คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 207: ดื่มเบียร์ดูการแสดง
ตอนที่ 207 ดื่มเบียร์ดูการแสดง
ในฐานะที่เป็นถึงชาวยุทธขั้นอ้านยอดฝีมือ เหลยเทียนรุ่ยไม่ใส่ใจ
เถาวัลย์กินคนตั้งแต่แรก ในสายตาของเขานั้น เจ้าสิ่งนี้ถึงแม้จะเก่งกาจ
กว่านี้ก็ไม่มีทางที่จะเก่งไปมากกว่าตัวเขาเองแน่นอน
ดังนั้นหลังจากที่เขาได้เข้าไปช่วยต่งซื่อไห่ออกมาแล้ว เขาก็ไม่ได้
รีบร้อนที่จะออกมา ในมือถือกระบี่เล่มยาวอยู่ เขาปราถนาที่จะแสดง
ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของเขาให้หูเสี่ยวเซียนได้เห็น
แต่ไม่นานนัก เขาก็ต้องเสียใจ เมื่อเผชิญหน้ากับเครือเถาวัลย์ที่สูง
เทียมฟ้า เจ้าพวกนี้มันรับมือได้ยากกว่าที่เขาจินตนาการไว้นัก เครือ
เถาวัลย์สิบเส้นจากทุกด้านโจมตีมาที่เหลยเทียนรุ่ย บางเส้นก็พุ่งเข้าใส่
ศีรษะของเขา บางเส้นพุ่งเข้ามาพันกระบี่ยาวในมือของเขา
เครือเถาวัลย์เหล่านี้มีการเคลื่อนไหวต่างกัน พวกมันเข้าจู่โจมและ
หลบหลีกอย่างมีทิศทาง ราวกับว่ามีคนคอยบัญชาการอยู่
“ ถอยเร็ว ! ”
เหลยเทียนรุ่ยยกกระบี่ยาวในมือขึ้นปัดป้องต้านแรงโจมตีของ
เครือเถาวัลย์ไว้ หลังจากที่เขาได้ตัดเครือเถาวัลย์เหล่านั้นจนกระจาย
ค่อยๆ ร่วงลงบนพื้นดิน แต่ทว่าเถาวัลย์กินคนเหล่านี้ดูเหมือนจะ
เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อถูกตัดออกไปหนึ่งเถา ก็งอกเพิ่มออกมา
อีกสองสามเถา การโจมตีทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ถึงแม้วาเขาจะอาศัยพลังยุทธของเขามาฝืนไว้ขนาดไหน แต่เขาก็
ทำได้แค่ฝืนต่อสู้ให้เสมอกันไว้ คิดอยากจะถอยออกมาชั่วคราวนั้นแทบ
จะเป็นไปไม่ได้เลย
ต่งซื่อไห่และจ้าวเฉียนคุณมีพลังยุทธไม่สูงเท่าเหลยเทียนรุ่ย พลัง
ยุทธของพวกเขาเพิ่งจะถึงขั้นหมิงขอบเขตที่เก้า การเผชิญหน้ากับ
เครือเถาวัลย์ที่สูงเสียดฟ้าเช่นนี้ก็มีความฉุกละหุกอยู่บ้าง ในที่สุดทั้ง
สองก็ต่อสู้จนถอยมายืนหลังชนหลัง ต่างคนก็ต่างป้องกันคนละด้าน ถึง
จะพอที่จะต้านทานการโจมตีของเถาวัลย์ได้ แต่ว่าก็ยังไม่พอที่จะทำให้
หลุดออกจากวงล้อมของพวกมัน
ในขณะเดียวกันนั้น เซี่ยจื่อตานและหวางหยวนเฉิงที่อยู่ด้านนอกก็
เริ่มมีการเคลื่อนไหว พวกเขาไม่ได้บุ่มบ่ามเข้าไปในวงการจู่โจมของ
เถาวัลย์กินคนนั่น ตรงกันข้ามพวกเขาแต่ละคนได้แบกปืนอาก้าอยู่ แล้ว
ยิงกราดเข้าใส่เถาวัลย์กินคนพวกนี้อย่างบ้าคลั่ง พยายามช่วยเหลือ
สหายทั้งสามที่อยู่ข้างในนั้น
ถึงแม้กระสุนที่กราดยิงออกไปจะยิงโดนเครือเถาวัลย์พวกนั้นได้
บ้าง แต่เครือเถาวัลย์มีจำนวนเยอะเกินไปแถมยังสูงเสียดฟ้า ทำให้
กระสุนเหล่านี้แทบจะสู้ไม่ได้ เหมือนน˺าน้อยย่อมแพ้ไฟ ซึ่งพวกเขาไม่
อาจช่วยคนที่อยู่ด้านในได้มากนัก
เมื่อเห็นว่าพรรคพวกตกอยู่ในอันตราย หูเสี่ยวเซียนก็หันมองมาที่
ฉินห้าวตงตามสัญชาตญาณแล้วพูดขึ้นอย่างตกใจว่า “ ห้าวตง นี่มัน
ปีศาจอะไรกัน ? ”
“ พืชชนิดนี้เรียกว่าเถาวัลย์กินคน ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ หาก
เข้าไปในบริเวณระยะจู่โจมรอบๆ ของมัน จะถูกพวกมันกินหมด ”
“ เหลวไหลชัดๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินเรื่องที่ว่ายังมีพืชที่กินคน
ได้ ” หูเสี่ยวเซียนดูไม่เชื่อ
“ แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง ” ฉินห้าวตงพูดแล้วชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่สูง
สิบกว่าเมตรที่มีขนาดสามคนโอบ “ คุณดูสิ นั่นคือแกนหลักของมัน ”
หูเสี่ยวเซียนมองตามที่ฉินห้าวตงชี้ เป็นไปตามที่พูด เถาวัลย์ที่สูง
เทียมฟ้าเหล่านั้นท้ายที่สุดต่างก็รวมอยู่บนต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น และแกน
หลักนั่นก็ทำหน้าที่ราวกับแม่ทัพที่คอยบัญชาอย่างเสร็จสรรพ คอยสั่ง
ให้ลูกน้องโจมตีเหลยเทียนรุ่ยและพรรคพวกอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมองตามลงไปที่ใต้ลำต้นนั้นพบว่ามีกองกระดูกสีขาวกองใหญ่
กระดูกเหล่านี้บางส่วนเป็นกระดูกของสัตว์ป่า และบางส่วนก็มีเค้าโครง
กระดูกมนุษย์โผล่ออกมาด้วย
ทั้งหมดนี้ทำให้หูเสี่ยวเซียนเชื่อแล้ว เธอจึงเอ่ยถามอย่างกังวลว่า “
ห้าวตง ถ้าอย่างนั้นพวกเราควรจะทำอย่างไรดี ? ”
“ ง่ายมาก ! ” ฉินห้าวตงพูดพร้อมกับเหมือนกำลังเล่นกล เขา
ควานเอาเบียร์สองกระป๋องและโค้กอีกหนึ่งกระป๋องออกมา แล้วยังมี
ปีกไก่ตุ๋นอีกหนึ่งห่อ
เขาเปิดกระป๋องเบียร์ยื่นให้กับหูเสี่ยวเซียน หลังจากนั้นก็ยื่นโค้กที่
เปิดแล้วให้กับแม่หนูน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ สุดท้ายเขาก็เปิดกระป๋องเบียร์
ให้กับตัวเอง พลางดื่มอย่างสำราญใจไปหนึ่งอึกพร้อมกับพูดขึ้นว่า “
ดื่มเบียร์ดูการแสดง เรื่องดีจะตายไป ”
เขาไม่ใช่แม่พระ คนพวกนี้จงใจวางกับดักเขาเอง ตอนนี้พวกเขา
ได้รับผลกรรมแล้ว ทำไมเขาต้องเข้าไปช่วยด้วย ?
ส่วนแม่หนูน้อยนั้นก็ยังคงเห็นด้วยกับคำพูดของป่าป๊าเสมอ เธอ
ร้องตะโกนอย่างชอบใจว่า “ ดีจังเลย ! ดีจังเลย ! มีปีกไก่ให้กิน มีโค้กให้
กินด้วย ” พูดจบเธอก็หยิบเอาปีกไก่หนึ่งชิ้นมากินเต็มปากเต็มคำ และ
ยังดื่มน˺าโค้กสลับกันด้วยความสำราญ
หูเสี่ยวเซียนนิ่งอึ้งไปเลย เธอคิดไม่ถึงเลยว่าภายใต้สถานการณ์
เช่นนี้ วิธีที่ว่าง่ายที่ฉินห้าวตงพูดไว้มันจะเป็นวิธีแบบนี้
ในตอนนี้ สถานการณ์การต่อสู้ทางฝั่งของเหลยเทียนรุ่ยก็
เปลี่ยนไป เถาวัลย์กินคนดูเหมือนจะมีวิธีการที่แยบยล พวกมันพบว่า
วิธีการโจมตีแบบนี้ เป็นวิธีที่ไม่สามารถสู้รบกับทั้งสามคนได้ ดังนั้นมัน
จึงเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีอย่างฉับพลัน ทุกครั้งจึงบิดสายเถาวัลย์เข้า
ด้วยกันสามสี่เส้น จากนั้นถึงค่อยโจมตีไปยังพวกเขาทั้งสามคน
ถึงแม้วิธีนี้ดูแล้วเหมือนว่าเป็นวิธีง่ายๆ แต่กลับเปลี่ยนสถานการณ์
ในการต่อสู้ได้อย่างทันที เดิมทีเหลยเทียนรุ่ยสามารถตัดเถาวัลย์ให้ขาด
ลงได้ทุกครั้งที่กวัดกว่งดาบ แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำได้แล้ว การที่จะตัด
ให้ขาดเป็นสองท่อนนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะยับยั้งการโจมตีจากเครือ
เถาวัลย์ไว้ได้
ภายใต้สถานการณ์ที่ถูกปิดล้อมไว้นั้นทำให้ไม่สามารถตัดเจ้าเครือ
เถาวัลย์ให้ขาดออกได้ ผลที่ตามมาคือมันร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่นาน
เหลยเทียนลุ่ยก็ถูกเครือเถาวัลย์เส้นใหญ่โอบล้อม โดยมันเริ่มรัดแขน
ของเขา จากนั้นก็เป็นขาทั้งสอง สุดท้ายแม้แต่กระบี่เล่มยาวของเขาก็
ถูกรัดจนแน่นสนิท
“ ช่วยฉันด้วย ! รีบช่วยฉันที ! ”
เมื่อเรื่องมาถึงตอนนี้ เหลยเทียนรุ่ยตกใจกลัวสุดขีด เขาทั้งร้อง
ตะโกนให้พรรคพวกช่วยเหลือ อีกทั้งยังหมุนตัวไปรอบๆ เพื่อหวัง
ทำลายเครือเถาวัลย์ที่รัดบนตัวของเขา แต่ว่าเครือเถาวัลย์พวกนี้เหนียว
มาก แม้แต่คมดาบคมกระบี่ก็ไม่อาจตัดมันให้ขาดได้ พลังภายในของ
เขาก็เช่นกัน
ในชั่วพริบตาเดียว เขาไม่เพียงแต่ไม่สามารถดิ้นหลุดออกมาได้
ตรงกันข้ามแขนและหัวทั้งหมดล้วนถูกเครือเถาวัลย์พันรัดเอาไว้จน
หมด ตอนนี้ทั้งตัวเขาถูกห่อไว้เหมือนบ๊ะจ่างสีเขียวหนึ่งชิ้น
แม้แต่ยอดฝีมือขั้นอ้านอย่างเขายังถูกเถาวัลย์กินคนจับเอาไว้ได้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงต่งซื่อไห่กับจ้าวเฉียนคุนเลย ดาบและมีดสั้นในมือของ
ทั้งสองคนนั้นถูกเถาวัลย์กินคนยึดไปแล้ว จากนั้นมันก็รัดพวกเขาไว้
คล้ายกับบ๊ะจ่างเหมือนกัน แล้วยกพวกเขาขึ้นไปกลางอากาศ
หวางหยวนเฉิงและเซี่ยจื่อตานเห็นว่าพรรคพวกตกอยู่ในอันตราย
จึงทิ้งปืนอาก้าในมือ แล้วหยิบเอามีดใหญ่สองเล่มพุ่งเข้าไป ในความ
เป็นจริงนั้น การกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นวิธีที่โง่มากเพราะพวกเขาเข้าไป
ในระยะการโจมตีของเถาวัลย์กินคน ไม่ถึงสองนาทีพวกเขาก็ถูกเถ้า
วัลย์โอบรัดไว้เช่นกัน
ทั้งห้าคนถูกเครือเถาวัลย์จับแขวนไว้ในอากาศ แล้วค่อยๆ ดึงเข้า
มาใกล้แกนของต้นของเถาวัลย์กินคน และในตอนนั้นเองที่แกนของต้น
เถาวัลย์กินคนก็มีรอยแยกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราวหนึ่งเมตรเป็น
เหมือนรูปปากขนาดใหญ่ ดูราวกับเป็นปากที่ใช้กินคน สิ่งที่น่ากลัวที่สุด
คือของเหลวสีขาวที่ไหลหยาดเยิ้มออกมาดูเหมือนกับน˺าลายของมัน
เมื่อเห็นกระดูกสีขาวในรูข้างล่างต้นไม้แล้ว เหลยเทียนลุ่ยและคน
อื่นๆ ก็ตกใจกลัวสุดขีด พวกเขาพยายามดิ้นรนต่อสู้อย่างสุดชีวิต แต่ว่า
ภายใต้การบีบรัดของเครือเถาวัลย์นั้น ทำให้การต่อสู้ดิ้นรนของพวกเขา
ดูไร้ประโยชน์ไปในทันที พวกเขาจึงทำได้เพียงมองดูหลุมใต้ต้นไม้ที่น่า
หวาดกลัวนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
หูเสี่ยวเซียนเริ่มที่จะนั่งไม่ติดที่แล้ว ในฐานะสมาชิกของสำนักเซ
วียนหยวนคนหนึ่ง เธอไม่อาจมองดูพรรคพวกของตัวเองกลายเป็น
อาหารอันโอชะของเจ้าเถาวัลย์กินคนเช่นนี้ได้
“ คุณกับถังถังอยู่ตรงนี้ก่อนนะ ห้ามเข้าใกล้เจ้าสิ่งประหลาดนั่น
เด็ดขาด ”
หลังจากกำชับแล้ว หูเสี่ยวเซียนก็ชักดาบวชิระม่วงด้ามนั้นออกมา
หลังจากตะโกนสุดเสียงแล้วก็พุ่งเข้าหาเถาวัลย์กินคนทันที
ฉินห้าวตงก็ดื่มเบียร์ไปอีกหนึ่งอึก พลางหยิบปีกไก่อีกหนึ่งชิ้นแล้ว
พูดว่า “ ยังจะดึงดันแบบนี้อยู่อีกเหรอ แบบนี้มันไร้ประโยชน์ไม่ต่าง
อะไรจากการผายลมหรอก ทำได้แค่เปลี่ยนรสชาติให้กับเถาวัลย์กินคน
เท่านั้นแหละ”
แม่หนูน้อยแทะปีกไก่ไปด้วยและพูดไปด้วยว่า “ ป่าป๊า น้าเสี่ยว
เซียนสู้เจ้าตัวประหลาดนั่นไม่ได้เหรอคะ ? ”
ฉินห้าวตงจึงตอบว่า “ รีบเข้าไปและรีบออกมาก็ยังยากที่เธอจะทำ
ได้ ถ้าอยากจะเข้าไปช่วยคนออกมานั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพียงแต่
จะเป็นการเอาตัวเองเข้าไปเพิ่มเท่านั้นเอง ”
พลังยุทธของหูเสี่ยวเซียนบรรลุถึงขั้นอ้านขอบเขตที่สองแล้ว บวก
กับในมือยังมีดาบวิเศษอีกด้วย ในตอนที่เพิ่งจะเข้าไปยังนับว่าราบรื่นดี
อยู่ เครือเถาวัลย์มากมายถูกเธอตัดขาด ไม่นานก็เข้าใกล้เหลยเทียนรุ่ย
แต่ไม่นานเจ้าเถาวัลย์กินคนก็ปรับกลยุทธิ์อีกครั้ง จากตอนแรกที่
มัดรวมเถาวัลย์สามเส้นเข้าด้วยกัน หลังจากที่เห็นว่าหยุดการโจมตีของ
หูเสี่ยวเซียนไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว มันจึงเปลี่ยนเป็นหกถึงเจ็ดเส้น
รวมกันเหมือนเชือกหนาเส้นหนึ่ง เช่นนี้แล้วต่อให้ดาบวชิระม่วงจะคม
สักเท่าไหร่ก็ไม่อาจตัดมันให้ขาดได้
ในการต่อสู้กันกับเถาวัลย์กินคนนั้น ถ้าหากว่าไม่มีวิธีที่จะตัดเครือ
เถาวัลย์ได้ ผลลัพธ์ก็มีเพียงอย่างเดียวคือถูกมันจับไว้ ดังนั้นพวกเขาทั้ง
หกคนจึงถูกเถาวัลย์รัดไว้แขวนลอยอยู่กลางอากาศ ดูท่าแล้วต้อง
กลายเป็นอาหารของมันแน่ๆ
แม่หนูน้อยมีความสัมพันธ์กับหูเสี่ยวเซียนอย่างดี หลังจากที่เห็นว่า
เธอถูกจับแล้ว จึงวางปีกไก่ลงแล้วร้องขึ้นว่า “ ป่าป๊า ถังถังต้องใช้ไฟ
เผาเพื่อช่วยน้าเสี่ยวเซียนออกมา ”
ฉินห้าวตงจึงรีบพูดขึ้นว่า “ ไม่ได้ ทำไม่ได้ ที่นี่คือป่าใหญ่ จะเผา
แบบนั้นไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเสินหนงเจี้ยทั้งหมดจะถูกทำลายลง อีกอย่าง
การเผานั่นไม่เพียงช่วยน้าเสี่ยวเซียนออกมาไม่ได้ ในทางกลับกัน
อาจจะเป็นการย่างสุกพวกเขาด้วย ”
พูดเป็นเล่น ! ไฟที่แม่หนูน้อยจะเผานั้นเป็นไฟที่มีติดตัวมาแต่
กำเนิด ถ้าหากถูกเธอเผาอย่างนี้แล้ว เกรงว่าต่อนี้ไปเสินหนงเจี้ย
ทั้งหมดอาจกลายเป็นเขาหัวโล้นก็ได้
ดังนั้นแม่หนูน้อยจึงร้องโวยวายขึ้นว่า “ ป่าป๊า ถ้าอย่างนั้นป่าป๊าก็
รีบคิดหาวิธีช่วยน้าเสี่ยวเซียนออกมาสิคะ ”
“ วางใจเถอะ มีป่าป๊าอยู่ น้าเสี่ยวเซียนไม่เป็นไรหรอก ”
คนอื่นถูกจับ ฉินห้าวตงสามารถนั่งลงแล้วดื่มเบียร์ดูการแสดงได้
แต่หูเสี่ยวเซียนถูกจับไป เขาไม่อาจไม่สนใจไม่ได้ ดังนั้นพูดแล้วเขาก็ลุก
ขึ้นยืน ในมือยังถือกระป๋องเบียร์ไว้อยู่ จากนั้นค่อยๆ เดินเข้าไปหา
เถาวัลย์กินคน
หูเสี่ยวเซียนแม้ว่าจะถูกจับแขวนไว้ แต่ก็มองเห็นได้ชัดเจนว่าฉิน
ห้าวตงเดินอย่างสบายอกสบายใจเข้ามา เจ้าหนุ่มคนนี้ทั้งเดินไปด้วยดื่ม
เบียร์ไปด้วย ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่ ! ไม่รู้หรือว่าเจ้าเถาวัลย์
กินคนนี้มันดุร้ายขนาดไหน ?
เธอจึงกรีดร้องตะโกนสุดเสียงว่า “ ห้าวตง คุณรีบกลับไป พาถังถัง
ออกไปจากที่นี่ มันอันตรายเกินไป อย่าเข้ามาเด็ดขาด ”
ในสายตาของเธอ ถึงแม้ว่าฉินห้าวตงจะดูมีฝีมืออยู่บ้าง แต่เมื่อ
เทียบกับเธอแล้วยังห่างชั้นกันมากเลยทีเดียว แม้แต่ตัวเองยังถูกเจ้า
เถาวัลย์กินคนที่แสนน่ารังเกียจนี้จับเอาไว้ ฉินห้าวตงเข้ามาก็เป็นได้แค่
ส่งตัวเองมาเป็นอาหารให้มันเท่านั้น
ฉินห้าวตงชำเลืองมอง เห็นสีหน้าที่ดูกระสับกระส่ายของหูเสี่ยว
เซียน ในหัวใจก็รู้สึกร้อนผ่าวทันที ผู้หญิงคนนี้ที่แท้แล้ว จริงใจกับเขา
มากนัก ทั้งที่เป็นเวลาเช่นนี้ ยังห่วงความปลอดภัยของเขาอีก
เขาเดินไปด้วยยิ้มไปด้วยแล้วพูดว่า “ ไม่ต้องกลัว ผมเป็นเพื่อนกับ
มัน เห็นหน้าผมแล้วมันก็ไม่กินคุณแล้ว ”
“ คุณมันบ้าไปแล้ว เวลานี้ยังจะมาพูดเล่นอีก รีบหยุดนะ
ไม่อย่างนั้นมันจะกินคุณแน่…… ”
หูเสี่ยวเซียนกรีดร้องตะโกนสุดเสียง แต่กลับเห็นว่าฉินห้าวตงได้
เข้ามาในระยะโจมตีของเถาวัลย์กินคนเรียบร้อยแล้ว เธอหลับตาลง
ทันที ไม่อยากเห็นคนที่ตัวเองรักต้องมาถูกเถาวัลย์กลืนกินเช่นเธอ
แต่พอผ่านไปสักครู่หนึ่ง ก็ไม่ได้ยินเสียงการโจมตีของเถาวัลย์กิน
คนอีกเลย มีเพียงมืออุ่นๆ ที่ตบแก้มของเธออยู่เบาๆ แล้วพูดด้วย
น˺าเสียงหยอกล้อว่า “ เฮ้ คุณทำอะไรอยู่ ? ยังหลับตาอยู่อีกเหรอ นี่ยัง
ไม่ถึงเวลานอนนะ ใช้ที่นี่เป็นเปลญวณหรือไง ? ”
“ เอ่อ…… ” หูเสี่ยวเซียนลืมตาขึ้น เห็นแค่ใบหน้าที่หล่อเหลาของ
ฉินห้าวตงอยู่ต่อหน้าเธอ และเถาวัลย์กินคนเหล่านั้นก็ยังห้อยอย่างสงบ
อยู่ข้าง ๆ แถมยังไม่จู่โจมฉินห้าวตงด้วย
ดังนั้นเธอจึงถามขึ้นด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจว่า “ นะ……นี่มันเกิด
อะไรขึ้นกันแน่ ? ทำไมเจ้าพวกนี้ไม่จู่โจมคุณ ? ”
ไม่เพียงแต่เธอที่แปลกใจ แต่คนอื่นอีกห้าคนก็แปลกใจอย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่งซื่อไห่ แผนการวันนี้ทั้งหมดล้วนเป็นเขาที่วาง
เอาไว้ แต่เขากลับคิดไม่ถึงว่าเจ้าเถาวัลย์กินคนนี้กลับไม่มีปฏิกิริยาต่อ
ฉินห้าวตงเลย หรือว่าเจ้าหนุ่มนี่รสชาติไม่ถูกปากเถาวัลย์กินคนนี้ ?
ฉินห้าวตงยิ้มตอบ “ ผมบอกคุณไปแล้วนี่ว่าผมกับมันเป็นเพื่อนกัน
”
พูดเสร็จเขาก็ตบไปที่เครือเถาวัลย์บนตัวของหูเสี่ยวเซียนแล้วพูด
ว่า “ ปล่อยเธอ เธอเป็นเพื่อนของฉัน ! ”
ราวกับมันเข้าใจในสิ่งที่ฉินห้าวตงพูด เครือเถาวัลย์ของเจ้าเถาวัลย์
กินคนที่โอบรัดหูเสี่ยวเซียนอยู่เริ่มปล่อยเธอออกอย่างช้าๆ หลังจากนั้น
ก็วางเธอลงบนพื้นอย่างเบาๆ ที่น่าสนใจที่สุดคือมีเครือเถาวัลย์สอง
เครือตบลงที่ไหล่ของหูเสี่ยวเซียนสองครั้งเบาๆ คล้ายกับว่าเป็นการ
แสดงความขอโทษจากมัน
จบตอน