คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 281: แผนการขัดขาของบริษัทวิลสัน
ตอนที่ 281 แผนการขัดขาของบริษัทวิลสัน
หวางอ้ายกั๋วตกใจ เขารีบวางปากกาในมือลง แล้วหันหน้าไปมอง
ทางประตู คนอื่นก็หันหน้าตามไปด้วย
มีคนเจ็ดแปดคนเดินเข้าประตูมา คนที่เดินนำมาคือหวงเหวยลี่
เมื่อเห็นคนอื่นบุกเข้าไปในห้องประชุมของตัวเองโดยพละการ
หวางอ้ายกั๋วก็โมโหขึ้นมา ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ คุณเป็นใคร ? มาทำอะไร
ที่นี่ ? ”
หวงเหวยลี่หัวเราะเบา ๆ แล้วหาเก้าอี้มาให้ตัวเองนั่งลง จากนั้นก็
ตอบไปว่า “ ผมขอแนะนำตัวสักนิดแล้วกัน ต่อจากนี้ไปบริษัทวิลสันใน
เขตเมืองเจียงหนาน ผมหวงเหวยลี่จะเป็นผู้รับผิดชอบเอง ”
บริษัทวิลสันถือเป็นบริษัทด้านเวชภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับ
โลก เมื่อได้ยินถึงฐานะของหวงเหวยลี่ เขาก็มีสีหน้าอ่อนลงแล้วพูดว่า “
ผู้จัดการหวงครับ คุณมาถึงที่นี่มีธุระอะไรเหรอ ? ”
หวงเหวยลี่ตอบกลับไปว่า “ เถ้าแก่หวาง ผมเอาเงินมาส่งให้คุณ
บริษัทวิลสันของเราสนใจในโรงงานผลิตยาแผนจีนของคุณมาก
เหลือเกิน ดังนั้นจึงอยากจะซื้อโรงงานต่อจากคุณ ! ”
หลังจากได้ยินคำพูดของหวงเหวยลี่แล้ว สีหน้าของหลินโม่โม่ก็เริ่ม
บิดเบี้ยวขึ้น เห็นได้ชัดว่าชายคนนี้ต้องการจะมาขัดขาพวกเขา
ฉินห้าวตงเองก็รู้ชัดถึงจุดประสงค์ของบริษัทวิลสันอย่างมาก เมื่อ
ครู่เป้าหมายของพวกเขาล้มเหลว ตอนนี้ก็จะเริ่มมาขัดขาคนอื่นให้ล้ม
ลงไปอีก
หวางอ้ายกั๋วเองก็คิดไม่ถึงว่าโรงงานผลิตยาของตัวเองที่สองปีนี้ไม่
เคยจะมีใครมาถามไถ่เลย แต่วันนี้กลับคิดไม่ถึงว่าจะมีคนมาเสนอขอ
ซื้อถึงที่ เขาจึงพูดว่า “ ผู้จัดการหวง ขอโทษนะครับ ผมได้ขายโรงงาน
ให้กับบริษัทยาแพทย์แผนจีนถังเหมินจำกัดไปแล้ว กำลังจะเขียน
สัญญาแล้วครับ ”
หวงเหวยลี่หัวเราะอย่างชั่วร้าย “ ยังไม่ได้เซ็นสัญญาไม่ใช่หรอ?
ถ้างั้นก็ยังไม่มีผลอะไรทางกฎหมายน่ะสิ ”
หวางอ้ายกั๋วจึงพูดแย้ง “ แต่ว่าพวกเราได้ตกลงราคากันแล้วนะ
ครับ พวกเราคนที่ทำธุรกิจควรจะต้องมีความน่าเชื่อถือ ”
หวงเหวยลี่ตอบว่า “ ผมรู้ว่าหลินชื่อกรุ๊ปเสนอราคาให้คุณ 500
ล้านหยวน ผมจ่ายให้ได้มากกว่าพวกเขาหนึ่งเท่า ผมให้คุณ 1,000 ล้าน
หยวนเป็นยังไง ถ้าคุณขายให้ผม คุณก็จะได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวทันที ”
“ 1,000 ล้าน ? ” หวางอ้ายกั๋วตกใจกับจำนวนเม็ดเงินที่เขาเสนอ
ให้ แต่ถึงยังไงเขาก็ยังพูดด้วยความลังเลว่า “ ขอโทษครับผู้จัดการหวง
ผมคิดว่าความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ! ”
“ 1,500 ล้าน ! ” หวงเหวยลี่เองก็ไม่ได้รีบร้อน ดูท่าจะทำให้หวาง
อ้ายกั๋วอึ้งไปซะแล้ว
“ ผู้จัดการหวงครับ นี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องของเงินจริง ๆ ครับ ! ”
“ 2,000 ล้าน ! ” หวงเหวยลี่เสนอราคาเพิ่มอีก 500 ล้านหยวน
แล้วพูดขึ้นว่า “ เป็นยังไงล่ะ นี่ถือเป็นโอกาสดีที่ยากจะหาได้เลยนะ
ต้องเข้าใจว่าโรงงานของคุณถึงจะรุ่งโรจน์แค่ไหน แต่ก็ไม่อาจจะขายได้
ในราคาเช่นนี้ ”
“ ข้อตกลงนี้……เป็นผล ! ” หวางอ้ายกั๋วท้ายที่สุดก็ถูกหวงเหวยลี่
ใช้เงินมาบีบจนสำเร็จ เขาหันมาพูดกับฉินห้าวตงอย่างเคอะเขิน
ว่า “ขอโทษด้วยนะครับคุณฉิน พวกเราทำธุรกิจ จะหวังเงินโดยไม่หวัง
กำไรไม่ได้ ! ”
หลินโม่โม่ หวิวหย่าเกอและคนอื่นโกรธมาก แต่ฉินห้าวตงกลับดู
เหมือนไม่สนใจอะไร เขามองหวงเหวยลี่อีกครั้งแล้วค่อย ๆ พูดขึ้นว่า “
ผู้จัดการหวง บริษัทวิลสันของพวกคุณทำธุรกิจเกี่ยวกับยาแผนปัจจุบัน
ใช้เงินมหาศาลเช่นนี้มาแย่งโรงงานผลิตยาแผนจีนที่ไม่เป็นประโยชน์
สำหรับพวกคุณไปจากมือของผม คุณคิดว่ามันคุ้มค่าหรือ ? ”
หวงเหวยลี่หัวเราะชอบใจแล้วตอบว่า “ คุ้มค่าแน่นอน ! นายรู้ไหม
ว่าบริษัทวิลสันของเรามียอดขายต่อหนึ่งวันเท่าไหร่ 2,000 ล้านหยวน
เป็นแค่เงินเล็กน้อยของเรา ขอเพียงแค่มันสามารถหยุดยั้งการผลิตยา
รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวไม่ให้เข้าสู่ตลาดได้ สำหรับพวกเราแล้วถือ
เป็นกำไรที่มากที่สุดแล้ว ”
“ แต่ว่าถ้าผมซื้อที่นี่ไม่สำเร็จ ก็ยังไปซื้อที่อื่นก็ได้นี่ คุณคงไม่
สามารถซื้อได้ทั้งประเทศจีนหรอก ใช่ไหมล่ะ ? ”
“ ดูท่าว่านายน่าจะเหมาะเป็นหมอจริง ๆ นี่ยังไม่เข้าใจอีกหรอ ”
หวงเหวยลี่พูด “ ถึงว่าเราจะไม่อาจซื้อโรงงานผลิตยาแผนจีนได้ทั้งหมด
ในประเทศจีน แต่ว่าการที่พวกเราสามารถหยุดยั้งการซื้อโรงงานผลิต
ยาแผนจีนแห่งนี้ของนายได้ก็สามารถชะลอการวางจำหน่ายยารักษา
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวออกสู่ตลาดได้ ยาของนายออกสู่ตลาดช้าหนึ่ง
วัน บริษัทวิลสันของเราก็ทำกำไรไปได้แล้วหนึ่งวัน ไม่ขาดทุนแน่นอน !
”
“ ไม่เลวเลย ที่ไหนได้ก็คือการคิดคำนวณเพื่อผลประโยชน์อย่างดี
นี่เอง ! ” ฉินห้าวตงพยักหน้าตามราวกับกำลังชื่นชม แล้วพูดอีกว่า “
แต่น่าเสียดายที่คุณทำไม่สำเร็จหรอก ถึงอย่างไรเถ้าแก่หวางก็ต้องขาย
โรงงานแห่งนี้ให้แก่ผม”
“ ขายให้นาย ? ” หวงเหวยลี่พูดอย่างเหยียดหยาม “ อย่าคิดเอา
เองว่าฉันไม่รู้ว่าทรัพย์สินของพวกนายมีอยู่เท่าไหร่ เงินทุนรวมทั้งหมด
ของหลินชื่อกรุ๊ปมีอยู่แค่ 2,500 ล้านหยวนเท่านั้น หรือว่านายจะเอา
ทั้งหมดนั่นมาซื้อโรงงานนี้งั้นเหรอ ? อย่างนั้นจากนี้คงไม่ต้องผลิตอะไร
แล้ว ”
ฉินห้าวตงโบกมือไปมาแล้วพูดขึ้นว่า “ คุณพูดผิดแล้วล่ะ พวกเรา
จะใช้เงินทุนแค่ 500 ล้านหยวน แต่ยังไงเถ้าแก่หวางก็ต้องยอมขาย
โรงงานให้พวกเรา ”
“ ไร้สาระ! ช่างไร้เดียงสาเสียจริง ๆ ! นายคิดว่าคนอื่นจะโง่
เหมือนกับนายงั้นเหรอ ? เงินมากองอยู่ตรงหน้าแล้วไม่เอาเนี่ยนะ อย่า
คิดจะไปช่วยรักษาใครเลย ”
หวงเหวยลี่หัวเราะเสียงดังด้วยความสะใจ “ สำหรับนักธุรกิจนั้น
อะไรสำคัญที่สุดเหรอ ? คือเงินยังไงล่ะ นายรู้หรือยัง ? คือเงินไง เมื่อกี้
นายก็เห็นแล้วนี่ แค่ฉันเสนอเงินให้มากขึ้น ยังไงเขาก็ต้องขายโรงงานให้
ฉัน ! ”
“ คุณพูดผิดแล้วล่ะ ยังมีสิ่งที่สำคัญกว่าเงิน นั่นคือชีวิตไง ! ต่อให้มี
เงินมากเท่าไหร่ก็ต้องมีชีวิตอยู่ใช้เงินถึงจะดี ไม่อย่างนั้นจะไม่ถือว่าเป็น
ความมั่งคั่งของคุณ ”
ฉินห้าวตงพูดจบก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับหวงเหวยลี่อีก เขาหันไป
พูดกับหวางอ้ายกั๋วว่า “ เถ้าแก่หวาง เดิมทีแล้วผมรอที่จะให้เซ็นสัญญา
เสร็จแล้วค่อยพูดกับคุณ ดูท่าแล้วคงจะต้องพูดล่วงหน้าแล้วล่ะ ช่วงนี้
คุณรู้สึกแน่นหน้าอกใช่หรือไม่ ? อึดอัดที่หน้าอก เจ็บที่หน้าอก แล้วมือ
เท้าก็ไร้เรี่ยวแรงอีก จะทำอะไรก็ไร้กำลังวังชาใช่ไหม ? ”
“ ใช่แล้วครับ เป็นเช่นนั้นจริง ๆ พักนี้ผมไม่ค่อยสบายอยู่ช่วงหนึ่ง
เมื่อวานผมก็เพิ่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเจียงหนานมา วันนี้
หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จก็ว่าจะไปรับผลตรวจแลป ” หวางอ้ายกั๋วพูด
จบก็ถามขึ้นอย่างสงสัยว่า “ คุณฉิน คุณรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกัน ? ”
ฉินห้าวตงตอบเสียงเรียบ “ ผมก็เป็นแพทย์แผนจีน แพทย์แผนจีน
นั้นดูอาการจากการถามตอบและสังเกต ถ้าผมเดาไม่ผิด โรคที่เถ้าแก่
หวางเป็นก็คือโรคมะเร็งปอด อีกอย่างเป็นระยะสุดท้ายแล้วด้วย ”
“ มะเร็งปอดระยะสุดท้าย เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้แน่นอน ! ”
ถึงแม้หวางอ้ายกั๋วจะรู้ว่าสุขภาพของตัวเองไม่ดีนัก แต่เขาก็ไม่มี
ทางเชื่อว่าตัวเองจะเป็นโรคร้ายแรงเช่นนี้แน่นอน
“ เถ้าแก่หวาง ที่จริงแล้วคุณไม่ต้องกังวลเกินไป ถ้าคุณเป็นมะเร็ง
ปอดระยะสุดท้ายจริง ผมก็พอจะสามารถรักษาให้หายดีได้ ! ”
ทันทีที่หวางอ้ายกั๋วได้ยินว่าตัวเองเป็นโรคร้ายแรงชนิดนี้ จู่ ๆ มือ
เท้าของเขาก็หมดแรงไปดื้อ ๆ ในเวลานี้หวงเหวยลี่จึงพูดขึ้นว่า “ เถ้า
แก่หวาง คุณห้ามไปฟังเขาเด็ดขาด เขากำลังหลอกคุณให้คุณไขว้เขว
คิดที่จะให้คุณเซ็นสัญญากับเขาและยังไม่อยากจ่ายเงินเยอะด้วย ”
หวางอ้ายกั๋วคิดไปสักพัก รู้สึกว่าที่หวงเหวยลี่พูดมาก็มีเหตุผลอยู่
บ้าง สีหน้าจึงผ่อนคลายลง
ฉินห้าวตงจึงค่อย ๆ พูดอีกว่า “ เถ้าแก่หวาง แท้จริงแล้วมันง่าย
มากถ้าอยากจะพิสูจน์ว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก ตอนนี้
คุณก็โทรไปที่โรงพยาบาลสิ ลองถามผลการวินิจฉัยของคุณดู ”
หวางอ้ายกั๋วคิดว่าที่ฉินห้าวตงพูดมามันก็มีเหตุผล จึงล้วงเอา
โทรศัพท์ออกมา เมื่อครู่เขาปิดเสียงโทรศัพท์เอาไว้เพื่อที่จะเซ็นสัญญา
ตอนนี้เขาพบว่ามีสายที่ไม่ได้รับสิบกว่าสาย ซึ่งเป็นสายจาก
โรงพยาบาลเจียงหนานทั้งหมด
เมื่อเห็นสายโทรเข้ามีเยอะขนาดนี้ เขาก็พลันนึกถึงสิ่งที่ฉินห้าวตง
พูดมาทั้งหมดในทันที ตอนนี้ในใจเขาเริ่มเป็นกังวลขึ้นมา จึงรีบโทร
กลับไป
เมื่อโทรติดแล้ว ก็ได้ยินเสียงพยาบาลดังกลับมาว่า “ ใช่คุณหวาง
อ้ายกั๋วหรือเปล่าคะ ? รายงานการตรวจสุขภาพของคุณออกมาแล้วนะ
คะ การวินิจฉัยคือโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้ายค่ะ ขอความกรุณาคนไข้
รีบมารับรักษาที่โรงพยาบาลเจียงหนานเลยนะคะ…… ”
ยังไม่ทันจะรอให้นางพยาบาลพูดจบ หวางอ้ายกั๋วก็มีสีหน้าซีด
เซียว แล้วกดตัดสายไป เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะมาเป็นโรค
แบบนี้ได้
ฉินห้าวตงจึงพูดขึ้นว่า “ เป็นอย่างไรบ้าง คุณหวาง ผมดูไม่ผิดเลย
ใช่ไหมล่ะ ? ”
ชั่วพริบตาเดียวนั้น เขาก็ได้สติกลับมา เขารีบก้าวไปจับมือฉินห้าว
ตงไว้แล้วพูดอย่างเป็นกังวลว่า “ คุณหมอฉิน คุณรักษาโรคของผมได้ใช่
ไหม ? ขอร้องคุณล่ะ คุณต้องช่วยผมนะ ขอเพียงคุณสามารถช่วยชีวิต
ของผมไว้ได้ ไม่ว่าเงื่อนไขอะไรผมก็จะรับปากคุณทันที ”
ยังไม่รอให้ฉินห้าวตงได้พูดอะไร หวงเหวยลี่ก็ชิงพูดขึ้นมาว่า “ เถ้า
แก่หวาง คุณนี่ช่างโง่งมนัก แพทย์แผนจีนจะรักษาโรคของคุณได้
อย่างไรกัน ! ผมรู้จักคุณหมอเจมส์ แพทย์สมัยใหม่ผู้เชี่ยวชาญจาก
แพทยสมาคมโลก เขาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำทางด้านโรคหัวใจ
และปอด ขอแค่คุณตกลงขายโรงงานให้กับเรา ผมจะรีบติดต่อคุณหมอ
เจมส์ให้กับคุณทันที แล้วผมยังยินดีที่จะส่งคุณไปที่อเมริกาโดยไม่คิด
ค่าใช้จ่ายอีกด้วย คุณจะได้รับการรักษาชั้นนำระดับโลกที่นั่น ”
“ จริงหรอครับ ? ที่คุณพูดทั้งหมดเป็นความจริงใช่ไหม ? ”
เดิมทีหวางอ้ายกั๋วนั้นฉลาดมาก แต่ว่าตอนนี้เขาถูกโจมตีอย่าง
กะทันหัน จึงกลายเป็นคนที่ทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาทันที
หวงเหวยลี่จึงพูดขึ้นอีกว่า “ แน่นอน ไม่เชื่อตอนนี้ผมจะโทรหา
หมอเจมส์ให้ดูเลย คุณคุยกับเขาแล้วก็จะเข้าใจเอง ”
พูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วกดหาหมายเลขโทรศัพท์
ของหมอเจมส์ต่อหน้าหวางอ้ายกั๋ว จากนั้นก็กดไปที่ปุ่มแฮนด์ฟรี
เมื่อต่อสายติดแล้ว หวงเหวยลี่ก็พูดด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษที่ได้
มาตรฐาน “ สวัสดีครับคุณหมอเจมส์ ผมคือหวงเหวยลี่จากประเทศจีน
มีเรื่องอยากจะขอให้คุณช่วย ”
เขาเคยเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกามาถึง 4 ปี สำเนียงอังกฤษสไตล์
อเมริกันที่ฉะฉานของเขาเป็นสิ่งที่เขาภาคภูมิใจมาก หลังจากพูดจบ ก็
อดไม่ได้ที่จะหันไปมองดูฉินห้าวตงแวบหนึ่ง ใบหน้าของเขาดูพึงพอใจ
เป็นอย่างมาก
ในตอนนี้เอง ก็ได้ยินเสียงจากปลายสายพูดขึ้นมาว่า “ หวงเหวยลี่
? ใช่ลูกน้องของบริษัทวิลสันไหม ? นายไม่ใช่คนจีนหรอ ? งั้นจะพูด
ภาษาอังกฤษทำไมกัน ! ”
ฝ่ายตรงข้ามถึงแม้จะพูดภาษาจีนไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่ แต่ก็ถือ
ว่าเข้าใจได้
“ คุณคือหมอเจมส์หรือเปล่า ? ”
หวงเหวยลี่อดไม่ได้ที่จะมองหมายเลขที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์
พอได้ยินอีกฝ่ายพูดภาษาจีนชัดเจนขนาดนี้ เขาจึงคิดว่าตัวเองต้องโทร
ผิดแน่ ๆ
“ ฉันเอง ฉันเตือนนายนะเจ้าหนุ่ม ตอนนี้ฉันกำลังฝึกภาษาจีนอยู่
ถ้านายยังใช้ภาษาอังกฤษมาพูดกับฉันล่ะก็ ฉันจะตัดสายแน่ ”
“ อย่านะครับ ได้โปรดอย่าวางสายนะครับ ” หวงเหวยลี่รีบใช้
ภาษาจีนพูดทันที “ คุณเจมส์ เพื่อนของผมทางนี้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง
ปอด อยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว ผมจึงอยากจะขอให้คุณช่วย ”
“ อย่างนี้เองเหรอ ถ้าอย่างนั้นนายก็พาเขามาที่อเมริกาสิ มา
ลงทะเบียนที่แพทยสมาคมโลกไว้ก่อน ” หมอเจมส์พูดตามหน้าที่ หวาง
อ้ายกั๋วที่อยู่ข้าง ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า
“ คุณหมอเจมส์ครับ ผมคือคนไข้ ขอถามคุณสักสองคำถามได้ไหม
ครับ ? ”
“ ได้สิ แต่ว่ารีบหน่อยนะ เวลาของผมมีค่ามาก ”
“ คุณหมอเจมส์ครับ โรคที่ผมเป็นอยู่นี้ อัตราที่จะรักษาให้หายได้มี
อยู่เท่าไหร่ครับ ? ”
เจมส์ได้ยินดังนั้นจึงตอบว่า “ ถ้าหากว่าผลการวินิจฉัยว่าคุณเป็น
มะเร็งปอดระยะสุดท้ายจริง การที่จะรักษาให้หายก็ไม่มีเลยแม้แต่น้อย
การรักษาของเราทำได้แค่เพียงยืดเวลาชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณออกไปก็
เท่านั้น ”
เมื่อได้ยินดังนั้นแล้ว หวางอ้ายกั๋วก็หน้าซีดขาว มือทั้งคู่เริ่มสั่นเทา
เขาถามอีกครั้งว่า “ ถ้าอย่างนั้นสามารถยืดชีวิตได้นานเท่าไหร่ครับ ? ”
“ นี่ก็ไม่ใช่เรื่องดีที่จะพูดเท่าไหร่ ต้องดูอัตราการผ่าตัดและการฟื้น
ตัวของผู้ป่วย ปกติแล้วก็ประมาณ 3 เดือนถึง 3 ปี ”
เมื่อได้ยินว่าชีวิตตัวเองเหลืออยู่ได้มากสุดแค่ 3 ปี ใบหน้าของหวาง
อ้ายกั๋วนั้นเหมือนกับเถ้าที่ดับมอดไป แต่เขาก็ยังมีความหวังสุดท้ายอยู่
จึงถามขึ้นว่า “ คุณหมอเจมส์ครับ ไม่มีวิธีที่จะรักษาโรคของผมเลย
เหรอครับ ? ต่อให้จ่ายเท่าไหร่ผมก็ยอม ”
“ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรื่องเงิน คุณต้องเข้าใจว่าต่อให้คุณจะเป็นราชา
หรือคนที่ร˹ารวยที่สุดในโลก ยังไงคุณก็ต้องเป็นเช่นนี้อยู่ดี ” พูดถึงตรงนี้
เจมส์ก็ถามขึ้นในทันทีว่า “ คุณเป็นคนที่เมืองไหน ? ฟังสำเนียงแล้ว
เหมือนเป็นคนเมืองเจียงหนานเลยนี่ ? ”
หวางอ้ายกั๋วไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ อีกฝ่ายจึงถามเช่นนี้ จึงพูดไป
ตามปกติว่า “ ผมเป็นคนเจียงหนานครับ ! ”
เมื่อได้ยินเขาบอกว่าเป็นคนเจียงหนาน เสียงของหมอเจมส์ก็ดู
ตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขาพูดต่ออีกว่า “ ถ้าคุณเป็นชาวเมืองเจียงหนานก็
ดีเลย อาจารย์ของผมก็อยู่ที่นั่นเหมือนกัน เขาอาจจะรักษาคุณได้ ! ”
ดวงตาทั้งคู่ของหวางอ้ายกั๋วส่องประกายแห่งความหวัง ก่อนจะ
เอ่ยถามว่า “ คุณหมอเจมส์ครับ อาจารย์ของคุณคือใครเหรอ ? ได้โปรด
รีบบอกผมที ผมจะรีบไปให้เขารักษาให้ตอนนี้เลย ”
เจมส์ตอบกลับมาว่า “ อาจารย์ของผมเป็นหมอเทวดาของ
ประเทศจีน ชื่อของเขาก็คือฉินห้าวตง ! ”
เมื่อได้ยินชื่อนั้น มือของหวางอ้ายกั๋วก็สั่นเทาจนเกือบจะทำ
โทรศัพท์หล่นลงพื้น เขาหันไปมองฉินห้าวตงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาด้วย
ความตกตะลึง
จบตอน