คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 267: ภาพเขียนที่มีมนต์ขลัง
ตอนที่ 267 ภาพเขียนที่มีมนต์ขลัง
ฉินห้าวตงหันไปมองผู้ตัดสินคนนี้ผู้เป็นที่รู้จักในเรื่องของความ
ยุติธรรม ไม่รู้ว่าเขาจะให้คะแนนของตัวเองเท่าไหร่ คงเข้าใจว่าถึงแม้ว่า
รูปภาพเมื่อครู่นี้จะใช้ลูกหมาพูเดิลรังสรรค์ผลงานออกมา แต่ที่จริงแล้ว
ทุกอย่างล้วนแล้วแต่อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
และการกระตุกในขั้นตอนสุดท้ายถึงแม้จะดูเหมือนว่าเป็นเรื่องง่าย
แต่จะต้องถูกควบคุมไว้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเรื่องของการใช้น˺าหนักมือ
เท่าไหร่ กระตุกไปทางทิศทางไหน หรือต้องกระตุกภาพตอนเวลาใด ทุก
อย่างล้วนแล้วแต่ต้องคิดวางแผนทั้งสิ้น หากพลาดนิดเดียวอาจทำให้
พ่ายแพ้ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้มีเขาที่มีพลังเทพแกร่งกล้าคนเดียวเท่านั้นถึงจะ
ทำได้
ในเวลานี้กอมบอสได้กลายเป็นจุดสนใจของสายตาทุกคน สายตา
ทุกคู่ทั้งบนเวทีและล่างเวทีต่างจับจ้องไปที่เขา คนจีนปรารถนาให้เขา
ให้คะแนนฉินห้าวตงสูง ส่วนทางฝั่งของประเทศญี่ปุ่นต่างหวังว่าเขาจะ
ให้คะแนนต˹ากว่าของเหอลี่จื้อ ให้ต˹ากว่า 1 คะแนนก็ยังดี
กอมบอสมองดูรูปดอกเหมยที่อยู่ตรงหน้านี้ หลังจากที่เขาเงียบไป
กว่า 1 นาทีเต็ม ในตอนที่ทุกคนต่างกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยนั้น เขาก็
เงยหน้าขึ้นมาพูดว่า “ หากไม่ดูที่ขั้นตอนในการวาดภาพ ลำพังแค่ดู
จากคุณภาพของภาพใบนี้ ฉันให้ไป 85 คะแนน ! ”
สิ้นเสียงคำพูดของเขา ผู้คนภายในงานแข่งขันต่างก็พากันถอน
หายใจ คนจีนทุกคนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ตอนแรกพวกเขาคิดว่าฉินห้าว
ตงจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้อีกครั้ง โดยการเอาชนะคนญี่ปุ่น แต่คิด
ไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะได้คะแนนเสมอกัน
ทางฝั่งของประเทศญี่ปุ่นถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับชัยชนะ แต่พวกเขาก็
พอใจกับผลลัพธ์เช่นนี้ อย่างน้อยก็เขาก็สามารถตีเสมอคนจีนได้
ถึงแม้ว่าคะแนนนี้มันจะดูน่าอึกอัดและไม่โดดเด่นก็ตาม
ฉินห้าวตงมีสีหน้าเรียบเฉย มองไม่เห็นถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
ในความคิดของเขา คะแนนที่กอมบอสให้มาถือว่ามีความยุติธรรมแล้ว
ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ถ้าหากดูแค่ภาพนั้น รูปภาพของเขาไม่ได้ด้อย
และไม่ได้โดดเด่นไปกว่าภาพดอกโบตั๋นของเหอลี่จื้อ แต่ถ้าจะชนะก็คง
เป็นการชนะที่มีวิธีการ
ขนาดคนที่ไม่เข้าใจเรื่องการวาดภาพก็ยังดูออกว่าทางฝั่งของฉิน
ห้าวตงเป็นภาพที่ใช้สุนัขวาดขึ้น เขาไม่จับผู้กันแม้แต่สักนิดเดียว ภาพที่
ใช้วิธีการวาดเช่นนี้เมื่อได้คะแนนเท่ากันกับภาพดอกโบตั๋นที่เหอลี่จื้
อทุ่มเทแรงกายแรงใจในการวาดออกมา ไม่ว่าจะพูดยังไงก็เห็นชัดอยู่ว่า
เหอลี่จื้อเป็นฝ่ายแพ้
คน 1 คนได้คะแนนเท่ากันกับสุนัข 1 ตัว ไม่ว่าจะพูดยังไงมันก็เป็น
เรื่องที่น่าอับอาย !
กอมบอสยังคงประกาศต่อ “ การแข่งขันวาดภาพในครั้งนี้ ผมขอ
ประกาศว่าทั้งสองคนเสมอกัน ”
ในขณะที่ทุกคนกำลังนึกว่าการแข่งขันจะเสร็จสิ้นลงแล้วนั้น เหอ
ลี่จื้อก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที เขาตะโกนว่า “ คุณกอมบอส ผมไม่ยอมรับ
การตัดสินของคุณ ผมคิดว่าการแข่งขันในครั้งนี้ควรตัดสินให้ผมได้รับ
ชัยชนะ ”
ทุกคนทั้งบนเวทีและล่างเวทีต่างพากันตกตะลึง แม้แต่โมริโยชิ
ยางิวยังคิดไม่ถึงว่าเหอลี่จื้อจะกล้าแย้งผลการแข่งขันได้ ทุกคนต่างก็รู้
ว่าที่จริงแล้วการแข่งขันในครั้งนี้ผู้ชนะตัวจริงก็คือฉินห้าวตง การที่เขา
สามารถได้คะแนนเท่ากันนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมากแล้ว
กอมบอสขมวดคิ้วขึ้นก่อนจะเอ่ยถาม “ คุณเหอ คุณบอกเหตุผล
หน่อยได้ไหม ? ”
เหอลี่จื้อพูดมีเหตุมีผลอย่างฉะฉาน “ เมื่อครู่นี้ทุกคนก็เห็นภาพนี้
แล้วว่าส่วนสำคัญที่สุดของมันก็คือขั้นตอนสุดท้าย ถ้าไม่มีขั้นตอน
กระตุกในช่วงสุดท้าย ภาพนี้ก็คงเป็นภาพที่ไม่ได้เรื่อง หรือจะอธิบายได้
ว่าภาพนี้เป็นภาพที่คนกับสุนัขร่วมกันว่าขึ้นมา พวกเขาทั้งสองร่วมมือ
การแต่กลับได้คะแนนเท่าผมที่วาดรูปนี้เพียงคนเดียว หากดูจากจุดนี้
ควรจะตัดสินให้ผมเป็นฝ่ายชนะ ”
ทุกคนต่างพากันตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าเหอลี่จื้อจะหน้าด้านหน้าทน
ได้ถึงเพียงนี้ ช่างเป็นคนที่ไร้ยางอายเป็นอย่างมาก
“ ไร้ยางอาย ช่างไร้ยางอายจริงๆ…… ”
“ ไอ้สุนัขขายชาติ แกนี่มันหน้าไม่อายจริงๆ…… ”
“ เหอลี่จื้อ ฉันให้แกเอาสุนัขมา 10 ตัวเลย ถ้าแกมีความสามารถ
พอก็ลองร่วมมือกับพวกมันวาดรูปออกมาสิ…… ”
ถังชิ่งจือโกรธจนถลึงตา เขาตะโกนด่าอย่างโมโหว่า “ เหอลี่จื้อ
ช่างเป็นคนที่ไร้ยางอายเหลือเกิน หรือเขาดูไม่ออกว่าฝีมือของเขาเทียบ
กับน้องฉินไม่ได้สักนิด ! ”
เกาเฟิงเหวินพูดขึ้นว่า “ เรื่องนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะ
ถ้าเขาเป็นคนรู้สำนึก เขาก็คงไม่ทำเรื่องที่มันลืมกำพืดตัวเองเช่นนี้
หรอก ”
กอมบอสขมวดคิ้วเป็นปม ถ้าพูดตามใจจริง เขาคิดว่าความ
ต้องการของเหอลี่จื้อมันเกินไปจริงๆ แต่ถ้าหากดูอย่างละเอียด ทางฝั่ง
ของฉินห้าวตงก็เหมือนเป็นความร่วมมืออย่างที่เขาว่า
ถ้าพูดกันตามหลักทั่วไปแล้ว ผลงานการวาดภาพควรเป็นผลงาน
ของคนเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่สามารถให้คนอื่นมาร่วมมือได้
แม้กระทั่งมาคอยชี้แนะก็ไม่ได้เช่นกัน
ส่วนรูปดอกเหมยเมื่อครู่นี้ ลูกหมาพูเดิลวิ่งจนทิ้งรอยเท้าเอาไว้
กลายเป็นรูปดอกเหมย จากนั้นฉินห้าวตงใช้เทคนิคพิเศษในการกระตุก
ภาพทำให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งไม่สามารถขาดแคลนฝ่ายใดฝ่าย
หนึ่งได้
เหอลี่จื้อตะโกนขึ้นอีกว่า “ มันไม่ยุติธรรมถ้าจะเอาภาพที่ร่วมมือ
กันวาดมาเทียบกับภาพที่วาดด้วยตัวคนเดียว ”
ฉินห้าวตงเหลือบมองเขาแล้วเอ่ยถาม “ จากความหมายของคุณ
คุณคิดว่าแบบไหนถึงจะยุติธรรม ? ”
เหอลี่จื้อตอบ “ ก็นายร่วมมือกับเจ้าหมานั่น ดังนั้นนายจึงได้
คะแนนเท่ากับฉัน เรื่องนี้ง่ายมาก ก็แค่ตัดสินว่านายแพ้ก็พอแล้ว ”
พูดจบเขาก็หันไปตะโกนใส่คนด้านล่างเวที “ เอามีดมาให้ฉัน ฉัน
จะตัดมือทั้งสองข้างของเขาทิ้ง ”
หลังจากที่ฟังเขาตะโกนจบ ทันใดนั้นด้านล่างเวทีก็มีคนเอามีดส่ง
มาให้เขา
ที่ด้านล่างเวทีพากันส่งเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าไอ้คน
หน้าไม่อายคนนี้มันแพ้แล้ว แต่ทำไมยังกล้าที่จะตัดมือของฉินห้าวตง
อีก แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรอ
โมริโยชิ ยางิวเผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะพูดขึ้นว่า “ ความ
ไร้ยางอายของคนจีนดูเหมือนจะเกินกว่าที่ฉันจินตนาการไปมาก แต่
ยังไงฉันก็ชอบ ! ”
เขามองออกว่าไม่เพียงแต่การแข่งขันนี้เท่านั้น การแข่งขันครั้ง
ต่อไปฉินห้าวตงก็สามารถเอาชนะประเทศญี่ปุ่นไปได้อย่างขาดลอย ถ้า
หากเหอลี่จื้อสามารถปรับมือของฉินห้าวตงได้จริง มันก็เป็นเรื่อง
น่ายินดีที่เขาจะได้รับชม โดยไม่สนว่ากระบวนการที่ทำงานมันก็ไร้
ยางอายแค่ไหน
กอมบอสเริ่มทนไม่ไหวจึงพูดขึ้น “ คุณเหอลี่จื้อ ฉันคิดว่าการ
ตัดสินให้เสมอกันในการแข่งขันนี้เป็นผลการแข่งขันที่ดีที่สุดแล้ว ”
เขาเองก็เข้าใจดีว่าสุนัขไม่สามารถวาดรูปออกมาได้ ดังนั้นผ้าใบนี้
จะต้องถือว่าเป็นผลงานของฉินห้าวตง เพราะการที่จะสามารถให้คน
และสุนัขร่วมกันวาดรูปมาได้นั้น นั่นหมายความว่าชายวัยรุ่นคนนี้มี
ทักษะการวาดรูปที่อยู่ในระดับสูงมาก ถึงจะสามารถใช้วิธีนี้วาดรูปของ
มาได้ การที่ตัดสินว่าเสมอกันถือว่าเขาทำให้เหอลี่จื้อได้เปรียบมาก
พอแล้ว
แต่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ยังคิดที่จะตัดมือของอีกฝ่ายอีก เขา
รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่หน้าด้านจนเกินไป ในฐานะที่เขาเป็นจิตรกรคน
หนึ่ง เขาไม่อยากที่จะเห็นพรสวรรค์ทางด้านการวาดภาพของฉินห้าว
ตงต้องมาหยุดอยู่แค่นี้
เดิมทีเขาอยากคิดจะใช้อำนาจในการตัดสินมายืนกรานคำเดิมว่า
ผลการแข่งขันคือเสมอกัน แต่ใครจะคิดล่ะว่าในเวลานี้ฉินห้าวตงกลับ
พูดขึ้นว่า “ ที่คุณเหอพูดมาเช่นนี้ก็มีเหตุผล จะถือว่าผมร่วมมือกับสุนัข
วาดรูปนี้ออกมาก็ได้ แต่ผมอยากจะถามสักหน่อย ผมต้องทำยังไงคุณ
ถึงจะยอมแพ้ ? ”
“ ยังคิดอยากจะให้ฉันยอมแพ้อีกหรอ ? ” เหอลี่จื้อพูดขึ้นอย่างเย็น
ชา “ ฉันเป็นคนมีเหตุผล ถ้าหากว่ารูปของนายได้คะแนนสูงกว่ารูปดอก
โบตั๋นของฉัน ฉันก็จะยอมแพ้ แต่ตอนนี้พวกนายร่วมมือกันแล้วได้
คะแนนเสมอฉัน ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่ต้องตัดสินว่าฉันเป็นฝ่ายชนะ ”
ฉินห้าวตงพูดพลางหัวเราะ “ พูดได้เหมือนตัวเองมีเหตุผลเลยนะ
”
เหอลี่จื้อพูดขึ้นอย่างหยิ่งทะนงว่า “ ว่าไงล่ะ ? ไม่มีอะไรจะพูดสินะ
มันก็ยอมแพ้ไปซะ ”
“ ยอมแพ้หรอ ? ในเมื่อคุณพูดมาแบบนี้ งั้นผมก็จะทำให้คุณยอม
แพ้อย่างเต็มใจ ” ฉินห้าวตงยังพูดต่ออีกว่า “ ที่จริงภาพของผมยังไม่
เสร็จสมบูรณ์ดี คุณกอมบอสให้คะแนนเร็วไปหน่อย ”
ในเวลานี้ทุกคนจึงตระหนักได้ว่า เมื่อครู่นี้เป็นเฉียนตัวตัวพี่เป็นคน
บอกให้วิจารณ์เพื่อให้คะแนน ถ้าว่ากันตามหลักเหตุผลควรเป็นฉินห้าว
ตงพูดเองถึงจะได้
กอมบอสพูดขึ้นในเชิงขอโทษว่า “ คุณฉิน เป็นเพราะฉันใจร้อนไป
หน่อย ที่รีบให้คะแนนโดยที่ยังไม่ได้ฟังความคิดเห็นของคุณ แต่ว่าคุณ
ยังจะทำอะไรได้อีกหรือ ? ถ้ายึดตามเดิมพันก็คือไม่สามารถใช้พู่กันได้
อีก ”
เหอลี่จื้อได้ยินดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ ใช่แล้ว ถ้าไม่อนุญาตให้ใช้พู่กัน
แล้วนายจะทำอะไรได้อีก ? หรือนายยังอยากที่จะกระตุกภาพอีก 2-3
รอบงั้นหรอ ? ฉันก็จะคอยดูเหมือนกันว่านายจะกระตุกแล้วจะได้ดอก
อะไรออกมาอีก ! ”
ตอนนี้เขามีความมั่นใจเป็นอย่างมาก เพราะในเวลานี้น˺าหมึกบน
ภาพได้แห้งไปหมดแล้ว ต่อให้ฉินห้าวตงกระตุกจนภาพพังก็ไม่สามารถ
ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก
ถังชิ่งจือขมวดคิ้ว ตอนนี้เขานึกไม่ออกจริงๆว่า ฉินห้าวตงจะใช้วิธี
อะไรที่จะมาช่วยเพิ่มคะแนนให้ภาพนี้ได้
โมริโยชิ ยางิวพูดขึ้นอย่างประหม่าว่า “ ชาวจีนคนนี้ไม่รู้ว่ากำลัง
คิดอะไรอยู่ ”
มิโฮโกะ ชิบะพูดขึ้น “ ไอ้บ้าเหอลี่จื้อน่าจะพอใจกับผลเมื่อครู่นี้
แล้ว ฉันรู้สึกถึงลางร้ายบางอย่าง ฉันรู้สึกว่าเขาจะต้องแพ้การแข่งขันใน
ครั้งนี้ ”
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ฉินห้าวตงในขณะที่เขาหยิบภาพดอกเหมย
ขึ้นมาถือไว้ในมือ จากนั้นเขาค่อยๆ ม้วนภาพเป็นทรงกระบอก แล้วเป่า
ใส่ปากกระบอกไป 1 ครั้ง จากนั้นจึงหันไปหัวเราะแล้วพูดกับกอมบอส
ว่า “ ตอนนี้ภาพของผมเสร็จสมบูรณ์แล้ว ขอเชิญคุณให้คะแนนด้วย ! ”
“ พระเจ้า แค่ม้วนแล้วก็เป่าลมเข้าไปก็เสร็จแล้วหรอ ? นี่มันวิธี
อะไรกันเนี่ย ? ”
ทุกคนทั้งบนเวทีและด้านล่างเวทีต่างพากันมึนงง ไม่มีใครมองออก
ว่าเขากำลังทำอะไร หรือว่าการเป่าลมเข้าไปจะเป็นวิธีการวาดรูปอย่าง
หนึ่ง ?
กอมบอสรับภาพใบนั้นมาด้วยสีหน้าสงสัย จากนั้นกางมันลงบน
โต๊ะอีกครั้ง ในขณะที่สายตาของเขากำลังจับจ้องไปที่ภาพใบนั้น ทันใด
นั้นเขาก็อ้าปากค้างตกตะลึงทันที
เมื่อครู่นี้ถึงแม้จะเรียกว่าเป็นภาพดอกเหมยในยามฤดูหนาว แต่มัน
ก็ยังมีก้อนหิน มีรูปดอกเหมยที่ราวกับมีนั้นค้างแข็งเกาะไว้อยู่ แต่ไม่มี
ดอกเหมยของจริง ทว่าในเวลานี้รูปที่ปรากฏตรงหน้าเขากลับไม่
เหมือนเดิมแล้ว จากรูปดอกเหมยที่เป็นสีดำจากน˺าหมึกในตอนแรก
บัดนี้ได้มีสีขาวแต่งแต้มขึ้นมา ราวกับว่าเป็นดอกเหมยที่กำลังเบ่งบาน
ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ให้ความรู้สึกว่ามันดูยกระดับขึ้นไปอีกหนึ่ง
ระดับ
“ พระเจ้าช่วย คุณทำได้ยังไงเนี่ย ? ”
กอมบอสศึกษาเรื่องการวาดภาพมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งเขาเอง
ก็เคยพบเจอกับผู้เชี่ยวชาญด้านการวาดรูประดับโลกมาหลายคน แต่
เขาเพิ่งเห็นการใช้เทคนิควาดภาพที่อัศจรรย์เช่นนี้เป็นครั้งแรก นี่มันคือ
ภาพวาดที่มีมนต์ขลังชัดๆ
ทางด้านเหอลี่จื้อเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เขาไม่เข้าใจจริงๆว่าดอก
เหมยในรูปบานได้ยังไง ? นี่มันเป็นการวาดภาพหรือมันคือการใช้เวท
มนตร์กันแน่ ?
ดังนั้นเขาจึงตะโกนขึ้นว่า “ ฉันขอคัดค้าน นี่มันไม่ใช่การวาดภาพ
แต่มันคือการใช้เวทย์มนต์ ! ”
“ คล้ายๆไปก็ไม่มีประโยชน์ นี่คือวิธีการวาดรูปอันน่าอัศจรรย์ของ
คุณฉิน ! ” กอมบอสถลึงตาใส่เหอลี่จื้อ จากนั้นพูดขึ้นอย่างเป็นทางการ
ว่า “ ตอนนี้ฉันจะให้คะแนนแล้ว ภาพดอกเหมยในยามฤดูหนาวของ
คุณฉินได้ 95 คะแนน ผู้ที่ชนะในการแข่งขันครั้งนี้เป็นฝ่ายของประเทศ
จีน ! ”
สิ้นเสียงคำพูดของเขา บัดนี้ทั้งบนเวทีและด้านล่างเวทีต่างเต็มไป
ด้วยเสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว คนจีนทุกคนต่างพากันร้องและ
กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
“ ชนะแล้ว ! พวกเราชนะอีกแล้ว ! ไอ้คนญี่ปุ่นจอมปลอมหน้ามัน
แพ้แล้ว ! ”
“ ฉินห้าวตงอายุยืนหมื่นปี ! ฉินห้าวตงอายุยืนหมื่นปี ! ”
“ ต้องให้เจอกับตัวถึงจะยอมแพ้ เมื่อเรื่องครู่นี้คะแนนเท่ากันก็ถือ
ว่าดีอยู่แล้ว ตอนนี้อยากจะลองดี สุดท้ายก็แพ้อย่างราบคาบ ! ”
โมริโยชิ ยางิวตกโต๊ะเสียงดังก่อนที่จะตะโกนด้วยความโมโหว่า “
สารเลว แกนี่มันทำเรื่องที่สิ้นคิดไร้สมองสิ้นดี ! ”
มิโฮโกะ ชิบะสีหน้าซีดขาว เมื่อครู่นี้เธอยังพึ่งจะคาดการณ์ว่าเหอ
ลี่จื้อจะต้องแพ้ แต่เธอคิดไม่ถึงว่าฉินห้าวตงจะใช้วิธีนี้ในการเอาชนะ
เธอคิดไม่ออกจริงๆว่าชายวัยรุ่นคนนี้มีความอัศจรรย์ใจขนาดไหน
ทำไมถึงแค่เป่าลมแล้วก็สามารถเอาชนะได้อย่างราบคาบ
เหอลี่จื้อที่อยู่บนเวทีมีสีหน้าซีดเซียว ในเวลานี้เขารู้สึกเสียใจเป็น
อย่างมาก ที่จริงเมื่อครู่นี้ได้คะแนนเท่ากันก็ถือว่าดีมากแล้ว ทำไมเขาถึง
ยังต้องคิดจะลองดีไม่รู้จักพอ สุดท้ายตอนนี้ก็เลยแพ้อย่างย่อยยับ !
ฉินห้าวตงเดินไปที่ด้านหน้าเขาแล้วพูดขึ้นว่า “ เป็นไงล่ะ ? ตอนนี้
ยังมีอะไรจะพูดอีกไหม ? ”
“ ฉัน……ฉัน…… ”
แน่นอนว่าเหอลี่จื้อไม่คิดอยากยอมแพ้ แต่ตอนนี้เขาให้คะแนนมา
เป็นแบบนี้แล้ว เขาเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปโต้แย้งเช่นกัน
“ ในฐานะที่เป็นคนจีนคนหนึ่ง แต่คุณกลับลืมคำพูดของตัวเอง !
ลืมแผ่นดินเกิดของตัวเอง ! ประเทศจีนชุบเลี้ยงคุณมา แต่คุณกลับคิด
จะมาแก้แค้น…… ” ฉินห้าวตงยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธ ยิ่งพูดน˺าเสียงของเขาก็
ยิ่งดุดันขึ้น ในที่สุดเขาก็พูดขึ้นอย่างเยือกเย็นว่า “ ในเมื่อคุณแพ้แล้ว
คุณก็ยื่นมือสองข้างของคุณออกมาเถอะ จากนั้นก็อย่าคิดที่จะมาแตะ
ต้องภาพวาดของประเทศจีนอีก ”
“ หมอฉินพูดถูก รีบยื่นมือของนายออกมาซะ นายไม่คู่ควรกับการ
วาดภาพของประเทศจีน…… ”
“ ไอ้คนขายชาติ ไอ้คนลืมบรรพบุรุษตัวเอง คนเนรคุณ แกสมควร
ได้รับโทษ…… ”
ในเวลานี้ผู้ชมด้านล่างเวทีต่างพากันสบถด้วยความโมโห พวกเขา
รู้สึกเกลียดคนขายชาติคนนี้เข้าไส้
เหอลี่จื้อรีบหุบมือทั้งสองข้างไว้ที่ด้านหลัง แล้วพูดด้วยสีหน้า
หวาดกลัวว่า “ อย่าเข้ามานะ ฉันจะบอกนายไว้ก่อนเลยว่านี่เป็นยุคแห่ง
กฎหมาย ตอนนี้ฉันเป็นคนญี่ปุ่น ถ้านายตัดมือฉัน นายจะทำผิด
กฎหมายระหว่างประเทศ ! ”
“ วางใจได้ ฉันไม่ตัดมือนายหรอก ไม่อย่างนั้นมันคงนองเลือดให้
คนอื่นเห็นแน่นอน ”
หลังจากพูดจบเขาก็จับไปที่แขนของเหอลี่จื้อเบาๆ ด้วยสีหน้าที่
เป็นมิตร
เหอลี่จื้อถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไอ้หนุ่มหน้าขาวนี่พูดมาซะ
น่ากลัว แต่สุดท้ายมันก็กลัวสถานะตัวตนของเขาอยู่ดี เพราะยังไงแก่น
แท้ของคนจีนก็กลัวคนญี่ปุ่นอยู่แล้ว
จบตอน