คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 145: ผมพิสูจน์เอง
ตอนที่ 145 ผมพิสูจน์เอง
สีหน้าของหลินโม่โม่ดูบึ้งตึงมากยิ่งขึ้น ในเวลานี้เธอเข้าใจแล้วว่า
ทั้งหมดนี้เป็นแผนการของสองพ่อลูกหลินจื่อเกาและหลินผิงเฉา หาก
ฉินห้าวตงถูกนำตัวไปในระหว่างการประชุมคณะผู้บริหารได้และด้วย
การเผยแพร่ข่าวที่ถูกใส่ความเข้าไป ผลกระทบที่ตามมาไม่อาจคาดคิด
ได้ อย่างไรก็ตามตอนนี้มันสายเกินไปแล้ว เธอไม่อาจหยุดเรื่องนี้ได้
มีตำรวจสองนายเดินเข้ามาในห้องประชุม คนที่เดินนำเป็นตำรวจ
ชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปี ด้านหลังของเขามีตำรวจวัยรุ่น
อายุประมาณยี่สิบกว่าปีเดินตามหลังมา
“ ใครคือฉินห้าวตง ? ” ตำรวจวัยกลางคนถาม
เขาคือจางหย่งรองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรที่มีอำนาจ
เหนือกว่าหลินชื่อกรุ๊ป ปกติเขามีความสัมพันธ์อันดีกับหลินผิงเฉา ครั้ง
นี้หลินผิงเฉาต้องการให้เขามาสั่งสอนบทเรียนนักศึกษาแพทย์ที่ให้การ
รักษาคนไข้อย่างผิดกฎหมาย เขาคิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้ยากอะไร จึงตอบรับ
อย่างรวดเร็ว
“ ผมเอง ” ฉินห้าวตงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ขยับไปไหน สีหน้ายังคง
เงียบสงบดังเดิม
จางหย่งพูดต่ออีกว่า “ คุณถูกสงสัยว่าให้การรักษาคนไข้อย่างผิด
กฎหมาย ตอนนี้ได้โปรดไปกับผมด้วย ”
ยังไม่ทันรอให้ฉินห้าวตงพูดอะไร นักข่าวหญิงวัยสามสิบปีคนหนึ่ง
ก็พูดแทรกขึ้น “ คุณตำรวจคะ ให้พวกเราสัมภาษณ์ก่อนที่คุณจะพาเขา
ไปได้ไหม ? ”
“ ได้สิ รีบหน่อยแล้วกัน”
จางหย่งตอบรับอย่างไม่ปฏิเสธ เพราะทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
แผนการหลินผิงเฉา นักข่าวสาวคนนี้มีชื่อว่าหลี่เยวียนเยวียน เป็น
นักข่าวจากสำนักข่าวท้องถิ่นเจียงหนาน หลินผิงเฉาติดสินบนเธอเป็น
จำนวนมาก เป้าหมายเพื่อให้เธอมาทำลายหลินโม่โม่และทำให้เรื่องมัน
อื้อฉาวมากขึ้นกว่าเดิม
หลังจากได้รับการยินยอมแล้ว หลี่เยวียนเยวียนจึงหันไปถามหลิน
โม่โม่ “ ประธานหลิน ดิฉันขอถามอะไรคุณสักสองสามข้อได้ไหมคะ ? ”
พอเธอเอ่ยปาก กล้องที่นักข่าวคนอื่นถือไว้ก็ถ่ายไปที่หลินโม่โม่
ทันที เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ หลินโม่โม่ไม่อาจปฏิเสธได้
นอกจากทำได้แค่ตกลง “ อยากถามอะไรก็ถามมาเถอะ ”
หลี่เยวียนเยวียนกระตุกรอยยิ้มเย้ยหยันก่อนจะเอ่ยถาม “
ประธานหลิน ฉันได้ยินมาว่าฉินห้าวตงยังเป็นแค่นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่
สี่ของวิทยาลัยการแพทย์เจียงหนาน แต่คุณกลับว่าจ้างเขาในฐานะ
แพทย์สุขภาพของหลินชื่อกรุ๊ป คุณรู้หรือไม่ว่าเขาไม่มีใบรับรองคุณวุฒิ
ทางการแพทย์ ? แบบนี้มันจะถือเป็นการละเมิดหลักการในการจ้างงาน
ของบริษัทหรือเปล่าคะ ? ”
นักข่าวสาวคนนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักข่าวที่พูดจาบาดลึกเสียดแทงที่สุด
ในสำนักข่าวท้องถิ่นเมืองเจียงหนาน มักจะถามคำถามที่ผู้คนไม่
สามารถตอบได้ และวันนี้เธอตั้งใจเตรียมคำถามมาเป็นพิเศษ หลังจาก
พูดจบเธอจึงมองหลินโม่โม่อย่างเย้ยหยัน เพื่อรอให้ประธานสาวสวย
คนนี้ได้รับความอับอาย
แม้หลินโม่โม่จะค่อนข้างตกใจ แต่เธอดำรงตำแหน่งประธานมา
นานหลายปี จึงมีความสามารถพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่
คาดคิดเช่นนี้ได้ ดังนั้นเธอจึงพูดด้วยสีหน้าสงบ “ สาเหตุที่ฉันจ้างฉิน
ห้าวตงมาเป็นแพทย์สุขภาพของหลินชื่อกรุ๊ป เพราะเขาเป็นหมอที่มี
ทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม ก่อนหน้านี้ฉันได้รับบาดเจ็บสาหัสจาก
อุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่เขาเป็นคนช่วยชีวิตฉันไว้ ”
เธอพยายามตอบหลีกเลี่ยงประเด็นสำคัญและหลบหลีกคำถาม
โจมตีของหลี่เยวียนเยวียนในทางที่เบาที่สุด
อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าหลี่เยวียนเยวียนไม่อยากปล่อยคำถามนี้
ไป เธอยังคงถามต่อ “ประธานหลิน คุณยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลย คุณ
รู้หรือเปล่าคะว่าฉินห้าวตงมีใบรับรองคุณวุฒิทางการแพทย์หรือไม่ ?
ฉันได้ยินมาว่าตอนนี้คุณมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับเขา เพราะเหตุนี้
หรือเปล่าที่ทำให้คุณเพิกเฉยเรื่องที่เขารักษาคนไข้โดยผิดกฎหมาย ? ”
คำถามนี้บาดลึกเสียดแทงเสียยิ่งกว่าคำถามแรกอีก ถ้าหลินโม่โม่
ตอบว่าเธอปล่อยให้ฉินห้าวตงเป็นแพทย์ด้านสุขภาพของบริษัททั้งที่
รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่มีใบรับรองคุณวุฒิทางการแพทย์ สถานการณ์
ทั้งหมดจะเปลี่ยนไปทันที และเธอจะต้องแบกรับโทษทางกฎหมายแต่
เพียงผู้เดียว
แน่นอนว่าหลินโม่โม่ไม่มีทางตกหลุมพรางของหลี่เยวียนเยวียน
เธอพูดขึ้น “ คุณนักข่าว ระวังคำพูดของคุณด้วย ตอนนี้ยังไม่มีอะไร
ระบุแน่ชัดว่าฉินห้าวตงทำผิดกฎหมายหรือเปล่า และปัญหานี้ไม่ใช่
ปัญหาที่คุณหรือฉันจะมายืนยัน ต้องมีหลักฐานจากทางเจ้าหน้าที่
ตำรวจก่อน ”
หลี่เยวียนเยวียนยังถามต่ออีกว่า “ ประธานหลิน แม้ว่าเราต้องรอ
การยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน แต่ฉินห้าวตงยังเป็นนักศึกษา
แพทย์ชั้นปีที่สี่ของวิทยาลัยการแพทย์เจียงหนาน คุณไม่รู้เรื่องนี้เหรอ
? ”
“ ฉันรู้ ”
“ นักศึกษาแพทย์คนหนึ่งที่ยังเรียนไม่จบจะไม่ได้รับใบรับรอง
คุณวุฒิทางการแพทย์ นี่เป็นความรู้ทั่วไปที่ใครก็รู้ หรือว่าคุณไม่รู้ ? ”
หลี่เยวียนเยวียนเก่งมากในเรื่องแบบนี้ เมื่อเธอไม่ได้รับข้อมูลอะไร
เลยจากคำถามที่เธอเพิ่งถามไปเป็นชุดเมื่อกี้ ดังนั้นเธอจึงเล่นจุดอ่อน
ของหลินโม่โม่ทันที เป็นที่ทราบกันดีว่าฉินห้าวตงยังเรียนไม่จบ ดังนั้น
หลินโม่โม่จึงไม่อาจปฏิเสธได้
หลินจื่อเกา หลินผิงเฉาและจ้าวจงเฉินพอใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็น
หลินโม่โม่มีสีหน้าประหม่าขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าวันนี้แผนการจะไปได้
สวย อีกเดี๋ยวหลินโม่โม่ก็จะถูกทำลายและพวกเขาจะกดดันให้เธอออก
จากตำแหน่งประธาน
หลังจากลังเลไปพักหนึ่ง หลินโม่โม่จึงพูดขึ้น “ เอ่อ……ฉันไม่ได้คิด
มากขนาดนั้น ฉันแค่รู้ว่า ฉินห้าวตงมีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม
และมีความสามารถมากกว่าการรักษาพยาบาล ”
“ ประธานหลิน คุณเอาแต่พูดว่าฉินห้าวตงมีทักษะทางการแพทย์
ที่ยอดเยี่ยม แต่ฉันนึกไม่ออกจริงๆ ว่านักศึกษาแพทย์คนหนึ่งที่ยังเรียน
ไม่จบจะมีความสามารถขนาดไหนกันเชียว ? ที่คุณพูดแบบนี้เป็นเพราะ
คุณรักเขามากเกินไปหรือเปล่า ? อย่างน้อยคุณควรพิสูจน์ให้ฉันดูนะ ?
”
หลี่เยวียนเยวียนถามคำถามออกมาเป็นชุดอีกครั้ง แถมคำถามแต่
ละคำถามทั้งบาดลึกทั้งยากที่จะตอบ โดยเฉพาะคำถามสุดท้าย มัน
เหมือนกับดาบสองคม
ถ้าหากหลินโม่โม่สามารถเปิดเผยเคสคนไข้ที่ฉินห้าวตงทำการ
รักษาให้จริง มันจะยิ่งเป็นการเพิ่มความผิดให้กับเขามากขึ้นเนื่องจาก
ทำการรักษาคนไข้อย่างผิดกฎหมาย แต่ถ้าหากไม่เปิดเผยออกมา มันก็
ไม่มีวิธีพิสูจน์ว่าทักษะการแพทย์ของฉินห้าวตงนั้นดีจริง
หลินผิงเฉาพยักหน้าเล็กน้อย ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ธรรมดา
ไม่เสียเงินเปล่าจริง ๆ ทำเอาหลินโม่โม่ประสบปัญหามากมายเลย
หลินโม่โม่รู้ดีว่าคำถามนี้ต้องการอะไร เพราะฉะนั้นจะตอบหรือไม่
ตอบก็มีค่าเท่ากัน ขณะที่เธอกำลังลำบากใจอยู่นั้น ฉินห้าวตงที่นั่งเงียบ
มาโดยตลอดก็เป็นฝ่ายเปิดปากพูดบ้าง
“ คุณนักข่าว ผมพิสูจน์ให้คุณดูได้นะ”
หลี่เยวียนเยวียนมองฉินห้าวตงอย่างนึกสนุก ก่อนจะเอ่ยถาม “
คุณจะพิสูจน์ยังไง ? ”
ฉินห้าวตงไม่ได้ตอบคำถามของเธอออกไปโดยตรง แต่เขากลับ
หยิบรีโมทแล้วเปิดจออิเล็กทรอนิกส์ในห้องประชุม
ห้องประชุมของหลินชื่อกรุ๊ปติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวก
อิเล็กทรอนิกส์ไว้มากมาย หน้าจออิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่เป็นหน้าจอ
ที่ทันสมัยและก้าวหน้าที่สุด เพียงแต่ว่าไม่มีใครรู้ว่าฉินห้าวตงกำลังจะ
ทำอะไร
ในขณะที่สายตาของทุกคนกำลังจับจ้องไปที่จอ ภาพบนจอ
กระพริบอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็ตัดไปที่ช่องต่างประเทศของ Huaxia
TV ซึ่งมีการให้สัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับการประชุมทางธุรกิจของ
ประเทศจีน ในหน้าจอคือมัลดีนี ยักษ์ใหญ่ทางการเงินระดับโลกกำลัง
ให้การสัมภาษณ์อยู่
ผู้สัมภาษณ์ถามว่า “ คุณมัลดีนี ยินดีต้อนรับสู่การประชุม
เศรษฐกิจของประเทศจีน คุณช่วยบอกเราหน่อยได้ไหมว่าจุดประสงค์
หลักที่คุณมาประเทศจีนในครั้งนี้คืออะไร ? คุณจะมาลงทุนในประเทศ
จีนหรือไม่ ? ”
ตอนนี้ทุกคนในห้องประชุมเกิดอาการงง ฉินห้าวตงบ้าไปแล้วหรือ
ไง ? ในเวลานี้เขากำลังโดนสงสัยว่าให้การรักษาคนไข้อย่างผิดกฎหมาย
แต่เขายังจะให้ทุกคนดูรายการประชุมทางเศรษฐกิจเนี่ยนะ
หลี่เยวียนเยวียนถามอย่างไม่เข้าใจ “ พวกคุณจะพิสูจน์ทักษะ
ทางการแพทย์ไม่ใช่เหรอ ? จะให้พวกเราดูรายการทีวีทำไม ? ”
ฉินห้าวตงพูดอย่างเฉยเมย “ อย่ารีบร้อนสิ ดูไปอีกไม่กี่นาที เดี๋ยว
คุณก็จะเจอคำตอบแล้ว ”
บนหน้าจอ มัลดีนีกล่าวว่า “ พูดตามความเป็นจริง จุดประสงค์ที่
ฉันมาที่นี่ไม่ใช่เพราะจะมาลงทุนทางเศรษฐกิจ แต่ฉันมาพบแพทย์ ”
เขายื่นมือชี้มาที่หัวอวบอ้วนของตัวเองก่อนจะพูดขึ้น “ ช่วงก่อน
หน้านี้ฉันพบเนื้องอกในสมอง แม้มันจะไม่ใช่ชนิดร้ายแรง แต่มันก็ทำให้
ฉันปวดหัวเป็นประจำและมันทรมานมาก เนื้องอกไม่ได้ซับซ้อน มัน
สามารถเอาออกได้ง่ายโดยการผ่าตัด แต่ฉันปฏิเสธยาชาและยาสลบ
เพราะฉันต้องการให้สมองตื่นตัวตลอดเวลา มันจึงเป็นงานยากสำหรับ
แพทย์คนอื่น ดังนั้นฉันจึงเลือกมาทำการรักษากับแพทย์แผนจีนใน
ประเทศจีน ”
หลังจากฟังมัลดีนีพูดจบ ดวงตาของพิธีกรก็เป็นประกายสดใส
ทันที แม้ว่ายักษ์ใหญ่ทางการเงินของโลกคนนี้จะไม่ได้ให้ความเห็นใด ๆ
เกี่ยวกับเรื่องการเงิน แต่คำพูดเมื่อครู่นี้ของเขาก็เพียงพอที่จะดึงดูดทุก
สายตาจากคนทั่วโลกได้แล้ว
“ คุณมัลดีนีครับ แล้วคุณหาหมอที่เหมาะสมได้แล้วหรือยัง ?
ตอนนี้อาการป่วยของคุณเป็นอย่างไรบ้าง ? ผมพอจะรู้จักแพทย์แผน
จีนเก่งๆ อยู่หลายคน ให้ผมแนะนำให้คุณรู้จักไหม ”
“ ขอบคุณ แต่ตอนนี้ฉันหายดีแล้ว ” มัลดีนีชี้ไปที่หัวของเขาอีก
ครั้งแล้วพูดว่า “ ฉันเจอแพทย์แผนจีนที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งในประเทศ
จีน เขารักษาฉันด้วยวิธีแปลกประหลาด ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็สามารถรักษา
เนื้องอกในสมองของฉันจนหายดี ตอนนี้ฉันรู้สึกดีมากกว่าเมื่อก่อนเยอะ
”
“ เนื้องอกในสมองของคุณหายไปในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีเนี่ยนะ ?
คุณแน่ใจใช่ไหมว่าไม่ได้ผ่าตัดเอามันออกมา ? ”
“ ไม่ใช่แน่นอน คุณเห็นรอยผ่าตัดบนหัวฉันไหมล่ะ ? อีกอย่างถ้า
ต้องผ่าตัด แพทย์ระดับโลกเก่ง ๆ มีตั้งมากมาย ฉันจะมาถึงที่ประเทศ
จีนทำไม ? ”
มัลดีนีพูดจบจึงให้พิธีกรมองสำรวจบนหัวเขาอย่างละเอียด
จากนั้นพูดต่ออีกว่า “ แพทย์คนนี้ใช้วิธีการฝังเข็มและการครอบแก้ว
รักษาฉันจนเนื้องงอกหายดีแล้ว ”
พิธีกรอ้าปากค้าง เขาถามด้วยสีหน้าที่แทบจะไม่เชื่อ “ คุณบอกว่า
การฝังเข็มและการครอบแก้วสามารถรักษาเนื้องอกได้เหรอ ? คุณมั่นใจ
ใช่ไหมว่าไม่ได้กำลังล้อเล่นอยู่ ? ”
มัลดีนียิ้มก่อนจะพูดขึ้น “ ฉันมาที่นี่ด้วยตัวเอง ทำไมฉันถึงต้อง
ล้อเล่นด้วยล่ะ ถ้าไม่ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ฉันก็ไม่มีทางเชื่อเหมือนกัน
แต่ฉันต้องบอกเลยว่าแพทย์แผนจีนมันช่างน่าทึ่งจริงๆ หรือบางทีอาจ
ต้องพูดว่าแพทย์ที่รักษาฉันมีทักษะทางการแพทย์อันน่าทึ่ง ”
“ งั้นคุณช่วยบอกทีได้ไหมว่าเขาเป็นใคร ? เขาเป็นปรมาจารย์ด้าน
การแพทย์ของประเทศจีนหรือเปล่า ? ” พิธีกรถามอย่างตื่นเต้น
“ ไม่……ไม่ใช่ ” มัลดีนีโบกมือแล้วพูดอย่างจริงจัง “ เขาเป็นแพทย์
ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาในชีวิต แต่ตอนนี้เขายังเรียนไม่จบ
ยังเป็นเพียงแค่นักศึกษาชั้นปีที่สี่ของวิทยาลัยการแพทย์เจียงหนาน ชื่อ
ของเขาคือฉินห้าวตง บางคนก็เรียกเขาว่าหมอเทวดา”
รายการดำเนินมาถึงตรงนี้ ทั้งพิธีกรในจอรวมถึงผู้ชมทุกคนต่างพา
กันตกใจ คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ทำการรักษาให้มัลดีนีจะเป็นฉินห้าวตงที่มี
อายุเพียงยี่สิบกว่าปี
หลังจากพิธีกรหายตกใจ เขาจึงถามต่ออีกว่า “ คุณมัลดีนี คำถาม
ของผมอาจดูไม่มีมารยาท แต่คุณได้โปรดให้อภัยด้วย คุณแน่ใจหรือไม่
ว่าในสมองของคุณมีเนื้องอกอยู่จริง ? แน่ใจใช่ไหมว่าตอนนี้มันหายดี
แล้ว ? ตอนนี้ในสังคมมีคนหลอกลวงมากมาย คุณกำลังถูกหลอกอยู่
หรือเปล่า ? ”
“ คนที่หลอกฉันได้ยังไม่เกิดหรอก ” ดูเหมือนมัลดีนีจะอารมณ์ดี
มาก หลังจากพูดหยอกพิธีกรไปพักหนึ่งแล้ว เขาจึงพูดขึ้น “ หมอฉิน
ห้าวตงรักษาเนื้องอกในสมองของผมจนหายจริงๆ แต่คำถามเรื่อง
การแพทย์ให้หมอเจมส์เป็นคนตอบคุณดีกว่า ”
หลังเขาพูดจบ กล้องก็หันไปทางเจมส์ ใบหน้าของเจมส์ปรากฎขึ้น
บนจอขนาดใหญ่
“คุณเจมส์ แนะนำตัวหน่อยได้ไหมครับ ? ” พิธีกรรู้สึกตื่นเต้นมาก
ขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าหัวข้อในการสัมภาษณ์วันนี้มันจะหลุดจากประเด็น
เศรษฐกิจไปไกล แต่หัวข้อนี้ก็ดึงดูดสายตาชาวโลกได้เช่นกัน จำนวน
เรทติ้งของผู้ชมไม่มีทางตกอย่างแน่นอน ในทางตรงกันข้ามมันอาจจะ
เพิ่มสูงมากขึ้นด้วย
“ สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อเจมส์ เป็นสมาชิกของแพทยสมาคมโลก
เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและปอด ตอนนี้ผมเป็นลูกศิษย์ของหมอ
ฉิน ฉินห้าวตง ”
พิธีกรรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อเขาพูดมาถึงตรงนี้ ดีที่เขาเป็น
พิธีกรมืออาชีพ จึงไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก เขายังคงถามต่อ “ หมอ
เจมส์ครับ คุณเป็นถึงสมาชิกของแพทยสมาคมโลก แต่ทำไมให้
นักศึกษาแพทย์อายุยี่สิบกว่าปีมาเป็นอาจารย์ล่ะครับ ? คุณพูดผิดหรือ
เปล่า ? คุณเป็นอาจารย์ของหมอฉินใช่ไหม ? ”
จบตอน