คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 229: สาวงามมักมีชีวิตอาภัพ
ตอนที่ 229 สาวงามมักมีชีวิตอาภัพ
ในเวลานี้แม่หนูน้อยไม่ยอมตัวติดกับฉินห้าวตง ซึ่งเป็นภาพที่หาได้
ยากมาก ในทางตรงกันข้ามเธอกลับเอาแต่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของ
หลินโม่โม่ การเดินทางไปเสินหนงเจี้ยในครั้งนี้ใช้เวลายาวนานถึงสิบวัน
เธอคิดถึงหม่าม๊าของเธอมาก
สามคนพ่อแม่ลูกเดินออกมาจากสนามบินด้วยกัน หลินโม่โม่หันไป
พูดกับแม่หนูน้อยว่า “ ถังถัง ออกไปเที่ยวกับป่าป๊านานขนาดนี้ สนุก
ไหม ? ”
“ สนุกมากค่ะ หนูกับป่าป๊าเห็นเสือดาว เสือโคร่ง วัวกระทิง เห็น
สัตว์เยอะแยะมากมายเลย แล้วก็ได้เห็นมดที่เก่งมากๆ ด้วย…… ” แม่
หนูน้อยอธิบายไปพลางกระโดดโลดเต้นไป ในที่สุดเธอก็พูดขึ้นอย่าง
ตื่นเต้นว่า “ หม่าม๊า หนูเรียนรู้ความสามารถที่เก่งมากๆ มาจากป่าป๊า
ด้วย ให้หนูทำให้หม่าม๊าดูไหม ? ”
“ ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด ! ” ฉินห้าวตงได้ยินก็รู้แล้วว่าแม่หนูน้อย
อยากจะแสดงดวงตาหงส์เพลิงให้หลินโม่โม่ดู เขาก็ตกใจในทันที เพราะ
ไฟที่แม่หนูน้อยปล่อยออกมานั้นใกล้เคียงกับไฟของจริงถึง 75% เธอ
อาจเผาสนามบินจนวอดได้ เขาจึงรีบออกปากห้ามเธอ “ ถังถังลืมที่พ่อ
กำชับหนูไปแล้วเหรอ อย่าใช้ไฟต่อหน้าคนอื่นเด็ดขาด ”
“ อ้อ ! ก็ได้ค่ะ ! ” แม่หนูน้อยพูดขึ้นอย่างผิดหวัง
หลินโม่โม่เองก็รู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ ดังนั้นเธอจึงพูดโน้ม
น้าวขึ้นว่า “ ถังถัง แม่รู้ว่าลูกเก่ง แต่ลูกต้องฟังที่พ่อพูด อย่าให้ใครรู้
เรื่องความสามารถของลูกเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นลูกจะถูกจับไปเพราะ
คนเขาคิดว่าลูกเป็นสัตว์ประหลาด ถึงตอนนั้นพ่อกับแม่ก็จะไม่เห็นหน้า
ถังถังแล้ว ”
“ อ่า ……. ถังถังรู้แล้ว ”
แม่หนูน้อยตอบรับอย่างว่าง่าย ตอนแรกหลังจากที่เธอเรียนรู้วร
ยุทธดวงตาหงส์เพลิงแล้ว เธอก็ตื่นเต้นอยากที่จะรีบแสดงให้หม่าม๊าดู
แต่ตอนนี้พอได้ยินว่าถ้าเกิดแสดงออกมาให้เห็นอาจจะไม่ได้พบหน้า
ป่าป๊ากับหม่าม๊าอีก เธอจึงลบความคิดนี้ออกไปจากหัวทันที
ขณะที่พูดคุยกันพวกเขาทั้งสามก็เดินออกมาจากสนามบินมาถึง
ขบวนรถที่หลินโม่โม่จัดเตรียมมา ฉินห้าวตงให้ฉางเตาทิ้งรถไว้ให้เขา
หนึ่งคัน โดยเขาจะเป็นคนขับและให้หลินโม่โม่กับแม่หนูน้อยนั่งเบาะ
ข้าง
เขาไม่ได้เลือกเส้นทางที่ใกล้ที่สุดในการกลับเมืองเจียงหนาน แต่
เลือกถนนเลียบชายฝั่งที่มีทิวทัศน์สวยงาม สามคนพ่อแม่ลูกพูดคุยกัน
อย่างสนิทสนม พวกเขาชื่นชมทิวทัศน์ด้านนอกกระจกรถไปด้วยพลาง
พูดคุยกันไปด้วย
ที่ด้านหน้ารถของฉินห้าวตงเป็นรถบรรทุกคันเล็กที่ด้านหลังเต็มไป
ด้วยกล่องกระดาษ เป็นเพราะเขากำลังชื่นชมกับเทวดาที่อยู่ด้านข้าง
ทำให้ฉินห้าวตงไม่รีบร้อนที่จะขับแซง เขาขับตามหลังรถบรรทุกคันนั้น
อย่างช้าๆ
แต่หลังจากขับไปได้สักพัก อยู่ๆ ก็มีรถเก๋งสีดำสามคันขับทะยาน
ขึ้นมาจากด้านหลัง เข้าจอดขวางถนนด้านหน้าเพื่อขวางรถบรรทุกคัน
เล็กไว้ ด้านหน้าไม่มีถนนให้ไปต่อแล้ว รถของฉินห้าวตงจึงจอดอยู่
ด้านหลังรถบรรทุก
หลังจากที่รถเก๋งสามคันจอดนิ่ง ทันใดนั้นก็มีพวกนักเลงที่ในมือถือ
ท่อเหล็กและมีดสั้นกระโดดลงมาจากในรถราว 7-8 คน คนที่เดินนำมา
คือนักเลงผมสีทอง เขาดึงประตูรถบรรทุกออก แล้วจับตัวคนขับรถลง
มา
ที่แท้คนขับรถบรรทุกก็คือหญิงสาววัยรุ่นอายุประมาณ 20 กว่าปี
ถึงแม้ว่าเธอจะสวมเสื้อคนงานตัวใหญ่ แต่ก็ไม่อาจปกปิดรูปร่างฮ๊อ
ตระเบิดระเบ้อของเธอได้
ฉินห้าวตงตกตะลึง โดยทั่วไปแล้วน้อยมากที่คนขับรถบรรทุกจะ
เป็นผู้หญิง แต่คนขับรถบรรทุกคันนี้ไม่เพียงแต่เป็นหญิงสาวคนหนึ่ง
เท่านั้น นอกจากนี้เธอยังเป็นหญิงสาวที่หน้าตาสะสวยอีกด้วย
หลังจากที่นักเลงจับตัวหญิงสาวลงมาจากรถบรรทุก เขาก็คว้าผม
เธอไว้แล้วเริ่มชกต่อยเตะตี
แม่หนูน้อยเองก็เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างนี้ ดังนั้นเธอจึงร้องตะโกน
อยู่ในรถว่า “ ป่าป๊าดูสิ คนเลวรังแกคุณน้าคนนั้น ป่าป๊ารีบไปช่วยคุณ
น้าเร็ว ”
ผู้ชายกลุ่มใหญ่รังแกผู้หญิงคนหนึ่ง แน่นอนว่าหากฉินห้าวตงพบ
เจอเรื่องแบบนี้เขาจะไม่สนใจก็ไม่ได้ อีกอย่างนักเลงพวกนี้ยังขวางทาง
เขาไว้อีกด้วย
เขาเปิดประตูลงมาจากรถ แล้วตะโกนใส่พวกนักเลงว่า “ หยุด
เดี๋ยวนี้ ! ”
นักเลงคนหนึ่งเหลือบมองฉินห้าวตง จากนั้นตะโกนขึ้นด้วยท่าที
หยิ่งยโสว่า “ รีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้ แกกล้ามายุ่งเรื่องนี้ได้ยังไง ไม่อยากมี
ชีวิตอยู่ต่อแล้วเหรอ ? ระวังฉันซัดแกเข้าล่ะ ”
เมื่อฉินห้าวตงลงจากรถ แน่นอนว่าพวกของฉางเตาจะต้องลงรถ
ตาม เมื่อเห็นว่านักเลงคนนี้กล้าพูดจาหยาบคายต่อหน้าเถ้าแก่ของตน
ฉางเตาจึงรีบเดินไปทันที
“ ไอ้เด็กน้อย อย่าเข้ามานะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฟันแกให้ตาย…… ”
นักเลงควงมีดสั้นในมือแล้วตะโกนขึ้นอย่างดุดัน แต่ยังไม่ทันที่เขา
จะตะโกนจบ เท้าของฉางเตาก็เตะมีดในมือของเขาออก จากนั้นก็ยื่น
มือไปคว้าผมของนักเลงคนนั้นแล้วตบหน้าหลายครั้ง ทำเอานักเลงคน
นั้นถึงกลับเลือดกลบปาก ฟันร่วงระนาว
เมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนถูกทำร้าย นักเลงผมทองคนนั้นจึงปล่อย
คนขับรถผู้หญิง แล้วหันไปตะโกนใส่ฉินห้าวตงอย่างบ้าคลั่ง “ ไอ้เด็ก
น้อย อย่าคิดว่าตัวเองมีเงินแล้วคนอื่นจะทำอะไรไม่ได้ พวกเราเป็นถึง
คนของบริษัทวิลสัน พวกแกจะมายั่วพวกเราไม่ได้หรอก รีบไสหัวไป
ตามที่ฉันบอกซะ ไม่อย่างนั้นก็น้อมรับชะตากรรมของตัวเองที่นี่ ”
ฉินห้าวตงลูบจมูกตัวเอง จากนั้นหันไปถามหลินโม่โม่ “ บริษัทวิล
สันนี่มันทำธุรกิจอะไร ? เจ๋งขนาดนั้นเลยเหรอ ? ”
หลินโม่โม่ตอบ “ บริษัทวิลสันเป็นบริษัทธุรกิจยาข้ามชาติขนาด
ใหญ่ แต่พวกเขาไม่เคยติดต่อธุรกิจกับทางหลินชื่อกรุ๊ป ทำให้ฉันไม่รู้
รายละเอียดของพวกเขาเท่าไหร่ ”
บริษัทยาบริษัทเดียวกล้าเลี้ยงพวกนักเลงไว้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ
แค่เห็นก็รู้แล้วว่าพวกนี้ไม่ใช่คนดี ฉินห้าวตงจงพูดกับนักเลงผมทองว่า
“ ปล่อยผู้หญิงคนนั้นซะ จากนั้นรีบใส่หัวไป ”
เมื่อเห็นว่าฉินห้าวตงต้องการที่จะช่วยหญิงสาว สีหน้าของนักเลง
ผมทองก็เปลี่ยนไปทันที เขาตะโกนขึ้นว่า “ ดูเหมือนว่าแกไม่อยากจะมี
ชีวิตอยู่แล้วสินะ กล้ายุ่งได้แม้กระทั่งเรื่องของบริษัทวิลสัน ”
หลังจากพูดจบเขาก็โบกมือ แล้วตะโกนสั่งพวกนักเลงข้างหลังว่า “
จัดการมัน ฆ่ามันให้ฉัน ”
ซึ่งไม่รู้ว่าพวกนักเลงพวกนี้ไม่มีสมองหรือว่าติดนิสัยบ้าคลั่งไปแล้ว
พวกเขากล้าที่จะพุ่งเข้าหาฉินห้าวตงจริงๆ แน่นอนว่าฉางเตาไม่มีทาง
ปราณีพวกคนแบบนี้แน่ ไม่นานเขาก็ซัดนักเลงพวกนี้จนฟันร่วงเต็มพื้น
นักเลงผมทองถูกฉางเตาเตะจนแขนหัก เขาจึงมองเห็นความจริง
ที่ว่าตนเองไม่อาจสู้ได้ ดังนั้นเขาจึงตะโกนใส่ฉินห้าวตงว่า “ ไอ้เด็กน้อย
แกรอฉันก่อนเถอะ ในเมื่อแกกล้ายั่วยุบริษัทวิลสัน แกไม่มีทางอยู่ดีแน่
”
หลังจากพูดขู่แล้ว เขาก็พาตัวเองไปขึ้นรถพร้อมกับพวกลูกน้อง
นักเลงที่ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นก็ขับหนีไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อพวกนักเลงไปแล้ว คนขับรถบรรทุกผู้หญิงคนนั้นก็ลุกขึ้นยืน
จากพื้น แล้วพูดกับฉินห้าวตงด้วยผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง “ น้องชาย ขอบคุณ
คุณมากจริงๆ ไม่อย่างนั้นวันนี้ฉันต้องจบแน่ ”
ในเวลานี้ฉินห้าวตงมองเห็นใบหน้าของหญิงสาวอย่างชัดเจน เธอ
สวยมากจริงๆ เพียงแต่ระหว่างคิ้วของเธอนั้นดูขมวดราวกับว่าเป็น
ความเศร้าที่ไม่อาจลบให้เลือนหายได้
เขาจึงพูดขึ้น “ แค่เรื่องเล็กน้อย ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรแล้วก็รีบไป
เถอะ ไม่อย่างนั้นถ้ารอจนคนพวกนั้นกลับมาอาจจะมีปัญหาเอาได้ ”
“ น้องชาย ขอบคุณนะที่ช่วยฉันไว้ ช่วยบอกชื่อและเบอร์ของคุณ
ได้ไหม ? วันนี้ฉันมีธุระด่วน แต่วันอื่นฉันอยากจะเลี้ยงข้าวคุณเป็นการ
ขอบคุณ ”
“ ผมชื่อฉินห้าวตง กินข้าวธรรมดาก็พอแล้ว เมื่อกี้นี้ก็ให้คนอื่นลง
แรงให้เท่านั้น ”
ฉินห้าวตงมองออกว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่คนร˹ารวยมีเงินทอง
ไม่อย่างนั้นหากดูจากความงามตามธรรมชาติของเธอ เธอจะมาสวมใส่
ชุดคนงานแบบนี้ได้ยังไง
“ แล้วพบกันใหม่น้องชาย วันหลังฉันจะไปหาคุณ ”
ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะมีเรื่องรีบร้อนจริงๆ เพราะเธอไม่ได้ขอ
เบอร์โทรศัพท์ของฉินห้าวตง ขณะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินไปขึ้นรถ
นั้น แต่หลังจากที่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวจู่ๆ เธอก็หันตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว
แล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้นว่า “ คุณชื่อฉินห้าวตง คุณ……คุณเป็น
หมอใช่ไหม ? ”
ฉินห้าวตงเริ่มรู้สึกประหลาดใจ คิดไม่ถึงเลยว่าหญิงสาวคนนี้จะ
รู้จักเขาด้วย ดังนั้นเขาจึงตอบกลับไป “ ใช่ ผมเอง ”
“ หมอ ขอร้องล่ะ ขอร้องคุณช่วยลูกสาวฉันด้วย ! ”
หญิงสาวคุกเข่าลงตรงหน้าฉินห้าวตง แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียง
ดัง
ฉินห้าวตงพยุงหญิงสาวขึ้นมาแล้วพูดว่า “ ไม่ต้องรีบร้อน มีอะไร
ค่อยๆ พูดออกมา ”
หญิงสาวเริ่มอธิบาย “ หมอ ฉันชื่อว่าหลิวหย่าเกอ ที่บ้านมีลูกสาว
อายุ 5 ขวบอยู่คนหนึ่ง เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมา 3 ปีแล้ว เป็น
เพราะอาการป่วยของลูกสาวนี่แหละ ดังนั้นฉันจึงมักที่จะเข้าดูข่าว
เกี่ยวกับหมอจากในอินเทอร์เน็ต เลยรู้ว่าคุณคือหมอ และรู้ว่าคุณไม่
จำเป็นต้องผ่าตัด ก็สามารถรักษาอาการป่วยของมัลดีนีได้แล้ว ทักษะ
ทางการแพทย์ของคุณสูงมาก คุณคือหมอเทวดา ได้โปรด โปรด
ช่วยชีวิตลูกสาวฉันด้วย เธออายุเพิ่งจะ 5 ขวบเท่านั้น คุณจะต้องช่วย
เธอได้อย่างแน่นอน ”
หลิวหย่าเกอพูดจบ ก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดัง
ในฐานะที่เป็นแม่คนเหมือนกัน หลินโม่โม่เห็นเธอร้องไห้สะอึก
สะอื้นจนใจอ่อน เธอจึงหันไปพูดกับฉินห้าวตง “ ห้าวตง คุณดูสิเธอน่า
สงสารขนาดนี้ คุณช่วยรักษาอาการป่วยให้ลูกสาวของเธอเถอะ ”
แม่หนูน้อยพูดตามฉันว่า “ ใช่แล้วป่าป๊า ป่าป๊าช่วยคุณน้าคนนี้
เถอะ แล้วก็ช่วยพี่สาวคนนั้นด้วย ”
หมอย่อมมีจิตใจเมตตา ฉินห้าวตงจึงไม่ปฏิเสธหญิงสาวที่น่า
สงสารคนนี้ เขาจึงพูดขึ้นว่า “ พวกคุณกลับกันไปก่อนเถอะ หลังจากผม
รักษาอาการคนไข้แล้วจะรีบกลับบ้าน ”
พูดจบเขาก็ให้พวกของฉางเตาไปส่งหลินโม่โม่กลับบ้าน จากนั้นตัว
เขาเองก็เดินไปขึ้นรถบรรทุกคันเล็กของหลิวหย่าเกอ
หลิวหย่าเกอนั่งเบาะคนขับ เธอเช็ดน˺าตา จากนั้นก็เริ่มติด
เครื่องยนต์ขับกลับบ้านทันที
เมื่อเห็นว่าเธอมีท่าทีที่ชำนาญในการขับรถ แถมยังมีทักษะการขับ
รถที่ดี ฉินห้าวตงจึงเอ่ยถามขึ้น “ ดูเหมือนว่าคุณจะเชี่ยวชาญด้านการ
ขับรถนะ ขับรถมานานแล้วเหรอ ? ”
หลิวหย่าเกอตอบ “ หลังจากที่นิวนิวป่วย ฉันก็ออกมาทำงานหา
เงิน ประมาณ 3 ปีได้แล้ว ”
ฉินห้าวตงถามขึ้นยังสงสัยว่า “ โดยทั่วไปแล้วเวลาผู้หญิงจะหา
งานทำก็มักจะไม่เลือกงานขับรถนี่นา ? อีกอย่างผมก็มองออกว่าคุณ
เป็นคนที่ได้รับการศึกษามาดี ทำไมถึงมาเป็นคนขับรถล่ะ ? ”
“ คุณพูดถูก ฉันเรียนจบจากวิทยาลัยภาษาต่างประเทศของเจียง
หนาน เมื่อก่อนทำงานเป็นล่ามในบริษัทต่างชาติแห่งหนึ่ง แต่ว่าการ
เป็นล่ามจะต้องใช้เวลาในการทำงานเยอะ หากเจ้านายมีธุระให้ฉันไป
แปล ฉันก็ต้องไปอยู่ที่หน้างาน หลังจากลูกสาวป่วยฉันจึงไม่สามารถ
รับประกันเรื่องเวลาทำงานได้ และมักจะขาดงานอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นฉัน
จึงถูกไล่ออก ในตอนแรกฉันก็ลองไปทำงานเป็นพนักงานต้อนรับ แต่มัน
ได้เงินเดือนน้อยมาก ไม่พอที่จะรักษาลูกสาว อีกทั้งยังเป็นสายอาชีพที่
มักจะถูกคุกคามอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นต่อมาฉันจึงซื้อรถบรรทุกคันเล็กคัน
หนึ่ง ถึงแม้ว่ามันจะลำบากแต่ก็ยังถือว่าหาเงินได้มากขึ้น และไม่ต้อง
กลัวว่าจะถูกใครคุกคามอีก ”
ฉินห้าวตงเข้าใจในจุดนี้ดี หญิงสาวที่สวยเกินไปมักจะมีปัญหา ใน
ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกชื่นชมหลิวหย่าเกอ ที่จริงผู้หญิงสวยแบบเธอจะ
ใช้หน้าตาหากินก็ยังได้ แต่เธอกลับเลือกที่จะลงแรงทำงานหาเงินเอง
ซึ่งผู้หญิงแบบเธอหาได้ยากมากในปัจจุบันนี้
“ แล้วทำไมคุณถึงมาหาเงินคนเดียวล่ะ พ่อของเด็กไปไหน ? ”
“ พ่อของเธอน่ะหรอ ? ” สีหน้าของหลิวหย่าเกอดูบิดเบี้ยวและ
เต็มไปด้วยความรู้สึกเหยียดหยาม “ ตอนแรกเขาแต่งงานอยู่กับฉันจน
เราให้กำเนิดลูกสาว แต่พอรู้ว่าเธอป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เขา
ก็หายตัวไป จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวจากเขา ”
หลังจากเธอเล่าจบ ฉินห้าวตงก็แอบถอนหายใจเงียบๆ ดูเหมือนว่า
หลิวหย่าเกอจะเป็นหญิงสวยที่ชีวิตอาภัพ เรื่องราวโชคร้ายมากมายต่าง
ถาโถมเข้ามาหาเธอ ไหนจะเรื่องลูกสาวป่วย แถมยังต้องมาเจอผู้ชาย
เห็นแก่ตัวแบบนั้นอีก
เมื่อเขารู้สึกว่าปัญหานี้มันหนักหนามาก ฉินห้าวตงจึงพูดขึ้นอีกว่า
“ แล้วเรื่องนักเลงพวกนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ? ทำไมพวกเขาต้องมาสร้าง
ปัญหาให้คุณ ? ”
“ เขาเป็นคนของบริษัทยาวิลสัน สาเหตุที่พวกเขามาหาเรื่องฉัน
เพราะว่าฉันไปทำลายเส้นทางการเงินของพวกเขา ”
หลิวหย่าเกอเริ่มอธิบายอีกครั้ง “ บริษัทวิลสันเป็นบริษัทยาขนาด
ใหญ่ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ยาที่ดีที่สุดของพวกเขามีชื่อว่าไป๋คังสตริง
ปัจจุบันเป็นยารักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่มีประสิทธิภาพ แต่ยา
ชนิดนี้นำเข้ามาขายในประเทศจีนมีราคาที่สูงมาก ขวดหนึ่งประมาณ
สองหมื่นกว่าหยวน กินได้ประมาณหนึ่งเดือน แต่ถ้าหากเป็นยาทั่วๆไป
ประเภทเดียวกันจากอินเดีย ราคาอยู่ที่ประมาณขวดละสองร้อยหยวน
ราคาต่างกันเป็นร้อยเท่า ”
“ ราคาต่างกันเยอะขนาดนั้นเลยหรอ ? ” ในฐานะที่เป็นหมอคน
หนึ่ง ฉินห้าวตงรู้สึกว่ายาขวดละ สองหมื่นมันเป็นอะไรที่เกินไปจริงๆ
ดังนั้นเขาจึงถามต่อ “ งั้นประสิทธิภาพของมันล่ะ ยาทั่วๆไปของอินเดีย
ไม่น่ามีประสิทธิภาพดีเท่ายาของจริงใช่ไหม ? ”
หลิวหย่าเกอตอบ “ ประสิทธิภาพไม่มีอะไรต่างกันเลย สามารถ
ยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้เหมือนกัน ”
ฉินห้าวตงได้ยินดังนั้นจึงถามขึ้นอีกว่า “ ในเมื่อเป็นแบบนั้น ทำไม
เขาถึงต้องขายแพงขนาดนี้ล่ะ ? ”
หลิวหย่าเกอตอบ “ สาเหตุที่ยาไป๋คังสตริงมีราคาสูงขนาดนี้ ถ้าดู
จากรูปลักษณ์ภายนอกของมัน ด้านหนึ่งอาจเป็นเพราะเรื่องค่าจด
สิทธิบัตร ส่วนอีกด้านหนึ่งน่าจะเป็นเพราะว่ามีพ่อค้าคนกลางมาก
เกินไป ทำให้ราคามันเพิ่มสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงเป็น
เพราะว่าบริษัทยาพวกนี้ไม่ได้มีเป้าหมายในการรักษาชีวิตคน แต่มี
เป้าหมายเพื่อให้ได้กำไรสูงสุดเท่านั้น ตราบใดที่พวกเขายังทำเงินได้อยู่
พวกเขาจะมาสนใจชีวิตของผู้คนทำไม ยาที่ต้นทุนแค่สองร้อยหยวนแต่
พวกเขากลับเอามาขายในราคาสองหมื่นหยวน อีกทั้งผู้ป่วยที่เป็น
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังจะต้องใช้ยาตัวนี้ทุกเดือน ในหนึ่งปีมี 12
เดือน ในประเทศจีนมีผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมากกว่า 4 ล้านคน
ถ้าคำนวณอย่างละเอียด มันถือเป็นตัวเลขที่มหาศาลเลยนะ ”
จบตอน