คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 164: การแข่งขันอย่างยุติธรรม
ตอนที่ 164 การแข่งขันอย่างยุติธรรม
หลินผิงเฉาหงุดหงิด แต่เดิมเขาตั้งใจจะประจบหลินเซี่ยวเทียน
และทำให้ชายชราประทับใจในตัวเขา ดังนั้นเขาจึงตั้งใจเตรียม
ของขวัญสุดพิเศษไว้ให้คุณปู่ถึงสองชิ้น แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าทุก
อย่างกลับถูกทำลายโดยฉินห้าวตง
และตอนนี้ดูเหมือนว่าต่อให้ของขวัญทั้งสองชิ้นนั้นยังอยู่ในสภาพ
ดี ก็ไม่สามารถเทียบได้กับหยกรูปไก่ย่างตัวนั้นของหลินโม่โม่ ดูจาก
มูลค่าก็น้อยกว่าเป็นสิบเท่าแล้ว
ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว สถานะของเขาในสายตาของคุณปู่ไม่
เพียงแต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ในทางกลับกันอาจเลวร้ายยิ่ง
กว่าเดิมด้วยซ˺า ด้วยเหตุนี้เขาจึงทุ่มวางเดิมพันทั้งหมดในการเสี่ยงวัด
ดวงครั้งสุดท้าย
หลินจื่อเการีบดึงเขามาแล้วต่อว่า “ วันนี้เป็นวันเกิดของคุณปู่ จะ
ตะโกนให้มันได้อะไรขึ้นมา ? ยุติธรรมไม่ยุติธรรมอะไรกัน ? ”
หลินผิงเฉาไม่ยอม เขายังคงตะโกนเหมือนเดิม “ ไม่เป็นธรรม นี่
มันไม่ยุติธรรม ”
บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงเงียบเสียงลงอีกครั้ง หลินเซี่ยว
เทียนจ้องไปยังหลินผิงเฉาด้วยสีหน้าบูดบึ้งแล้วถามขึ้น “ ตรงไหนไม่
ยุติธรรม ? ”
หลินผิงเฉาโต้กลับ “ พี่หลินเป็นถึงประธานบริษัทหลินชื่อกรุ๊ป
สามารถควบคุมทรัพยากรทั้งหมดของบริษัทได้ เธอจึงสามารเลือกหยก
ได้มากมายหลายชนิด ถึงได้หาหยกเหลืองคุณภาพดีและหาช่าง
แกะสลักฝีมือดีมาแกะให้ได้ ถ้าผมเป็นประธานบริษัท จะต้องหา
ของขวัญที่ดีกว่าไอ้ของแบบนี้มาให้คุณปู่แน่นอน ”
หลังจากฟังเขาพูดจบ สีหน้าของหลินเซี่ยวเทียนจึงดูผ่อนลง ก่อน
จะพูดขึ้น “ มันไม่สำคัญหรอกว่าของของขวัญนั้นมีค่าแค่ไหน ถ้าพวก
เธอมีใจกตัญญู ฉันก็รับรู้มันได้อยู่แล้ว มันไม่มีอะไรที่ยุติธรรมหรือไม่
ยุติธรรมหรอก ”
หลายคนนึกว่าหลินผิงเฉาจะเข้าใจ แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าเขายังคง
ตะโกนต่อ “ คุณปู่ นี่มันไม่เป็นธรรม ! ผมเป็นหลานชายของตระกลู
หลินเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้นผมยังเป็นลูกชายคนเดียวในรุ่นที่สาม ตาม
อายุแล้วผมอ่อนกว่าพี่หลินแค่ 1 ปี ด้านการศึกษาผมก็ไม่แพ้เธอ ด้าน
ความสามารถผมก็ไม่ได้แย่ไปกว่าเธอ แล้วทำไมคุณปู่ต้องยกตำแหน่ง
ประธานให้เธอ ทำไมผมถึงไม่ได้รับตำแหน่งประธานของหลินชื่อกรุ๊ป ?
”
“ อวดดี ! ” หลินเซี่ยวเทียนตบโต๊ะด้วยความโกรธ “ เมื่อไหร่กันที่
หลานมีสิทธิ์เอาธุรกิจของครอบครัวมาพูดจาเหลวไหลแบบนี้ ! ”
แม้ในเวลาปกติหลินผิงเฉาจะกลัวคุณปู่ของเขามาก แต่วันนี้เขา
ตัดสินใจแล้ว ดังนั้นเขายังคงตะโกนต่อ “ คุณปู่ครับ ผมแค่อยากได้
โอกาสในการแข่งขันอย่างยุติธรรม แค่อยากลองแข่งกับพี่หลินดูสักครั้ง
ดูว่าใครกันที่เหมาะกับตำแหน่งประธานของหลินชื่อกรุ๊ป ! ”
ขณะที่หลินเซี่ยวเทียนกำลังโกรธถึงขีดสุดนั้น คนชราวัยหกสิบกว่า
ข้างๆ ก็พูดขึ้น “ พี่ใหญ่ ที่ผิงเฉาพูดก็ไม่ผิดนะ แต่ก่อนเขายังเด็ก จะให้
เขาไปเป็นประธานก็คงไม่เหมาะ แต่ตอนนี้ผิงเฉาไม่ใช่เด็กแล้ว ควรให้
โอกาสในการแข่งกับเขานะ ”
ชายชราคนที่พูดคือหลินเซี่ยวเฟิง ลูกพี่ลูกน้องของหลินเซี่ยวเทียน
เป็นสมาชิกสายตรงของตระกูลหลิน คำพูดของเขามีอิทธิพลเป็นอย่าง
มากในตระกูลหลิน
ชายชราอีกคนหนึ่งก็เห็นด้วยกับเขาทันที “ ใช่แล้ว ฉันว่าเจ้าเด็ก
ผิงเฉาคนนี้ก็ดูไม่เลวนะ ยังไงก็ควรให้โอกาสเขาสักครั้ง ”
เมื่อมีคนเริ่มพูด ทุกคนในรุ่นของหลินเซี่ยวเทียนต่างคนต่าง
ออกมาพูดสนับสนุนหลินผิงเฉา และในที่สุดชายชราอายุอานามแปด
สิบกว่าปีก็ลุกขึ้น เขาพูดด้วยน˺าสียงสั่นเทาว่า “ เซี่ยวเทียน ไม่ว่าจะพูด
ยังไงผิงเฉาก็เป็นผู้ชายในตระกูลของเรา โม่โม่ก็ไม่เลว แต่เธอก็เป็น
ผู้หญิง สุดท้ายเธอก็ต้องแต่งงานออกไปอยู่ดี ฉันว่ายังทันนะถ้านายจะ
ให้โอกาสผิงเฉาสักครั้ง ”
คนอื่นพูดเขาเลือกจะไม่ฟังได้ แต่ชายชราคนนี้เป็นผู้อาวุโสสูงสุด
ภายในบ้าน เขายังต้องเรียกชายชราคนนี้ว่าอาเจ็ดเลย ซึ่งชายชราคนนี้
เป็นตระกลูหลินรุ่นแรกที่เหลือเพียงคนเดียว
เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ หลินเซี่ยวเทียนมองออกแล้วว่านี่เป็นแผนการ
ที่หลินผิงเฉาวางไว้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีคนสนับสนุนเขา
มากมายเช่นนี้
คราวนี้หลินเสี่ยวเทียนตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที
ในฐานะหัวหน้าตระกูลเขาต้องปฏิบัติต่อทุกคนอย่างยุติธรรม แต่ตอนนี้
มีคนมากมายออกมาพูดแทนหลินผิงเฉา ถ้าไม่ฟังก็เหมือนวางอำนาจ
เป็นเผด็จการ ไม่มีความยุติธรรม แต่ถ้าเขาทำตามคำแนะนำ ไม่
เพียงแต่ทำให้เขาเสียศักดิ์ศรี แต่ยังไม่ยุติธรรมต่อหลินโม่โม่ที่พยายาม
เพื่อบริษัทมาหลายปี
ในขณะที่เขากำลังลังเลกับทางเลือกทั้งสองทางนี้อยู่ จู่ๆ หลินโม่โม่
ก็พูดขึ้นว่า “ คุณปู่คะ หนูก็อยากแข่งกับน้องอย่างยุติธรรมค่ะ ถ้าผิงเฉา
มีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งประธานบริษัทจริง หนูก็ยินดีจะ
ออกจากตำแหน่ง ”
“ ได้สิ ” หลินเซี่ยวเทียนถอนหายใจ เมื่อหลินโม่โม่เป็นคนเสนอที่
จะเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นธรรม แบบนี้เขาก็สบายใจขึ้นแล้ว
เขาหันไปถามหลินผิงเฉา “ อยากจะแข่งแบบไหน ? ”
เมื่อหลินผิงเฉาเห็นหลินเซี่ยวเทียนตอบรับแล้ว เขาก็รู้สึกดีใจเป็น
อย่างมาก การกระทำที่เขาพึ่งทำเมื่อครู่ไม่ใช่การตื่นตัวไปชั่วขณะ แต่
เป็นสิ่งที่เขาวางแผนไว้นานแล้ว รวมถึงคำพูดของผู้อาวุโสตระกูลหลิน
ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เขาชักชวนทั้งนั้น บางคนถึงกับต้องส่งของขวัญล˺า
ค่าไปให้
เมื่อเห็นว่าแผนที่เขาวางไว้สำเร็จ เขารีบระงับความตื่นเต้นแล้วพูด
ขึ้น “ ตระกูลหลินของพวกเราประกอบธุรกิจเกี่ยวกับหยกมาโดยตลอด
ผมหวังว่าผมกับพี่หลินจะแข่งกันเปิดร้านขายหยกโดยไม่ต้องพึ่งอำนาจ
จากหลินชื่อกรุ๊ป พึ่งแค่ตัวเองเท่านั้น ถึงเวลานั้นใครที่ได้รับผลกำไร
มากที่สุดก็จะเหมาะสมกับตำแหน่งประธานของหลินชื่อกรุ๊ป ”
หลินเซี่ยวเฟิงพูดสมทบ “ พี่ใหญ่ ความคิดนี้ไม่เลวเลยนะ ถ้า
สามารถบริหารจัดการร้านหยกได้ดี ก็พิสูจน์ได้ว่าจะสามารถบริหาร
หลินชื่อกรุ๊ปของพวกเราได้ ”
หลินเซี่ยวเทียนหันไปถามหลินโม่โม่ “ โม่โม่ หลานคิดว่าวิธีนี้
เป็นไงบ้าง ? ”
“ หนูเห็นด้วยค่ะ ”
หลินโม่โม่ตอบตกลงโดยไม่ลังเล
ในเวลานี้เธอเบื่อหน่ายกับการก่อกวนจากหลินผิงเฉาที่ทยอยมา
อย่างไม่ขาดสาย หวังว่าวิธีนี้จะทำให้หลินผิงเฉาสิ้นหวัง ถ้าหลินผิงเฉา
เป็นผู้ชนะ เธอก็เต็มใจจะมอบตำแหน่งประธานบริษัทให้เขา
“ งั้นก็ตกลงตามนี้ แต่เพื่อความเป็นธรรม เราต้องพูดคุย
รายละเอียดกฎเสียก่อน ” หลินเซี่ยวเทียนคิดครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้น “ ช่วง
นี้บริษัทของเราเพิ่งเปิดสาขาใหม่ที่เมืองเจียงหนาน ตอนนี้ยังไม่ได้เปิด
ทำการ มอบให้เป็นเวทีการแข่งขันของพวกเธอสองพี่น้องเป็นการ
ชั่วคราวแล้วกัน ในสาขานั้นจะแบ่งเป็นสองร้าน ให้พวกเธอคนละครึ่ง
พวกเธอก็ทำร้านของตัวเองที่นั่น จำกัดเวลาแค่หนึ่งวัน เริ่มตั้งแต่แปด
โมงเช้าจนถึงห้าโมงเย็น ใครที่ได้กำไรมากที่สุดถือเป็นผู้ชนะ ”
“ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอให้พวกเธอทั้งสองกลับไปเตรียมตัว การ
แข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นในอีกสามวันหลังจากนี้ ”
หลินเซี่ยวเฟิงหยักหน้าและพูดว่า “ วิธีนี้ถือว่ายุติธรรมที่สุด แต่
ภายในร้านยังต้องมีคนตัดสินเรื่องรายได้ ไม่อย่างนั้นสุดท้ายแล้วผล
กำไรที่ออกมาจะมีข้อกังขาเอาได้ ”
ในความเป็นจริงหลินเซี่ยวเฟิงต้องการเป็นผู้ตัดสินเอง แต่หลิน
เซี่ยวเทียนตามเกมน้องชายของตัวเองทัน เขารู้ว่าหลินเซี่ยวเฟิงอยู่ข้าง
หลินผิงเฉา ดังนั้นจึงไม่ให้โอกาสนี้แก่เขา “ ปัญหาเรื่องพยานตัดสิน
แก้ไขง่ายมาก ภายในร้านมีแคชเชียร์เพียงแห่งเดียว สินค้าที่ขาย
ออกไปจะเก็บเงินไว้ที่เดียวกัน ภายในแคชเชียร์จะมีจื่อเกาและจื่อเย
วียนเป็นคนดูแลร่วมกัน แบบนี้ก็หมดปัญหาแล้ว ”
เขาแก้ปัญหานี้ได้อย่างชาญฉลาดจริงๆ ถึงแม้หลินจื่อเยวียนและ
หลินจื่อเกาจะเป็นพี่น้องกัน แต่ก็ต้องโน้มตามลูกของตนเอง ดังนั้นให้
พวกเขาเป็นแคชเชียร์ร่วมกัน แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถทำบัญชี
ปลอมขึ้นมาได้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามหลินจื่อเยวียนยังคงพูดขึ้นด้วยความกังวล “ แม้วิธีนี้
จะดี แต่มันยังมีปัญหาอยู่จุดหนึ่ง เราจะป้องกันอย่างไรไม่ให้พวกเขา
ควักเงินของตัวเองมาซื้อของในร้านค้าตัวเอง ไม่อย่างนั้นมันจะ
กลายเป็นการแข่งอำนาจทางการเงินมากกว่าพรสวรรค์ของตน ”
หลินผิงเฉาตกใจในทันที เขาวางแผนที่จะใช้เงินของตัวเองเพื่อ
เอาชนะการแข่งขันนี้ เพราะถึงแม้กลยุทธิ์ด้านการขายของเขาจะเทียบ
หลินโม่โม่ไม่ได้ แต่ถึงเวลานั้นถ้านำเงินของตนออกมาซื้อสินค้าเอง
จะต้องได้ผลกำไรเยอะแน่ๆ แต่คิดไม่ถึงว่าคุณลุงจะชิงพูดออกไปก่อน
หลินเซี่ยวเทียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น “ ง่ายมาก ในวันนั้น
ผลกำไรทั้งหมดของทั้งสองฝ่ายจะถูกส่งมอบให้กับบริษัท ถ้าพวกเขา
เต็มใจบริจาคให้กับบริษัท ฉันจะรับไว้ด้วยความยินดี”
ถึงแก่แต่ก็ยังฉลาดเหมือนเก่า แม้ว่าวิธีการแก้ปัญหานี้จะไม่
สามารถรับประกันการแข่งขันที่เป็นธรรมได้ แต่ถ้าลองนึกภาพดู คงไม่
มีใครนำเงินจำนวนมากจากกระเป๋าของตนออกมาใช้ ทั้งที่รู้ว่าที่สุดท้าย
เงินจะตกเป็นของบริษัท
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาหันไปพูดกับหลินโม่โม่และหลินผิงเฉาว่า “
พวกเธอมีอะไรจะคัดค้านไหม ? ”
หลินผิงเฉาพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งโอกาสนี้ ดังนั้นเขา
จึงตอบกลับทันที “ ไม่มีครับ ”
หลินโม่โม่ตอบ “ หนูจะทำตามที่คุณปู่ว่าค่ะ ”
ณ ตอนนี้ถือว่าจบเรื่องวุ่นวายไปแล้วส่วนหนึ่ง จากนั้นงานเลี้ยงวัน
เกิดก็ดำเนินต่อไป
หลินโม่โม่และฉินห้าวตงกลับคฤหาสน์ตระกลูหลินพร้อมกันใน
ตอนบ่ายหลังจากงานเลี้ยงสิ้นสุดลง
แม่หนูน้อยเข้าประตูบ้านไปก็รีบขี่หลังของต้าเหมาแล้วออกไปวิ่ง
เล่นข้างนอกทันที ส่วนหลินจื่อเยวียนพูดกับหลินโม่โม่ “ โม่โม่ ที่จริง
วันนี้ลูกไม่ต้องตอบตกลงก็ได้นะ คุณปู่ไม่บังคับลูกหรอก ”
หลินโม่โม่ตอบ “ หนูรู้ว่าคุณปู่จะไม่บังคับหนู แต่หนูไม่อยากให้คน
อื่นมาว่าหนูได้ว่ามานั่งอยู่ในตำแหน่งประธานเพราะมีคุณปู่คอยช่วย
หนูอยากพิสูจน์ตัวเองค่ะ ”
“ อีกอย่างช่วงนี้ผิงเฉาชอบหาเรื่องยุ่งยากมาให้หนูอยู่เรื่อย หนู
หวังว่าผ่านพ้นเรื่องนี้ไปเขาจะเลิกหวังลมๆ แล้งๆ ได้แล้ว ”
“ แต่ว่า ถ้าเกิดลูกแพ้ขึ้นมาล่ะ ” หลินจื่อเยวียนถาม
“ แพ้ก็แพ้สิคะ ที่จริงหนูเหนื่อยกับการที่ต้องมานั่งตำแหน่ง
ประธานเต็มทีแล้ว ถ้าส่งมอบให้คนอื่นได้คงเป็นเรื่องดีค่ะ ”
“ ถ้าลูกรับได้ก็ดี ไม่ว่าลูกจะเลือกอะไร พ่อก็จะสนับสนุนลูก ”
หลินจื่อเยวียนพูดจบก็เดินขึ้นไปชั้นบน ทิ้งให้ฉินห้าวตงและหลิน
โม่โม่อยู่กันเพียงลำพัง
เมื่อเห็นว่าที่พ่อตาเดินจากไป ฉินห้าวตงก็จับมือของหลินโม่โม่แล้ว
พูดขึ้น “โม่โม่ วันนี้ที่ผมทำไปเป็นยังไงบ้าง ? ”
“ ยอดเยี่ยมมากเลย ขอบคุณนะที่เตรียมของขวัญสุดพิเศษให้กับ
คุณปู่ ” หลินโม่โม่หอมแก้มของฉินห้าวตง “ นี่คือรางวัลของคุณ ”
จากนั้นเธอก็พูดต่อว่า “ วันนี้คุณทำให้หลินผิงเฉาฉุนจัดเลย
ของขวัญที่เตรียมมามูลค่ากว่าสามสิบล้านหยวนถูกทำลายจนหมด เขา
จะต้องคลั่งแน่ ”
“ ใครให้เขามารังแกคุณล่ะ ไม่มีใครสามารถรังแกผู้หญิงของผมได้
ตามใจชอบ ” ฉินห้าวตงพูด “ แต่ว่าหลินผิงเฉาเจ้าเล่ห์เพทุบายมาก ถึง
เขาจะโกรธ แต่ยังห่างไกลจากคำว่าบ้าคลั่ง เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของ
แผนการในครั้งนี้ ”
หลินโม่โม่ถามอย่างแปลกใจ “ ที่คุณพูดมาหมายความว่า ที่เขาพูด
เรื่องการแข่งขันล้วนเป็นสิ่งที่เขาวางแผนไว้แล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ
ความไม่ตั้งใจใช่ไหม ? ”
ฉินห้าวตงตอบ “ แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะความไม่ตั้งใจ ไม่อย่างนั้น
จะมีคนมากมายออกมาพูดช่วยเขาเหรอ พวกนั้นต้องเป็นผู้ช่วยที่เขา
เตรียมไว้ล่วงหน้าแน่นอน ”
หลินโม่โม่ยังไม่ค่อยเชื่อ เธอจึงถามต่อ “ เป็นอย่างนั้นเหรอ? ถ้า
เขาเตรียมการไว้แล้ว แล้วทำไมยังต้องทุ่มทุนมอบของขวัญให้แก่คุณปู่
ล่ะ ทำไมไม่มาขอแข่งกับเราโดยตรง ? ”
“ คุณใช้ความสามารถของคุณในการทำธุรกิจ แต่เขาวางแผนใช้
คนในครอบครัวของเขา พวกเขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อแทนที่
ตำแหน่งประธานของคุณ ”
ฉินห้าวตงยังคงพูดต่อ “ ถ้าผมเดาไม่ผิด เขาน่าจะเตรียมแผนไว้
สองแผน แผนแรกคือใช้การประจบประแจงคุณปู่ผ่านของขวัญที่เขา
มอบให้ ถ้าคุณปู่ชื่นชอบและยกตำแหน่งประธานให้ขา มันจะเป็นอะไร
ที่ดีที่สุด แผนที่สองคือการบังคับคุณปู่ต่อหน้าทุกคน ขอให้คุณปู่ยอมให้
เขาและคุณได้แข่งขันกันอย่างยุติธรรม ”
“ แต่เพราะผมทำแผนแรกของเขาพัง ดังนั้นจึงเหลือเพียงแผน
สอง ”
หลินโม่โม่เงียบหลังจากได้ยินคำพูดของฉินห้าวตง เดิมทีเธอเป็น
คนฉลาดมาก แต่เธอไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยกับคนในครอบครัวของตน
ดังนั้นจึงไม่ได้คิดอะไรกับหลินผิงเฉามากมาย
ในเวลานี้ฉินห้าวตงถามขึ้น “ การแข่งครั้งนี้ คุณอยากชนะหรือว่า
แพ้ ? ”
จบตอน