คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 364: เรื่องเข้าใจผิด
ตอนที่ 364 เรื่องเข้าใจผิด
เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด หวางหรูปิงจึงหัน
กลับมาอย่างฉับพลัน พอเธอเห็นฉินห้าวตงยกเท้าขึ้นจะกระทืบคนนั้น
อีกครั้ง จึงรีบร้องขึ้นว่า “ ห้าวตง หยุดก่อน ! ”
ตอนนี้ฉินห้าวตงกำลังโกรธแทนพี่สาวสุดขีด เมื่อได้ยินเสียงตะโกน
ของหวางหรูปิงจึงรีบดึงเท้าขวาออกมาแล้วหันมาพูดว่า “ พี่ พี่อยากจะ
สั่งสอนเจ้านักเลงนี่ด้วยตัวเองไหม ? ลงมือได้เต็มที่ หากมันจะขัดขืนผม
จะจัดการมันทันที ”
“ ถอยขึ้นเดี๋ยวนี้ นายน่ะสินักเลงน่ะ ! ”
หวางหรูปิงผลักฉินห้าวตงออก แล้วพยุงชายคนนั้นขึ้นมาจากพื้น
แล้วพูดว่า “ เป็นอย่างไรบ้าง คุณไม่เป็นไรใช่ไหม ? ”
ฉินห้าวตงมึนงงเล็กน้อยแล้วถามด้วยความสงสัยว่า “ พี่ พี่กินยา
ผิดซองหรือเปล่า? เขาคือนักเลงนะ พี่ไปสุภาพกับเขาขนาดนั้นได้ยังไง
? ”
“ นายน่ะสินักเลง ! ” คนนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เมื่อครู่นี้เขาล้มหน้า
กระแทกจนเลือดกำเดาไหลออกจมูก หัวแตกเลือดออก ดูแล้วคงเจ็บ
หนักไม่น้อย แต่ว่าฉินห้าวตงก็พอจะดูออกว่าเขาก็คือจางห้าว คนที่เคย
ตามจีบหวางหรูปิงเมื่อก่อนนี่เอง
วันนี้จางห้าวไม่เหมือนกับเมื่อก่อน เขาสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกง
ยีนส์สีน˺าเงิน เป็นชายหนุ่มที่ดูใสๆ คนหนึ่ง ไม่หลงเหลือคราบของ
คุณชายผู้ร˹ารวยอยู่เลย เพียงแต่ว่าตอนนี้เสื้อยืดของเขาเลอะฝุ่น
กางเกงยีนส์ขาดเป็นรูใหญ่สองรู จนกลายเป็นเหมือนกางเกงขอทาน
เขาเช็ดลือดบนหน้าผากออก แล้วพูดอย่างโกรธเคืองว่า “ ฉินห้าว
ตง นายลงมือแรงไปนะ เกือบทำฉันเสียโฉมแล้ว ! ”
“ เป็นนายได้อย่างไรกัน ? เที่ยงคืนอย่างนี้นายมาไล่ตามพี่สาวของ
ฉันทำไม ? ” ฉินห้าวตงยังคงรู้สึกถึงความผิดปกติของเรื่องนี้อยู่ จึงหัน
หน้าไปถามหวางหรูปิงว่า “ พี่ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ? ”
“ เอ่อ……เรื่องนี้น่ะ……. ”
เป็นภาพที่หาดูได้ยากที่จะได้เห็นว่าหวางหรูปิงผู้ที่มีนิสัยกล้าหาญ
และตรงไปตรงมานั้นเริ่มหน้าแดงขึ้น เธอพูดพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์
สุดท้ายจางห้าวจึงต้องพูดเองว่า “ ฉันบอกเองก็ได้ ฉันคบกับพี่สาว
นายอยู่ เมื่อคืนพวกเราเพิ่งดูหนังมา เพิ่งจะออกมาจากโรงหนัง ”
“ พวกพี่คบกันอยู่เหรอ ? ทำไมเร็วขนาดนี้ ? ” ตอนนี้ฉินห้าวตง
รู้สึกประหลาดใจจนเขาต้องอ้าปากค้าง ไม่กี่วันก่อนหน้านี้หวางหรูปิง
ยังจงเกลียดจงชังจางห้าวอยู่เลย คิดไม่ถึงเลยว่าทั้งสองคนจะคบกันเร็ว
ขนาดนี้
จางห้าวรับทิชชู่จากหวางหรูปิงมาแล้วเช็ดเลือดและดินบน
หน้าผากออก จากนั้นพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “ จะว่าไปเรื่องนี้ต้อง
ขอบคุณนายเหมือนกันนะ ครั้งก่อนนายบอกฉันว่าหากจะจีบหรูปิงต้อง
ใช้ความจริงใจ เพราะไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่ชอบเงิน หลังจากกลับไปที่
บ้าน ฉันจึงไปเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่พึ่งทรัพย์สินของตระกูล ทำตัวเอง
ให้เป็นคนธรรมดา ตามจีบหรูปิงอย่างจริงใจ ผลก็คือเธอยอมตกลงคบ
กับฉันแล้ว ”
“ ชิบหายแล้ว ! ”
วันนั้นฉินห้าวตงก็แค่พูดไปส่งๆ แม้แต่ตัวเองยังลืมไปแล้วว่าพูด
อะไรไป คิดไม่ถึงว่าจางห้าวคนนี้จะซื่อบื้อเอาคำพูดของตัวเองไปทำ
ตาม แล้วยังสำเร็จอีกด้วย
แต่ว่านี่ก็แสดงให้เห็นว่าจางห้าวผู้นี้นิสัยไม่เลวเลยทีเดียว แถมยัง
จริงใจต่อหวางหรูปิงด้วย การที่สองคนนี้คบกันก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่เลว
อะไร
จางห้าวพูดอย่างภูมิใจว่า “ เห็นแก่ที่นายช่วยฉัน เรื่องที่นายก
ระทืบฉันเมื่อกี้นี้ก็ถือว่าแล้วกันไปละกัน ”
ฉินห้าวตงได้สติกลับมา แล้วถามขึ้นอีกว่า “ ถึงแม้ว่านายจะจีบ
พี่สาวของฉันได้แล้ว แต่ดึกขนาดนี้นี่กำลังเล่นอะไรกันอยู่ ? ไม่ใช่ว่าจีบ
ติดแล้วหรอกเหรอ ? ทำไมยังเห็นเธอวิ่งนำหน้า แล้วนายไล่ตามหลังอยู่
ล่ะ ?”
จางห้าวพูดด้วยเสียงเศร้าว่า “ นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อกี้ตอนที่ออก
จากโรงหนังมา หรูปิงบอกว่าถ้าฉันไล่ตามเธอทัน จะให้ฉันหอมแก้ม
หนึ่งที ใครจะรู้ว่ายังวิ่งได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกนายมาทำลายความหวังนั่นหมด
เลย ”
พูดถึงตรงนี้แล้ว เขาก็หันกลับไปจับแขนของหรูปิงแล้วพูดว่า “
ตอนนี้ผมจับคุณได้แล้ว ห้ามปฏิเสธเชียว ”
โธ่เอ้ย ! ยังมีหน้ามาทะเล้นอยู่อีกเหรอ ? ฉินห้าวตงคิดไม่ถึงเลยว่า
เรื่องที่ตัวเองไม่ตั้งใจทำกลับกลายเป็นเรื่องเรื่องผิดพลาดใหญ่หลวง
ขนาดนี้
หวางหรูปิงหันมอมองค้อนเขาหนึ่งที แล้วพูดอย่างโกรธเคืองว่า “
ทั้งหมดต้องโทษนายเลย ไม่อย่างนั้นเขาจะจับฉันได้ไหมล่ะ ? ”
ฉินห้าวตงทำสีหน้าไม่รู้สึกผิด เขาชี้หน้าหวางหรูปิงแล้วพูดบ่น “
ให้ผมพูดนะ พี่สวมรองเท้าส้นสูงขนาดนี้ กระโปรงก็สั้นเกินไป จะไปหนี
เขาพ้นได้อย่างไร ในเมื่อตกลงแล้วก็ให้เขาหอมแก้มไปสิ จะมามัวเล่น
เกมปัญญาอ่อนนี้อีกทำไม ? ตอนนี้มันเที่ยงคืนแล้ว พี่วิ่งนำหน้า ผู้ชาย
ตัวใหญ่วิ่งตามข้างหลัง ใครมาเจอก็ต้องคิดว่าเป็นอันธพาล นี่จะมาโทษ
ผมได้ยังไงกัน?”
“ นายจะไปรู้อะไร ? นี่เรียกว่าสีสันของความรัก ! ”
จางห้าวกุมมือของหรูปิงแล้วพูดด้วยใบหน้าพอใจ
“ หุบปากไปเลย ! ” หวางหรูปิงตะคอกกลับด้วยความโมโห ทำเอา
จางห้าวตกใจรีบปิดปากทันที
แล้วเธอก็หันมาพูดกับฉินห้าวตงอีกครั้งว่า “ ว่าแต่ฉัน แล้วนายล่ะ
ดึกดื่นเที่ยงคืนขนาดนี้ไม่หลับนอนมัวออกมาเที่ยวเตร่อะไรอยู่ ? ”
ฉินห้าวตงตอบว่า “ นี่ยังจะมาโทษผมอีกเหรอ? ถนนนี่ไม่ใช่ของ
พวกพี่สักหน่อย ผมออกมาไม่ได้เหรอ ? ช่างเถอะ ดึกแล้ว เดี๋ยวผมไป
ส่งพี่กลับไป จากนั้นจะรักษาอาการบาดเจ็บให้พี่เขยละกัน พยายาม
อย่าแตกหักกันล่ะ พอถึงตอนที่ป้าไม่เห็นด้วย จะมาทุ่มสุดตัวกับฉัน
ไม่ได้นะ ”
“ พูดจาเหลวไหล นายเรียกใครว่าพี่เขย ตอนนี้เราเป็นแค่เพื่อนกัน
ธรรมดา ! ” หวางหรูปิงพูดอย่างเขินอาย
“ พี่เปลี่ยนเป็นคนที่เปิดกว้างขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? เพื่อนกัน
ธรรมดาเขาไล่จับกันได้แล้วแล้วจูบได้ด้วยเหรอ ! ข่าวนี้ถ้าแพร่ออกไป
จะทำยังไงดีนะ ”
“ ฉินห้าวตง หุบปากเดี๋ยวนี้เลย ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาเรื่องผู้หญิง
หลายๆ คนของนายไปฟ้องคุณย่า ! ”
“ อย่านะ ผมยอมแล้ว พวกพี่ก็แค่เพื่อนกันธรรมดา ปกติไปกว่านี้
ไม่ได้แล้ว ”
ขณะที่พูดกันนั้น ฉินห้าวตงก็ให้สองคนขึ้นรถ จากนั้นก็พาพวกเขา
กลับบ้าน แล้วก็ช่วยรักษาอาการเจ็บให้กับจางห้าวอีกด้วย แล้วถึงจะ
กลับคฤหาสน์ตระกูลหลิน
เช้าวันต่อมา ทุกอย่างก็กลับมาสู่ลู่ทางที่ถูกต้อง เขาและหลินโม่โม่
พาแม่หนูน้อยไปส่งที่โรงเรียนอนุบาล จากนั้นก็กลับมาทำงานที่บริษัท
ยาแพทย์แผนจีนถังเหมิน
แต่เมื่อมาถึงบริษัทได้ไม่นาน โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น คนที่โทรมา
คือน่าหลันอู๋เซี๋น
“ ห้าวตง นายรีบมาหาฉันที่หน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรมเดี๋ยวนี้
เลย มีคดีที่ต้องให้นายช่วย”
ฉินห้าวตงหัวเราะแล้วพูดว่า “ คดีเรื่องขอทานนั่นต้องให้ฉัน
ออกไปจัดการด้วยตัวเองเลยเหรอ ? ”
น่าหลันอู๋เซี๋ยจึงตอบกลับมาอย่างเคร่งขรึมว่า “ ไม่ใช่คดีนั้น คดี
ขอทานนั้นฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว เป็นคดีฆาตกรรมใหญ่อีกหนึ่งคดี ”
“ อย่างนั้นก็ตกลง ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ”
หลังจากวางสายแล้ว ฉินห้าวตงก็เล่าเรื่องราวคร่าวๆให้หลินโม่โม่
ฟังอีกครั้ง
หลินโม่โม่พูดขึ้นว่า “ ทั้งวันนี้ไม่พ้นที่จะให้คุณช่วย สรุปแล้วคุณ
เป็นตำรวจหรือหมอกันแน่ ? ”
“ ใครใช้ให้ผมมีฝีมือมากล่ะ ” ฉินห้าวตงหัวเราะแล้วพูดต่ออีกว่า
“ คุณไม่เคยได้ยินเหรอ ? ฝีมือมากความรับผิดชอบก็เยอะ เรื่องไหนที่
ควรทำเราก็ต้องทำ เรื่องไหนช่วยได้เราก็ควรช่วย ”
พูดจบ เขาก็ไปจากบริษัทแล้วขับรถมุ่งหน้าไปที่หน่วยสอบสวนคดี
อาชญากรรมเมืองเจียงหนาน
เขาเดินเข้าห้องประชุมมาก็เห็นหวางเจี้ยนเฟิงที่ได้เลื่อนตำแหน่ง
เป็นรองผู้บังคับบัญชากองปราบปรามอาชญากรกำลังนั่งอยู่ตรงกลาง
ส่วนด้านข้างคือน่าหลันอู๋เซี๋ย นอกจากนี้ยังมีตำรวจฝ่ายสอบสวนคดี
อาชญากรรมจากส่วนกลางอีก 7-8 คน แม้แต่หวางเจี้ยนเฟิงก็มาเข้า
ร่วมประชุมด้วยตัวเอง แสดงว่าคงจะเป็นคดีใหญ่ร่วมกันแน่
เมื่อเห็นฉินห้าวตงเดินเข้าประตูมา หวางเจี้ยนเฟิงก็รีบลุกยืนขึ้น
แล้วทักทายเขาอย่างกระตือรือร้น จากนั้นต้อนรับให้เขาไปนั่งข้าง
“ คุณหมอฉิน ขอโทษจริงๆนะครับ รบกวนคุณอีกแล้ว แต่ว่า
เพื่อให้คลี่คลายคดีนี้ได้อย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องให้คุณมาช่วย ”
ฉินห้าวตงยิ้มบางแล้วพูดว่า “ ไม่เป็นไร รองผู้บังคับบัญชาการ
หวาง ผมสามารถช่วยอะไรได้บ้างก็ควรช่วยอยู่แล้ว พูดมาสิว่าต้องการ
ให้ผมไปไต่สวนใคร ? ”
ที่ผ่านมานั้นเขาได้ช่วยกรมตำรวจมาหลายครั้ง ทุกครั้งล้วนทำ
หน้าที่ไต่สวนทั้งสิ้น ครั้งนี้จึงคิดว่าคงต้องการยืมเคล็ดวิชาควบคุมจิตใจ
ของเขามาช่วยดำเนินการไต่สวนแน่นอน
“ หมอฉิน ครั้งนี้ไม่ได้เชิญคุณมาช่วยไต่สวน ” หวางเจี้ยนเฟิงพูด
ด้วยสีหน้าที่วางตัวไม่ถูก “ พูดตามตรงเลยแล้วกัน ตอนนี้มีคดี
ฆาตกรรมเกิดขึ้นติดต่อกันหลายครั้งแล้ว แต่ถึงตอนนี้พวกเรายังไม่อาจ
ระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้อย่างชัดเจน จึงไม่ได้มีเป้าหมายที่จะทำการไต่
สวน ”
ฉินห้าวตงถามอย่างมึนงงว่า “ เป็นเช่นนี้เหรอ ถ้าอย่างนั้นผมจะ
ช่วยอะไรได้บ้าง ? ลำพังเรื่องการไขคดี ผมคงไม่มีความเชี่ยวชาญเท่า
พวกคุณ ”
หวางเจี้ยนเฟิงพูดขึ้นว่า “ ใครๆ ต่างก็รู้ว่าหมอฉินเป็นหมอเทวดา
ถ่ายทอดสืบสานการแพทย์แผนจีนโบราณมา เชี่ยวชาญการแพทย์ทะลุ
ปรุโปร่ง เมื่อเราพิจารณาดูแล้วพบว่าคดีนี้จะต้องอาศัยความสามารถ
ของคุณ ดังนั้นจึงเชิญคุณมาที่นี่ ”
ฉินห้าวตงจึงพูดว่า “ ได้สิ ต้องการให้ผมทำอะไร ? รอง
ผู้บังคับบัญชาการหวางพูดมาได้เลย ”
“ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณหมอฉินมาก ” หวาง
เจี้ยนเฟิงพูดจบ แล้วหันไปพูดกับน่าหลันอู๋เซี๋ยว่า “ ผู้บัญชาการน่าห
ลัน เราเริ่มการพิจารณาคดีกันเลยเถอะ ”
น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดขึ้นว่า “ เมื่อ 6 วันก่อน ในเขตปกครองย่อยของ
เมืองทางตะวันออกเกิดคดีฆาตกรรมขึ้น เนื่องจากตอนนั้นมีแค่คดีแยก
ออกมาเท่านั้น ดังนั้นอำนาจจึงอยู่ภายใต้เขตเมืองตะวันออก 3 วันก่อน
เขตปกครองย่อยทางเมืองตะวันตกก็เกิดคดีฆาตกรรมขึ้นมาอีก
เนื่องจากตอนนั้นไม่สามารถแน่ใจได้ว่าทั้งสองคดีนี้มีความเกี่ยวข้องกัน
หรือเปล่า ดังนั้นอำนาจจึงอยู่ที่เขตปกครองเมืองทางตะวันตก
แต่ว่าเมื่อคืนวานนี้ เขตปกครองย่อยของเมืองทางใต้เกิดเหตุ
ฆาตกรรมขึ้นอีกครั้ง ไม่ถึงสัปดาห์มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นต่อเนื่องกันถึง
สามครั้ง อีกอย่างทั้งสามคดีที่เกิดขึ้นนี้ล้วนมีความเกี่ยวข้องกัน ดังนั้น
ทางฝ่ายการปกครองส่วนกลางของเมืองจึงตัดสินใจว่าจะส่งเรื่องให้
หน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรมของเมืองเราเป็นผู้สืบสวนและ
พิจารณาคดี”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เธอก็เปิดคอมพิวเตอร์ของเธอแล้วพูดว่า “
ต่อไปนี้ฉันจะแนะนำเหตุการณ์เบื้องต้นของคดีนี้ คดีที่หนึ่ง เกิดขึ้นใน
วัดเย่าหวางในเมืองเจียงหนาน ผู้ตายเป็นชาย อายุ 38 ปี คาดว่าถูกฆ่า
ตายหลังจากถูกวางยาสลบ หัวใจถูกควักออกมาขณะที่ยังมีชีวิตจน
นำไปสู่การเสียชีวิต คดีนี้อยู่ภายใต้อำนาจของเขตการปกครองย่อย
เมืองทางตะวันออก ”
“ คดีที่สอง เกิดขึ้นบนเรือสำราญของเมืองเจียงหนาน ผู้ตายเป็น
หญิงวัย 32 ปี ถูกวางยาสลบก่อนตายเช่นกัน ไตทั้งสองข้างถูกตัดออก
คดีนี้อยู่ภายใต้อำนาจของเขตการปกครองย่อยเมืองทางตะวันตก ”
“ คดีที่สาม สถานที่เกิดเหตุคือในป่าของสวนสาธารณะเมืองเจียง
หนาน ผู้ตายเป็นเพศชายวัย 46 ถูกวางยาสลบแล้วฆ่าเช่นเดียวกัน
จากนั้นก็ถูกควักตับออกมาจนเสียชีวิต คดีนี้อยู่ภายใต้อำนาจของเขต
การปกครองย่อยเมืองทางใต้ ”
“ จากการวินิจฉัยของเราพบว่าในสามคดีนี้ วิธีการที่ฆาตกรทำกับ
อวัยวะของผู้เคราะห์ร้ายนี้ถือว่ามืออาชีพมาก เป็นไปได้ว่าจะต้องผ่าน
การฝึกอบรมเฉพาะจากในโรงพยาบาลมา เป็นไปได้ว่าจะเป็นคน
เดียวกัน ดังนั้นจึงเห็นด้วยที่จะให้พวกเราสืบสวน ”
ในตอนนี้เอง ตำรวจคนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า “ ผู้บัญชาการน่าหลัน ไม่กี่
ปีมานี้เหตุการค้าอวัยวะมนุษย์นับวันจะยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ ฆาตกรจาก
คดีนี้ก็มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ลำพังแค่วิธีการของฆาตกร เราก็เอาคดีนี้
มารวมกันแล้ว การพิจารณาคดีแบบนี้มันจะชุ่ยไปหน่อยหรือเปล่า ? ”
น่าหลันอู๋เซี๋ยตอบว่า “ ที่คุณพูดก็ถูก ลำพังแค่ใช้จุดนี้จุดเดียวใน
การรวมสามคดีนี้เข้าด้วยกันคงมีน˺าหนักไม่มากเท่าไหร่ แต่ว่าพวกเรา
เจอเจ้าสิ่งนี้ในที่เกิดเหตุทั้งสามคดี ”
เธอพูดไปด้วยแล้วเปิดกระเป๋าเอกสาร จากนั้นหยิบปึกรูปภาพ
ออกมา แล้วแบ่งให้ทุกคนคนละหนึ่งใบ
ตำรวจทุกคนในห้องนี้ได้รูปในมือแล้ว ก็พบว่าบนนั้นมีสัญลักษณ์
แปลกๆ สีแดงอยู่ แต่กลับไม่มีใครรู้ว่ามันคือสัญลักษณ์อะไร
“ ผู้บัญชาการน่าหลัน นี่มันอะไรกัน ? ” ตำรวจคนที่เพิ่งพูดถาม
ขึ้นอย่างสงสัย
“ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร ในสถานที่ของทั้งสามคดีนี้ต่าง
มีการวาดสัญลักษณ์แปลกๆ เช่นนี้เอาไว้ และเป็นเพราะเหตุนี้เอง พวก
เราจึงปักใจเชื่อว่าผู้ที่ลงมือในทั้งสามคดีนี้เป็นคนหรือกลุ่มเดียวกัน ”
หลังจากพูดจบแล้ว น่าหลันอู๋เซี๋ยก็หันหน้ามาพูดกับฉินห้าวตงว่า
“ ห้าวตง นี่เป็นจุดประสงค์แท้จริงที่พวกเราเชิญนายมาที่นี่ นายรู้จัก
สัญลักษณ์นี้ไหม ? ”
ฉินห้าวตงหยิบรูปมาดูแล้วพูดว่า “ ถ้าฉันดูไม่ผิดล่ะก็ นี่เป็นยันต์
สะกดวิญญาณของลัทธิเต๋า”
ที่เชิญฉินห้าวตงมา น่าหลันอู๋เซี๋ยเพียงแค่จะลองดูปฏิกิริยาของ
เขาเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะรู้จักสัญลักษณ์นี้จริงๆ ดังนั้นเธอจึง
ถามอย่างตื่นเต้นอีกครั้งว่า “ นายมั่นใจไหม ? ”
ฉินห้าวตงดูอย่างละเอียดเพื่อยืนยันอีกครั้งแล้วพูดว่า “ ไม่ผิดแน่
นี่คือยันต์สะกดวิญญาณ ในอดีต พวกนักบวชลัทธิเต๋าจะใช้ยันต์นี้สะกด
วิญญาณของคนตายเอาไว้ เพื่อไม่ให้วิญญาณเหล่านี้สร้างความวุ่นวาย
ได้ ”
“ นี่มันเรื่องไร้สาระสิ้นดี” ตำรวจคนหนึ่งพูดอย่างดูถูก “ นี่มันสมัย
ไหนแล้ว ยังมีคนเชื่อเรื่องงมงายเหล่านี้อยู่อีกเหรอ ? ”
จบตอน