คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 237: ท้าประลองมวยไทย
ตอนที่ 237 ท้าประลองมวยไทย
“ นายพูดอะไรนะ ? คนของเราเยอะขนาดนั้น ทำไมถึงยังสู้เขา
ไม่ได้อีก ? ” หลงเซียงถามขึ้นด้วยสีหน้าแปลกใจ “ อีกฝ่ายมีกี่คน ? ”
นักเลงคนนั้นพูดขึ้นอย่างลังเล “ เอ่อ……ผมไม่รู้ว่าควรนับยังไงดี ”
หลงเซียงตบหน้าของเขาไปฉาดใหญ่ก่อนจะตะคอกกลับไปว่า “
แกโง่ไปแล้วหรือไง เขามากี่คนยังนับไม่ได้อีกหรอ 30 คนหรือว่า 50
คน ? ”
นักเลงเอามือกุมหน้าพลางพูดขึ้นว่า “ ไม่ได้เยอะขนาดนั้น แค่ชาย
วัยรุ่นคนหนึ่ง แถมเขายังอุ้มเด็กอยู่ด้วย เด็กผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะมี
อายุประมาณ 3-4 ขวบ ผมไม่รู้ว่าควรจะนับเพิ่มเป็นอีกหนึ่งคนดีไหม ”
“ อะไรนะ ? แกจะบอกว่าผู้ชายอุ้มลูกเข้ามาพังผับของเราเนี่ยนะ
? ”
หลงเซียงนึกว่าลูกน้องนักเลงตรงหน้านี้เป็นบ้าไปแล้ว บรรดา
ลูกน้องนักเลงที่เขาเลี้ยงไว้ต่างก็เป็นคนที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้
ทั้งนั้น ผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ทำไมคนตั้ง 40-50 คนกลับสู้
คุณพ่ออุ้มลูกแค่คนเดียวไม่ได้ล่ะ ?
และในตอนนี้เอง อยู่ๆ ก็มีคนถีบประตูเข้ามาจากด้านนอก ฉินห้าว
ตงอุ้มแม่หนูน้อยเดินเข้ามาในห้องนี้
เมื่อเห็นเด็กผู้หญิงกำลังอมลูกอมอยู่ หลงเซียงก็รู้ได้ทันทีว่าชาย
คนนี้คือคุณพ่ออุ้มลูกนักบู๊ที่ว่านั่น ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้เขาจึงทำได้
เพียงแค่ขอความช่วยเหลือจากหลงไห่เซิงเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงรีบ
ตะโกนขึ้นว่า “ พ่อบุญธรรม เห็นได้ชัดว่าไอ้หมอนี่มันไม่ให้เกียรติคุณ
พวกเราจะต้องสั่งสอนมันให้หลาบจำไปเลย ! ”
ขณะที่พูดเขาก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ถ้าพูดตามหลักความเป็นจริง
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนดูแลที่นี่ แต่ที่แห่งนี้ก็คือผับของ หลงไห่เซิง
เหมือนกัน ในเมื่อเห็นว่าผับของตัวเองถูกทำลาย แต่ทำไมบรรดาบอดี้
การ์ดของหลงไห่เซิงถึงไม่ขยับตัวแม้แต่นิดเลยล่ะ ?
แต่เขากลับไม่รู้ว่าบอดี้การ์ดที่หลงไห่เซิงพามาต่างก็เคยถูกฉินห้าว
ตงอัดมาหมดแล้ว พวกเขาย่อมคุ้นเคยกับฉินห้าวตงเป็นอย่างดี
เพราะฉะนั้นจะกล้าลงมือได้ยังไง
“ ลุงหลง ทำไมคุณลุงมาอยู่ที่นี่ ? พี่เสี่ยวเป่าไม่ได้มาด้วยหรอ ?
หนูอยากเล่นกับเขา ”
สายตาของแม่หนูน้อยแหลมคมมาก ไม่นานเธอก็มองเห็นหลงไห่
เซิง
“ เสี่ยวเป่าไม่ได้มา ถ้ามีเวลาหนูไปเล่นที่บ้านของลุงหลงสิ ”
หลังจากที่มองเห็นฉินห้าวตงแล้ว หลงไห่เซิงที่ตอนแรกนั่งอยู่บนโซฟา
ราวกับพญาเสือก็รีบลุกขึ้นทันที จากนั้นเขาเดินไปพูดกับฉินห้าวตง
อย่างอบอุ่น “ น้องฉิน ทำไมเธอถึงมาที่นี่ได้ล่ะ ? ”
เมื่อเห็นว่าพ่อบุญธรรมของตัวเองดูเคารพและคุ้นเคยกับชาย
วัยรุ่นคนนี้มาก สีหน้าของหลงเซียงจึงเต็มไปด้วยความตกตะลึง คิดไม่
ถึงเลยว่าจะมีชายวัยรุ่นของเมืองเจียงหนานทำให้หลงไห่เซิงเห็น
ความสำคัญได้ถึงเพียงนี้
ฉินห้าวตงไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลงไห่เซิงหรือเปล่า
ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้นด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “ ผมมาหาองค์ชาย จะมาพา
คนไปจากเขา ”
ในเวลานี้แม่หนูน้อยก็พูดด้วยน˺าเสียงของเด็กน้อยว่า “ มีคนเลว
มาจับคุณแม่ของพี่สาวไป ”
ในฐานะที่เป็นผู้ควบคุมโลกใต้ดินแห่งเมืองเจียงหนาน หลงไห่เซิง
เองก็รู้ว่าหลงเซียงตั้งฉายาให้ตัวเองว่า ‘ องค์ชาย ’ ดังนั้นเขาจึงหันไป
ถามหลงเซียงว่า “ มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น นายเป็นคนทำหรือเปล่า ? ”
หลงเซียงตกใจจนพูดตะกุกตะกัก คิดไม่ถึงเลยว่าแค่เขาฉุดผู้หญิง
มาคนหนึ่ง กลับถูกคนอื่นตามมาทำร้ายถึงถิ่น แถมยังกล้ามาถึงถิ่นของ
หลงไห่เซิงอีกด้วย ต้องเข้าใจว่าถึงแม้หลงไห่เซิงจะเป็นผู้นำของโลกใต้
ดิน แต่ก็เป็นคนที่เข้มงวดในกฎระเบียบมาก ถ้าหลงไห่เซิงรู้ว่าเขาฉุด
หลิวหย่าเกอมา จะต้องกำจัดเขาทิ้งอย่างแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน “ พ่อบุญธรรม ผมไม่รู้เรื่องนี้
จริงๆ ที่นี่มีลูกน้องเยอะขนาดนี้ อาจจะเป็นใครคนใดคนหนึ่งทำก็ได้ ”
ฉินห้าวตงมองออกแล้วว่าหลงไห่เซิงไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องนี้ด้วย
ดังนั้นเขาจึงเหลือบตามองหลงเซียง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างเย็นชา “
นายคือองค์ชายใช่ไหม ? ”
“ นั่นมันเป็นฉายาที่พวกลูกน้องของฉันเรียกกันต่างหาก ! ”
หลงเซียงพูดขึ้นด้วยสีหน้าอับอาย ถึงแม้ว่าหลงไห่เซิงจะเป็นเจ้า
พ่อมาเฟียเปรียบเสมือนจักรพรรดิแห่งโลกใต้ดิน แต่การที่เขาตั้งฉายา
ให้ตัวเองว่า ‘ องค์ชาย ’ มันเป็นอะไรที่ดูเวอร์วังเกินไป อีกอย่างหลงไห่
เซิงยังมีลูกชายแท้ๆ อีกคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าเขาจะป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ด
เลือดขาวจนใกล้ตาย แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ตายเสียหน่อย
“ งั้นก็คงเป็นนายสินะ รีบปล่อยตัวหลิวหย่าเกอมาเดี๋ยวนี้
ไม่อย่างนั้นตอนนี้ฉันจะส่งแกไปเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ ”
ฉินห้าวตงพูดไม่ดัง แต่กลับเต็มไปด้วยพลังและอำนาจเผด็จการ
ทำเอาคนที่ฟังถึงกับมีความรู้สึกที่ไม่อาจปฏิเสธได้
หลงเซียงได้ยินมันก็ตัวสั่นเทิ้ม เขาหันไปกอดแขนหลงไห่เซิงแล้ว
พูดขึ้นว่า “ พ่อบุญธรรมต้องช่วยทวงความยุติธรรมให้ผมนะ ผมไม่รู้
จริงๆ ว่าใครคือหลิวหย่าเกอ ”
หลงไห่เซิงเห็นดังนั้นจึงเอ่ยถาม “ น้องฉิน ที่นี่อาจมีเรื่องเข้าใจผิด
กันหรือเปล่า ? ”
“ ผมมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าเขาเป็นคนจับตัวเธอมา ”
พลังเทพอันแข็งแกร่งของฉินห้าวตงสัมผัสได้ถึงกลิ่นของหลิวหย่า
เกอจากบนตัวหลงเซียง ซึ่งสิ่งนี้เป็นเสมือนหลักฐานชั้นดีที่สามารถชี้ตัว
ผู้กระทำผิดได้
หลังจากพูดจบเขาก็หลับตาลงอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆ สัมผัสถึงที่มา
ของกลิ่นนี้ พบว่ามันอยู่ข้างห้องนี่เอง
ในความคิดของหลงไห่เซิง ตัวเขาเองเป็นถึงผู้นำแห่งโลกใต้ดิน ไม่
ว่ายังไงต่อให้หลงเซียงมีความกล้าแค่ไหนก็ไม่กล้าโกหกเขา ดังนั้นเขา
จึงไม่เชื่อว่าหลงเซียงกำลังพูดโกหก และนึกว่าเรื่องนี้จะต้องมีความ
เข้าใจผิดเกิดขึ้นแน่ๆ ในขณะที่เขากำลังเตรียมจะพูดอะไรนั้น ทันใดนั้น
ฉินห้าวตงก็ลืมตาขึ้น มือซ้ายอุ้มแม่หนูน้อยเอาไว้ ส่วนมือขวาชกไปที่
ผนังด้านข้างเต็มแรง
หมัดนี้เขาใส่แรงไปเต็มที่ เป็นพลังที่มากมายมหาศาล ทำเอาปา
เนี่ยเอ่อร์แชมป์มวยไทยที่นั่งอยู่ด้านข้างถึงกับหรี่ตาลง จากนั้นในแวว
ตาของเขาก็เต็มไปด้วยความกระหายในการต่อสู้
ในขณะที่ทุกคนกำลังงงว่าเกิดอะไรขึ้นนั้น ผนังที่เคยแข็งแกร่งก็ถูก
ฉินห้าวตงใช้หมัดทุบจนแตกเป็นวง เศษปูนกระจัดกระจายควันฟุ้งไป
ทั่ว เผยให้เห็นภาพบรรยากาศในห้องอย่างชัดเจน
นักเลงผมทองกลัวว่าหลิวหย่าเกอจะหนีออกไปได้ ดังนั้นเขาจึงมัด
เธอไว้กับเก้าอี้ แล้วใช้ผ้ามัดปิดปากเธอไว้ จากนั้นเขาก็นั่งเฝ้าอยู่
ด้านข้าง แต่เขากลับคิดไม่ถึงว่าจะมีคนทุบผนังจนแตกกระจายได้ขนาด
นี้ ทำเอาเขาตกใจจนกระโดดตัวโยน
หลังจากที่มองเห็นหลิวหย่าเกอแล้ว สีหน้าของฉินห้าวตงก็ดูเยือก
เย็นขึ้นทันที เขาเดินข้ามเศษปูนเข้าไป จากนั้นก็ดึงผ้าออกจากปากของ
หลิวหย่าเกอ แล้วใช้มือตัดเชือกที่มัดเธอออก
“ หมอฉิน ขอบคุณคุณมาก…… ”
หลิวหย่าเกอที่ไหนตอนแรกได้สิ้นหวังไปเรียบร้อยแล้ว แต่หลังจาก
มองเห็นฉินห้าวตง เธอก็กลับมามีความหวังอีกครั้ง เธอร้องห่มร้องไห้
สะอึกสะอื้นอย่างน่าเวทนา น˺าตาไหลพรั่งพรูออกมาราวกับสายฝน
ในเวลานี้ไม่จำเป็นต้องให้ฉินห้าวตงพูดอะไร หลงไห่เซิงก็มองออก
อย่างชัดเจนว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลงเซียง
ไม่ให้เขาเดินเข้าไปในห้องนั้น ที่แท้เป็นเพราะภายในห้องซ่อนผู้หญิงที่
เขาฉุดมาไว้นี่เอง ตอนแรกเขายังคิดว่าลูกบุญธรรมคนนี้คงไม่โกหกเขา
แต่ที่ไหนได้กลับพูดโกหกปลิ้นปล้อนมาโดยตลอด
“ ไอ้คนเนรคุณ แกคุกเข่าลงตรงหน้าฉันเดี๋ยวนี้ ! ”
หลงไห่เซิงตบหน้าหลงเซียงไปฉาดใหญ่ เหลือทิ้งไว้เพียงรอยฝ่ามือ
สีแดงบนใบหน้าของเขา
“ พ่อบุญธรรม ผมผิดไปแล้ว ได้โปรดให้โอกาสผมสักครั้งเถอะ ! ”
เมื่อหลงเซียงเห็นว่าเรื่องราวทั้งหมดถูกเปิดโปงแล้ว เขาก็คุกเข่า
ลงที่พื้นทันที จากนั้นก็ตบปากตัวเองไม่หยุดเป็นการลงโทษตัวเอง
หลงไห่เซิงคำรามด้วยความโกรธ “ แกบอกฉันมาเดี๋ยวนี้ ว่าสรุปนี่
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? แกเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรอว่าไม่รู้เรื่องพวกนี้
? แล้วผู้หญิงคนนี้มาที่นี่ได้ยังไง ? ”
“ ผม……ผม…… ”
หลงเซียงอ˺าอึ้งอยู่นาน แต่เขากลับพูดอะไรไม่ออก เรื่องมันมาถึง
ขนาดนี้แล้ว จะพูดโกหกก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่เขาก็ไม่กล้าพูดความจริง
เพราะเขากลัวว่าจะถูกหลงไห่เซิงฆ่าตาย
หลงไห่เซิงจึงหันไปถามหลิวหย่าเกอแทน “ คุณผู้หญิง คุณพูดมา
เถอะว่าสรุปเรื่องราวมันเป็นมายังไง ? ”
หลิวหย่าเกอไม่รู้จักหลงไห่เซิง ดังนั้นเธอจึงหันไปมองฉินห้าวตง
เพื่อขอความเห็นจากเขา
ฉินห้าวตงเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ พี่หลิว นี่คือพี่หลง หลงไห่เซิง
คุณสามารถพูดความจริงกับเขาได้ ยังไงเขาก็ต้องจัดการเรื่องราวใน
วันนี้ให้คุณอย่างยุติธรรม ”
คำพูดนี้แม้จะพูดให้หลิวหย่าเกอฟัง แต่ก็เป็นการพูดให้หลงไห่เซิง
ฟังเช่นกัน ถึงแม้หลงไห่เซิงจะไม่รู้เรื่องราวในวันนี้ แต่หลงเซียงก็เป็น
คนของเขา ยังไงเขาก็ต้องจัดการอย่างยุติธรรมอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคง
ไม่อาจทำให้ฉินห้าวตงหายโกรธได้
หลังจากได้รับการอนุญาตจากฉินห้าวตงแล้ว หลิวหย่าเกอก็ปาด
น˺าตาแล้วเล่าเรื่องราวที่เธอกู้เงินมาจากหลงเซียงเพื่อไปซื้อยาให้ลูก
สาว แต่พอเธอคืนเงินกลับถูกโกง หลงเซียงคิดจะใช้โอกาสนี้ในการรวบ
หัวรวบหางเธอ
“ ไอ้คนเนรคุณ ! ”
หลงไห่เซิงพูดจบก็โมโหทันที เขาตบหน้าหลงเซียงไปอีกหลายฉาด
หลงเสี่ยวเป่าเองก็เคยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเหมือนกัน เขา
ย่อมรับรู้ดีว่าแม่ลูกคู่นี้ต้องทุกข์ทรมานใจแค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้นหลิวหย่า
เกอยังเป็นคุณแม่เลี้ยงลูกเดี่ยว ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หลงเซียงกลับ
กล้าทำเรื่องเลวทรามเช่นนี้ออกมาได้ ทำให้เขาโกรธจนแทบจะระเบิด
ออกมา
หลังจากที่เขาตบหน้าหลงเซียงไปนับสิบฉาดแล้ว หน้าของหลง
เซียงก็บวมแดงขึ้น หลงไห่เซิงยังคงโกรธเหมือนเดิม เขาหันไปพูดกับ
ต้าเฟยว่า “ ถ้าอ้างตามกฎของแก๊งค์ นายคิดว่าเราควรจะแก้ปัญหา
เรื่องนี้ยังไงดี ? ”
ต้าเฟยพูดขึ้นด้วยความเคารพว่า “ ถ้ายึดตามกฎของแก๊งค์ย่อ
หน้าที่หนึ่ง ผู้ที่หลอกลวงหัวหน้าแก๊ง จะต้องถูกตัดเส้นเอ็นทั้งหมด
และหากยึดตามกฎของแก๊งค์ย่อหน้าที่หก ผู้ที่พึ่งพาอำนาจของแก๊งค์
ในการข่มเหงรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าหรือกระทำการข่มขืนกระทำชำเรา
หญิงสาว จะต้องตายสถานเดียว ”
เขาเป็นคนฉลาดมาก ถึงแม้ว่าหลงเซียงจะทำความผิดใหญ่หลวง
แต่ยังไงเขาก็คือลูกบุญธรรมของหลงไห่เซิง ก่อนหน้านี้เขายังไม่เข้าใจ
ความหมายของหัวหน้า ดังนั้นเขาจึงพูดตามกฎของแก๊งค์ไป
หลงไห่เซิงได้ยินดังนั้นจึงพูดเสียงเข้มว่า “ ในเมื่อมีกฎมีระบุไว้
ตายตัวอยู่แล้ว งั้นก็จัดการเขาตามกฎของแก๊งค์เลยแล้วกัน ”
ต้าเฟยถอนหายใจ เขารู้ดีว่าหลงไห่เซิงทำแบบนี้เพราะเห็นแก่ฉิน
ห้าวตง ถ้าหากหลงเซียงไปยั่วยุคนอื่นเข้าก็อาจจะพอมีโอกาสในการมี
ชีวิตรอด ตอนนี้ดูเหมือนว่าหลงเซียงมีแต่จะต้องตายสถานเดียว
เขาจึงโบกมือ ทันใดนั้นก็มีบอดี้การ์ดสวมชุดสูทสีดำเดินเข้ามาสอง
คน นำเชือกขึ้นมาเตรียมจะมัดหลงเซียงไว้
ทำเอาหลงเซียงตกใจกลัวสุดขีด ตอนแรกเขานึกว่าหลงไห่เซิงจะ
ตบหน้าเขาให้คนอื่นดูเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะถูกทำโทษตาม
กฎของแก๊งค์
ดังนั้นเขาจึงรีบกอดขาของหลงไห่เซิงแล้วขอร้องอ้อนวอนว่า “ พ่อ
บุญธรรม ได้โปรดอย่าฆ่าผมเลย อภัยให้ผมสักครั้งเถอะ ต่อไปนี้ผมไม่
กล้าทำแบบนี้แล้ว ผมยังต้องเลี้ยงดูพ่อบุญธรรมอีกนะ ”
หลงไห่เซิงใช้เท้าเตะเขาออกไป แล้วพูดขึ้นอย่างรังเกียจว่า “ เป็น
เพราะเมื่อก่อนฉันเห็นว่าแกค่อนข้างซื่อตรง ถึงรับเลี้ยงแกไว้เป็น
ลูกบุญธรรม และให้แกดูแลธุรกิจในแก๊งค์ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแกจะกล้า
ทำเรื่องเลวทรามเช่นนี้ได้ ในเมื่อแกทำผิด แกก็ต้องรับบทลงโทษ ”
หลงเซียงได้ยินดังนั้นจึงตะโกนขึ้นว่า “ พ่อบุญธรรม คุณจะทำกับ
ผมแบบนี้ไม่ได้ อาการป่วยของเสี่ยวเป่าคงทำให้เขามีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
ต่อไปผมก็จะกลายเป็นลูกชายของคุณ…… ”
หลงไห่เซิงพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ ต่อให้ลูกชายแท้ๆ ของฉันเป็น
คนทำเรื่องเลวทรามแบบนี้ ฉันก็จะลงโทษเขาตามกฎของแก๊งค์
เหมือนกัน อีกอย่างอาการป่วยของเสี่ยวเป่าถูกน้องฉินรักษาจนหายดี
แล้ว ”
“ อะไรนะ ? หายดีแล้วเหรอ ? ”
หลงเซียงตกตะลึงอีกครั้ง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวันนี้ท่าทีของ
หลงไห่เซิงถึงได้ดูเปลี่ยนไป ที่แท้เป็นเพราะชายวัยรุ่นคนนี้กำจัดที่พึ่ง
สุดท้ายของเขาไปนี่เอง
ตอนนี้เขารู้ดีแล้วว่าฉินห้าวตงคือใคร ถ้าเขารู้เร็วกว่านี้ว่ามีคนที่
เก่งกาจขนาดนี้อยู่ ต่อให้มีคนให้ความกล้าเขาเต็มเปี่ยมเขาก็ไม่กล้าไป
ยั่วยุหลิวหย่าเกอ เพียงแต่ว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วจะเสียใจทีหลังมันก็
สายเกินไป
หลงไห่เซิงหันไปโบกมือ ทันใดนั้นบอดี้การ์ดชุดสูทสีดำสองคนก็รีบ
เข้ามามัดมือมัดปากของหลงเซียงไว้ ก่อนจะยกตัวเขาออกไป
หลังจากที่จัดการเรื่องราวทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็พูดกับฉิน
ห้าวตงว่า “ น้องฉิน ต้องขอโทษด้วย คิดไม่ถึงเลยว่าไอ้คนเนรคุณคนนี้
จะกล้าทำเรื่องเลวทรามแบบนี้ได้ มันสมควรตายจริงๆ ”
ขณะที่พูดเขาก็หยิบสมุดเขียนเช็คออกมา แล้วเขียนเช็คเงินสด
มูลค่าหนึ่งล้านหยวนยื่นให้แก่หลิวหย่าเกอ “ สาวน้อย เรื่องนี้ฉันต้องขอ
โทษเธอด้วย เงินก้อนนี้เธอรับไปคิดซะว่าเป็นค่าชดเชยก็แล้วกัน ”
วันนี้เรื่องราวมันพลิกผันไปอย่างรวดเร็ว ทำให้หลิวหย่าเกอมึนงง
นิ่งไปพักใหญ่ ในตอนแรกเธอรู้สึกหมดหวังไปเรียบร้อยแล้ว เดิมทีเธอ
คิดว่าตัวเองคงต้องตกอยู่ในกำมือของหลงเซียงเป็นแน่
แต่หลังจากที่ฉินห้าวตงปรากฏตัวขึ้น ก็ได้เปลี่ยนแปลงเรื่องราวทุก
อย่างไป เขาช่วยเธอไว้ จากนั้นหลงไห่เซิงก็ลงโทษหลงเซียงตามกฎของ
แก๊งค์ แถมพริบตาเดียวเธอก็ได้เงินชดเชยมากว่าล้านหยวน
เธอสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ พี่หลง เรื่องมัน
ผ่านมาแล้ว ฉันไม่ต้องการเงินก้อนนี้หรอก ”
หลงไห่เซิงตอบกลับ “ สาวน้อย ลูกชายของฉันก็เคยเป็นโรคมะเร็ง
เม็ดเลือดขาวเหมือนกัน เขาได้รับการรักษาจากน้องฉินจนหายดี เธอ
เลี้ยงลูกคนเดียวคงไม่ใช่เรื่องง่าย เงินก้อนนี้คิดซะว่าเอาไปใช้ใน
ครอบครัวเถอะ ”
ฉินห้าวตงพูดตามขึ้นว่า “ เงินก้อนนี้เป็นเงินที่พี่หลงให้คุณ คุณก็
รับไปเถอะ ”
เมื่อเห็นฉินห้าวตงเห็นด้วย หลิวหย่าเกอจึงรับเช็คใบนั้นมา
หลังจากที่จัดการเรื่องราวทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว ฉินห้าวตง
เตรียมพาหลิวหย่าเกอออกไปจากที่นี่
“ เดี๋ยวก่อน ! ”
ในเวลานี้ก็มีเสียงแหบแห้งดังขึ้น ทุกคนหันไปมองตามเสียงนั้นก็
เห็นว่าคนที่พูดคือปาเนี่ยเอ่อร์ ราชันย์มวยไทยผู้มีชื่อเสียงอันโด่งดัง
สายตาของเขามองมาที่ฉินห้าวตงอย่างแน่วแน่ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “
คุณเป็นคนเก่งมาก ผมอยากจะลองชกกับคุณดูสักครั้ง ! ”
จบตอน