมทำได้ คุณต้องก้มหัวขอโทษท่านประธานต่อหน้าคณะ
ผู้บริหารทุกคน ” ฉินห้าวตงพูดขึ้น
“ ไม่มีปัญหา แต่หากนายพิสูจน์ไม่ได้ ก็รีบไสหัวออกไปจากหลิน
ชื่อกรุ๊ปซะ ”
จ้าวจงเฉินมั่นใจว่าฉินห้าวตงไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ แม้ว่าเขา
จะมีทักษะทางการแพทย์สูงแค่ไหนก็ตาม
“ได้ ผมตกลง” ฉินห้าวตงพูดกับเขา “ เมื่อคืนคุณมีเซ็กซ์กับเมีย
น้อยของคุณใช่ไหม ? ”
จ้าวจงเฉินไม่ได้เตรียมใจสำหรับคำถามแบบนี้ ทันใดนั้นเขาก็ถาม
กลับทันที “ ไอ้หนุ่ม นายสะกดรอยตามฉันมาเหรอ ? ”
มหาเศรษฐีอย่างเขามักจะเลี้ยงเมียน้อยไว้หลายคน แต่เขากลัวว่า
ภรรยาของเขาจะรู้เรื่องนี้เข้า ดังนั้นเขาจึงอ่อนไหวกับคำถามขของฉิน
ห้าวตงมาก
“ ผมไม่มีงานอดิเรกแบบนั้น ” ฉินห้าวตงตอบพลางหัวเราะ “
เวลาที่คุณพูดดูเหมือนหายใจไม่ทัน แถมหน้าตายังซีดเซียว ขอบตาคล˺า
ดูอ่อนเพลียไม่มีแรง ดูเหมือนว่าเมื่อคืนคุณต้องกินไวอากร้าไปอย่าง
น้อยสองเม็ดใช่ไหม ? เป็นไงผมเดาถูกไหม ? ”
จ้าวจงเฉินตกใจมาก เขาไม่รู้ว่าฉินห้าวตงรู้เรื่องนี้ได้ยังไง ดังนั้น
เขาจึงโวยวายขึ้น “ ไอ้หนุ่ม นายพูดอะไรแบบนั้น ตอนนี้ฉันให้นาย
พิสูจน์ทักษะทางการแพทย์ของตัวเอง ไม่ใช่ให้นายมาพูดจาไร้สาระ ”
“ ผมกำลังพิสูจน์ทักษะทางการแพทย์ของผมอยู่ หรือว่าผมพูดผิด
? ”
“ ผิดแล้ว นายพูดผิดแล้ว เมื่อคืนฉันอยู่บ้านทั้งคืน ”
จ้าวจงเฉินยังยืนกรานที่จะปฏิเสธ แน่นอนว่าเขาไม่ยอมรับเรื่อง
ส่วนตัวของเขาที่ฉินห้าวตงกำลังพูดอยู่
“ ในเมื่อคุณยืนกรานว่าผมพูดจาไร้สาระ งั้นผมคงต้องแสดงให้ทุก
คนเห็นเต็มสองตา ” ฉินห้าวตงพูดจบ ดวงตาของเขาดูเย็นชาขึ้นมา
ทันที เขาเดินมาหาจ้าวจงเฉิน ยังไม่ทันรอให้อีกฝ่ายตอบสนอง ฉินห้าว
ตงก็ชิงเตะน่องเขาเข้าเต็มแรง
เกิดเสียงดัง ‘กร็อบ’ ลั่นไปทั่วห้อง จ้าวจงเฉินร้องโหยหวนด้วย
ความเจ็บปวด ตอนนี้ขาของเขางอเป็นรูปตัว v แล้ว
จบตอน