คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 357: แก๊งขอทาน
ตอนที่ 357 แก๊งขอทาน
สองคนแม่ลูกพากันพูดโน้มน้าว สีหน้าท่าทางของทั้งคู่เต็มไปด้วย
ความจริงใจ ทำเอาผู้คนที่มองอยู่รอบด้านต่างพากันส่ายหัวด้วยความ
ระอา ในใจก็พลางคิดว่าแม่หนูน้อยคนนั้นไม่รู้เรื่องก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
อะไร แต่ทำไมแม่ของเธอกลับมองไม่ออกว่าคนตรงหน้าคือนักต้มตุ๋น
คนที่ทั้งสวยทั้งดูสง่างามทำไมถึงถูกหลอกได้ง่ายดายขนาดนี้
สีหน้าของผู้หญิงคนนั้นเริ่มบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อย ๆ เธอหุบยิ้มในทันที
ก่อนจะพูดด้วยน˺าเสียงเคร่งขรึม “ ไม่จำเป็นหรอก ฉันเก็บรวบรวมเงิน
ได้มากพอแล้ว และก็จะไปทำการผ่าตัดให้ลูกแล้วด้วย ไม่จำเป็นต้องหา
แพทย์แผนจีนอะไรนั่นหรอก ”
ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาแล้ว ถึงแม้ว่าหลินโม่โม่กับแม่หนู
น้อยจะให้เงินเธอเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้คนที่มามุงดูเริ่มมีจำนวน
มากขึ้นเรื่อยๆ ใครหลายคนเริ่มชี้ไม้ชี้มือมาทางเธอแล้วพูดว่าเธอคือ
พวกต้มตุ๋น แล้วแบบนี้จะทำให้ธุรกิจของเธอดำเนินต่อได้อย่างไร ? นัง
ผู้หญิงกับนังเด็กนี่ช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน ทำไมยังไม่ไสหัวไปอีก ?
แต่หลินโม่โม่กลับไม่รู้ความคิดในใจของผู้หญิงคนนี้ เธอยังคง
พยายามพูดโน้มน้าวด้วยน˺าเสียงที่จริงใจ “ พี่สาว ที่จริงพี่ไม่กล้ารับ
ความปรารถนาดีจากใครอย่างซี้ซั้วใช่ไหม ? งั้นฉันจะบอกพี่ให้แล้วกัน
ว่าพี่ต้องเห็นแก่ลูกเป็นหลัก อาการป่วยของลูกสำคัญที่สุด…… ”
และในตอนนี้เอง คุณป้าคนหนึ่งที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านข้างเริ่ม
ทนดูไม่ไหว ดังนั้นเธอจึงพูดขึ้นว่า “ แม่หนู บ้านของฉันอยู่บริเวณนี้ ฉัน
ก็เห็นแม่คนนั้นอุ้มลูกมาขอทานทุกวัน ที่จริงแม่คนนั้นน่ะเป็นพวก
มิจฉาชีพ ขอทานอยู่ที่นี่มาประมาณ 4-5 เดือนแล้ว ”
“ มิจฉาชีพหรอคะ ? ”
หลินโม่โม่ไม่อยากที่จะเชื่อหูของตัวเอง ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคุณแม่
ลูกหนึ่ง แต่ตั้งแต่เล็กจนโตเธอก็คือเจ้าหญิงของตระกูลหลินมาโดย
ตลอด เธอคือประธานของบริษัทขนาดใหญ่ เธอค่อนข้างไร้เดียงสาต่อ
สังคมระดับล่าง ในฐานะที่เป็นแม่คน เธอจินตนาการไม่ออกจริง ๆ ว่า
จะมีแม่คนไหนที่กล้าเอาลูกของตัวเองมาขอทานแลกเงินแบบนี้
“ ไม่น่าใช่นะคะ พวกเธอน่าสงสารขนาดนี้ จะมาเป็นพวก
มิจฉาชีพได้ยังไง ! ” หลินโม่โม่ส่ายหน้าปฏิเสธ “ ทุกคนต่างมีศักดิ์ศรี
จะมีใครบ้างที่ยอมลดศักดิ์ศรีมาทำเรื่องน่าละอายแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เป็น
เพราะถูกบีบบังคับจนหาทางออกไม่ได้ คนพวกนี้จะมาขอทานอยู่ข้าง
ถนนทำไม ฉันเดาว่าเธอจะต้องถูกบีบบังคับให้ทำแบบนี้อย่างแน่นอน ”
ในขณะที่เธอกำลังจะแก้ตัวแทนผู้หญิงคนนั้น แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า
คำพูดของเธอกลับไปแทงใจดำของผู้หญิงคนนั้นเข้า
“ เธอว่าใครหน้าไม่อายห๊ะ ? ” ผู้หญิงคนนั้นชี้หน้าด่าหลินโม่โม่ “
ให้เงินแล้วก็รีบไสหัวไปซะสิ ทำไมถึงมาหน้าด้านหน้าทนพูดมากอยู่
อย่างนี้ล่ะ ฉันจะมีศักดิ์ศรีหรือเปล่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ ? ฉันจะ
หน้าไม่อายหรือเปล่ามันเกี่ยวอะไรกับเธอ ? ใครใช้ให้เธอมายุ่ง ? ”
หลินโม่โม่อึ้งกับคำด่าของผู้หญิงคนนั้น คิดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงคน
นั้นจะเปลี่ยนแปลงอารมณ์ตัวเองราวกับหน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้ แต่
เธอก็ยังไม่วายพยายามที่จะอธิบายว่า “ พี่สาว ฉันไม่ได้มีเจตนาจะว่า
แบบนั้น ฉันไม่ได้บอกว่าพี่หน้าไม่อาย…… ”
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าผู้หญิงคนนั้นกลับยังคงตะโกนด่าอย่างไม่
ลดราวาศอก “ คิดว่ามีเงินแล้วจะพูดอะไรก็ได้อย่างนั้นหรอ เลิกทำตัว
วุ่นวายที่นี่สักที ฉันจะรักษาหรือไม่รักษาอาการป่วยให้ลูกชายของฉัน
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ ? รีบพาแม่เด็กคนนี้ไสหัวออกไปซะ เลิกเส
แสร้งทำตัวเป็นคนดีอยู่ตรงนี้ได้แล้ว เสียเวลาทำมาหากินของฉันหมด !
”
“ ฉัน…… ”
หลินโม่โม่ตกตะลึงอยู่ตรงนั้น ท่าทีการตอบสนองของผู้หญิงคนนั้น
มันเกินกว่ามุมมองที่เธอเคยมองโลกไว้ ทำให้เธอทำอะไรไม่ถูกเลยทันที
แม่หนูน้อยจับมือของหลินโม่โม่แล้วพูดด้วยน˺าเสียงเศร้าสร้อยว่า
“ หม่าม๊า ทำไมคุณป้าถึงต้องโกรธด้วย ? หรือว่าถังถังทำไม่ถูก ? ”
เมื่อเห็นว่าภรรยาและลูกสาวของตัวเองถูกทำร้ายจิตใจ ฉินห้าวตง
ก็เริ่มรู้สึกสงสารสองแม่ลูกขึ้นมาจับใจ สองแม่ลูกนี้ช่างอ่อนโยนและ
จิตใจดีเหลือเกิน เธอประเมินความชั่วช้าของมนุษย์ต˹าไป
ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปจับมือแม่หนูน้อยแล้วพูดขึ้นว่า “ ถังถัง สิ่งที่
ถังถังทำไม่ใช่เรื่องผิด การเป็นคนต้องมีจิตใจเมตตาต่อคนอื่น แต่ใน
ขณะเดียวกันก็ต้องแยกแยะให้ถูกว่าคนไหนคือคนเลว คนไหนคือคนดี
พวกเราจะมีจิตใจเมตตาต่อคนดี ส่วนพวกคนเลว เราอย่าเกรงใจพวก
เขาเป็นอันขาด ตัวอย่างเช่นผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้ เธอคือคนเลว ”
แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับได้ยินไม่ชัดว่าฉินห้าวตงพูดอะไร เธอจึง
ตะโกนเสียงดังอยู่ด้านข้าง “ ยังจะมัวมาทำเสแสร้งอะไรอยู่ตรงนี้อีก ?
รีบพาพวกเธอสองคนออกไปได้แล้ว สวยซะเปล่า แต่ทำไมไอคิวต˹า
ขนาดนี้ ? ”
“ เธอบอกว่าแฟนของฉันไอคิวต˹าอย่างนั้นหรอ จะบอกว่าเธอโง่
แต่มีเงินใช่ไหม ? หากไม่มีคนอย่างแฟนฉันอยู่บนโลกใบนี้ ป่านนี้ขยะ
สังคมอย่างพวกเธอคงหิวตายไปนานแล้ว ”
ฉินห้าวตงยืนอยู่ด้านข้าง แววตาของเขามองผู้หญิงคนนั้นอย่าง
เยือกเย็น “ คนอย่างพวกเธอทำให้คนอื่นสิ้นเปลืองความเมตตาของ
ตัวเอง ทำให้คนเกิดความไม่เชื่อใจกันและกัน พวกไร้ยางอาย ”
“ ไอ้หน้าอ่อน แกว่าใครไร้ยางอายห๊ะ ? เชื่อหรือเปล่าว่าฉัน
สามารถฉีกปากของแกได้ ? ”
ผู้หญิงคนนี้ไม่หลงเหลือท่าทีที่น่าสงสารและท่าทีที่ดูเหมือนจะ
ยากจนเมื่อครู่นี้เลย ตอนนี้เธอดูเหมือนนังแม่มดชั่วร้ายไปแล้ว
ฉินห้าวตงปรายตามองเธออย่างเหยียดหยาม “ ในเมื่อเธอดูถูก
ความมีจิตใจดีของลูกสาวฉัน งั้นก็เอาเงินของพวกเราคืนมา เธอเองก็ไม่
คู่ควรที่จะได้รับความปรารถนาดีจากลูกสาวของฉัน ”
“ ตลก ! แกคิดจะให้ก็ให้ คิดจะไม่ให้ก็เอาคืนไปงั้นหรือ เห็นฉันเป็น
อะไร ? ”
พูดมาถึงตรงนี้ เธอไม่ได้นั่งอุ้มลูกอยู่บนพื้นอีกต่อไป เธอลุกขึ้นยืน
จากพื้นแล้วเอามือข้างหนึ่งท้าวเอว “ คิดจะหาเรื่องฉันใช่ไหม ? ฉันขอ
เตือนแกไว้ก่อนเลยนะ หลายปีมานี้ตอนที่ฉันทะเลาะตบตี ฉันไม่เคย
กลัวใคร ! ”
“ ฉันไม่ได้อยากจะทะเลาะกับเธอ แต่ว่าเธอทำร้ายจิตใจภรรยา
และลูกสาวของฉัน พวกเธอเป็นคนจิตใจดี แต่เธอกลับปฏิบัติตัวแบบนี้
ต่อพวกเธอ ตอนนี้จำเป็นต้องขอโทษพวกเธอเดี๋ยวนี้ ”
“ ขอโทษงั้นหรือ ? สมองของแกถูกลาถีบมาหรือไง ? ยังจะให้ฉัน
ขอโทษเธออีกเนี่ยนะ ? ” ผู้หญิงคนนั้นทำสีหน้าท่าทางราวกับกำลังฟัง
เรื่องตลก จากนั้นเธอก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งว่า “ แกไม่เห็นหรือไง
ว่านี่มันถิ่นของใคร ? ฉันอยู่ที่นี่มานานแล้ว แล้วก็ไม่เคยขอโทษใครด้วย
ครั้งที่แล้วมีไอ้พวกไม่รู้ประสีประสา เอาเงินให้ฉัน 50 หยวนแล้วยังคิด
อยากจะเอาคืน ผลก็คือถูกฉันทุบตีจนขาหัก ”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เธอก็หันไปตะโกนใส่ฝูงชนว่า “ พี่น้องทุกคน
ออกมาเถอะ มีคนที่คิดจะมาทำลายที่หากินของพวกเรา ”
หลังจากที่เธอตะโกนเสร็จ ทันใดนั้นก็มีผู้ชายรูปร่างกำยำจำนวน
5-6 คนเดินแหวกฝูงชนออกมา จากนั้นพวกเขาก็เข้าไปล้อมครอบครัว
ฉินห้าวตงไว้ตรงกลางด้วยสีหน้าดุดัน
แก๊งขอทานอย่างพวกเขาพบเห็นได้ทั่วไปในประเทศจีน ตอนนี้ได้
ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นเป็นลักษณะคล้ายองค์กรแล้ว คนพวกนี้มีการแบ่งงาน
แบ่งหน้าที่ในองค์กรของตัวเอง มีทั้งคนที่รับผิดชอบด้านการขอทาน มี
ทั้งคนที่รับผิดชอบหลังการชกต่อยตบตี
คนพวกนี้คลุกคลีอยู่ในเมืองเจียงหนานมานานหลายปีแล้ว
เพราะว่าเมืองแห่งนี้เป็นเมืองท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา
ไม่ขาดสาย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กังวลว่าถ้าอาศัยอยู่ที่นี่นานจะถูกคนอื่น
จำได้
“ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่อยากคืนเงินสินะ ? ” ฉินห้าวตงหมอผู้หญิง
คนนั้นแล้วพูดด้วยน˺าเสียงเยาะเย้ย “ พวกเธอคงเป็นกลุ่มองค์กรสินะ ?
และเด็กคนนี้ก็คงไม่ใช่ลูกของเธอ ”
หลังจากที่ฟังคำพูดนี้แล้ว สีหน้าของผู้หญิงคนนั้นก็ค่อย ๆ
เปลี่ยนไป จากนั้นเธอก็พูดเสียงแหลมว่า “ เหลวไหล ถ้าไม่ใช่ลูกของฉัน
แล้วเป็นลูกของใครได้ ? ลูกของแกหรือไง ! อย่าคิดว่ามีเงินแล้วจะทำ
อะไรก็ได้นะ ฉันขอเตือนแกไว้ก่อน อย่ามาทำอวดเก่งที่นี่ ตอนนี้รีบพา
เมียและลูกของแกไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้
พวกแกได้เห็นดีกันแน่ ! ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ ถ้าอยากจะให้พวกเราไปก็ได้ แต่ต้องเอาเงิน
คืนพวกเรามาก่อน จากนั้นก็ขอโทษภรรยาและลูกสาวของฉันซะ ! ”
“ แกนี่มันเป็นโรคประสาทจริง ๆ พวกแกสามคนพ่อแม่ลูกมัน
ปัญญาอ่อนทั้งบ้าน เงินมาเข้ากระเป๋าฉันแล้ว ยังคิดที่จะเอาคืนอีกหรือ
ฝันไปเถอะ ! ”
ผู้หญิงคนนั้นพูดแล้วหันไปโบกมือสั่งชายร่างกำยำที่อยู่ด้านข้าง “
ไอ้เด็กหนุ่มนี่มันไอคิวต˹า ช่วยสั่งสอนมันหน่อย ”
หลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นพูดจบ ชายร่างกำยำที่นำอยู่ด้านหน้าก็พูด
กับฉินห้าวตงว่า “ ไอ้เด็กน้อย ต่อไปจะออกไปไหนมาไหนก็หัดลืมหูลืม
ตาซะบ้าง แล้วก็รู้ไว้ด้วยว่ามีคนบางพวกที่แกไม่สามารถยั่วยุได้ วันนี้ฉัน
จะสั่งสอนแก…… ”
ขณะที่พูดเขาก็ง้างหมัดขึ้น แล้วชกไปยังเบ้าหน้าของฉินห้าวตง มี
ความคิดของเขา การจัดการกับไอ้หนุ่มหน้าอ่อนที่ร่างกายบอบบาง
แบบนี้ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นลงมือ แค่เขาคนเดียวก็เหลือเฟือแล้ว
ฉินห้าวตงยกมือขึ้นมากำข้อมือของชายร่างกำยำคนนั้นไว้ จากนั้น
ก็ค่อย ๆ บิดข้อมือของชายคนนั้น ยังไม่ทันที่เขาจะได้รู้ตัวว่าเกิดอะไร
ขึ้น บริเวณไหล่ของเขาก็เกิดอาการเจ็บปวดขึ้นอย่างรุนแรง จากนั้น
แขนของเขาก็ดูอ่อนยวบยาบไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อีกต่อไป
ฉินห้าวตงไม่มีความเกรงใจต่อคนประเภทนี้ จากนั้นเขาจึงจับไปที่
แขนอีกข้างของชายคนนั้น แล้วจัดการหักแขนของเขาซะ ก่อนจะถีบ
ชายคนนั้นล้มกลิ้งตลบอยู่บนพื้น จนกระดูกขาทั้งสองข้างของชายคน
นั้นหักออกจากกัน
หลังจากที่เขาจัดการเรื่องราวทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชายร่างกำยำ
คนอื่นก็ได้สติกลับมา แล้วตะโกนเสียงดังเรียกความฮึกเหิมก่อนจะ
พร้อมใจกันพุ่งเข้าหาเขา
แต่หลังผ่านไป 1 นาที คนพวกนี้ก็ล้มกองลงกับพื้นจนหมด ไม่
แตกต่างอะไรจากชายร่างกำยำเมื่อครู่นี้เลย แขนขาของพวกเขาถูกหัก
ออกจากกัน พวกเขานอนเจ็บปวดทรมานอยู่บนพื้น
“ ป่าป๊าจัดการคนเลว ป่าป๊ายอดไปเลย ! ”
ในเวลานี้แม่หนูน้อยสลัดความเสียใจของตัวเองทิ้งไป แล้วปรบมือ
ทั้งสองข้างด้วยความดีใจ พลางตะโกนเชียร์ป่าป๊าของตน
“ พ่อหนุ่ม เยี่ยมไปเลย อย่าไปเกรงใจไอ้คนชั่วพวกนี้…… ”
“ ไอ้คนสารเลวพวกนี้มันมาทำอวดเบ่งอยู่ที่นี่มานานแล้ว พวกเรา
ควรจะจัดการพวกมันไปตั้งนานแล้ว…… ”
ดูเหมือนว่าพวกนักเลงเหล่านี้ได้ไปกระตุ้นความโกรธของฝูงชน
เข้าแล้ว เมื่อเห็นว่าพวกนั้นถูกฉินห้าวตงจัดการจนหมด บรรดา
ชาวบ้านที่มามุงดูต่างก็ตะโกนเชียร์ฉินห้าวตง
“ แก…… ”
ผู้หญิงคนนั้นตกใจจนเบิกตากว้าง เมื่อก่อนนี้ตอนที่มีปัญหา เธอก็
แค่เรียกคนพวกนี้ให้ออกมาทำร้ายคนที่มาสร้างปัญหาให้แก่เธอ อีก
ฝ่ายก็จะรีบหนีไปทันที แต่คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้เธอจะมาเจอคนโหดเข้า
แค่พริบตาเดียวลูกน้องของเธอก็ถูกทุบตีเหมือนหมาก็ไม่ปาน
“ แก……แกจะเอายังไง ? ”
น˺าเสียงของผู้หญิงคนนั้นอ่อนลงมาก เธอไม่กล้าทำอวดเก่งเหมือน
เมื่อครู่นี้แล้ว
ฉินห้าวตงเหลือบตามองเธอแล้วพูดขึ้นว่า “ ลูกสาวของฉันเพิ่ง
สัมผัสสังคม มีจิตใจเมตตาขนาดนี้ แต่เธอกลับสาดสิ่งสกปรกเข้าสู่
ความไร้เดียงสาของลูกฉัน การทำอาชีพอะไรก็ต้องรักและเคารพใน
อาชีพนั้น ในเมื่อคิดจะเป็นขอทานก็ต้องมีความคิดความอ่านแบบ
ขอทาน การขอทานต้องอาศัยความเห็นอกเห็นใจและความเมตตาจาก
ผู้อื่นในการมีชีวิตรอด ต่อให้หลอกลวงคนก็ช่างสิ แต่จะมาทำอวดเก่ง
แบบนี้ไม่ได้ พวกเธอทำกร่างขนาดนี้ พวกตำรวจรู้เรื่องหรือเปล่า ? ”
“ สรุปแกคิดจะทำอะไร ? ” ผู้หญิงคนนั้นถามขึ้นอีกครั้ง
“ ฉันก็บอกเธอไปตั้งนานแล้วไง รีบขอโทษภรรยาและลูกสาวของ
ฉันซะ จากนั้นก็คืนเงินให้พวกเรา แล้วห้ามขาดแม้แต่หยวนเดียว ”
“ แกเลิกรังแกฉันได้แล้ว ! ” ผู้หญิงคนนั้นตะโกนขึ้นอีกครั้ง “ แกรู้
หรือเปล่าว่าฉันคือใคร ? ”
ฉินห้าวตงหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “ ไม่รู้หรอก อย่าบอกนะว่าเธอ
คือหัวหน้าแก๊งขอทาน หรือว่าเธอคืออึ้งย้ง (ตัวละครหลักในเรื่องมังกร
หยก เคยปลอมตัวเป็นขอทานจนได้พบรักกับก๊วยเจ๋ง) ? ”
ผู้หญิงคนนั้นตะโกนขึ้นว่า “ ฉันไม่ใช่หัวหน้าแก๊งขอทาน แต่สามี
ของฉันใช่ เขาคุมถนนสายหลักของรัฐบาลอยู่ ถ้าหากว่าแกคิดจะทำ
เกินไปจริง ๆ สามีของฉันจะต้องจัดการแกแน่ ”
“ ฉันก็แค่มาขอของที่ภรรยาและลูกสาวของฉันควรจะได้คืน หรือ
ว่าแบบนี้ฉันยังทำเกินไปอีก ? ” ฉินห้าวตงมองเธอแล้วพูดขึ้นว่า “ ไม่
ว่าสามีของเธอจะเป็นใคร ตอนนี้เธอต้องทำตามที่ฉันพูด ไม่อย่างนั้น
ฉันรับประกันได้เลยว่าต่อไปนี้พวกเธอจะมาทำอาชีพนี้ไม่ได้อีกแล้ว ”
“ ไอ้หน้าอ่อน แกกำลังรนหาที่ตายอยู่หรอ ตอนนี้ฉันจะโทรหาสามี
ของฉัน ! ” ผู้หญิงคนนั้นพูดจบก็หยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทร
หาหมายเลขโทรศัพท์ของหัวหน้าแก๊งขอทาน “ ที่รัก คุณรีบพาลูกน้อง
มาเร็ว มีคนมาป่วนที่ทำกินของพวกเรา ! ”
หลังจากที่โทรศัพท์เสร็จแล้ว เธอก็หันไปตะโกนใส่ฉินห้าวตง “ ไอ้
เด็กน้อย แกอย่าเพิ่งไปแล้วกัน มาดูกันว่าสามีของฉันจะจัดการแกยังไง
”
ฉินห้าวตงหัวเราะ แต่เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ในเมื่อผู้หญิงคนนี้อยาก
รนหาที่ตายเอง งั้นเขาก็ยินดีจะถอนรากถอนโคนแก๊งขอทานให้หมดไป
จากเมืองนี้
5 นาทีต่อมา รถเฟอรารี่สีเหลืองคันหนึ่งขับเข้ามาอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็มีรถตู้ 2 คันขับตามเข้ามา
เมื่อประตูรถเปิดออก มีผู้ชายรูปร่างอ้วนเตี้ยคนหนึ่งเดินลงมาจาก
เฟอรารี่ เขาสวมสูทแบรนด์ดังทั้งตัว สวมเน็คไท และใส่นาฬิกาโอเมก้า
เรือนแพง ท่าทางของเขาเป็นเหมือนพวกมหาเศรษฐีคนหนึ่ง
ด้านหลังของเขามีนักเลงยืนอยู่ 10 กว่าคน ในมือของทุกคนถือท่อ
เหล็กและมีด ท่าทีของพวกเขาดูดุดันมาก
“ ใครมันตาบอดมากล้ารังแกภรรยาของฉันกันวะ มันไม่อยากมี
ชีวิตอยู่ต่อแล้วหรือไง ! ”
ชายอ้วนเตี้ยตะโกนด่าแล้วเดินเข้ามา เมื่อเห็นพวกนักเลงที่ดูน่า
กลัวของเขา ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ก็รีบถอยหลังแหวกทางให้
หลังจากที่มองเห็นเขาแล้ว ผู้หญิงคนนั้นก็ทำสีหน้าเหมือนมี
ความหวังอีกครั้ง เธอรีบวิ่งไปหาเขาแล้วพูดขึ้นว่า “ ที่รัก คุณมาแล้ว ไอ้
เด็กหนุ่มคนนี้มันรังแกฉัน มันให้เงินฉันแล้วมันอยากจะเอาคืน แถมยัง
ทำร้ายคนของเราอีกด้วย ! ”
ชายอ้วนเตี้ยเดินมาที่ด้านหน้าฉินห้าวตง แล้วก็กวาดสายตามอง
ลูกน้องของตัวเองที่นอนร้องโอดครวญอยู่ที่พื้น จากนั้นก็เอ่ยถามขึ้นว่า
“ ไอ้เด็กน้อย แกเป็นคนที่ไหน ? ”
ฉินห้าวตงลอบส่ายหน้าด้วยความระอา ตอนนี้โลกมนุษย์ได้
เปลี่ยนไปแล้ว พวกขอทานที่อาศัยความเมตตาของคนอื่นแลกเงินบัดนี้
ได้ขับรถหรูสวมสูทแบรนด์ดัง ไม่เห็นมีท่าทีเหมือนพวกขอทานเลย
แต่เขาไม่ได้สนใจคำถามของชายอ้วนเตี้ยสักนิด ดังนั้นเขาจึงถาม
ย้อนกลับไปว่า “ แกคือหัวหน้าของแก๊งขอทานใช่ไหม ? ”
จบตอน